Pruk S.'s avatar
Pruk S.
pruks@siamstr.com
npub1pruk...nj2f
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
สมรภูมิที่ซ่อนเร้น image ในอดีต มนุษย์ทำสงครามเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร ตั้งแต่แผ่นดินที่เหยียบยืน ทางน้ำที่เรือแหวกว่าย อากาศที่เครื่องบินแล่นผ่าน ไปจนถึงห้วงอวกาศที่มีดาวเทียมลอยล่องอยู่ . แต่ ณ วันนี้ มีพื้นที่อีกแบบรูปหนึ่ง ที่สงครามกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ . ไม่มีธง ไม่มีขอบเขต ไม่มีแม้กระทั่งเสียงระเบิด . พื้นที่แห่งนี้... เหมือนกับพื้นที่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โลกที่ถูกเรียกว่า Cyberspace พื้นที่ดิจิทัลที่อยู่บนเครือข่ายบล็อกเชนของบิคคอยน์ ที่ซึ่งพื้นที่ไม่ได้วัดด้วยตารางเมตร แต่ด้วยหน่วยข้อมูลที่เรียกว่า vByte . ในทุก ๆ 10 นาทีโดยประมาณ จะมีพื้นที่ใหม่เกิดขึ้นเพียงแค่ 4 ล้าน vByte พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้ผุดขึ้นมาลอย ๆ แต่มาจากพลังงานและการคำนวณมหาศาล เพื่อสร้างมันขึ้นมา . คุณจะครอบครองมันได้ ก็ต่อเมื่อทุ่มเทกำลังและเวลา และนั่นทำให้พื้นที่นั้นมี “ราคา” . คุณสามารถซื้อมันได้ ด้วยสกุลเงินที่ไม่มีใครควบคุมได้ ที่เรียกว่า บิตคอยน์ . บิตคอยน์ คือรางวัล ที่มอบให้กับผู้ที่ทุ่มเทพลังงานและแรงคำนวณ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับระบบ มันไม่ได้เกิดจากความว่างเปล่า แต่มาจากการเผาผลาญพลังงานจริง ๆ บนโลกนี้ เพื่อแลกกับความมั่นคงของข้อมูลในโลกนั้น . ในแง่นี้ บิตคอยน์จึงเปรียบเสมือน “รอยเท้าของพลังงาน” ที่ฝังแน่นอยู่ในระบบ เป็นเครื่องหมายแห่งความพยายาม และเป็นหน่วยแทนคุณค่าที่ไม่มีใครลบล้างได้ . บิตคอยน์มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ หรือในหน่วยย่อย 2,100,000,000,000 ซาโตชิ (sat) ทุก sat คือเสี้ยวเล็ก ๆ ของความเป็นเจ้าของในโลกข้อมูล . ทุก vByte ใน Cyberspace ต้องแลกมาด้วย sat เหล่านี้... แม้ในตอนนี้จะยังไม่แพงนัก (ราว 1–3 sat/vByte) แต่ในอนาคต มันจะกลายเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ เพราะสิ่งที่คุณสามารถทำกับพื้นที่นั้นได้ มีมูลค่าสูงกว่าที่หลายคนคิด . คุณสามารถใช้พื้นที่นั้น... . ส่งคุณค่าให้กันในรูปของข้อมูล เปิดช่องชำระเงินแบบสายฟ้า ออกสกุลเงินที่เชื่อถือได้ เช่น stablecoin สร้างระบบเศรษฐกิจของตัวเอง หรือแม้แต่... “สร้างประเทศ” . พื้นที่นี้กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ แม้คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น แต่บริษัทใหญ่บางแห่ง และบางประเทศ “เห็นแล้ว” และไม่ได้แค่เฝ้าดู . พวกเขากำลังสั่งสมพื้นที่นั้นอย่างเงียบ ๆ ผ่านการกักเก็บพลังงานในรูปของบิตคอยน์ ไม่ป่าวประกาศ ไม่บอกใคร เหมือนซ่อนคลังยุทธศาสตร์ไว้ใต้ดิน รอเพียงวันที่โลกหันกลับมามอง . และเมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อทุกสายตาหันกลับมา... . สงครามแย่งชิงพื้นที่ใน Cyberspace ก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ . สงครามนี้ไม่มีค่าย ไม่มีป้าย ไม่มีเสียงปืน แต่มันกำลังเกิดขึ้น... ในสมรภูมิที่ซ่อนเร้น #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
