เงินเฟ้อรุนแรงเกินควบคุม (Hyperinflation Weimar)
สาธารณรัฐไวมาร์ก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง (ปี 1918) และถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Treaty of Versailles) ซึ่งกำหนดให้เยอรมนีต้องจ่าย ค่าปฏิกรรมสงคราม (War Reparations) จำนวนมหาศาลให้กับฝ่ายสัมพันธมิตร
ทรัพย์สินของเยอรมนีในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 จะเพียงพอสำหรับการสนับสนุนการทำสงครามเพียงประมาณสองวันเท่านั้น เชื่อมั่นว่าตนจะชนะสงครามและได้รับการชดเชยจากประเทศที่แพ้
1. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 💰
มูลค่าของเงินดิ่งเหว: มูลค่าของเงินมาร์คเยอรมันลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก จนกลายเป็นกระดาษที่ไร้ค่า ผู้คนต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อสินค้าพื้นฐาน เช่น ขนมปัง นม
👉การออมถูกทำลาย: เงินออมในธนาคาร บำนาญ และพันธบัตรของผู้คนจำนวนมาก (โดยเฉพาะชนชั้นกลางและผู้สูงอายุ) กลายเป็นศูนย์ในชั่วข้ามคืน ทำให้พวกเขาสูญเสียความมั่งคั่งที่สะสมมาทั้งชีวิต
👉เศรษฐกิจหยุดชะงัก: ระบบการค้าและธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เพราะเงินไม่มีมูลค่าคงที่ การแลกเปลี่ยนสินค้าโดยตรง (barter) หรือการใช้เงินตราต่างประเทศ (เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ) กลายเป็นเรื่องปกติ
👉การลงทุนหยุดนิ่ง: ไม่มีใครกล้าลงทุน เพราะมูลค่าของเงินและผลตอบแทนไม่แน่นอน
2. ผลกระทบทางสังคม 👨👩👧👦
ชนชั้นกลางล่มสลาย: ชนชั้นกลางซึ่งเป็นเสาหลักของสังคมที่พึ่งพาเงินออมและรายได้คงที่ ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการสูญเสียความมั่งคั่ง ทำให้เกิดความยากจนและความไม่พอใจในวงกว้าง
👉ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น: ผู้ที่ถือทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรม เช่น ที่ดิน สินค้า หรือหนี้สินติดตัว (เพราะสามารถจ่ายคืนด้วยเงินที่ไร้มูลค่า) กลับร่ำรวยขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยากจนลง ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนกว้างขึ้น
👉ความสิ้นหวังและความไม่ไว้วางใจ: ประชาชนสิ้นหวังกับการดำรงชีวิตประจำวัน และสูญเสียความไว้วางใจในสถาบันการเงิน รัฐบาล และแม้กระทั่งระบบสังคมทั้งหมด
👉ปัญหาอาชญากรรม: อัตราการเกิดอาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความยากจนและความสิ้นหวัง
3. ผลกระทบทางการเมือง 🏛️
บ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐบาล: ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสาธารณรัฐไวมาร์อย่างสิ้นเชิง ประชาชนมองว่ารัฐบาลไร้ความสามารถและไม่สามารถแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานได้
👉สร้างความแตกแยกและรุนแรง: ความสิ้นหวังและความไม่พอใจของประชาชนเป็นแหล่งเพาะบ่มความนิยมในแนวคิดทางการเมืองที่รุนแรงและสุดโต่ง ทั้งจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา
👉ปูทางให้ระบอบเผด็จการ: ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคนาซี (Nazi Party) ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สามารถขึ้นมามีอำนาจได้ในภายหลัง ฮิตเลอร์ใช้ความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะเงินเฟ้อ และความต้องการ "ระเบียบ" และ "ผู้นำที่เข้มแข็ง" มาเป็นเครื่องมือในการปลุกปั่นและรวบรวมอำนาจ
ภาพอ้างอิง :ภาวะเงินเฟ้อในสาธารณรัฐไวมาร์จากหนึ่งไปยังหนึ่งล้านล้านมาร์คต่อมาร์คทองคำ
#inflation
#siamstr
#money






