Pruk S.'s avatar
Pruk S.
pruks@siamstr.com
npub1pruk...nj2f
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 2 months ago
ผมไม่ได้ซื้อบิตคอยน์เพียงเพราแค่ะจะขายในอนาคตข้างหน้าในราคาที่สูงกว่า... . คุณค่าของบิตคอยน์นั้นเกินกว่าจะมาใช้แค่เก็งกำไร ซื้อต่ำขายสูง . ดังนั้น.. ผมไม่สนใจราคา.. ราคาเท่าไหร่ก็ซื้อ!!! เหยียบทุกดอยลอยเหนือเมฆ!!! #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 3 months ago
GM #siamstr เช้าวันนี้... ขณะกำลังจิบกาแฟยามเช้า พ่อผมมานั่งคุยด้วยพร้อมโชวติ๊กตอกให้ดู image หืมม!! คลิปพี่แอร์ คำถามแรกที่พ่อถาม "เรามาทำตู้แบบนี้กันมั้ย?" . . . Something's gonna happen bro!! @DJ Tar . ปล. พ่อผมทำตู้เติมเงินมาก่อน แต่ไม่คิดว่าจะสนใจบิตคอยน์!!
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 3 months ago
แวะจิบน้ำเย็น ๆ @Narita Izakaya #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 3 months ago
prost #siamstr วันนี้อยู่ที่นี่ @CHITHOLE image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 3 months ago
GM ยามสาย ๆ #siamstr วันนี้เรามาเปลี่ยนห้อง image ทดลองเป็นร้านกาแฟกันดีกว่า
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
It's not this time... I have to wait a bit.. #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
เคยสังเกตไหมครับว่า “เงิน” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มันค่อย ๆ ซ้อนชั้นขึ้นมาตลอดประวัติศาสตร์ image . ลองมองจาก มาตรฐานทองคำ . เริ่มจาก ทองคำดิบ . หลอมเป็น เหรียญทอง / ทองคำแท่ง ที่มีการตีตรารับรอง . ต่อมาเป็น ใบรับรองทองคำ ที่ใช้แทนทองจริง . จนกลายเป็น ธนบัตรและเครดิต ที่ในอดีตเคยหนุนหลังด้วยใบรับรองทองคำ แต่ในเวลาต่อมาก็ไม่ต้องมีทองคำหนุนหลังอีกต่อไป และกลายเป็น เงินเฟียต แบบที่เราใช้กันทุกวันนี้ . . ทุกชั้นเกิดขึ้นเพราะเราต้องการ “ความสะดวก” มากขึ้น แต่ก็ตามมาด้วย “ความต้องเชื่อใจ” ที่มากขึ้นเช่นกัน . บิตคอยน์ก็เดินเส้นทางเดียวกันครับ . มันเริ่มจาก บิตคอยน์ ที่ใช้พลังงานในการขุดปกป้องธุรกรรมที่บันทึกบนบล็อกเชน (On-chain) ทุกคนตรวจสอบเองได้ (เหมือนทองคำดิบ) แต่เมื่อใช้งานจริง ก็มีการสร้างชั้นอื่นตามมา — . Lightning Network เครือข่ายของ payment channel บนบิตคอยน์ ทำให้การโอนเงินเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมต่ำลง โดยไม่ต้องบันทึกทุกธุรกรรมบนบล็อกเชนหลัก . Taproot Assets เปิดทางให้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ บนบิตคอยน์ เช่น stablecoin . Cashu / Fedimint ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (eCash) ที่ใช้งานง่ายขึ้น และยังรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้งาน . และในอนาคตก็จะมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับชั้นถัดไป . แม้ว่าตอนนี้ลำดับชั้นของบิตคอยน์ยัง “ไม่ชัดเจน” เพราะอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดลองจริงอย่างต่อเนื่อง . และนี่แหละครับคือสิ่งที่น่าตื่นเต้น… . เราอาจกำลังอยู่ในยุคที่ได้เห็น “การสร้างพีระมิดเงินแบบใหม่” ที่ไม่ผูกขาดโดยธนาคารหรือรัฐบาล แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกเองได้ว่าจะอยู่บนชั้นไหน — และที่สำคัญ มันคือ ระบบการเงินดิจิทัลที่ไร้ข้อจำกัดทางกายภาพ เข้าถึงได้จากทุกที่บนโลก . บทความนี้ผมได้แรงบันดาลใจจาก The Bitcoin Second Layer และหนังสือ Layerd Money โดย Nik Bhatia ใครสนใจแนวคิดนี้ ลองติดตามอ่านกัน แล้วมาพูดคุยถามกันได้ครับ #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
ในโลกที่ควรมี ต้นน้ำ (Researcher) ผลิตความรู้ใหม่ มี กลางน้ำ (Innovator) ปั้นมันเป็นนวัตกรรม และ ปลายน้ำ (Developer) ส่งต่อเป็นสินค้าหรือบริการถึงมือคนใช้ แล้วนำรายได้ส่วนนั้นย้อนกลับไปเลี้ยง กลางน้ำ ให้มีทุนพัฒนาต่อ ก่อนที่นวัตกรรมเหล่านั้นจะย้อนขึ้นไปหล่อเลี้ยง ต้นน้ำ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ วงจรนี้ถ้าหมุนได้ดี ความเจริญก็จะไหลวนจากต้นสาย กลางลำ จนถึงปากน้ำอย่างไม่มีวันหมด image แต่ในยุคที่ค่าเงินเสื่อมลงทุกลมหายใจ วงจรนี้กำลังถูกฆ่าตายทั้งระบบ ปลายน้ำต้องดิ้นรนหาเงินแทบไม่พอประทังชีวิต จะให้เหลือมาสนับสนุนกลางน้ำหรือต้นน้ำ? ฝันไปเถอะ ทุกคนถูกบังคับให้อยู่ในโหมด High Time ใช้เวลาหาเงินมากกว่าหาอนาคต งานวิจัยต้องใช้เป็นหลายปีถึงสิบปี แต่ไม่มีใครให้เวลา บริษัทเอกชนไม่อยากเสี่ยงลงทุนระยะยาว นักวิจัยเองก็ไม่มีเงินเก็บพอจะสร้างงานของตัวเอง จึงต้องวิ่งขอทุนจากรัฐ และนั่นก็หมายความว่างานวิจัยส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจรัฐ ไม่ใช่ตอบโจทย์ตลาดที่เป็นผู้ใช้จริงอย่างประชาชน ไหนจะต้องทำเอกสารยื่นเสนอโครงการ เขียนรายงานความก้าวหน้าแบบถี่ ๆ จนเวลาที่เหลือสำหรับการลงมือทำงานจริงแทบไม่พอ ผลลัพธ์คืองานขึ้นหิ้ง ไร้ประโยชน์ในโลกจริง และแทบไม่มีใครสนใจ พอรัฐเห็นงานขึ้นหิ้ง ก็ไม่เคยถามว่าระบบมันป่วยตรงไหน แต่กลับเลือกบีบคอเพิ่ม ออกนโยบายเร่งวิจัยให้เสร็จไว จาก 5–10 ปี เหลือ 3–5 ปี และสุดท้ายเหลือเพียง 1 ปี แถมต้องขายได้ทันที ยุบรวมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำไปเลยละกัน ผลที่เหลือก็แค่ ซื้อมาของเดิมมาปรับนิดหน่อย เพื่อเอาใจนักการเมืองให้ผ่าน KPI ไม่ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ ไม่ได้สร้างอนาคต แค่สร้างผลงานปลอมให้โชว์ในสไลด์วันแถลงข่าว แถม นโยบายก็เปลี่ยนไปตามกระแสลม ปีที่แล้วก็ทุ่มงบ Soft Power ปีนี้ก็เห่อ AI ปีหน้าคนเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยนอีก ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำที่วางแผนกันไว้ก็ต้องรื้อทำใหม่ วงจรที่ควรจะไหลต่อเนื่อง กลายเป็นต้อง รีสตาร์ท ทุกครั้งที่เก้าอี้เปลี่ยนมือ และทุกครั้งที่รีสตาร์ท เวลากับทรัพยากรก็สูญหายไปแบบไม่มีวันได้คืน วันนี้วงการนี้ ต้นน้ำเหือดแห้ง กลางน้ำแล้ง ปลายน้ำเน่า ประเทศนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากคลองที่เหลือแต่น้ำขังส่งกลิ่น และเราก็กำลังยืนดมมันทุกวันอย่างชินชา #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
เมื่อวานไป BoB space มา บันทึกไว้ว่าเคยซื้อหมวกใบนี้ในราคา 6100 sat อนาคตมาดูกันว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
ที่ผ่านมา ผมเคยเล่าถึง cashu ในฐานะเทคโนโลยีที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวในการใช้จ่ายด้วยระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (ecash) . แต่วันนี้… ไม่ใช่แค่มนุษย์อีกต่อไปที่เข้ามาเป็นฟันเฟืองของระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยีกำลังปลดล็อก “ผู้เล่นใหม่” บนเวทีนี้ — สิ่งที่ไม่มีชื่อ ไม่มีบัญชี ไม่มีร่างกาย แต่มีแรงงานและเจตนา . ลองจินตนาการ... . รถไร้คนขับที่ไม่เพียงแค่ “ขับเอง” แต่ ”หาเงินเอง“ ได้ รับผู้โดยสาร → รับชำระด้วยเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ → นำรายได้ไปเติมพลัง ซื้อบริการคลาวด์ หรือชำระค่าที่จอด มันไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องมีบัญชี ไม่ต้องมีเบอร์โทรศัพท์ . มันไม่ใช่แค่ self-driving car แต่มันคือ self-owning car มีทรัพย์สินของตัวเอง มีรายรับรายจ่ายของตัวเอง และ “อยู่รอด” ได้โดยไม่ต้องมีคนดูแลตลอด . วันนี้มีบริการอย่าง กำลังเปิดประตูโลกแห่งนี้ AI สามารถเข้าถึง chat และ API ได้เลยทันที จ่ายด้วย bitcoin ผ่าน cashu หรือ lightning network ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกชื่อ ไม่ต้องอีเมล ไม่มี log ไม่มี KYC . โมเดลนี้เป็นมากกว่าแค่ความเป็นส่วนตัว มันคือการเปิดพื้นที่ใหม่ให้ autonomous agent ทำงานจริงในโลก pay-as-you-use จ่ายเท่าที่ใช้ ไม่ต้องติดสัญญา ไม่ต้องแพ็กเกจรายเดือนหรือราบปี ไม่ต้องผูกมัดใด ๆ . โลกใบนี้ไม่ต้องการตัวกลาง ไม่ต้องมี “เจ้าของบัญชี” แต่มี “ระบบนิเวศ” ที่เปิดให้ ความตั้งใจหนึ่งก้อน ทำงานและมีชีวิตของมันเอง . เสรีภาพนี้ คือก้าวแรกของการมีตัวตนโดยไม่ต้องมีตัวตน เป็นเจ้าของโดยไม่ต้องแสดงบัตร และทำงานโดยไม่ต้องอยู่ในระบบใด ๆ . เมื่อ AI มีรายได้ของมันเอง คำถามใหม่ของโลกอาจไม่ใช่ “เราจะควบคุมมันยังไง” . แต่คือ... . เรายินดีจะมีพื้นที่ให้ AI ได้อยู่ร่วมกันรึเปล่า? #siamstr #cashu
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