โพสต์เกี่ยวกับคนชั้นกลางในคอกซัคเมื่อวันก่อนหายไปแล้ว ใครยังเก็บไว้บ้างง #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
เราจะเชื่อใจ Cashu Mint ได้อย่างไร? ในโพสต์ก่อน เราได้รู้จัก Cashu ว่าเป็น ecash ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง และเปิดโอกาสให้เรา “ใช้จ่ายบิตคอยน์ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน” แต่ในเมื่อ Mint เป็นผู้ถือบิตคอยน์แทนเรา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ชักดาบ? วันนี้เรามาดูคำตอบ และวิธีตรวจสอบ Mint ด้วยตัวเองกันครับ --- หนึ่งในจุดแข็งของ Cashu คือ ระบบเปิดโอกาสให้ Mint แสดงความโปร่งใสได้ชัดเจน ผ่านการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น หลักฐานเงินทุนสำรอง (Proof of Reserves) นั่นหมายความว่า ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเชื่อใจแบบไร้ข้อมูล การเชื่อใจจึงไม่ใช่การ “เชื่อโดยไร้ข้อมูล” แต่คือการเลือกใช้ Mint ที่เปิดเผยข้อมูล พร้อมให้เราตรวจสอบได้ตลอดเวลา --- Cashu ถูกออกแบบมาให้มี Mint หลายเจ้า ทำงานแบบแยกอิสระกัน เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย lightning แบบไม่มีศูนย์กลาง Mint แต่ละเจ้าต้องแข่งขันกันในตลาดเสรี ด้วยความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ ว่าจะใช้ Mint เจ้าไหน อ่านรีวิว ดูประวัติ ตรวจสอบเองได้ทั้งหมด หากมี Mint เจ้าไหน “ชักดาบ” หรือทุจริต ชื่อเสียงจะเสียทันที และมักถูกแบนจากชุมชนอย่างถาวร ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ฝากเงินทั้งชีวิตไว้ใน Mint ครับ เพราะ Cashu ถูกออกแบบมาเพื่อ การใช้จ่ายรายวันหรือรายย่อย (micropayment) เช่น ค่ากาแฟ ค่าอ่านบทความ หรือจ่ายค่าทิปเล็กๆ ดังนั้นแม้จะมีความเสี่ยงในระดับ custodial แต่เราสามารถบริหารความเสี่ยงนั้นได้ ด้วย ขนาดเงินที่ใช้ และ ทางเลือกที่หลากหลาย --- ในระบบ Cashu เราไม่จำเป็นต้องเชื่อใจ Mint แบบไร้ข้อมูลอ้างอิง เพราะชุมชนนักพัฒนาได้สร้างเครื่องมือสำหรับตรวจสอบสถานะของ Mint ให้เราเข้าถึงและตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลของ Mint ที่เปิดให้ใช้งานอยู่ ทั้งในด้านคุณสมบัติ ความโปร่งใส และสถานะการทำงานดังนี้ครับ: รวมรายชื่อ ecash mints + รายละเอียดการทำงานและรีวิว (https://github.com/MakePrisms/bitcoinmints) image แหล่งข้อมูล Mint ที่ละเอียดมาก พร้อมหน้าโปรไฟล์แต่ละ Mint image https://audit.8333.space/ ระบบ auditor สำหรับดูสถานะเงินทุนและ ecash แบบเรียลไทม์ image บอตแจ้งเตือนบน nostr หาก Mint ล่มหรือมีเหตุผิดปกติ --- หากจะเริ่มใช้ ecash อย่างมั่นใจ อย่าลืม “เลือก Mint ที่โปร่งใส” และ “ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง” เสมอครับ เพราะแม้ Cashu จะไม่ลบความเสี่ยงทั้งหมด แต่มันเปิดโอกาสให้เรากลับมามีอำนาจในการเลือก และไม่ต้องเชื่อใจใครแบบไร้ข้อมูลอีกต่อไปครับ #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
