The end of a day.
#Siamstr #Foodstr #Food #TGIF
Mint TK
npub1pft2...k0jk
I don’t follow the crowd. I watch it, learn from it, and take my own path.🧡🩵🤍💙
The end of a day.
#Siamstr #Foodstr #Food #TGIF
เหอะ
#Siamstr #Catstr #Catคืนนี้แมงเม่าเล่นไฟเยอะจัง เป็นเค้าลางอะไรรึเปล่านะ?
#Siamstr
#SiamstrProof of eat.
I’m concerned about his health, but I confess that I enjoy watching him.
#Siamstr #Food #Thailand
ซื้อขนมอีกแล้วววว
#Siamstr
#Siamstrยัยสองแมวกำพร้า รายงานไม่ต้องทำมันละวันนี้ นั่งเติมแมว
#Siamstr #Catstr #Cat

After studying until nearly midnight, the congee and crispy pork lover in me couldn’t resist.
#Siamstr #Food #Thailand #Thai

‏‏٦٩ ألف‏ مشاهدة‏ · ‏‏١٫١ ألف‏ تفاعل‏ | Giant pork porridge with lots of toppings in Thailand
โจ๊กหมูชามยักษ์ที่มีท็อปปิ้งมากมาย ในปทุมธานี 🐷 | Bangkok Foodie
Giant pork porridge with lots of toppings in Thailand
โจ๊กหมูชามยัก&...
Admire how they run their business: fresh tofu made daily, no preservatives. In a profit-oriented world, speed and low cost often come first—at the expense of quality and impact.
#Siamstr #Thailand #NakhonPathom #Food #Tofu #Thai
Facebook
تسجيل الدخول إلى فيسبوك
قم بتسجيل الدخول إلى فيس&#x...
วันนี้วันเกิดโคจิ วาดะซัง
#Siamstr #Digimon
[โพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2569]
เป็นอีกวันที่ได้เป็นคางคกออกนอกถ้วยน้ำจิ้ม ตื่นเต้นมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนไม่เป็นอันทำงาน อยากให้ถึงวันเสาร์นี้เร็ว ๆ ทิ้งภารกิจอื่นใดออกไปก่อนค่อยทำวันอื่น เพราะวันนี้เราจะมาแรดที่ "ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ" (BOTLC)
ลง MRT สนามไชย แหม สถานีสวยงามเป็นเอกลักษณ์เสียจริงเดินชมไปทั่ว ออกมาก็ได้กลิ่นอายความเป็นมหานครเก่าพร้อมกลิ่นควันรถและฝุ่นก่อสร้าง รอบ ๆ เต็มไปด้วยวัง วัด และโรงเรียน ระหว่างรอ Grab มารับ ก็ดู map แป๊บว่าเสร็จจากภารกิจที่ BOTLC แล้ว จะมาแรดที่ใดเป็นลำดับถัดไป
รูปที่ 1: BOTLC
มาถึงที่หมาย รปภ.ถามทันทีเคยมามั้ย ไม่เคยหรอก เค้าก็ให้ขึ้นบันไดไป แต่ด้วยงานที่ดิฉันมาร่วมนี่เค้าว่าไม่ต้องขึ้นบันไดสูงลิ่วตามที่เค้าบอกน่ะสิ มาถึงก่อนเวลาเยอะด้วย กะว่าจะมาหาอาหารมนุษย์กิน มาในตัวเมืองใกล้วังทั้งที เมนูที่นึกถึงเป็นอันดับแรกคือ "ข้าวราดแกง" อยากกินร้านที่นั่งข้างทางร้อน ๆ มีน้ำฟรีบริการตัวเองอะ ร้านในหัวคือที่มีกับข้าวให้เลือกกว่า 10 ถาด ตักราดเร็ว ๆ เร่งให้ตัดสินใจแบบนี้ แพลนว่ารอบแรกจะกินข้าวราดแกงไก่หน่อไม้ หมูทอด ไข่ดาว แล้วเอาต้มผักกาดดองใส่ชามมา และถ้ายังกินไหวอยู่รอบสองก็ข้าวราดแกงส้มมะละกอ ไข่เจียว ผัดถั่วงอกหรือผัดวุ้นเส้นมาเป็นกับ (แดกอะไรเยอะมาก)
น่าเสียดายที่ระหว่างนั่ง grab มาจาก MRT ไม่มีอะไรที่คาดหวังเลย ซ้ำร้ายคือ ไม่มีห่าอะไรแดกเลย ร้านมีไม่กี่ร้านตามห้องแถว แถมตอนเดินขึ้นไปที่ BOTLC ถามเค้าที่นี่มี food court รึเปล่า เค้าว่าไม่มี โอ้โห คนที่แบงก์ชาติเค้ากินอะไรกันหนอ หรือห่อข้าวกันมา ไม่มีเลยนะแถวนั้น แห้งแล้งมากในวันเสาร์ วันธรรมดาคงมีมั้ง เดินออกมาไกลโข มานั่งกินผัดกะเพราร้านนึงซึ่งไม่อร่อยและแพง แถมน้อยไม่อื่มด้วย ไม่เป็นไรกินพอรองท้องก่อน เสร็จค่อยมาหาเอาดาบหน้า กินเสร็จเดินกลับเข้าไป BOTLC ไปเอาคูปองหน้างานเพื่อไปรับกาแฟฟรี เค้าว่าได้เบเกอรี่ 1 ชิ้นด้วย อ่าาาห์ ไหนตอนแรกว่าได้แต่กาแฟ 1 แก้ว รู้งี้ไม่ต้องกินข้าวก็ดี ตอนแรกก็อยากเอาเลมึ่นทาร์ตมานะ แต่กลัวหวาน เอาชิโอะปังมานั่นแหละ ง่าย ๆ
รูปที่ 2: กาแฟ ขนมปัง และพื้นที่คับแคบแต่น้ำใจกว้างขวาง
รับมาเสร็จที่แม่งก็เต็ม ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงอย่างฉันเลย ยืนเลิ่กลั่กซักพักโต๊ะตรงมุมใกล้ ๆ งานมีคนลุก ดิฉันก็ไม่รอช้าพุ่งชาร์จเข้าไปบอกน้องชายที่นั่งแทะเค้กอยู่ ถามว่ามีคนนั่งป่าว น้องเค้าดูกลัวดิฉันและอึดอัดนะคะ ไม่อยากให้นั่งด้วยแหละดูออก แต่ก็ปากสั่นละล้าละลั่ก อนุญาตให้ฉันนั่งก็ได้ แหงละ ฉันยืนค้ำหัวรอคำตอบอยู่ อย่าดื้อกับมนุษย์ป้านะลูก ไม่งั้นหนูจะได้เจอสิ่งที่น่ากลัว ระหว่างนั่งกิน วุ้ยยยย ชิโอะปังมันก็เหนียวดีเนอะ กินแบบดิบเถื่อนเหมือนที่บ้านก็เขินว่ะ แล้วก็มีสมาชิกบ้านน้องชายนั่นก็เพิ่มมาเรื่อย ๆ สรุปแล้วกูเองนั่นแหละที่ตกที่นั่งลำบาก 555 แต่ความสาระแนแส่ทุกเรื่องของดิฉันก็ได้ความมาว่าน้องชายคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ถามอะไรตอบได้ แม่นแม้กระทั่งปีที่เกิดเรื่อง แถมระหว่างงานคอยแย้ง moderator หากแจ้งปีค.ศ.หรือชื่อคน/หน่วยงานผิด โอ้โหววว คนหรือสารานุกรม เรียกว่าน้องเดคิสึงิคุงละกัน (แต่หน้าน้องเหมือนโนบิตะ) << แล้วทำไมกูต้องไปตั้งฉายาให้น้องเค้า?
