Default avatar
npub1p0gl...v9kv
npub1p0gl...v9kv
"เก็บเงิน" ฿1 ล้านบาทแรกอาจจะยาก, เก็บ 1 ล้าน Sat แรกอาจเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า (เก็บถึงแล้วก็ค่อย ๆ ขยับไปยังเป้าหมายต่อไป) ต้นปี 1.5 สตางค์ เมื่อวาน 3.6 สตางค์ วันนี้ 3.5 สตางค์ เราจะได้ราคานี้ไปอีกนานเท่าไหร่ และก็คงจะมีเพียงแค่ซาโตชิเท่านั้นที่สามารถ achieved ₿ 1 ล้าน BTC แรกได้ --- ปล. ถ้า DCA เดือนละ ฿1,000 บาท (ด้วยราคาสูงสุดของเดือนนั้น ๆ) ตั้งแต่ต้นปี 2022 เราจะถึงเป้าหมายแรกที่ 1 ล้าน Sat ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 (ภายใน 11 เดือน) ด้วยทุน ฿11,000 บาท และปัจจุบัน 1 ล้าน Sat นั้นจะมีมูลค่าประมาณ ฿35,498 บาท และถ้าหากว่าเราไม่ได้หยุด DCA เลยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเดือนธันวาคม 2024 เราจะมี 2.7 ล้าน Sat ด้วยทุน ฿36,000 บาท และจะมีมูลค่าในปัจจุบันประมาณ ฿100,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 10 ของเป้าหมาย 1 ล้านแรกในหน่วยเงินบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี เร็วกว่าการเก็บเงิน ฿1,000 บาท จนกว่าจะถึง ฿100,000 บาท ที่จะต้องใช้เวลานานถึง 8.4 ปี ปล.2 มูลค่าเทียบบาทถือว่าดูดีเลยทีเดียวในตลาดขาขึ้น แต่ถ้าหากตลาดเป็นขาลง และ 1 BTC กลับลงไปเท่ากับ ฿1.5 ล้านบาท 2.7 ล้าน Sat ของเราจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ ฿40,500 บาท ก็ไม่แย่เท่าไหร่นะสำหรับคนที่ยังคงมองที่ผลของกำไรในหน่วยของบาท แต่เป็นแบบนั้น bitcoiner คงกลับมาดี๊ด๊าเป็นปลากระดี่ได้น้ำอีกครั้ง เนื้อหามีนิดเดียว ปล.กูโคตรยาว เขียนยังไงของเองว่ะ น็อก น๊อก 555 #siamstr
ทำงานมาเหนื่อย ๆ หาอะไรสบาย ๆ ฟัง ❌ 😂#siamstr
"Joy to the world the Lord is come" ผมโตมาในโรงเรียนคาทอลิก ทุก ๆ ปีในวันที่ 25 ธันวาคม จะมีการจัดกิจกรรมในช่วงเช้า เป็นงานแสดงเรื่องราวในพระกิตติคุณ (เรื่องราวของพระเยซู) มันเป็นการแสดงของนักเรียนที่เป็นคาทอลิก โดยเรื่องจะเริ่มจากเหตุการณ์ของทูตสวรรค์กาเบรียลที่มายังนาซาเร็ธ เพื่อมาบอกกับหญิงพรหมจารีคนหนึ่งนามว่ามารีย์ที่สืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์ดาวิด ว่าเธอจะตั้งครรภ์จากพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ไปจนถึงเหตุการณ์การประสูตรของพระเยซูในรางหญ้า รายล้อมไปด้วยคนเลี้ยงแกะ และเหล่าโหราจารย์ที่เดินทางมาตามสัญญาณของดวงดาวที่ส่องสว่างเหนือเบธเลเฮม ในวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม ของทุก ๆ ปี ซานตาคลอสในชุดสีแดงหนวดเครายาวเดินแจกขนมลูกอมในงาน ต้นคริสต์มาสจากต้นสนประดับด้วยของตกแต่งที่ปลายยอดมีดาวห้าแฉกสีทองส่องประกาย การจับฉลากสอยดาว ภาพของกองหิมะจำลองพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นในเดือนธันวาคม มันเป็นภาพจำของบรรยากาศที่งดงาม แต่นั่นก็ทำให้เราเข้าใจไปว่าพระเยซูประสูตรในวันที่ 25 ธันวาคม และพวกเราเริ่มนับปี 1 ค.ศ จากวันที่ประสูตรของพระองค์ (จำว่าปี พ.ศ เริ่มนับหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน และ ค.ศ เริ่มนับจากวันประสูตรของพระเยซู ตามแบบเรียน) หลังจากในปัจจุบันที่ได้อ่านไบเบิลด้วยตัวเองมาปีกว่า ๆ ในพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น ไม่มีการเขียนบันทึกถึงวันที่ที่แท้จริงของการประสูตรของพระเยซู มีเพียงคำพยานที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ของโยเซฟที่ต้องเดินทางไปขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวที่เบธเลเฮม จากคำสั่งของซีซาร์ออกัสตัส ทำให้เรารู้ว่าพวกเขาทั้งโยเซฟและมารีย์ (ที่ตั้งครรภ์) เดินทางจากนาซาเร็ธไปยังเบธเรเฮมและพระเยซูประสูตรที่เมืองนั้น เหตุการณ์ของโหราจารย์ที่เข้าเฝ้ากษัตริย์เฮโรดแห่งแคว้นยูเดีย (ปกครองแคว้นเพราะตอนนั้นอยู่ใต้อาณัติของโรมัน) และเดินทางไปตามทิศของดาวประจำเมืองเบธเลเฮมที่ส่องสว่างเพื่อไปหาพระบุตร (ดาวที่ว่านักวิชาการคาดกันว่าเป็นดาวศุกร์) มีเหตุการณ์ของคนเลี้ยงแกะที่กำลังเฝ้าฝูงแกะของตนในช่วงเวลากลางคืน ก่อนที่จะได้พบกับเหล่าเทวทูตที่ลงมาจากสวรรค์ และบอกกับพวกเขาถึงข่าวประเสริฐการประสูตรของพระบุตร ในประเทศอิสราเอลช่วงเวลาระหว่างเดือนธันวาคมยาวไปจนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงเดือนที่เข้าสู่ฤดูหนาว (เฉลี่ย 8°C ถึง 15°C) และมีฝนตกชุกที่สุดของช่วงปี (ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 79 มม.) มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเลี้ยงแกะจะต้อนฝูงแกะออกไปกินหญ้าที่ท้องทุ่ง ในช่วงที่มีฝนตกชุกและหนาวเย็นแบบนั้นในช่วงเวลากลางคืน และช่วงเวลานั้นท้องทุ่งที่ผ่านพ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ไม่น่าจะมีหญ้าในปริมาณที่มากพอสำหรับฝูงสัตว์ และยิ่งเป็นการออกกฎระเบียบโดยผู้ปกครองที่ทำให้ประชากรต้องมีการเดินทางไปขึ้นทะเบียนสำมะโรครัวตามเมืองต่าง ๆ ของตน มันจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะไม่มีการคิดเผื่อถึงสภาพอากาศที่จะเป็นอุปสรรค์สำหรับการเดินทางของประชากร (ถ้าสร้างความลำบากการสำรวจจำนวนประชากรมีตกหล่นแน่ ๆ) ไหนจะเรื่องราวที่พระเยซูจะต้องไปประสูตรที่คอกเลี้ยงสัตว์ เพราะว่าโรงแรมไม่มีที่ว่างสำหรับโยเซฟและมารีย์ มันบอกเราว่าในช่วงเวลานั้นผู้คนจำนวนมากต่างเดินทางไปยังเมืองของตนเพื่อขึ้นทะเบียนสำมะโนครัว (ใครจะเดินทางกันในช่วงที่ฝนตกชุก?) ถ้างั้น 25 ธันวาคมมาจากไหน? มาจากการที่กษัตริย์ของโรมัน คอนสแตนติน ได้สถาปนาศาสนาคริสต์ขึ้นในโรมัน ซึ่งแต่เดิมนั้นบูชาเทพเจ้าของกรีกโรมันอยู่ก่อนแล้ว และจะมีเทศกาลประจำปีคือ Saturnalia ที่จะเริ่มขึ้นในช่วงวันที่ 17 ธันวาคม เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเทพแซทเทิร์น และมีการเฉลิมฉลองให้กับเทพแห่งดวงอาทิตย์ Sol Invictus ลากยาวไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม ที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ จากการที่เคยมีเพียงเทศกาลของเทพเจ้าอื่น ๆ จากความต้องการของศาสนจักรโรมันในยุคแรกที่ต้องการจะให้มีเทศกาลเฉลิมฉลองสำหรับชาวโรมันคาทอลิกจึงได้สถาปณาวันที่ 25 ธันวาคมของทุก ๆ ปีให้เป็นวันคริสต์มาสเพื่อที่ชาวคริสต์ในยุคสมัยนั้นจะได้มีวันสำหรับการลำลึกถึงพระเยซูท่ามกลางผู้คนที่กำลังเฉลิมฉลองให้กับเทพเจ้าอื่น ๆ หลังจากนั้นเราจึงยึดเอาวันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันประสูตรของพระเยซูตลอดมา สำหรับวันประสูตรของพระเยซูที่แท้จริงแล้วยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ของปี หรือแม้แต่การที่จะรู้ว่าเป็นช่วงเดือนหรือฤดูไหนนักวิชาการก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ชัด มีเพียงเรื่องราวของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพระกิตติคุณที่ทำให้พวกเราได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ เท่านั้น โรงเรียนเคยสร้างภาพจำอะไรให้กับคุณ แล้วคุณเพิ่งมารู้ความจริงในตอนที่โตแล้วอีกบ้าง? เอามาแชร์กันสนุก ๆ ได้นะครับ :) ปล. เล่าให้เพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันฟัง แทบจะไม่มีใครเชื่อ 555 หาว่าเป็นพวกสมคบคิดเฉย สุดท้ายขอหยิบยกประโยคคำถามของ ปอนติอัส ปิลาต ที่ได้เอ่ยถามกับพระเยซูก่อนที่พระองค์จะถูกส่งตัวไปให้ชาวยิวจับตรึงกางเขนว่า "τι εστιν αληθεια (ti estin alitheia)" What is truth? ความจริงคืออะไร? ยอห์น 18:38 #Siamstr
6-7-8, 22, 99, 000, 44 image ไม่มีอะไรลุกไปฉี่ เลขสวยดี 🤣
อยากร้องบ้าง แต่ปอดยังไม่ไหว 😂 Here comes a story of a hurricane... And a temple lost like crying tears in rain. #siamstr #siammusic