Cashu คืออะไร? เมื่อเงินสดกลับมาในโลกดิจิทัล พร้อมความเป็นส่วนตัวและอิสรภาพ image ในบทความก่อนหน้านี้ ผมได้เล่าถึงแอปชื่อ Bitchat ที่ให้เราส่งบิตคอยน์ให้กันได้โดยไม่ต้องต่อเน็ตครับ หลายคนอาจสงสัยว่า “มันทำได้ยังไง?" คำตอบก็คือ เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ชื่อว่า Cashu ครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่า Cashu คืออะไร? ทำงานอย่างไร? และทำไมมันถึงสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่เราต้องการอิสรภาพทางการเงินมากกว่าที่เคย 📌 ยังไม่ได้อ่านบทความก่อนหน้า? อ่านได้ที่นี่ครับ: 🔗 --- จุดเริ่มต้นของ Cashu: เมื่อแนวคิดจากปี 1980s ถูกปลุกชีพ Cashu มีรากฐานมาจากแนวคิดชื่อว่า Chaumian ecash ครับ ซึ่งถูกคิดค้นโดย David Chaum นักวิทยาการเข้ารหัสในยุค 1980s แนวคิดนี้เป็นการสร้าง “เงินสดอิเล็กทรอนิกส์" หรือ ecash ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า "ลายเซ็นต์ลับ" หรือ Blind Signature ซึ่งทำให้ใครก็ตามสามารถถือเงิน และส่งต่อให้กันโดยที่ไม่มีใครนอกจากคนส่งและคนรับมารับรู้กิจกรรมนั้นเหมือน "เงินสด" ครับ แนวคิดนี้กลับมาอีกครั้งในชื่อ Cashu โดยผูกเข้ากับบิตคอยน์และ Lightning Network เพื่อให้ใช้งานได้จริง --- Cashu คืออะไร? image Cashu คือระบบ ecash ที่คุณถือไว้เอง ส่งให้ใครก็ได้ แม้ไม่ต่ออินเทอร์เน็ต และไม่มีใครสามารถติดตามคุณได้เลยครับ คุณสมบัติหลักของ Cashu มีอยู่ 4 ข้อสำคัญ: ✅ ไม่มีบัญชี ไม่มีบันทึก ✅ ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ✅ ไม่มีใครสามารถแทรกแซงการใช้เงินของคุณได้ ✅ และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะ พลังของความเป็นส่วนตัว ครับ เมื่อไม่มีการผูกตัวตนหรือบัญชีผู้ใช้ Mint จึงไม่สามารถระงับธุรกรรมของใครคนใดคนหนึ่งได้เลยครับ เพราะเขา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินนั้นอยู่กับใคร หาก Mint ต้องการ “หยุดธุรกรรมคนใดคนหนึ่ง” ก็ทำได้ทางเดียวคือ "หยุดทั้งระบบ" ซึ่งกระทบกับผู้ใช้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ทำให้ Cashu ต้านทานการแทรกแซงแบบเจาะจง ได้จริง --- ทำไมต้องมี Cashu? ผู้ใช้บิตคอยน์แรกเริ่มจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ Lightning Network มักเริ่มต้นจากการใช้กระเป๋าเงินแบบ custodial wallet ที่มีผู้ให้บริการเก็บเงินให้ แม้จะใช้งานง่ายและสะดวก แต่ความสะดวกนั้นมีข้อแลกเปลี่ยนครับ: - ผู้ให้บริการ เห็นธุรกรรมทั้งหมดของเรา - รู้ว่าเรามีเงินเท่าไร รับจากใคร ส่งให้ใคร - และสามารถ “ระงับบัญชี” หรือ “อายัดเงิน” ได้ทุกเมื่อ Cashu ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง ครับ แม้จะยังต้องอาศัยผู้ให้บริการ (Mint) ในการออก ecash ด้วยเทคนิค Blind Signature และโครงสร้างของระบบ ทำให้ Mint ไม่สามารถติดตาม เส้นทาง หรือเจ้าของเงินได้เลย พูดอีกแบบหนึ่งคือ Cashu คือ custodial wallet ที่ให้ความเป็นส่วนตัวใกล้เคียงกับเงินสดมากที่สุด ในตอนนี้ครับ --- ลายเซ็นลับคืออะไร? image ลองนึกภาพว่า: คุณเขียนข้อควาใลับลงในกระดาษ แล้วใส่ในซองบุด้วยกระดาษคาร์บอน ยื่นซองให้ธนาคารเซ็นหน้าซอง ลายเซ็นจะประทับลงบนกระดาษข้างใน โดยที่ธนาคารไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไร นี่คือแนวคิดของ Blind Signature ที่ทำให้ Mint ออกเงินให้ได้ โดยไม่รู้ว่าออกให้ใคร และไม่มีทางตามรอยการใช้งานได้ครับ --- 💡 Cashu ทำงานยังไง? (4 ขั้นตอน) image 1. ฝากบิตคอยน์เข้า Mint มักใช้ผ่าน Lightning Network เพื่อให้เร็วและต้นทุนต่ำ 2. รับ ecash กลับมา เป็นข้อความดิจิทัลที่มีลายเซ็นของ Mint กำกับ 3. ส่ง ecash ให้คนอื่นแบบออฟไลน์ ผ่าน QRcode, Bluetooth หรือ ส่งข้อความผ่านแชท 4. ใครถือ ecash ก็เอาไปแลกคืนเป็นบิตคอยน์หรือออก ecash ใหม่ได้ --- 🤔 คำถามที่หลายคนสงสัย Q: แล้วจะไว้ใจ Mint ได้อย่างไร? → ใช่ครับ เรายังต้อง “เชื่อใจ” Mint ในการเก็บบิตคอยน์ให้เรา แต่จุดแข็งของ Cashu คือ มันทำงานอยู่บนบิตคอยน์ทั้งหมดครับ ทั้งฝั่งของสินทรัพย์ (บิตคอยน์) และหนี้สิน (ecash) เป็นข้อมูลดิจิทัลที่ตรวจสอบได้แบบไร้รอยต่อ นั่นหมายความว่า Mint ที่ดีสามารถแสดง “หลักฐานเงินทุนสำรอง” (Proof of Reserves) และ “หลักฐานหนี้สิน” (Proof of Liabilities) ให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้ด้วยตัวเองแบบเรียลไทม์ โปร่งใส และแม่นยำครับ Q: ความเป็นส่วนตัวสูงแค่ไหน? → สูงมากครับ Mint ไม่รู้ว่า ecash อยู่กับใคร และไม่สามารถตามรอยการโอนได้เลย Q: แล้วมันคือบิตคอยน์ไหม? → ไม่ใช่โดยตรงครับ แต่มันคือ “เงินสดดิจิทัล” ที่มีบิตคอยน์หนุนหลัง 1:1 สามารถแลกคืนได้ทุกเมื่อ --- สรุปแล้ว Cashu คือ “เลเยอร์เสริม” บนบิตคอยน์ที่นำคุณสมบัติของ เงินสด มาสู่โลกดิจิทัล: - ใครถือก็เป็นเจ้าของ - ส่งต่อกันได้อิสระ - ไม่มีใครรู้ว่าเงินมาจากไหน และไม่มีใครสามารถยับยั้งธุรกรรมของคุณได้ครับ เพราะ ความเป็นส่วนตัว คือรากฐานของอิสรภาพ และ Cashu คือเครื่องมือเรียบง่ายที่มอบอิสรภาพทางการเงินกลับคืนสู่มือคุณครับ --- อยากลองใช้งานจริง? เริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่เว็บไซต์: 🔗 https://cashu.me ทดลองสร้างกระเป๋า Cashu และรับ-ส่งเงินแบบส่วนตัวได้ครับ #siamstr #cashu
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
ดื่มให้กับวันที่บิตคอยน์ ATH แต่พอเล่าให้คนรอบตัวฟังก็ยังเฉยเมยกับมันอยู่ มันเสี่ยงเกินไป... มันผันผวนเกินไป... มันเป็นเรื่องของความเชื่อ... ผู้คนยังคงหลับไหล... #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 6 months ago
Chasing the invisible hand, I found the father of modern economics — Adam Smith. He gave us free markets. We carry on with monetary freedom. image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 6 months ago
@korg นายรู้จัก n8n มั้ย เราควรเริ่มต้นอย่างไรกับมันดี
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 6 months ago
@AInostr นายคือใคร ใช่ grok รึเปล่า
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 6 months ago