กินเสร็จ หยิบขยะไปยืนไตร่ตรองหน้าถังขยะว่าดิฉันต้องหย่อนอะไรลงถังไหนบ้าง เสร็จปุ๊บไต่บันไดไปนั่งรองานเริ่ม มองไปรอบ ๆ แล้ว ดูว่าทุกคนที่มาร่วมงานน่าจะรู้จักกันหมด และน่าจะรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ speaker ที่จะมาพูดคุยวันนี้ซึ่งก็คือ "คุณนวพร เรืองสกุล" ผู้เป็นนักการเงินที่เป็นนักเขียนได้นิดหน่อย (ไม่นิดหน่อยหรอกได้เทพเลยแหละ คนอะไรผสานการเงิน นโยบายการคลังเชิงวิชาการให้เป็นนิยายรักโรแมนติคได้) ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวมิ้นศรีไม่อ่านหนังสือที่เป็นนักเขียนชาวไทยเลย ไม่ใช่เพราะชังชาติ แต่เพราะหนังสือไทยเนี่ยมันไม่ลึก มันตื้นเขินเมื่อเทียบกับผลงานของนักเขียนชาวญี่ปุ่น/เกาหลี นิยายแย่งผัวเมีย เมียน้อยอาภัพรักแท้ไรงี้ ไม่ใช่แนวดิฉันเลยว่ะค่ะ แต่ของคุณนวพรนี่กลายเป็น Exclusion ไปเลย และตามอ่านเท่าที่กำลังจะหาได้เนื่องจากเป็นผลงานที่เก่ามากแล้ว หายาก เว้นแต่ว่าจะมีใครปล่อยมือสองออกมาให้สอย
น.ส.มิ้นเคยมีความใฝ่ฝันอยากจะทำงานในแบงก์ชาติค่ะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยพอดีชอบวิชาการเงินน่ะ อาจารย์ในคลาสสอนให้เทรดหุ้นไทย เทรดค่าเงิน แล้วเอาทฤษฎีที่เรียนไปประกอบการวิเคราะห์หุ้น/สกุลเงินนั้น ๆ ในทุก ๆ วีคต้องมา present ว่าทำไมซื้อ-ขายอันนี้ กลุ่มฉันพอดีได้คนจีนมาร่วมด้วย เค้าเก่งมาก เลยได้อันดับสองของคลาส คือมันเสียตรงดิฉันเนี่ยแหละที่เป็นสาย conservative ไม่เสี่ยง เลยสู้อีกกลุ่มไม่ได้ ฉันกับเพื่อนจีนก็เถียงกันคอเป็นเอ็นไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายต้องถอยกันคนละก้าวแบ่งกันครึ่ง ๆ ตามใจแต่ละคนไม่งั้นชิบหายทั้งกลุ่มเพราะอี 2 คนนี้ 555 ณ ตอนนั้นถึงแม้มันจะเป็นพาร์ทการลงทุนในหน่วยเล็ก ๆ แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เราสนใจด้านการเงินนั่นแหละ เลยอยากทำงานกับแบงก์ชาติ ชอบระดับ Macro เพราะตอนนั้นรับรู้ว่าถ้าไปอยู่กับแบงก์พาณิชย์ระดับ Micro ก็คือบังคับให้ทำยอดเปิดบัญชี ขายกองทุนกับประกันอะแหละ คนเลว ๆ อย่างเราต้องได้ทำงานให้กับประเทศชาติเท่านั้น!! หึหึหึหึ ฮ่าๆๆๆ
รูปที่ 3: ในพิพิธภัณฑ์
แต่ติดอย่างเดียวเป็นที่รู้กันว่าแบงก์ชาติเป็นหนึ่งในองค์กรที่จะรับแต่ครีมของประเทศเท่านั้น คนระดับหางกะทิผสมน้ำเปล่าใส่ผงกลิ่นกะทิเนี่ยเพ้อเจ้อ ไม่น่าจะได้หรอก แต่ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่พยายามนะคุณ แม้รู้ว่าเป็นคนเรียนไม่เก่ง โปรไฟล์ไม่เทพ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่แบงก์ชาติเปิดรับสมัคร ดิฉันก็สมัครนะเออ (ความพยายามนี้ได้ยุติลงเมื่อดิฉันอายุ 27 ขวบ ปิดประตูสู่แบงก์ชาติอย่างสนิทบริบูรณ์) แล้วเค้าใจดีมาก ตอนเรียนจบใหม่ ๆ หลังยื่นเอกสารไปแล้วเราไม่ได้ยื่นคะแนน TOEIC เพราะไม่ได้สอบ เค้าก็ SMS มาแจ้งว่าหนูจ้ะ หนูไม่ได้ยื่น TOEIC มานะลูก อย่าลืมมานะจ้ะ ดิฉันก็เลยไปสอบ คะแนนเหี้ยมาก 6 ร้อยกลาง ๆ เองมั้งตอนนั้น แต่ก็ยื่นด้วยแววตาที่เปล่งประกาย สุดท้าย SMS แจ้งมาว่าเราคุณสมบัติไม่ตรงง่ะ 5555 เสียจึย ถ้าได้ทำงานที่แบงก์ชาติ เราคงจะโก้น่าดู พ่อแม่คงจะไปขิงกับชาวบ้านว่าลูกสาวฉันทำงานแบงก์ชาติเชียวนะ (อย่าดูตำแหน่ง ^^)
ระหว่างนั่งฟังในงาน คนที่เป็นผู้ช่วยคุณนวพรที่ชื่อคุณอัจฉรา ถ้าฟังไม่ผิด เค้าน่าจะทำงานที่กบข.มั้ง (ซึ่งก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ดิฉันเคยสมัครเข้าไป และเหมือนเดิม คุณสมบัติไม่ตรง T^T บาปบุญอะเนาะคนอยากทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง แค่คุณสมบัติไม่ตรงเอง เข้าไปเดี๋ยวฉันก็เรียนรู้ได้แหละน่าา) พูดตอบคำถามเรื่องการใช้ bitcoin crypto มาเป็นเงินนั้นน่ะ ดิฉันนึกถึงใครรู้มั้ยคะคุณผู้อ่านที่รัก ป้าเจนเน็ท เยลเล็นค่ะ 555 โคตรเหมือนเลย ในทุก ๆ ครั้งที่เค้าตอบคำถามเรื่องนี้ เราก็อยากจะยกมือแทรกว่า มันไม่ใช่ซะทีเดียวนะ บล็อคเชนเอย bitcoin เอย crypto เอย แต่ก็นั่งทับมือกัดปากไว้ พร่ำบอกกับตัวเองว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเรา ให้เค้าเข้าใจแบบนั้นน่ะดีแล้ว อย่าขัดผู้ใหญ่
