Default avatar
npub1p0gl...v9kv
npub1p0gl...v9kv
อยากร้องบ้าง แต่ปอดยังไม่ไหว 😂 Here comes a story of a hurricane... And a temple lost like crying tears in rain. #siamstr #siammusic
## นิทานยามบ่าย caution : เรื่องแต่ง เอนโทรปี คือการวัดระดับของความไม่เป็นระเบียบ หรือความยุ่งเหยิงในระบบ โดยเอนโทรปีตามธรรมชาติแล้วจะมีการเพิ่มขึ้น แสดงถึงกระบวนการในการดำเนินไปสู่สภาวะที่มีระเบียบลดลง ซึ่งพลังงานที่ใช้ได้ก็จะลดลงเช่นกัน หากชายคนหนึ่ง เผลอหยิบน้ำแข็งออกจากช่องฟรีซโดยที่เขานั้นลืมมันทิ้งไว้บนโต๊ะที่อุณหภูมิห้อง น้ำแข็งที่มีโครงสร้างโมเลกุลที่มีความเป็นระเบียบในสถานะของแข็ง จะเริ่มค่อย ๆ ละลายลง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปสู่ความไร้ระเบียบในสถานะที่เป็นของเหลว ชายคนนั้นกลับมาเห็นว่าน้ำแข็งก้อนนั้นได้ละลายกลายเป็นของเหลว เขามีความต้องการที่จะแก้ไขสิ่งที่ไร้ระเบียบนี้ด้วยความต้องการให้มันได้กลับคืนสู่การเป็นก้อนน้ำแข็งก้อนเดิมอีกครั้ง เขาจึงน้ำเอาน้ำแข็งที่ละลายเทลงในแม่พิมพ์และนำกลับไปแช่ในช่องฟรีซ ระหว่างกระบวนการในการพยายามจะย้อนกลับ เขาลดเอนโทรปีในน้ำที่เป็นของเหลวลง ด้วยการนำไปแช่แข็งเพื่อให้โมเลกุลของมันกลับสู่ความเป็นระเบียบอีกครั้ง ซึ่งการทำเช่นนั่นจะเป็นการไปเพิ่มเอนโทรปีของระบบให้กับสิ่งอื่น ๆ จากพลังงานที่ถูกใช้เพื่อทำความเย็นของช่องฟีส จากพลังงานของตัวเขาในการใช้เพื่อกระทำสิ่งต่าง ๆ และแน่นอนว่า เขาได้น้ำที่กลับคืนสู่ความเป็นระเบียบอีกครั้งในรูปแบบของก้อนน้ำแข็ง แต่ในความเป็นจริง เขาจะไม่มีวันที่จะได้ก้อนน้ำแข็งก้อนเดิมกลับคืนมา สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้นไม่อาจย้อนคืนกลับได้แบบทางตรง เขาอาจแก้ไข้ความผิดพลาดที่ปล่อยให้น้ำแข็งละลายได้ แต่กระบวนการในการแก้ไขก็เป็นการทำให้สิ่งอื่น ๆ ดำเนินสู่ความไร้ระเบียบที่มากขึ้น แต่อย่างน้อยเขาก็ยังได้ลองทำมันดู หากเราจะลองเทียบก้อนน้ำแข็งที่ถูกลืมทิ้งไว้บนโต๊ะที่อุณหภูมิห้อง เป็นเงินเฟียตที่รัฐนำมันออกมาจากการอ้างอิงมูลค่าด้วยทองคำ จากสิ่งที่เคยมีระเบียบ สู่ความไร้ระเบียบ และความยุ่งเหยิงที่เพิ่มทวีขึ้น เมื่อพวกเขาเริ่มรู้ตัวว่าก้อนน้ำแข็งนั่นกำลังละลายอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พวกเขาทำกลับไม่ใช่การนำน้ำแข็งก้อนนั้นกลับไปแช่คืนไว้ในช่องฟรีซ พวกเขาเปิดแอร์ในห้อง ๆ นี้ให้เย็นขึ้นเพื่อชะลอการละลายของก้อนน้ำแข็ง แอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำความเย็น แต่ในทางกลับกันคือการย้ายเอาความร้อนภายในบริเวณของห้องออกไปสู่บริเวณภายนอกหรือที่ในอื่น ๆ การชะลอความไร้ระเบียบในที่หนึ่ง