ทำไมผมถึงจ้างพนักงาน AI ด้วย Bitcoin
เพราะถ้ามองผิวเผิน มันดูเหมือนผมเอา Bitcoin มาใช้เพราะชอบ Bitcoin
แต่จริง ๆ แล้วผมรู้สึกว่ามันกลับกัน
ยิ่งผมทำงานกับ AI มากขึ้น ผมยิ่งรู้สึกว่า AI จะเป็นฝ่ายเลือก Bitcoin
พนักงาน AI ของผม
ไม่มีบัญชีธนาคาร
ไม่มีบัตรเครดิต
ไม่มีพร้อมเพย์
ไม่มีสัญชาติ
ไม่มีประเทศ
พวกมันมีแค่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
และไฟฟ้าที่เป็นแหล่งพลังงาน
ผมจะเลือกจ้าง AI จากที่ไหนก็ได้บนโลก
หรือแม้แต่นอกโลกก็ตาม
เมื่อแรงงานไม่มีพรมแดน
ระบบการเงินที่ใช้จ่ายค่าแรงก็ควรไม่มีพรมแดนเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ต่างจากมนุษย์
มนุษย์มักย้ายไปหาแหล่งงาน
แต่ AI สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้
ตราบใดที่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต
เมื่อก่อนโรงงานต้องตั้งอยู่ใกล้แรงงาน
วันนี้ AI อาจเลือกอยู่ใกล้พลังงานแทน
พื้นที่ที่มีไฟฟ้าราคาถูกอาจกลายเป็นบ้านของแรงงานดิจิทัลจำนวนมหาศาล
พลังน้ำในแคนาดา
พลังงานความร้อนใต้พิภพในไอซ์แลนด์
พลังงานแสงอาทิตย์ในทะเลทราย
หรือแม้แต่วันหนึ่งบนอวกาศ
สุดท้ายแล้ว AI ไม่ได้สนใจว่าพื้นที่นั้นอยู่ประเทศอะไร
มันสนใจเพียงว่าพลังงานมีราคาเท่าไร
แล้วผมก็เริ่มสงสัย
ถ้า AI อยู่ประเทศหนึ่ง ลูกค้าอยู่อีกประเทศหนึ่ง และเซิร์ฟเวอร์อยู่อีกประเทศหนึ่ง
แล้วเราควรใช้เงินของประเทศไหน?
ยิ่งโลกของ AI กระจายตัวมากขึ้นเท่าไร คำถามนี้ก็ยิ่งสำคัญขึ้นเท่านั้น
อินเทอร์เน็ตทำให้ข้อมูลเดินทางได้เกือบฟรี
AI ทำให้แรงงานเดินทางได้เกือบฟรี
และ Bitcoin ทำให้มูลค่าเดินทางได้เกือบฟรี
เมื่อมองจากมุมนี้ Bitcoin
จึงไม่ได้ดูเหมือนสินทรัพย์อีกต่อไป
แต่มันเริ่มดูเหมือนระบบเงินสำหรับแรงงานดิจิทัล
และบางที ในขณะที่คนบางกลุ่มอาจยังคิดว่า Bitcoin เป็นการลงทุน
ในขณะที่ AI มองว่ามันคือ "เงิน"
#siamstr






ช่วงนี้แอบเล่น OpenClaw ได้ซักพัก ความมันส์จึงบังเกิด
ผมสร้าง Agent มาช่วยทำงานมาหลายคนมาก แต่ละคนมีบุคลิกและความถนัดต่างกัน จับมาทำงานคนละหน้าที่
ทั้งหมดทำงานรวมกันเหมือนเป็นบริษัท... และทุกคนผมจ่ายค่าจ้าง
ที่ตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม AI Agent ถึงมีค่าจ้าง?
นั่นก็เพราะ AI จะทำงานได้ต้องมีสมอง (LLM) ที่เรียกใช้งานผ่าน API
และการจะใช้ API นั้นต้องจ่ายเงิน
แล้วว่าเงินที่ AI ใช้คือสกุลอะไรหละ?
คำตอบ: ณ ตอนนี้ผมให้ AI ทุกตัวรับค่าจ้างเป็นบิตคอยน์ครับ
ถามว่าทำไมต้องบิตคอยน์ ?
เพราะปัจจุบันมี LLM API หลายเจ้าที่คิดเป็น Bitcoin (ลองค้นหา "routstr" ดูได้ครับ)
โดยเฉพาะ Cashu มันคือเงินสดดิจิทัลที่ไม่ต้องมีบัญชี ไม่ต้องยืนยันตัวตน (KYC) มันจึงเหมาะกับ AI มากที่ไม่มีตัวตนในโลกจริง
ถ้าไปใช้ LLM เจ้าดัง ๆ อาจจะต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือช่องทางอื่น ๆ ที่ต้อง KYC ด้วยบุคคลที่มีอยู่จริง
ส่วนเซิร์ฟเวอร์ก็เช่นกัน
ตัวเซิร์ฟเวอร์ที่รัน AI เองนั้น รันอยู่บน lnvps ที่จ่ายเป็น Bitcoin Lightning แบบ No-KYC ทำให้ตัวมันเองดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระ
อีกทั้งยังสามารถ Copy ตัวเองไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงเซิร์ฟเวอร์เดิมล่ม
ดังนั้นตอนนี้ AI ของผมจะอยู่ได้ ต้องมีเงินมาเลี้ยงทั้ง:
- สมอง (LLM API)
- ความจำ (Storage + Server)
แน่นอนว่าตราบใดที่มันสามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าได้ มันก็ย่อมหาเงินมาเลี้ยงตัวเองได้
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า
มันมาถึงแล้วครับ ยุคที่ AI สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่พึ่งพามนุษย์
เพราะมันสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้
หากใครมาถามผมว่าจะเก็บบิตคอยน์ไปทำไม
ผมจะตอบว่า "จะเอามาจ้างงาน AI ครับ"
#siamstr

ต้องยอมรับเลยว่า ₿OSS Challenge ทำให้ผมได้เรียนรู้บิตคอยน์ในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนอีกเยอะมาก เพิ่งได้ลงลึกถึงระดับ Script ของบิตคอยน์ก็คราวนี้แหละ
ผมเพิ่งเข้าใจว่าการทำ Multisig บน Taproot นั้นแตกต่างจาก Multisig แบบดั้งเดิมหรือ legacy มาก มันมีที่ทั้งความยืดหยุ่นและรักษา privacy ได้ดีกว่าเดิมมาก (เช่นการใช้ OP_CHECKSIGADD แทน OP_CHECKMULTISIGVERIFY แบบเก่า หรือจะไปแตกรากใน taproot ก็ได้)
#siamstr
ในมุมมองของผม บิตคอยน์ไม่ใช่แค่ "ทองคำดิจิทัล" แต่คือเงินโปรแกรมได้ (Programmable Money)
Not just a store of value—a store of logic.