พอจบงานรีบวิ่งไปซื้อหนังสือที่เหลือเล่มสุดท้ายพอดี รีบเอามาให้คุณนวพรเซ็น ระหว่างรอเข้าคิว เพื่อนคุณนวพรก็เดินมาคุยด้วย ถามว่าเล่มหนาแบบนี้ ชอบอ่านหรอ เราก็บอกว่าแต่ก่อนก็ไม่ชอบนะ แต่ด้วยงานมันปลูกฝังให้อ่านน่ะสิ เล่มนี้หามาตั้งนานแล้ว หาไม่เจอซะทีโชคดีมาก เค้าก็บอกว่าเล่มนี้เก่ามาก ออกมานานแล้วรู้จักด้วยเหรอ ทีนี้ก็คุยเลยเถิดไปเรื่อย จนถึงคิวเรา เค้าก็คุยกับคุณนวพรว่าน่าจะมีให้ลงทะเบียนถ้ามีพิมพ์เพิ่ม อีนี่ก็แทรกเลยกลัวเพิ่มงานให้ทีมคุณนวพร บอกว่าถ้ามีก็ลงในเพจ Knowledge Plus by นวพรก็ได้ค่ะ เค้าก็แบบ ห๊ะ ตามเพจด้วยหรอ ตามซิหนูน่ะแฟนพันธุ์แท้ อ่านทุกโพสต์ เอาละ 3 สาวก็เม้าท์กันใหญ่ พอถึงตาฉันพูดก็บอกเนี่ย เริ่มด้วยเล่มแรก "ทำงานในวัง" เจอแบบบังเอิญในเพจปล่อยหนังสือมือสอง ทุกคนตกใจว่ารุ่นดิฉันทันและรู้จักได้ยังไง หนังสือมันนานมากแล้ว
ดิฉันก็พรั่งพรูว่ามันคงเป็นโชคชะตาที่นำพาให้ฉันเจอ "ทำงานในวัง" กฎของแรงดึงดูดอะเนาะ เราจะได้ในสิ่งที่เราคู่ควร ตามมาด้วยเล่ม "เบื้องหลังเงินตรา และนายธนาคาร" และ "ย้อนรอยการเงิน" ที่เป็น topic การพูดคุยในวันนี้ ได้มาจากเจ้านายที่ออฟฟิศจัดห้องแล้วบริจาคหนังสือที่ไม่อ่านแล้ว ฝากดิฉันไปจัดการ พอฉันเห็นเล่มนี้นี่รีบจกมาเลย และได้เจอ "หน้ากากเงิน" ที่หามานาน และคุณนวพรนี่สามารถเหลือเกิน เป็น combination ระหว่างนิยายรัก เศรษฐศาสตร์ การเงิน การทำงานเข้าด้วยกันแล้วสนุกนี่หาไม่ได้ในนักเขียนไทยและเทศเลยนะ คุณนวพรเธอก็ป้ายยาดิฉันต่ออีกว่าหนูต้องไปหา "เงินพาไป" มาอ่านด้วยแล้วแหละ แต่หาไม่ได้แล้วมั้ง โอ้ยยยยย
รูปที่ 4: หนังสือพร้อมลายเซ็น
จะว่าไป เราเองก็เลิกแทนตัวเองว่า "หนู" ตั้งแต่อายุตัว 25 ปีแล้วนี่นา (มันเป็นกฎของตัวเองที่ว่า มันน่าอายนะอายุไม่น้อยยังจะเรียกตัวเองว่าหนูอีก ก็เลยแทนตัวเองว่ามิ้นมาตลอดนับจากวันเกิดครบ 25 ปี พอเลย 30 ก็แทนตัวเองว่าดิฉันมากขึ้นจากการติดต่องานกับคนไม่รู้จักมาก่อน) วันนี้กลับมาแทนตัวเองว่าหนูอีกครั้งในวันนี้ รู้สึกโอเคไม่น้อย ไม่ค่อยเขินเท่าไหร่
จบก็รีบวิ่งไปดูพิพิธภัณฑ์ที่อยากมาดูตั้งนานละ ไปถามเค้าว่าเข้าฟรีมั้ย เค้าว่าฟรีแต่จะปิด 16.30 น. ณ ขณะนั้น 16.15 น. ป๊าดดด ยืนยันว่าทันเอาแพ็คเกจชะโงกทัวร์ 1 ที่จบภายใน 15 นาทีค่ะ เรียบร้อยเจ้าหน้าที่นำเดินไป พาไปแล้วบอกให้ลงไปชั้นล่างสุดก่อนค่อยไล่ขึ้นมาทีละชั้น แต่ละจุดตามสบายเลย แต่วอกันเป็นระยะ ๆ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังเดินไปชั้น 1 อีนี่ลงไปชั้น 1 เจ้าหน้าที่ชั้น 1 วอบอกต่อ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังลงไปห้องมั่นคง (ชื่อห้อง) มีเจ้าหน้าที่วิ่งมารับตรงบันไดและบอกทางฉันพร้อมวอ มีผู้เข้าชม 1 ราย กำลังไปห้องมั่นคง กำลังไปแล้ว ๆ ทัวร์เสร็จปั๊บ เจ้าหน้าที่ประจำจุดบอกขึ้นไปชั้น B1 เลยค่ะ วออีกรอบ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังขึ้นไปชั้น B1 มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังไปชั้น 1 กำลังปายยยย.... โอ้ยยยยยยยย กูเครียดดดด เหมือน big brother เลยวุ้ย
รูปที่ 5: ในพิพิธภัณฑ์
ดูจบพอดี 15 นาทีเป๊ะเว่อร์ เป็นการชมพิพิธภัณฑ์และจินตนาการไปด้วยว่าดิฉันกำลังทำงานในแบงก์ชาติ อยู่ฝ่ายบริหารเงินสำรอง วัน ๆ ช้อปแต่ทองเข้าคลัง โอ้ยย มีความสุข อิ่มเอมใจแม้ไม่ได้ทำงานที่นี่จริง ๆ พอใจแล้วก็แวะไปดูนิทรรศการภาพวาดจากชมรมของแบงค์ชาติแป๊บ และเรียก Grab ไปที่ต่อไป รปภ.ท่านเดิมตะเบ๊ะไล่ฉันตรงประตู ฉันก็ผงกหัวและยิ้มให้ เป็นการ commit ว่า คุณพรี่ย์คะ วันหนึ่งฉันจะได้ทำงานที่นี่ อุวะฮะฮะฮะ
รูปที่ 6: ปลอมเงินละก็ ตัดนิ้วมือแม่ง!