และสร้างความไร้ระเบียบเพิ่มในที่อื่น น้ำแข็งยังคงละลายต่อไป ในขณะที่พวกเขาคิดและทำทุกวิธี ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายเร็วเกินไป ลดดอกเบี้ยเมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายอย่างคงที่ ชะลอการพิมพ์เงินเมื่อเห็นแนวโน้มว่าน้ำแข็งจะมีอัตราการละลายที่เร็วขึ้น อัดฉีดเงินเมื่อเห็นว่าพวกเขายังสามารถที่จะปล่อยให้น้ำแข็งละลายต่อไปได้ ส่วนพวกคุณคือคนที่ถูกพวกเขาหันพัดลมคอมเพรสเซอร์ที่เป็นคอยล์ร้อนใส่ พวกคุณที่ถูกบังคับให้เอาน้ำแข็งออกมาวางเอาไว้ที่อุณหภูมิห้อง กำลังถูกลมร้อนจากผู้ที่ควบคุมระบบเป่าอัดใส่ พวกเขาพยายามรักษาความเป็นระเบียบให้กับก้อนน้ำแข็งของพวกเขา ด้วยการทำให้ก้อนน้ำแข็งของคุณนั้นไร้ระเบียบ แล้วพวกคุณก็ยอมให้พวกเขาทำกับคุณแบบนั้นตลอดมา #siamstr
## ตำนานน้ำท่วมโลก (แถบเมโสโปเตเมีย) มันมีเรื่องที่คุยกันเล่น ๆ ในคืนนั้น ว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นความเชื่อ (ทางศาสนา) ในยุคปัจจุบันมันอาจจะเป็นเพียงแค่วรรณกรรมที่ถูกแต่งขึ้นในสมัยโบราณเพื่อความบันเทิง ที่คนยุคหลังนำเอามาเป็นระบบความเชื่อทางจิตวิญญาณ เราพูดเล่น ๆ กันว่า ถ้าหากว่าถัดจากนี้ไปอีกหลายร้อยปี หรือมนุษย์เกิดเหตุการณ์ที่ยุคสมัยถูกตัดขาดจากประวัติศาสตร์ไปราว ๆ 2 - 4 เจเนอเรชั่น นวนิยายขายดีอย่าง "The Lord of The Rings" จะมีคนที่บังเอิญไปค้นพบ และถูกเอาไปต่อยอดกลายเป็นการสร้างศาสนาที่บูชาเหล่า "วาลาร์ (Valar)" ว่าเป็นเหล่าทวยเทพชั้นสูงจากยุคบรรพกาลทั้งที่ความจริงแล้วเป็นแค่เพียงจินตนาการของ J.R.R. Tolkien ได้มั้ย? และถ้าเป็นไปแบบนั้น มันคงจะมีคนที่ศึกษาอย่างเอาเป็นเอาตายกับภาษาที่โทคีนสร้างไว้ในนิยาย และหยิบเอามาเป็นศาสตร์ของภาษาลึกลับที่ประทานมาจากเหล่าทวยเทพแน่ ๆ ตำนานเรื่องน้ำท่วมโลกนอกเหนือจากเรื่องของโนอาห์เล่าไว้ว่าไง? ในมหากาพย์กิลกาเมซ (Epic of Gilgamesh) ของอารยธรรมเก่าแก่อย่างเมโสโปเตเมียเมื่อราว ๆ 2100 BCE หรือ เมื่อราว ๆ 4124 ปีที่แล้ว มีตำนานในเรื่องของน้ำท่วมโลกถูกเล่าเอาไว้ผ่านการผจญภัยของตัวละครอย่าง กษัตริย์กิลกาเมซ ที่กำลังสิ้นหวังจากชีวิตเมื่อเพื่อรักของเขา เอนคิดู ได้ตายจากไป เขาจึงออกค้นหาวิธีการสู่การเป็นอมตะ เพื่อทำให้ชีวิตของเขากลับมามีความหมายอีกครั้ง เรื่องเล่าถึงเรื่องราวของน้ำท่วมโลก เริ่มจากการที่บรรดาเหล่าทวยเทพได้มีการเปิดประชุมในสภาของเหล่าเทพ ถึงความต้องการที่จะกวาดล้างมนุษย์โลกและสิ่งมีชีวิตทุกชนิด (บ้างก็ว่าเป็นเพราะมนุษย์นั้นส่งเสียงดังสร้างความน่ารำคาญ) ในที่ประชุมจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะให้เกิดเหตุการณ์ที่น้ำท่วมโลก โดยสิ่ง ๆ นี้จะถูกปิดเป็นความลับไม่ให้มีใครแพร่งพายให้เหล่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตได้รับรู้ หนึ่งในเหล่าทวยเทพอย่าง เทพอีเอ (Ea) ผู้ที่เป็นผู้สร้างมนุษย์เกิดการใจอ่อนและสงสารเหล่ามนุษย์ และเพื่อไม่ให้เป็นการผิดคำสัตย์สาบานต่อสภาของทวยเทพ เทพอีเอ จึงได้ไปกระซิบถึงเหตุการที่น้ำจะท่วมโลกใส่ "กำแพงบ้าน" ของชายชื่อ อุทนาพิทิม (Utnapisthim) และเนื่องจากกำแพงบ้านไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เทพอีเอ จึงไม่ได้ทำผิดต่อสภาของเหล่าทวยเทพ และยังบอกวิธีการสร้างเรือขนาดใหญ่อีกด้วย (พบเทพเหลี่ยม) อุทนาพิทิม ไม่รอช้า เขาสร้างเรือขนาดใหญ่ที่ใคร ๆ เห็นก็ว่าบ้า โดยที่ใช้เวลาไปถึง 1 ปีเต็ม หลังจากนั้นเขาได้ขนเหล่าบรรดาสรรพสัตว์ชนิดต่าง ๆ ขึ้นไปอยู่บนเรือขนาดมหึมานั้นกับเขา และในไม่นาน น้ำก็ไหลหลากมาจากทุกทั่วสารทิศ "ฟากฟ้ามืดมน ปกคลุมไปด้วยเมฆทะมึน มีทั้งเสียงฟ้าพิโรธ ส่งเสียงคำรามกัมปนาท และแสงเจิดจ้าของฟ้าแลบฟ้าผ่า แผ่นดินเดือดพล่านปานอยู่ในหม้อเดือด และแล้วความมืดก็ปกคลุมไปทั่วผืนปฐพี" เหตุการณ์ของน้ำท่วมโลกนั้นกินเวลาเพียง 7 วัน 7 คืน แสงสว่างจึงปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า อุทนาพิทิม ได้เปิดหน้าต่างเรือ มองไปทางไหนก็เห็นเพียงแค่พื้นผิวของน้ำ เขาได้ปล่อย "นกพิราบ" ออกไปจากเรือ มันบินไปและก็บินกลับมาเพราะ "ไม่มีกิ่งไม้ให้เกาะ" เขาปล่อย "นกแสก" ออกไปอีกครั้ง และบัดนี้น้ำได้แห้งแล้วจากแผ่นดิน นกแสกก็ขุดโพรงและหาของกิน อุทนาพิทิมจึงปล่อยสัตว์ทั้งหลายออกจากเรือ เทพเอนลิล (Enlil เทพแห่งลมพายุฟ้าฝน) ได้มาเห็นว่ามีมนุษย์ที่ยังคงรอดชีวิตก็ประหลาดใจ และรู้สึกโกรธ แต่ด้วยการโน้มน้าวและขอร้องจาก เทพอีเอ เทพเอนลิล ก็คล้อยตามและได้ให้พรกับ อุทนาพิทิม ทำให้เขาเป็นอมตะ ของชาวซูเมอร์ (Sumerians) เองก็เล่าไว้คล้าย ๆ กันว่า เหล่าทวยเทพได้ตัดสินใจที่จะกวาดล้างมนุษย์ เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้อยู่ในศีลธรรมอันดี ประพฤติแต่สิ่งที่ชั่วกันทั่วหน้า เทพเอนกิ (Enki) เทพเจ้าแห่งน้ำและปัญญาจึงได้บันดาลให้น้ำนั้นท่วมโลก น้ำได้ไหลหลากมาจากทั้งไทกรีส และยูเฟรตีส แต่เมื่อ เทพเอนกิ (Enki) หันไปเห็นชายคนหนึ่ง เห็นว่าเขาเป็นมนุษย์ที่ยังคงรักษาความดี เทพเอนกิ จึงแนะนำให้ชายผู้นั้นหลบหนีขึ้นไปอยู่บนกำแพงเมือง ซิปปาร์ (Zippar) ชายคนนั้นคือกษัตริย์ของเมืองแห่งนี้ มีนามว่า กษัตริย์ซิอูซุดรา (Siusudra) (ภายหลังอาจมีการนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องราวของกิลกาเมช จากกำแพงเลยถูกเปลี่ยนไปเป็นการต่อเรือ) พายุฟ้าฝนได้โหมกระหน่ำเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน หลังจากนั้น เทพอูตู (Utu) เทพแห่งดวงอาทิตย์ได้บันดาลให้เกิดแสงสว่างอาบไปทั่วแผนดิน แผนดินก็กลับสู่ความแห้งจากน้ำท่วม กษัตริย์ซิอูซุดรา จึงเริ่มบวงสรวง เทพอูตู (Utu) ด้วยการฆ่าแกะ และ เทพเอนลิล (Enlil) จึงได้มอบ "ลมหายใจแห่งชีวิต" ให้แก่โลก กษัตริย์และบริวารจึงเริ่มเพาะปลูกอีกครั้ง ของชาวบาบิโลน (Babylonia) ราว ๆ 1800 BCE เมื่อราว ๆ 3824 ปีที่แล้ว เล่าไว้ว่าไง? "สุริยเทพได้บอกเตือนเราให้สร้างเรือขนาดใหญ่เตรียมเอาไว้จนถึงวันหนึ่ง เมื่อเทพเจ้าแห่งความมืดปรากฏ เป็นเวลาหลายวันที่จะเกิดฝนตกหนัก ทั่วฟากฟ้ามืดมิด นั่นจะเป็นสัญญาณที่สุริยเทพได้แจ้งไว้ ให้เราพาครอบครัว ญาติพี่น้อง ผู้มีฝีมือในด้านต่าง ๆ และบรรดาสรรพสัตว์ลงเรือให้หมด แล้วจึงปิดประตูเสีย" หลังจากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโลกเป็นเวลา 6 วัน 6 คืน และในวันที่ 7 น้ำจึงเริ่มลดลง ปรากฏแสงแห่งสุริยเทพ เรือที่ลอยได้หยุดลงเพราะติดเกาะแห่งหนึ่ง ได้มีการปล่อยนกออกจากเรือเพื่อการสำรวจแผนดินอื่น แต่นกก็บินกลับมาที่เรือทุกครั้ง เป็นสัญญาณว่าไม่มีแผ่นดินอาศัย อีก 12 วันคนบนเรือจึงออกมาจากเรือ และพบว่าแผนดินที่ถูกชำระล้างมีกลิ่นหอม เหล่าทวยเทพที่ได้กลิ่นหอมของแผ่นดินจึงลงมายังพื้นโลก เทพีอิชตาร์ (Ishtar) *ถูกยืมมาจากเทพีแห่งความรักของชาวซูเมอร์ เทพพีอินันนา (Inanna) และเป็นองค์เดียวกับ วีนัส (Venus) ของชาวกรีก* ได้ลงมาจากสวรรค์ ได้เห็นถึงความพินาศของมนุษย์ จึงมีรับสั่งว่า "เราจะไม่ลืมวันเวลาที่เกิดเรื่องนี้เลย" ส่วนเรื่องของโนอาห์ (อับราฮัมมิก) เล่าบ่อยแล้ว ไม่เล่าแล้วกัน อิอิ.. (ปฐมกาล บทที่ 6) ปล. เหล่าทวยเทพโบราณนี้มีการยืมกันไปมาระหว่างชนเผา เดิมทีอาจจะมาจากของชาวซูเมอร์ (Sumerians) จากเรื่องมหาเทพแห่งน้ำและมหาสมุทร์ (ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่าทุก ๆ สรรพสิ่งเกิดขึ้นจากน้ำ) มีนามว่า มหาเทพีนัมมู (Nammu) ผู้ให้กำเนิด มหาเทพอัน (An) แห่งสวรรค์ และ เทพีคิ (Ki) แห่งผืนดิน ทั้งสองให้กำเนิด เทพเอนลิล (Enlil) แห่งลมพายุอากาศ และด้วยพลังแห่ง เทพเอนลิล จึงแยกสวรรค์ และแผ่นดินออกจากกัน (แยกพ่อแยกแม่) ส่วน เทพเอนกิ (Enki) เป็น้ทพแห่งน้ำและปัญญา เป็นผู้ที่สร้างมนุษย์และมอบความรู้ต่าง ๆ เทพอินันนา (Inanna) ธิดาของ เทพเอนกิ และมีเหล่า เทพอนันนากิ (Anunnaki) ปกครองโลกใต้พิภพ (นรก) ปล.2 อับราฮัม ก็น่าจะทันเรื่องเล่าพวกนี้แหละ เพราะที่บ้านพ่อของเขา (เทราห์) นอกจากจะมีอาชีพหลักเป็นคนเลี้ยงสัตว์แล้วยังมีอาชีพเสริมเป็นช่างปั้นรูปเคารพเหล่าทวยเทพอีกด้วย เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งเล่าว่าในขณะที่อับราฮัมอยู่ในบ้านของบิดา