ผมไม่ได้ซื้อบิตคอยน์เพียงเพราแค่ะจะขายในอนาคตข้างหน้าในราคาที่สูงกว่า...
.
คุณค่าของบิตคอยน์นั้นเกินกว่าจะมาใช้แค่เก็งกำไร ซื้อต่ำขายสูง
.
ดังนั้น.. ผมไม่สนใจราคา..
ราคาเท่าไหร่ก็ซื้อ!!!
เหยียบทุกดอยลอยเหนือเมฆ!!!
#siamstr



หืมม!! คลิปพี่แอร์
คำถามแรกที่พ่อถาม "เรามาทำตู้แบบนี้กันมั้ย?"
.
.
.
Something's gonna happen bro!! @DJ Tar
.
ปล. พ่อผมทำตู้เติมเงินมาก่อน แต่ไม่คิดว่าจะสนใจบิตคอยน์!!


ทดลองเป็นร้านกาแฟกันดีกว่า
.
ลองมองจาก มาตรฐานทองคำ
.
เริ่มจาก ทองคำดิบ
.
หลอมเป็น เหรียญทอง / ทองคำแท่ง ที่มีการตีตรารับรอง
.
ต่อมาเป็น ใบรับรองทองคำ ที่ใช้แทนทองจริง
.
จนกลายเป็น ธนบัตรและเครดิต ที่ในอดีตเคยหนุนหลังด้วยใบรับรองทองคำ แต่ในเวลาต่อมาก็ไม่ต้องมีทองคำหนุนหลังอีกต่อไป และกลายเป็น เงินเฟียต แบบที่เราใช้กันทุกวันนี้
.
.
ทุกชั้นเกิดขึ้นเพราะเราต้องการ “ความสะดวก” มากขึ้น แต่ก็ตามมาด้วย “ความต้องเชื่อใจ” ที่มากขึ้นเช่นกัน
.
บิตคอยน์ก็เดินเส้นทางเดียวกันครับ
.
มันเริ่มจาก บิตคอยน์ ที่ใช้พลังงานในการขุดปกป้องธุรกรรมที่บันทึกบนบล็อกเชน (On-chain) ทุกคนตรวจสอบเองได้ (เหมือนทองคำดิบ) แต่เมื่อใช้งานจริง ก็มีการสร้างชั้นอื่นตามมา —
.
Lightning Network เครือข่ายของ payment channel บนบิตคอยน์ ทำให้การโอนเงินเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมต่ำลง โดยไม่ต้องบันทึกทุกธุรกรรมบนบล็อกเชนหลัก
.
Taproot Assets เปิดทางให้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ บนบิตคอยน์ เช่น stablecoin
.
Cashu / Fedimint ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (eCash) ที่ใช้งานง่ายขึ้น และยังรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้งาน
.
และในอนาคตก็จะมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับชั้นถัดไป
.
แม้ว่าตอนนี้ลำดับชั้นของบิตคอยน์ยัง “ไม่ชัดเจน” เพราะอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดลองจริงอย่างต่อเนื่อง
.
และนี่แหละครับคือสิ่งที่น่าตื่นเต้น…
.
เราอาจกำลังอยู่ในยุคที่ได้เห็น “การสร้างพีระมิดเงินแบบใหม่” ที่ไม่ผูกขาดโดยธนาคารหรือรัฐบาล แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกเองได้ว่าจะอยู่บนชั้นไหน — และที่สำคัญ มันคือ ระบบการเงินดิจิทัลที่ไร้ข้อจำกัดทางกายภาพ เข้าถึงได้จากทุกที่บนโลก
.