และที่ต่อไปนั่นคือ โรงเรียนราชินี~
นอกเหนือจากความฝันที่จะเป็นพนักงานบริษัทในวัยเด็ก ทำงานในแบงค์ชาติตอนเรียนจบแล้ว ความฝันในวัยรุ่นของดิฉันก็คือ การเป็นนักเรียนรร.ราชินีค่ะ แฮะ ๆ ถามว่าทำไมต้องรร.ราชินี ก็...ตอนเด็ก ๆ ประถมปลาย-ม.ต้นเค้าว่ากันว่า เด็กหญิงรร.ราชินีเนี่ยเป็นเด็กที่สวยงามแบบ Born to be กล่าวคือไม่ต้องทำอะไรก็สวย สวยแบบผู้ดีลูกคุณหนู (ไม่เหมือนรร.ดิฉันเรียน ทาอุทัยปากแห้งแดงแปร๊ด ผมซอย หัวล้านเป็นหย่อม เล็บยาว ถุงเท้าสูงแบบขัดลูกกะตา ขาลายอีก กระโปรงสั้น คอซองยาว) เป็นโรงเรียนที่ผลิตกุลสตรีแสนเพียบพร้อมทั้งวิชาการ ต้นตระกูล รูปลักษณ์ perfect ไปหมด
รูปที่ 7: หน้ารร. ราชินี
ดิฉันก็อยากจะมีความเพียบพร้อมแบบนั้นบ้างค่ะ ในขณะที่ผู้ใหญ่รอบตัวไซโคและเพื่อน ๆ ที่ต่างใฝ่ฝันจะได้เข้าเรียนที่เตรียมอุดม หอวัง บดินทรงี้ ดิฉันน่ะ ต้องราชินีค่ะ (แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยให้ใครรู้จนกระทั่งโพสต์นี้นะ) ในความคิดตอนนั้นคือ เป็นนักเรียนที่นี่ ชีวิตดิฉันต้องดีแบบก้าวกระโดดแน่ ๆ เพราะต้องสวยขึ้น ฉลาดขึ้น เรียบร้อยขึ้นเป็นกุลสตรีผิวสวยผมเงา หน้าขาวอมชมพูระเรื่อ ได้แฟนเป็นหนุ่มหล่อบ้านรวยจากรร.สวนกุหลาบ ประตูแห่งโอกาสต้องเปิดต้อนรับฉันแน่ ๆ คริคริ
รูปที่ 8: หากเป็นดิฉันแล้ว ต้องเปลี่ยนเป็น “ให้รักษาความเสือกของตนไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม”
เราไม่ต้องพูดถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกันหรอกนะคะ เพราะทุกท่านน่าจะทราบดีแล้วว่าฉันไม่ได้ในสิ่งที่ฉันฝัน พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างฉันเลย ไม่เป็นไร วันนี้ฉันอยู่หน้ารร.ราชินีแล้ว ขอเข้าไปดูหน่อย เผื่อลูกสาวฉันจะได้เข้าเรียนที่นี่เพื่อสานฝันของฉัน O_o ว่าแต่วันนี้เค้ามีงานอะไรก็ไม่รู้ เดินไปถามคุณรปภ. เห็นว่ามีคอนเสิร์ต อุแหมะ คอนเสิร์ตในรร. ราชินีนี่สุดยอดไปเลย เชิญใครมานะ มีตลาดนัดในนั้นด้วย เผื่อมีข้าวแกงที่เราไม่ได้กินในตอนเช้าจะได้กินที่นี่ รร.ในฝันของเรา พี่รปภ.เค้าว่าเข้าได้แม้ดิฉันจะไม่มีลูกหลานเหลนหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ นอกจากความอยากเรียนก็ตาม
รูปที่ 9: กากบาทหมดทุกข้อสำหรับน.ส.มิ้น
เดินเข้าไปด่านแลกบัตร เดินดุ่ม ๆ เข้าไป เอ...น่าจะเป็นงานจัดแสดงกิจกรรมของเด็กนักเรียนที่นี่นะ งานรำอะไรอย่างงั้น ระหว่างเดินไปในฝูงชน (ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนคนโรคจิตที่แอบเข้ารร.มาลักพาตัวเด็กไปเรียกค่าไถเลยวุ้ย เด็ก ๆ ต้องมาจากครอบครัวที่รวยแน่ ๆ (ล้อเล่น ๆ)) อืมมม เด็กนักเรียนที่นี่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มดีจริง ๆ ผิวพรรณดี พูดจาดี บุคลิกดี มีมารยาท ที่บ้านคงมีฐานะและสอนมาดี สมแล้วที่เป็นเด็กราชินี บางทีการที่เราไม่ได้เข้าเรียนที่นี่ก็คงจะเป็นการสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับโรงเรียนในรูปแบบหนึ่ง และเค้าก็ตอกย้ำให้ฉันตื่นจากฝันด้วย Quote ต่าง ๆ รอบโรงเรียนว่าฉันไม่เหมาะกับที่นี่ อารมณ์เหมือนหมวกคัดสรรในเรื่อง Harry Potter คงจะตะโกนเถียงกับฉันจนปากจะฉีกว่าไม่ใช่ราชินี หล่อนไม่เหมาะกับที่นี่โว้ยยยย (ฉัน: ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงง อย่ามารู้ดีนะนังหมวก)
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ดิฉันมีความสุขกับฝันที่ไม่เคยเป็นจริง แต่ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ หากประเทศไทยจะมีไดอาน่า จงจินตนาการแล้ว ก็คงจะมีดิฉัน มิ้นศรี จงจินตนาการเพิ่มอีก 1 อัตรา เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความเป็นจริงเสมอ แล้วความฝันในวัยเด็กของคุณละคะ คืออะไร เมื่อเทียบกับตอนนี้ เป็นยังไงบ้าง?
รูปที่ 10: สะพานพระราม 8
ขอบคุณที่อ่านความเพ้อเจ้อของดิฉันนะคะ สวัสดีค่ะ
#Siamstr #Thailand
รูปที่ 1: BOTLC
มาถึงที่หมาย รปภ.ถามทันทีเคยมามั้ย ไม่เคยหรอก เค้าก็ให้ขึ้นบันไดไป แต่ด้วยงานที่ดิฉันมาร่วมนี่เค้าว่าไม่ต้องขึ้นบันไดสูงลิ่วตามที่เค้าบอกน่ะสิ มาถึงก่อนเวลาเยอะด้วย กะว่าจะมาหาอาหารมนุษย์กิน มาในตัวเมืองใกล้วังทั้งที เมนูที่นึกถึงเป็นอันดับแรกคือ "ข้าวราดแกง" อยากกินร้านที่นั่งข้างทางร้อน ๆ มีน้ำฟรีบริการตัวเองอะ ร้านในหัวคือที่มีกับข้าวให้เลือกกว่า 10 ถาด ตักราดเร็ว ๆ เร่งให้ตัดสินใจแบบนี้ แพลนว่ารอบแรกจะกินข้าวราดแกงไก่หน่อไม้ หมูทอด ไข่ดาว แล้วเอาต้มผักกาดดองใส่ชามมา และถ้ายังกินไหวอยู่รอบสองก็ข้าวราดแกงส้มมะละกอ ไข่เจียว ผัดถั่วงอกหรือผัดวุ้นเส้นมาเป็นกับ (แดกอะไรเยอะมาก)
น่าเสียดายที่ระหว่างนั่ง grab มาจาก MRT ไม่มีอะไรที่คาดหวังเลย ซ้ำร้ายคือ ไม่มีห่าอะไรแดกเลย ร้านมีไม่กี่ร้านตามห้องแถว แถมตอนเดินขึ้นไปที่ BOTLC ถามเค้าที่นี่มี food court รึเปล่า เค้าว่าไม่มี โอ้โห คนที่แบงก์ชาติเค้ากินอะไรกันหนอ หรือห่อข้าวกันมา ไม่มีเลยนะแถวนั้น แห้งแล้งมากในวันเสาร์ วันธรรมดาคงมีมั้ง เดินออกมาไกลโข มานั่งกินผัดกะเพราร้านนึงซึ่งไม่อร่อยและแพง แถมน้อยไม่อื่มด้วย ไม่เป็นไรกินพอรองท้องก่อน เสร็จค่อยมาหาเอาดาบหน้า กินเสร็จเดินกลับเข้าไป BOTLC ไปเอาคูปองหน้างานเพื่อไปรับกาแฟฟรี เค้าว่าได้เบเกอรี่ 1 ชิ้นด้วย อ่าาาห์ ไหนตอนแรกว่าได้แต่กาแฟ 1 แก้ว รู้งี้ไม่ต้องกินข้าวก็ดี ตอนแรกก็อยากเอาเลมึ่นทาร์ตมานะ แต่กลัวหวาน เอาชิโอะปังมานั่นแหละ ง่าย ๆ
รูปที่ 2: กาแฟ ขนมปัง และพื้นที่คับแคบแต่น้ำใจกว้างขวาง
รับมาเสร็จที่แม่งก็เต็ม ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงอย่างฉันเลย ยืนเลิ่กลั่กซักพักโต๊ะตรงมุมใกล้ ๆ งานมีคนลุก ดิฉันก็ไม่รอช้าพุ่งชาร์จเข้าไปบอกน้องชายที่นั่งแทะเค้กอยู่ ถามว่ามีคนนั่งป่าว น้องเค้าดูกลัวดิฉันและอึดอัดนะคะ ไม่อยากให้นั่งด้วยแหละดูออก แต่ก็ปากสั่นละล้าละลั่ก อนุญาตให้ฉันนั่งก็ได้ แหงละ ฉันยืนค้ำหัวรอคำตอบอยู่ อย่าดื้อกับมนุษย์ป้านะลูก ไม่งั้นหนูจะได้เจอสิ่งที่น่ากลัว ระหว่างนั่งกิน วุ้ยยยย ชิโอะปังมันก็เหนียวดีเนอะ กินแบบดิบเถื่อนเหมือนที่บ้านก็เขินว่ะ แล้วก็มีสมาชิกบ้านน้องชายนั่นก็เพิ่มมาเรื่อย ๆ สรุปแล้วกูเองนั่นแหละที่ตกที่นั่งลำบาก 555 แต่ความสาระแนแส่ทุกเรื่องของดิฉันก็ได้ความมาว่าน้องชายคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ถามอะไรตอบได้ แม่นแม้กระทั่งปีที่เกิดเรื่อง แถมระหว่างงานคอยแย้ง moderator หากแจ้งปีค.ศ.หรือชื่อคน/หน่วยงานผิด โอ้โหววว คนหรือสารานุกรม เรียกว่าน้องเดคิสึงิคุงละกัน (แต่หน้าน้องเหมือนโนบิตะ) << แล้วทำไมกูต้องไปตั้งฉายาให้น้องเค้า?