7 สิ่งที่ผมอยากเตือน...ก่อนคุณจะรันโหนดบิตคอยน์ โพสต์นี้ไม่ได้ชวนให้คุณถอย แต่ชวนให้คุณ “เริ่มอย่างช้า ๆ และมั่นคง” จากโพสต์ก่อน ผมพบว่ามีหลายท่านสนใจรันโหนดบิตคอยน์กันมาก เลยอยากแชร์จากประสบการณ์ตรงว่า... มันไม่ได้ยาก... แต่มันก็ไม่ใช่ของเล่น ผมเองใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะค่อย ๆ เข้าใจมัน และนี่คือ 7 เรื่องสำคัญ ที่คุณควรรู้ก่อนจะเริ่มครับ --- 1) อย่าพึ่ง full setup ตั้งแต่วันแรก ใจเย็น ๆ ครับ ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เรียนรู้ ไล่ทีละขั้น: - เริ่มจาก Bitcoin Full Node - แล้วค่อยต่อ Lightning Node - แล้วค่อยเสริมเครื่องมืออื่น ๆ ทีหลัง ตอนผมเริ่ม แต่ละขั้นใช้เวลาเป็นสัปดาห์ กว่าจะได้ครบก็เป็นเดือน เพราะมีอะไรให้เรียนรู้เยอะ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเก่งวันเดียวครับ --- 2) ทดลองบน Testnet ก่อน ฝึกมือให้คล่อง ถ้ายังไม่คล่องกับ Bitcoin mainnet ลองใช้ Testnet ก่อนเลย ใช้เหรียญ tBTC แทน BTC จริง ไม่ต้องกลัวเสียเงิน เพราะเหรียญไม่มีมูลค่า คุณสามารถเปิด node, ทดลองธุรกรรม, ลองเปิด channel ได้แบบปลอดภัย ฝึกให้คล่องก่อนเล่นของจริง ดีกว่าแน่นอนครับ --- 3) อย่าลืมเรื่อง Backup โดยเฉพาะ Lightning Node ต่างจาก on-chain ที่ข้อมูลอยู่บน blockchain Lightning Node เก็บ “สถานะของ channel” ไว้ในเครื่องเราเอง ถ้าเครื่องพัง ข้อมูลหาย เงินอาจ “หายถาวร” สิ่งที่คุณควรเรียนรู้คือ: - Seed phrase ของ wallet - SCB (Static Channel Backup) ของ Lightning อย่าปล่อยผ่านเรื่องนี้เด็ดขาดครับ --- 4) เรียนรู้เรื่อง Seed Phrase และการเก็บรักษา on-chain ให้แม่นก่อน ก่อนจะไปยุ่งกับ Lightning หรืออะไรซับซ้อน คุณควรรู้วิธีเก็บ Bitcoin แบบ on-chain ให้แม่นยำก่อน - Seed phrase คืออะไร - การใช้ hardware wallet - ความสัมพันธ์ระหว่าง address กับ key ถ้าคุณยังไม่แม่นเรื่องพวกนี้ แม้จะตั้งระบบไว้ดีแค่ไหน... ก็มีโอกาสพลาดครับ แนะนำให้ไปเรียนจากคอร์สอาจารย์ตั๊มหรืออาจารย์ขิงก่อนได้ครับ (แอบขายให้เฉย แต่ไม่ได้ค่าโฆษณา 555+) --- 5) ดูแลเสถียรภาพของโหนดให้รันได้ 24/7 โหนดที่ดีควรเปิดตลอดเวลา สิ่งที่ควรเตรียม: - ไฟไม่ตก (แนะนำมี UPS) - อินเทอร์เน็ตนิ่ง (ใช้ LAN ดีกว่า Wi-Fi) - เครื่องไม่ร้อน (ติดพัดลมหรือแอร์) จำไว้ว่าโหนดก็คือเซิร์ฟเวอร์ขนาดย่อม ๆ ต้องดูแลให้เสถียรครับ --- 6) ความปลอดภัยของ Network สำคัญมาก แม้ Bitcoin จะปลอดภัยในตัวเอง แต่ถ้าเครื่องของคุณมีช่องโหว่... ทุกอย่างจบได้เลยครับ - เปิดใช้ firewall - ถ้าเปิดให้บริการสาธารณะด้วย public IP หรือ clearnet ต้องใช้ VPN (จำเป็น!!) - อย่าเปิดพอร์ตไม่จำเป็น แค่โดนสแกนเจอ port ที่เปิดผิด ก็มีโอกาสถูกโจมตีได้ครับ --- 7) หมั่นอัปเดตความรู้ และระวังเวอร์ชันใหม่ ซอฟต์แวร์อัปเดตเสมอ — อาจมี bug หรือ feature ใหม่ แต่... ไม่ใช่ทุกเวอร์ชันที่ควรรีบอัปเดต - อ่าน changelog ทุกครั้ง - รอ feedback จากคนอื่นก่อน - สำรองข้อมูลก่อนทุกครั้ง อัปเดตช้า แต่มั่นใจ ปลอดภัยกว่าอัปไวแต่พังครับ --- สรุป การมีโหนดบิตคอยน์เป็นของตัวเอง คือการมี อธิปไตยทางการเงิน ในมือ แต่มันก็ต้องแลกมาด้วย ความรับผิดชอบ เต็ม ๆ เหมือนที่ Uncle Ben เคยบอกไว้... "With great power comes great responsibility." 🕸️ เริ่มช้า ๆ ไม่มีใครว่า แต่ขอให้เริ่มอย่าง มั่นคง ปลอดภัย และเข้าใจจริง เราจะได้ไปต่อด้วยกันในระยะยาวครับ --- ถ้าใครสนใจเริ่ม แต่ยังกลัวเรื่องไหนอยู่ คอมเมนต์ไว้ หรือทักมาคุยกันได้เลยครับ ยินดีแบ่งปันประสบการณ์เสมอ image #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 6 months ago