สมรภูมิที่ซ่อนเร้น image ในอดีต มนุษย์ทำสงครามเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร ตั้งแต่แผ่นดินที่เหยียบยืน ทางน้ำที่เรือแหวกว่าย อากาศที่เครื่องบินแล่นผ่าน ไปจนถึงห้วงอวกาศที่มีดาวเทียมลอยล่องอยู่ . แต่ ณ วันนี้ มีพื้นที่อีกแบบรูปหนึ่ง ที่สงครามกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ . ไม่มีธง ไม่มีขอบเขต ไม่มีแม้กระทั่งเสียงระเบิด . พื้นที่แห่งนี้... เหมือนกับพื้นที่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โลกที่ถูกเรียกว่า Cyberspace พื้นที่ดิจิทัลที่อยู่บนเครือข่ายบล็อกเชนของบิคคอยน์ ที่ซึ่งพื้นที่ไม่ได้วัดด้วยตารางเมตร แต่ด้วยหน่วยข้อมูลที่เรียกว่า vByte . ในทุก ๆ 10 นาทีโดยประมาณ จะมีพื้นที่ใหม่เกิดขึ้นเพียงแค่ 4 ล้าน vByte พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้ผุดขึ้นมาลอย ๆ แต่มาจากพลังงานและการคำนวณมหาศาล เพื่อสร้างมันขึ้นมา . คุณจะครอบครองมันได้ ก็ต่อเมื่อทุ่มเทกำลังและเวลา และนั่นทำให้พื้นที่นั้นมี “ราคา” . คุณสามารถซื้อมันได้ ด้วยสกุลเงินที่ไม่มีใครควบคุมได้ ที่เรียกว่า บิตคอยน์ . บิตคอยน์ คือรางวัล ที่มอบให้กับผู้ที่ทุ่มเทพลังงานและแรงคำนวณ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับระบบ มันไม่ได้เกิดจากความว่างเปล่า แต่มาจากการเผาผลาญพลังงานจริง ๆ บนโลกนี้ เพื่อแลกกับความมั่นคงของข้อมูลในโลกนั้น . ในแง่นี้ บิตคอยน์จึงเปรียบเสมือน “รอยเท้าของพลังงาน” ที่ฝังแน่นอยู่ในระบบ เป็นเครื่องหมายแห่งความพยายาม และเป็นหน่วยแทนคุณค่าที่ไม่มีใครลบล้างได้ . บิตคอยน์มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ หรือในหน่วยย่อย 2,100,000,000,000 ซาโตชิ (sat) ทุก sat คือเสี้ยวเล็ก ๆ ของความเป็นเจ้าของในโลกข้อมูล . ทุก vByte ใน Cyberspace ต้องแลกมาด้วย sat เหล่านี้... แม้ในตอนนี้จะยังไม่แพงนัก (ราว 1–3 sat/vByte) แต่ในอนาคต มันจะกลายเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ เพราะสิ่งที่คุณสามารถทำกับพื้นที่นั้นได้ มีมูลค่าสูงกว่าที่หลายคนคิด . คุณสามารถใช้พื้นที่นั้น... . ส่งคุณค่าให้กันในรูปของข้อมูล เปิดช่องชำระเงินแบบสายฟ้า ออกสกุลเงินที่เชื่อถือได้ เช่น stablecoin สร้างระบบเศรษฐกิจของตัวเอง หรือแม้แต่... “สร้างประเทศ” . พื้นที่นี้กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ แม้คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น แต่บริษัทใหญ่บางแห่ง และบางประเทศ “เห็นแล้ว” และไม่ได้แค่เฝ้าดู . พวกเขากำลังสั่งสมพื้นที่นั้นอย่างเงียบ ๆ ผ่านการกักเก็บพลังงานในรูปของบิตคอยน์ ไม่ป่าวประกาศ ไม่บอกใคร เหมือนซ่อนคลังยุทธศาสตร์ไว้ใต้ดิน รอเพียงวันที่โลกหันกลับมามอง . และเมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อทุกสายตาหันกลับมา... . สงครามแย่งชิงพื้นที่ใน Cyberspace ก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ . สงครามนี้ไม่มีค่าย ไม่มีป้าย ไม่มีเสียงปืน แต่มันกำลังเกิดขึ้น... ในสมรภูมิที่ซ่อนเร้น #siamstr