กินเสร็จ หยิบขยะไปยืนไตร่ตรองหน้าถังขยะว่าดิฉันต้องหย่อนอะไรลงถังไหนบ้าง เสร็จปุ๊บไต่บันไดไปนั่งรองานเริ่ม มองไปรอบ ๆ แล้ว ดูว่าทุกคนที่มาร่วมงานน่าจะรู้จักกันหมด และน่าจะรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ speaker ที่จะมาพูดคุยวันนี้ซึ่งก็คือ "คุณนวพร เรืองสกุล" ผู้เป็นนักการเงินที่เป็นนักเขียนได้นิดหน่อย (ไม่นิดหน่อยหรอกได้เทพเลยแหละ คนอะไรผสานการเงิน นโยบายการคลังเชิงวิชาการให้เป็นนิยายรักโรแมนติคได้) ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวมิ้นศรีไม่อ่านหนังสือที่เป็นนักเขียนชาวไทยเลย ไม่ใช่เพราะชังชาติ แต่เพราะหนังสือไทยเนี่ยมันไม่ลึก มันตื้นเขินเมื่อเทียบกับผลงานของนักเขียนชาวญี่ปุ่น/เกาหลี นิยายแย่งผัวเมีย เมียน้อยอาภัพรักแท้ไรงี้ ไม่ใช่แนวดิฉันเลยว่ะค่ะ แต่ของคุณนวพรนี่กลายเป็น Exclusion ไปเลย และตามอ่านเท่าที่กำลังจะหาได้เนื่องจากเป็นผลงานที่เก่ามากแล้ว หายาก เว้นแต่ว่าจะมีใครปล่อยมือสองออกมาให้สอย
น.ส.มิ้นเคยมีความใฝ่ฝันอยากจะทำงานในแบงก์ชาติค่ะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยพอดีชอบวิชาการเงินน่ะ อาจารย์ในคลาสสอนให้เทรดหุ้นไทย เทรดค่าเงิน แล้วเอาทฤษฎีที่เรียนไปประกอบการวิเคราะห์หุ้น/สกุลเงินนั้น ๆ ในทุก ๆ วีคต้องมา present ว่าทำไมซื้อ-ขายอันนี้ กลุ่มฉันพอดีได้คนจีนมาร่วมด้วย เค้าเก่งมาก เลยได้อันดับสองของคลาส คือมันเสียตรงดิฉันเนี่ยแหละที่เป็นสาย conservative ไม่เสี่ยง เลยสู้อีกกลุ่มไม่ได้ ฉันกับเพื่อนจีนก็เถียงกันคอเป็นเอ็นไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายต้องถอยกันคนละก้าวแบ่งกันครึ่ง ๆ ตามใจแต่ละคนไม่งั้นชิบหายทั้งกลุ่มเพราะอี 2 คนนี้ 555 ณ ตอนนั้นถึงแม้มันจะเป็นพาร์ทการลงทุนในหน่วยเล็ก ๆ แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เราสนใจด้านการเงินนั่นแหละ เลยอยากทำงานกับแบงก์ชาติ ชอบระดับ Macro เพราะตอนนั้นรับรู้ว่าถ้าไปอยู่กับแบงก์พาณิชย์ระดับ Micro ก็คือบังคับให้ทำยอดเปิดบัญชี ขายกองทุนกับประกันอะแหละ คนเลว ๆ อย่างเราต้องได้ทำงานให้กับประเทศชาติเท่านั้น!! หึหึหึหึ ฮ่าๆๆๆ
รูปที่ 3: ในพิพิธภัณฑ์
แต่ติดอย่างเดียวเป็นที่รู้กันว่าแบงก์ชาติเป็นหนึ่งในองค์กรที่จะรับแต่ครีมของประเทศเท่านั้น คนระดับหางกะทิผสมน้ำเปล่าใส่ผงกลิ่นกะทิเนี่ยเพ้อเจ้อ ไม่น่าจะได้หรอก แต่ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่พยายามนะคุณ แม้รู้ว่าเป็นคนเรียนไม่เก่ง โปรไฟล์ไม่เทพ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่แบงก์ชาติเปิดรับสมัคร ดิฉันก็สมัครนะเออ (ความพยายามนี้ได้ยุติลงเมื่อดิฉันอายุ 27 ขวบ ปิดประตูสู่แบงก์ชาติอย่างสนิทบริบูรณ์) แล้วเค้าใจดีมาก ตอนเรียนจบใหม่ ๆ หลังยื่นเอกสารไปแล้วเราไม่ได้ยื่นคะแนน TOEIC เพราะไม่ได้สอบ เค้าก็ SMS มาแจ้งว่าหนูจ้ะ หนูไม่ได้ยื่น TOEIC มานะลูก อย่าลืมมานะจ้ะ ดิฉันก็เลยไปสอบ คะแนนเหี้ยมาก 6 ร้อยกลาง ๆ เองมั้งตอนนั้น แต่ก็ยื่นด้วยแววตาที่เปล่งประกาย สุดท้าย SMS แจ้งมาว่าเราคุณสมบัติไม่ตรงง่ะ 5555 เสียจึย ถ้าได้ทำงานที่แบงก์ชาติ เราคงจะโก้น่าดู พ่อแม่คงจะไปขิงกับชาวบ้านว่าลูกสาวฉันทำงานแบงก์ชาติเชียวนะ (อย่าดูตำแหน่ง ^^)
ระหว่างนั่งฟังในงาน คนที่เป็นผู้ช่วยคุณนวพรที่ชื่อคุณอัจฉรา ถ้าฟังไม่ผิด เค้าน่าจะทำงานที่กบข.มั้ง (ซึ่งก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ดิฉันเคยสมัครเข้าไป และเหมือนเดิม คุณสมบัติไม่ตรง T^T บาปบุญอะเนาะคนอยากทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง แค่คุณสมบัติไม่ตรงเอง เข้าไปเดี๋ยวฉันก็เรียนรู้ได้แหละน่าา) พูดตอบคำถามเรื่องการใช้ bitcoin crypto มาเป็นเงินนั้นน่ะ ดิฉันนึกถึงใครรู้มั้ยคะคุณผู้อ่านที่รัก ป้าเจนเน็ท เยลเล็นค่ะ 555 โคตรเหมือนเลย ในทุก ๆ ครั้งที่เค้าตอบคำถามเรื่องนี้ เราก็อยากจะยกมือแทรกว่า มันไม่ใช่ซะทีเดียวนะ บล็อคเชนเอย bitcoin เอย crypto เอย แต่ก็นั่งทับมือกัดปากไว้ พร่ำบอกกับตัวเองว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเรา ให้เค้าเข้าใจแบบนั้นน่ะดีแล้ว อย่าขัดผู้ใหญ่