↗️การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ Crypto-integrated Digital Banking และ Bitcoin Treasury สู่เป้าหมายการถือครอง Bitcoi🇳 และใช้เป็นสินทรัพย์คลัง เพื่อป้องกันความผันผวนและความเสี่ยงจากระบบการเงินดั้งเดิม
มีการแต่งตั้ง คุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ขึ้นเป็นประธานกรรมการคนใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนและผู้มีบทบาทในวงการเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ
↗️มีการดึงผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากวงการ Crypto และ Web3 ระดับโลกมาร่วมทีมบอร์ดบริหาร เช่น Elijah Ng (จาก Metaplanet), Sora Ventures, UTXO Management, Kliff Capital, Mythos Group, Moon Inc. และ Asia Strategy (NASDAQ:SORA)
↗️กลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ได้เข้าซื้อกิจการ DV8 ด้วยมูลค่าราว 742 ล้านบาท และมีการล็อกหุ้น (Lock-up) ไว้ 12 เดือน
↗️เป้าหมาย "ผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินเอเชีย": DV8 ตั้งเป้าที่จะเป็น "เรือธงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ในโลกการเงินยุคใหม่ โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเติบโตของตลาดเอเชีย เน้นการสร้างระบบการเงินที่มั่นคง โปร่งใส และมีนวัตกรรม
ผลกระทบต่อการลงทุนในโลกบล็อกเชน (โดยเฉพาะในไทย)
เพิ่มความน่าเชื่อถือและการยอมรับ: การที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของไทยอย่าง DV8 ประกาศพลิกกลยุทธ์เข้าสู่ Bitcoi🇳 และ DeFi อย่างจริงจัง โดยมีผู้บริหารและนักลงทุนระดับโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างมาก ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับจากภาคธุรกิจและนักลงทุนสถาบันมากขึ้นในประเทศไทย
ดึงดูดนักลงทุนสถาบันและรายย่อย: การที่บริษัทมหาชนลงทุนใน Bitcoin โดยตรงหรือทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ DeFi ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่ต้องการลงทุนในคริปโตผ่านตลาดหุ้นสามารถเข้าถึงได้ ช่วยขยายฐานนักลงทุนในตลาดคริปโต
กระตุ้นให้บริษัทอื่นพิจารณาการลงทุนใน Bitcoi🇳 Treasury: เมื่อมีบริษัทนำร่องใช้ Bitcoi🇳 เป็นสินทรัพย์คลัง (Bitcoi🇳 Treasury) เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพของงบดุล อาจเป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ในไทยพิจารณากลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต
ส่งเสริมการพัฒนา DeFi และนวัตกรรมในประเทศ: การที่ DV8 มุ่งเน้นการพัฒนาสู่ระบบการเงิน DeFi และ Crypto-integrated digital banking system จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชนและการเงินแบบกระจายศูนย์ในประเทศไทย
อาจสร้างความผันผวนของราคาหุ้น: ข่าวการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของ DV8 ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทมีความผันผวนสูง (เคยมีข่าวหุ้นชนเพดานหลายวันติดต่อกัน) ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น
เพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเวทีคริปโตโลก: หาก DV8 ประสบความสำเร็จในการเป็น "เรือธงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ตามเป้าหมาย จะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมทางการเงินและบล็อกเชนในภูมิภาค
และบริษัทในไทยก่อนหน้าที่เคยมีข่าวการลงทุนใน Bitcoi🇳
1.บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS) และ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล จำกัด (มหาชน) (JTS) ....คนไทยรู้จักในนาม 3BB นั่นแหละ
2.บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (BROOK)
3.บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) (ZIGA)
4.บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF)
การก้าวเข้ามาในโลกของ blockchian ของเหล่า Smart Money เหล่านี้ทำให้เห็นว่าความเข้าใจของนักลงทุนที่มีต่อ Bitcoi🇳 ที่เริ่มมองว่าเป็นมากสินทรัพย์ที่รักษาความมั่งคั่ง มากกว่าการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร หรือ hedge against inflation นั้นเริ่มเป็นที "ตื่นตัว"ของเหล่า Smart Money อย่างเปิดเผย...ตัวอย่างบริษัทมหาชนชั้นนำที่บ้าคลั่งอย่าง MSTR ,Metaplanet ...ที่เป็นเดอะแบกของวงการ
#makesavinggreatagian
#earning
#saving
#smartmoney
#siamstr

Cr Tonhor ปลาส้มแบน
จากข้อมูล On chian การขึ้นรอบนี้ไม่ใช่การเก็งกำไร…
#siamstr
#btc
#fixthemoneyfixtheworld
#siamstr
#philosophy
#FAhayek
#hayek
#socialism
#political

#siamstr #bitcoin #fixthemoneyfixtheworld #youhavelesstime #wealth


เรื่องการตีความ อิทธิปาฏิหาริย์ …การเดิน 7 ก้าวของ พุทธะ อีกนัยหนึ่งนั้นก็คือการว่าด้วยโพชฌงค์ 7…นั่นเอง
☸️☸️การกำหนดรู้,ระลึกรู้เริ่มที่สติ (ทุกข์ให้กำหนดรู้) เมื่อเห็นเป็นอาการผัสสะของนามรูปเนืองๆจึงคลายกำหนัดลงในอุเบกขาญาณ..นั่นเอง ☸️☸️
ประเด็นคือมิได้อยู่ที่พุทธะได้เดิน 7ก้าวหลังประสูตรจริงหรือไม่ หรือตำราแต่งขึ้นแบบใด แต่อยู่ที่ว่าผู้ตีความได้ใช้ปัญญาญาณตีความเอาหลักธรรมนั้นๆแบบใด..มากกว่าจะถกเถียงเอาความจริงว่าตำราเล่มนั้น เล่มนี้บันทึกว่าอย่างไร
💡เกร็ดเพิ่มเติมว่าด้วย ปาฏิหาริย์💡
1) อิทธิปาฏิหาริย์ แสดงฤทธิ์ได้เป็นอัศจรรย์
2) อาเทศนาปาฏิหาริย์ ทักทายใจได้เป็นอัศจรรย์
3) อนุศาสนีปาฏิหาริย์ สั่งสอน มีเหตุผลที่เป็นอัศจรรย์ ท่าน(ผู้รู้)ได้กล่าวว่าปาฏิหาริย์อันสูงสุดคือ อนุศาสนีปาฏิหาริย์การอบรมสั่งสอนสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ทั้งมวลนั้นนับว่าเป็นปาฏิหาริย์สูงสุด …เอวัง
#dhamma #truth #logic
#siamstr #สัจธรรม #ธรรมะ