บทความนี้ผมได้แรงบันดาลใจจาก The Bitcoin Second Layer และหนังสือ Layerd Money โดย Nik Bhatia ใครสนใจแนวคิดนี้ ลองติดตามอ่านกัน แล้วมาพูดคุยถามกันได้ครับ
#siamstr
แต่ในยุคที่ค่าเงินเสื่อมลงทุกลมหายใจ วงจรนี้กำลังถูกฆ่าตายทั้งระบบ ปลายน้ำต้องดิ้นรนหาเงินแทบไม่พอประทังชีวิต จะให้เหลือมาสนับสนุนกลางน้ำหรือต้นน้ำ? ฝันไปเถอะ ทุกคนถูกบังคับให้อยู่ในโหมด High Time ใช้เวลาหาเงินมากกว่าหาอนาคต งานวิจัยต้องใช้เป็นหลายปีถึงสิบปี แต่ไม่มีใครให้เวลา บริษัทเอกชนไม่อยากเสี่ยงลงทุนระยะยาว นักวิจัยเองก็ไม่มีเงินเก็บพอจะสร้างงานของตัวเอง จึงต้องวิ่งขอทุนจากรัฐ และนั่นก็หมายความว่างานวิจัยส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจรัฐ ไม่ใช่ตอบโจทย์ตลาดที่เป็นผู้ใช้จริงอย่างประชาชน ไหนจะต้องทำเอกสารยื่นเสนอโครงการ เขียนรายงานความก้าวหน้าแบบถี่ ๆ จนเวลาที่เหลือสำหรับการลงมือทำงานจริงแทบไม่พอ ผลลัพธ์คืองานขึ้นหิ้ง ไร้ประโยชน์ในโลกจริง และแทบไม่มีใครสนใจ
พอรัฐเห็นงานขึ้นหิ้ง ก็ไม่เคยถามว่าระบบมันป่วยตรงไหน แต่กลับเลือกบีบคอเพิ่ม ออกนโยบายเร่งวิจัยให้เสร็จไว จาก 5–10 ปี เหลือ 3–5 ปี และสุดท้ายเหลือเพียง 1 ปี แถมต้องขายได้ทันที ยุบรวมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำไปเลยละกัน ผลที่เหลือก็แค่ ซื้อมาของเดิมมาปรับนิดหน่อย เพื่อเอาใจนักการเมืองให้ผ่าน KPI ไม่ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ ไม่ได้สร้างอนาคต แค่สร้างผลงานปลอมให้โชว์ในสไลด์วันแถลงข่าว
แถม นโยบายก็เปลี่ยนไปตามกระแสลม ปีที่แล้วก็ทุ่มงบ Soft Power ปีนี้ก็เห่อ AI ปีหน้าคนเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยนอีก ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำที่วางแผนกันไว้ก็ต้องรื้อทำใหม่ วงจรที่ควรจะไหลต่อเนื่อง กลายเป็นต้อง รีสตาร์ท ทุกครั้งที่เก้าอี้เปลี่ยนมือ และทุกครั้งที่รีสตาร์ท เวลากับทรัพยากรก็สูญหายไปแบบไม่มีวันได้คืน
วันนี้วงการนี้ ต้นน้ำเหือดแห้ง กลางน้ำแล้ง ปลายน้ำเน่า ประเทศนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากคลองที่เหลือแต่น้ำขังส่งกลิ่น และเราก็กำลังยืนดมมันทุกวันอย่างชินชา
#siamstr


ในอดีต มนุษย์ทำสงครามเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร
ตั้งแต่แผ่นดินที่เหยียบยืน
ทางน้ำที่เรือแหวกว่าย
อากาศที่เครื่องบินแล่นผ่าน
ไปจนถึงห้วงอวกาศที่มีดาวเทียมลอยล่องอยู่
.
แต่ ณ วันนี้ มีพื้นที่อีกแบบรูปหนึ่ง
ที่สงครามกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
.
ไม่มีธง
ไม่มีขอบเขต
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงระเบิด
.
พื้นที่แห่งนี้...
เหมือนกับพื้นที่ในอีกโลกหนึ่ง
โลกที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
โลกที่ถูกเรียกว่า Cyberspace
พื้นที่ดิจิทัลที่อยู่บนเครือข่ายบล็อกเชนของบิคคอยน์
ที่ซึ่งพื้นที่ไม่ได้วัดด้วยตารางเมตร
แต่ด้วยหน่วยข้อมูลที่เรียกว่า vByte
.
ในทุก ๆ 10 นาทีโดยประมาณ
จะมีพื้นที่ใหม่เกิดขึ้นเพียงแค่ 4 ล้าน vByte
พื้นที่เหล่านั้นไม่ได้ผุดขึ้นมาลอย ๆ
แต่มาจากพลังงานและการคำนวณมหาศาล
เพื่อสร้างมันขึ้นมา
.
คุณจะครอบครองมันได้
ก็ต่อเมื่อทุ่มเทกำลังและเวลา
และนั่นทำให้พื้นที่นั้นมี “ราคา”
.
คุณสามารถซื้อมันได้
ด้วยสกุลเงินที่ไม่มีใครควบคุมได้
ที่เรียกว่า บิตคอยน์
.
บิตคอยน์ คือรางวัล
ที่มอบให้กับผู้ที่ทุ่มเทพลังงานและแรงคำนวณ
เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับระบบ
มันไม่ได้เกิดจากความว่างเปล่า
แต่มาจากการเผาผลาญพลังงานจริง ๆ บนโลกนี้
เพื่อแลกกับความมั่นคงของข้อมูลในโลกนั้น
.
ในแง่นี้
บิตคอยน์จึงเปรียบเสมือน “รอยเท้าของพลังงาน”
ที่ฝังแน่นอยู่ในระบบ
เป็นเครื่องหมายแห่งความพยายาม
และเป็นหน่วยแทนคุณค่าที่ไม่มีใครลบล้างได้
.
บิตคอยน์มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ
หรือในหน่วยย่อย 2,100,000,000,000 ซาโตชิ (sat)
ทุก sat คือเสี้ยวเล็ก ๆ ของความเป็นเจ้าของในโลกข้อมูล
.
ทุก vByte ใน Cyberspace ต้องแลกมาด้วย sat เหล่านี้...
แม้ในตอนนี้จะยังไม่แพงนัก (ราว 1–3 sat/vByte)
แต่ในอนาคต มันจะกลายเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต้องการ
เพราะสิ่งที่คุณสามารถทำกับพื้นที่นั้นได้
มีมูลค่าสูงกว่าที่หลายคนคิด
.
คุณสามารถใช้พื้นที่นั้น...
.
ส่งคุณค่าให้กันในรูปของข้อมูล
เปิดช่องชำระเงินแบบสายฟ้า
ออกสกุลเงินที่เชื่อถือได้ เช่น stablecoin
สร้างระบบเศรษฐกิจของตัวเอง
หรือแม้แต่... “สร้างประเทศ”
.
พื้นที่นี้กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่
แม้คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น
แต่บริษัทใหญ่บางแห่ง และบางประเทศ “เห็นแล้ว”
และไม่ได้แค่เฝ้าดู
.
พวกเขากำลังสั่งสมพื้นที่นั้นอย่างเงียบ ๆ
ผ่านการกักเก็บพลังงานในรูปของบิตคอยน์
ไม่ป่าวประกาศ ไม่บอกใคร
เหมือนซ่อนคลังยุทธศาสตร์ไว้ใต้ดิน
รอเพียงวันที่โลกหันกลับมามอง
.
และเมื่อเวลานั้นมาถึง
เมื่อทุกสายตาหันกลับมา...
.
สงครามแย่งชิงพื้นที่ใน Cyberspace ก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
.
สงครามนี้ไม่มีค่าย ไม่มีป้าย ไม่มีเสียงปืน
แต่มันกำลังเกิดขึ้น...
ในสมรภูมิที่ซ่อนเร้น
#siamstr