พอจบงานรีบวิ่งไปซื้อหนังสือที่เหลือเล่มสุดท้ายพอดี รีบเอามาให้คุณนวพรเซ็น ระหว่างรอเข้าคิว เพื่อนคุณนวพรก็เดินมาคุยด้วย ถามว่าเล่มหนาแบบนี้ ชอบอ่านหรอ เราก็บอกว่าแต่ก่อนก็ไม่ชอบนะ แต่ด้วยงานมันปลูกฝังให้อ่านน่ะสิ เล่มนี้หามาตั้งนานแล้ว หาไม่เจอซะทีโชคดีมาก เค้าก็บอกว่าเล่มนี้เก่ามาก ออกมานานแล้วรู้จักด้วยเหรอ ทีนี้ก็คุยเลยเถิดไปเรื่อย จนถึงคิวเรา เค้าก็คุยกับคุณนวพรว่าน่าจะมีให้ลงทะเบียนถ้ามีพิมพ์เพิ่ม อีนี่ก็แทรกเลยกลัวเพิ่มงานให้ทีมคุณนวพร บอกว่าถ้ามีก็ลงในเพจ Knowledge Plus by นวพรก็ได้ค่ะ เค้าก็แบบ ห๊ะ ตามเพจด้วยหรอ ตามซิหนูน่ะแฟนพันธุ์แท้ อ่านทุกโพสต์ เอาละ 3 สาวก็เม้าท์กันใหญ่ พอถึงตาฉันพูดก็บอกเนี่ย เริ่มด้วยเล่มแรก "ทำงานในวัง" เจอแบบบังเอิญในเพจปล่อยหนังสือมือสอง ทุกคนตกใจว่ารุ่นดิฉันทันและรู้จักได้ยังไง หนังสือมันนานมากแล้ว
ดิฉันก็พรั่งพรูว่ามันคงเป็นโชคชะตาที่นำพาให้ฉันเจอ "ทำงานในวัง" กฎของแรงดึงดูดอะเนาะ เราจะได้ในสิ่งที่เราคู่ควร ตามมาด้วยเล่ม "เบื้องหลังเงินตรา และนายธนาคาร" และ "ย้อนรอยการเงิน" ที่เป็น topic การพูดคุยในวันนี้ ได้มาจากเจ้านายที่ออฟฟิศจัดห้องแล้วบริจาคหนังสือที่ไม่อ่านแล้ว ฝากดิฉันไปจัดการ พอฉันเห็นเล่มนี้นี่รีบจกมาเลย และได้เจอ "หน้ากากเงิน" ที่หามานาน และคุณนวพรนี่สามารถเหลือเกิน เป็น combination ระหว่างนิยายรัก เศรษฐศาสตร์ การเงิน การทำงานเข้าด้วยกันแล้วสนุกนี่หาไม่ได้ในนักเขียนไทยและเทศเลยนะ คุณนวพรเธอก็ป้ายยาดิฉันต่ออีกว่าหนูต้องไปหา "เงินพาไป" มาอ่านด้วยแล้วแหละ แต่หาไม่ได้แล้วมั้ง โอ้ยยยยย
รูปที่ 4: หนังสือพร้อมลายเซ็น
จะว่าไป เราเองก็เลิกแทนตัวเองว่า "หนู" ตั้งแต่อายุตัว 25 ปีแล้วนี่นา (มันเป็นกฎของตัวเองที่ว่า มันน่าอายนะอายุไม่น้อยยังจะเรียกตัวเองว่าหนูอีก ก็เลยแทนตัวเองว่ามิ้นมาตลอดนับจากวันเกิดครบ 25 ปี พอเลย 30 ก็แทนตัวเองว่าดิฉันมากขึ้นจากการติดต่องานกับคนไม่รู้จักมาก่อน) วันนี้กลับมาแทนตัวเองว่าหนูอีกครั้งในวันนี้ รู้สึกโอเคไม่น้อย ไม่ค่อยเขินเท่าไหร่
จบก็รีบวิ่งไปดูพิพิธภัณฑ์ที่อยากมาดูตั้งนานละ ไปถามเค้าว่าเข้าฟรีมั้ย เค้าว่าฟรีแต่จะปิด 16.30 น. ณ ขณะนั้น 16.15 น. ป๊าดดด ยืนยันว่าทันเอาแพ็คเกจชะโงกทัวร์ 1 ที่จบภายใน 15 นาทีค่ะ เรียบร้อยเจ้าหน้าที่นำเดินไป พาไปแล้วบอกให้ลงไปชั้นล่างสุดก่อนค่อยไล่ขึ้นมาทีละชั้น แต่ละจุดตามสบายเลย แต่วอกันเป็นระยะ ๆ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังเดินไปชั้น 1 อีนี่ลงไปชั้น 1 เจ้าหน้าที่ชั้น 1 วอบอกต่อ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังลงไปห้องมั่นคง (ชื่อห้อง) มีเจ้าหน้าที่วิ่งมารับตรงบันไดและบอกทางฉันพร้อมวอ มีผู้เข้าชม 1 ราย กำลังไปห้องมั่นคง กำลังไปแล้ว ๆ ทัวร์เสร็จปั๊บ เจ้าหน้าที่ประจำจุดบอกขึ้นไปชั้น B1 เลยค่ะ วออีกรอบ มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังขึ้นไปชั้น B1 มีผู้เข้าชม 1 รายกำลังไปชั้น 1 กำลังปายยยย.... โอ้ยยยยยยยย กูเครียดดดด เหมือน big brother เลยวุ้ย
รูปที่ 5: ในพิพิธภัณฑ์
ดูจบพอดี 15 นาทีเป๊ะเว่อร์ เป็นการชมพิพิธภัณฑ์และจินตนาการไปด้วยว่าดิฉันกำลังทำงานในแบงก์ชาติ อยู่ฝ่ายบริหารเงินสำรอง วัน ๆ ช้อปแต่ทองเข้าคลัง โอ้ยย มีความสุข อิ่มเอมใจแม้ไม่ได้ทำงานที่นี่จริง ๆ พอใจแล้วก็แวะไปดูนิทรรศการภาพวาดจากชมรมของแบงค์ชาติแป๊บ และเรียก Grab ไปที่ต่อไป รปภ.ท่านเดิมตะเบ๊ะไล่ฉันตรงประตู ฉันก็ผงกหัวและยิ้มให้ เป็นการ commit ว่า คุณพรี่ย์คะ วันหนึ่งฉันจะได้ทำงานที่นี่ อุวะฮะฮะฮะ
รูปที่ 6: ปลอมเงินละก็ ตัดนิ้วมือแม่ง!
และที่ต่อไปนั่นคือ โรงเรียนราชินี~
นอกเหนือจากความฝันที่จะเป็นพนักงานบริษัทในวัยเด็ก ทำงานในแบงค์ชาติตอนเรียนจบแล้ว ความฝันในวัยรุ่นของดิฉันก็คือ การเป็นนักเรียนรร.ราชินีค่ะ แฮะ ๆ ถามว่าทำไมต้องรร.ราชินี ก็...ตอนเด็ก ๆ ประถมปลาย-ม.ต้นเค้าว่ากันว่า เด็กหญิงรร.ราชินีเนี่ยเป็นเด็กที่สวยงามแบบ Born to be กล่าวคือไม่ต้องทำอะไรก็สวย สวยแบบผู้ดีลูกคุณหนู (ไม่เหมือนรร.ดิฉันเรียน ทาอุทัยปากแห้งแดงแปร๊ด ผมซอย หัวล้านเป็นหย่อม เล็บยาว ถุงเท้าสูงแบบขัดลูกกะตา ขาลายอีก กระโปรงสั้น คอซองยาว) เป็นโรงเรียนที่ผลิตกุลสตรีแสนเพียบพร้อมทั้งวิชาการ ต้นตระกูล รูปลักษณ์ perfect ไปหมด
รูปที่ 7: หน้ารร. ราชินี
ดิฉันก็อยากจะมีความเพียบพร้อมแบบนั้นบ้างค่ะ ในขณะที่ผู้ใหญ่รอบตัวไซโคและเพื่อน ๆ ที่ต่างใฝ่ฝันจะได้เข้าเรียนที่เตรียมอุดม หอวัง บดินทรงี้ ดิฉันน่ะ ต้องราชินีค่ะ (แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยให้ใครรู้จนกระทั่งโพสต์นี้นะ) ในความคิดตอนนั้นคือ เป็นนักเรียนที่นี่ ชีวิตดิฉันต้องดีแบบก้าวกระโดดแน่ ๆ เพราะต้องสวยขึ้น ฉลาดขึ้น เรียบร้อยขึ้นเป็นกุลสตรีผิวสวยผมเงา หน้าขาวอมชมพูระเรื่อ ได้แฟนเป็นหนุ่มหล่อบ้านรวยจากรร.สวนกุหลาบ ประตูแห่งโอกาสต้องเปิดต้อนรับฉันแน่ ๆ คริคริ