เกิดความเบื่อหน่ายกิจการปั้นรูปเคารพของครอบครัวเพราะมองว่าไร้สาระ ในวันหนึ่งมีชายแก่เข้ามายังบ้านของบิดาเพื่อมารับรูปเคารพที่ได้จ้างพ่อของอับราฮัมให้ปั้นให้กับเขา อับราฮัมจึงถามกับชายแก่ว่า "นี่ลุงอายุเท่าไหร่แล้ว?" ชายแก่ตอบ "ข้าอายุ 70 แล้ว" อับราฮัมจึงกล่าวต่อ "งั้นลุงก็เป็นแค่คนโง่" ชายแก่ถามกลับ "ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?" อับราฮัมกล่าวต่อ "เพราะลุงเกิดมา 70 ปีแล้ว ยังจะมัวบูชารูปเคารพที่พ่อข้าเพิ่งจะปั้นเสร็จเมื่อวานก่อนในโรงงานนี้" ชายแก่คิดอยู่ครู่หนึ่ง "จริงของเจ้า งั้นข้าไม่เอาแล้วรูปปั้นนั่น" ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่า คนที่ต่อต้านความเชื่อของผู้คนที่กำลังให้ความนิยมอย่างความเชื่อเรื่องเทพหลายองค์ (Polytheism) และยังพยายามจะทำลายเศรษฐกิจของชุมชนอย่างการรับจ้างปั้นรูปเคารพ จะอยู่ในพื้นที่นี้ต่อไปยังไง? "มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา" ปล.3 ฟาโรห์อาเคนาเทน (Akhenaten) เนี่ยให้อารมณ์คล้าย ๆ กับฮับราฮัมแต่อาจจะหนักกว่าตรงที่พอขึ้นสู่อำนาจก็พยายามจะเปลี่ยนอียิปต์ที่นับถือเทพเจ้าหลายองค์ (Polytheism) มาเป็นการบูชาเทพเจ้าองค์เดียว (Monotheism) โดยสถาปนาเทพสูงสุดองค์เดียว เทพอาเตน (Aten) ตามชื่อของตัวเอง และเป็นตัวแทนของเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ แต่สุดท้ายหลังจากพระองค์ตายไป ประชาชนก็กลับมานับถือเทพเจ้าหลายองค์เหมือนแต่ก่อน หวังว่าจะสนุก... แท็กเรียกเพื่อน : @หมูติ๊กฟ้า #siamstr
มีจริงหรือ.. รักแรกพบเพียงสบตาแค่หนึ่งครั้ง.. 🎶#siamstr #siammusic ขอสั้น ๆ 🤣
ไปอยู่ตรงนั้นเธอเป็นอย่างไร.. และวันนี้เธอทำอะไร.. 🎶 #siamstr #siammusic
เช้าวันแรกเดิน ๆ อยู่เจอพี่เอ็ม @chontit พี่แอนท์ @A Ant Mod พี่เอจ @npub1z0wz...4wqv โดนเรียกให้ไปถ่ายรูปกับบูส Newyork Studio เฉย ทีแรกคิดว่าจะหารูปยากที่ไหนได้ อยู่รูปแรกสุดเลย 555 มีใครได้ไปถ่ายรูปกันมาบ้างครับ :) #Siamstr #TBC2024
ใจฟูงานประมูลข้างนอก, มาเจอของเดือดต่อข้างใน ไหม้กันเลยทีเดียว #Siamstr image
สาบานว่าบัตรราคา 3,690 บาท, แยกร่างยังไงก่อน 5555 #Siamstr
Age of Bitcoin มาแรงจัง #Siamstr ส่วนตัวผมเชียร์ SiamDharmar ;)
วันงานแอร์จะหนาวมั้ยอะ? #Siamstr
จะมีในสักวันหนึ่งมั้ยนะ ที่การสั่งกาแฟจะเบสออนการไม่ใส่น้ำตาลหรือไซรัปมาให้โดยที่ไม่ต้องคอยบอกไม่ใส่, เป็น default ที่ทุกร้านจะไม่เติมความหวานมาในกาแฟจนมันเป็นเรื่องปกติ ชห. วันนี้รีบจัด ลืมบอกไม่ใส่น้ำตาล, หวานตาลอยเลยหอกโยก
ริฟแม่งโคตรเท่สัส ๆ เลย ให้ตายเถอะ 🎶
ช่วงนี้คอนเทนต์แนวนี้ลงถี่จังอะ..