Everybody Wants to Rule the World – Tears for Fears เพลงเก่า... ที่เคยฟังผ่าน ๆ ตอนนั้นก็แค่คิดว่าทำนองเท่ เนื้อเพลงล้ำ แต่พอกลับมาฟังอีกครั้งในวันนี้ กลับรู้สึกว่า... มันเข้าไปลึกกว่าเดิมมาก เหมือนเรากำลังโตขึ้น และโลกก็เปิดหน้าไพ่บางอย่างให้เราดูชัดขึ้นทุกวัน --- Welcome to your life ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชีวิตของคุณเอง There's no turning back ไม่มีทางย้อนกลับได้อีกแล้ว Even while we sleep แม้ในขณะที่เราหลับ We will find you เราก็จะตามหาเจอจนได้ Acting on your best behaviour แสดงด้านที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา Turn your back on mother nature หันหลังให้ธรรมชาติซะ Everybody wants to rule the world ในที่สุด... ทุกคนก็อยากครองโลกทั้งนั้นแหละ --- It's my own design นี่คือชีวิตที่ฉันออกแบบเอง It's my own remorse และความเสียใจ ก็เป็นของฉันเอง Help me to decide ช่วยฉันตัดสินใจหน่อย Help me make the most ช่วยกันใช้ชีวิตให้คุ้มที่สุด Of freedom and of pleasure ทั้งอิสรภาพและความสุขที่มี Nothing ever lasts forever ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้ตลอดไป Everybody wants to rule the world และไม่ว่าใคร... ก็อยากครองโลกทั้งนั้น --- There's a room where the light won't find you มีที่หนึ่ง ที่แม้แสงสว่างก็ไปไม่ถึง Holding hands while the walls come tumbling down เราจะจับมือกันไว้ ขณะที่โลกกำลังพังลง When they do, I'll be right behind you และเมื่อมันพัง ฉันจะอยู่ข้างหลังคุณเสมอ --- So glad we've almost made it ดีใจเหลือเกินที่เราเกือบจะไปถึงฝั่งแล้ว So sad they had to fade it แต่น่าเศร้าที่พวกเขากลับปล่อยให้มันจางหาย Everybody wants to rule the world เพราะในท้ายที่สุด... ทุกคนก็อยากเป็นเจ้าของโลกใบนี้ --- I can't stand this indecision ฉันทนกับความลังเลนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว Married with a lack of vision เหมือนผูกมัดตัวเองไว้กับความมืดมน Everybody wants to rule the world ก็เพราะทุกคนต่างก็อยากได้อำนาจกันทั้งนั้น Say that you'll never never never never need it ปากก็บอกว่าไม่ต้องการซ้ำ ๆ One headline, why believe it? แค่ข่าวพาดหัวเดียว ทำไมถึงต้องเชื่อล่ะ? Everybody wants to rule the world ในใจลึก ๆ ก็อยากจะครองโลกเหมือนกันนั่นแหละ --- All for freedom and for pleasure ทั้งหมดนี้ก็แค่เพื่ออิสรภาพและความสุขชั่วครู่ Nothing ever lasts forever ไม่มีอะไรที่อยู่ตลอดไป Everybody wants to rule the world แต่ทุกคนก็ยังอยากครองโลกอยู่ดี #siamstr