รูปที่ 8: หากเป็นดิฉันแล้ว ต้องเปลี่ยนเป็น “ให้รักษาความเสือกของตนไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม”
เราไม่ต้องพูดถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกันหรอกนะคะ เพราะทุกท่านน่าจะทราบดีแล้วว่าฉันไม่ได้ในสิ่งที่ฉันฝัน พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างฉันเลย ไม่เป็นไร วันนี้ฉันอยู่หน้ารร.ราชินีแล้ว ขอเข้าไปดูหน่อย เผื่อลูกสาวฉันจะได้เข้าเรียนที่นี่เพื่อสานฝันของฉัน O_o ว่าแต่วันนี้เค้ามีงานอะไรก็ไม่รู้ เดินไปถามคุณรปภ. เห็นว่ามีคอนเสิร์ต อุแหมะ คอนเสิร์ตในรร. ราชินีนี่สุดยอดไปเลย เชิญใครมานะ มีตลาดนัดในนั้นด้วย เผื่อมีข้าวแกงที่เราไม่ได้กินในตอนเช้าจะได้กินที่นี่ รร.ในฝันของเรา พี่รปภ.เค้าว่าเข้าได้แม้ดิฉันจะไม่มีลูกหลานเหลนหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ นอกจากความอยากเรียนก็ตาม
รูปที่ 9: กากบาทหมดทุกข้อสำหรับน.ส.มิ้น
เดินเข้าไปด่านแลกบัตร เดินดุ่ม ๆ เข้าไป เอ...น่าจะเป็นงานจัดแสดงกิจกรรมของเด็กนักเรียนที่นี่นะ งานรำอะไรอย่างงั้น ระหว่างเดินไปในฝูงชน (ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนคนโรคจิตที่แอบเข้ารร.มาลักพาตัวเด็กไปเรียกค่าไถเลยวุ้ย เด็ก ๆ ต้องมาจากครอบครัวที่รวยแน่ ๆ (ล้อเล่น ๆ)) อืมมม เด็กนักเรียนที่นี่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มดีจริง ๆ ผิวพรรณดี พูดจาดี บุคลิกดี มีมารยาท ที่บ้านคงมีฐานะและสอนมาดี สมแล้วที่เป็นเด็กราชินี บางทีการที่เราไม่ได้เข้าเรียนที่นี่ก็คงจะเป็นการสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับโรงเรียนในรูปแบบหนึ่ง และเค้าก็ตอกย้ำให้ฉันตื่นจากฝันด้วย Quote ต่าง ๆ รอบโรงเรียนว่าฉันไม่เหมาะกับที่นี่ อารมณ์เหมือนหมวกคัดสรรในเรื่อง Harry Potter คงจะตะโกนเถียงกับฉันจนปากจะฉีกว่าไม่ใช่ราชินี หล่อนไม่เหมาะกับที่นี่โว้ยยยย (ฉัน: ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงง อย่ามารู้ดีนะนังหมวก)
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ดิฉันมีความสุขกับฝันที่ไม่เคยเป็นจริง แต่ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ หากประเทศไทยจะมีไดอาน่า จงจินตนาการแล้ว ก็คงจะมีดิฉัน มิ้นศรี จงจินตนาการเพิ่มอีก 1 อัตรา เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความเป็นจริงเสมอ แล้วความฝันในวัยเด็กของคุณละคะ คืออะไร เมื่อเทียบกับตอนนี้ เป็นยังไงบ้าง?
รูปที่ 10: สะพานพระราม 8
ขอบคุณที่อ่านความเพ้อเจ้อของดิฉันนะคะ สวัสดีค่ะ
#Siamstr #ThailandGirl’s Night Talk & Beer
#Siamstr #Beer #Food
#Siamstr #Beer #FoodGirls’ Night Talk & Beer
Enjoy our lunch!
#Siamstr #Foodstr #Food #Lunch #Office
กินข้าวกับน้ำพริกสิจ้ะ ถึงได้สะได้สวย บ้านน้องใช่ร่ำใช่รวย ถึงได้ประหยัดอดออม
#Siamstr #Lunch #Office #Work #Bentoด้วยความที่บริษัทจะมีการกินเลี้ยงแผนกและมีจับของขวัญกันวันพุธนี้ โจทย์คือของราคา 260 บาท เอานี่ละกัน เกินมาหน่อย 8 บาท แถม ๆ ราคาเท่านี้ มูลค่าประเมินไม่ได้เชียวนะหล่อน
และวันศุกร์นี้ก็จะพากลุ่มย่อยที่สนิทกันไปกินที่ Chit beer ต่อซึ่งเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกที่พาไปตื่นเต้นกันใหญ่ทำไมจ่ายด้วยบิตคอยน์ได้ด้วย แถมเปิดประสบการณ์น้อง ๆ บ้างคนที่ไม่รู้จักคราฟต์เบียร์มาก่อน เราเลยตีหัวเข้าคราฟต์เบียร์ไทยไปซะ ไทยทำ ไทยกิน มีกินมีใช้ไปพร้อม ๆ กันค่าาาาาา (โทนเสียงอดีตนายก 555)
ช่วงนี้ป้ายยาเนียน ๆ
#Siamstr #เงินเฟ้อคือคดีอาญา
#Siamstr #เงินเฟ้อคือคดีอาญา
ธรรมะกับหมาขาว
เมื่อเราเห็นหมาตัวหนึ่งกับแมวสองตัว หากคิดว่า แหมมม หมาทำไมไม่เหมือนแมว และแมวทำไมไม่เหมือนหมา คิดอยากจะให้หมาเป็นแมว คิดอยากจะให้แมวเป็นหมา มันก็เป็นไปไม่ได้ เมื่อมันเป็นไปไม่ได้ เราก็คิดว่า แหมมมม อัศจรรย์เหลือเกิน ทำไมหมาไม่เป็นแมวล่ะ อยากจะให้หมาเป็นแมวอยู่ตลอดเวลา ในชั่วชีวิตหนึ่ง ๆ มันก็ไม่เป็นให้ เพราะหมาก็เป็นหมา แมวก็เป็นแมว ถ้าคนนี้คิดอย่างนี้ไม่หยุด ก็ต้องทุกข์
คน ๆ นั้นคือใคร? ใครที่ต้องเป็นทุกข์?
ก. Mint TK
ข. หมาขาว
ค. ยุงตัวเมีย
ง. คนอ่าน
#Siamstrเป็นภาพที่ดูน่ากลัว
#Siamstr #Cat #Catstr

เลขมูลค่าอย่างสวยย
#Siamstr