" ฉันให้น้ำหนัก ความสำคัญของ 'วันนี้' มากกว่า 'อนาคต' "
เหตุผลของคนไม่ออม #siamstr
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
hipknox@siamstr.com
npub1p0gl...v9kv
μέμνησο θανάτου
จงระลึกถึงความตาย
"ความคิดดีเหมือนน้ำที่อยู่ลึกในใจคน แต่คนที่มีความเข้าใจก็ตักมันออกมาได้"
สุภาษิต 20:5 TNCV
คนแถวนี้น่าจะโดนพี่ตั้มตักออกมาเยอะเลย
GM, #siamstr
“อย่าริอ่านจับมือวางมัดจำ หรือเป็นผู้ค้ำประกันในการกู้หนี้ยืมสิน หากเจ้าไม่มีจะจ่ายให้ แม้ที่นอนก็ยังจะถูกกระชากไปจากหลังของเจ้า”
สุภาษิต 22:26-27 TNCV
ชอบการแปลเวอร์ชัน TNCV จริง ๆ #siamstr
ในที่สุด.. ก็ตัดสินใจซื้อได้สักที #siamstr


สภาพ.. #siamstr
GM Nostr #siamstr #coffeechain
เช้านี้ Blueberry blueberry
ชัดแบบไม่ต้องเพ่งพินิจใคร่ครวญ
CM Origin Blend : Terrior Lab (Fresh Blueberry)
ดริป 2 ครั้งแรกกลิ่นชัดลั่นมากแต่รสไม่ค่อยออก ครั้งสองกลิ่นดรอปลงแต่รสชัดเจนขึ้น
CM Origin Blend : Terrior Lab (Fresh Blueberry)
ดริป 2 ครั้งแรกกลิ่นชัดลั่นมากแต่รสไม่ค่อยออก ครั้งสองกลิ่นดรอปลงแต่รสชัดเจนขึ้นมีคำกล่าวไว้ว่า
หัวใจสำคัญในหน้าที่ของการเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี มีอยู่ 2 ข้อหลัก ๆ คือ ข้อ 1 แก้ไขปัญหา ข้อ 2 ป้องกันปัญหา
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อตัวของเขาคือผู้บริหาร กลับกลายเป็นต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร?
#siamstr
อุตสาหกรรม = คนขายเวลา
คราฟต์ = คนขายสิ่งที่ทำ
อุตสาหกรรมสร้างคนให้เป็นทาส
เลิกจน เลิกทาส ประเทศชาติต้องสร้างคนคราฟต์ #siamstr
ตราตรึง..
ตราตรึง..อย่าให้มีแก้วที่ 3 แล้วถ้ามีแก้วที่ 3, แก้วที่ 4 นี่ไม่ควร 😂... GATTA CAFé #siamstr
Moonstone อร่อยเหมือนเดิม
Moonstone อร่อยเหมือนเดิมCREAM COFFEE CLUB #siamstr
ร้านที่อยากจะฮอป กาแฟก็อยากจะกิน หนังสือก็อยากจะอ่าน, จับรวมกันแม่ม
ถึงบท 5 แล้ว แป๊บ ๆ กาแฟหมดไป 3 แก้ว 😂
ร้านที่อยากจะฮอป กาแฟก็อยากจะกิน หนังสือก็อยากจะอ่าน, จับรวมกันแม่ม
ถึงบท 5 แล้ว แป๊บ ๆ กาแฟหมดไป 3 แก้ว 😂## นิทานก่อนนอน
#Siamstr
เมื่อเราอยากวัดเวลา (s):
ΔνCs = 9,192,631,770 Hz
เมื่อเราอยากวัดความยาว (m):
c = 299,792,458 m s–1
เมื่อเราอยากวัดน้ำหนัก (kg):
h = 6.62607015 x 10^-34 J s
เมื่อเราอยากวัดกระแสไฟฟ้า (A):
e = 1.602176634 x 10^-19 C
เมื่อเราอยากวัดอุณหภูมิ (K):
k = 1.380649 x 10^-23 J K-1
เมื่อเราอยากวัดปริมาณสาร (mol):
NA = 6.02214076 x 10^23 mol-1
เมื่อเราอยากวัดความเข้มของการส่องสว่าง (cd):
Kcd = 683 Im W-1
เมื่อเราอยากวัดมูลค่าของสินค้า (BTC):
2.09999999769 x 10^7
เมื่อเราอยากวัดมูลค่าของสินค้า (USD):
1959 = $286,600,000,000
1969 = $569,300,000,000
1979 = $1,370,000,000,000
1989 = $2,990,000,000,000
1999 = $4,060,000,000,000
2009 = $8,270,000,000,000
2019 = $14,420,000,000,000
2024 = $21,560,000,000,000
2029 = ???
อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก?
Sponsored by : Mac Mini m4 🤣


ใครบอกว่าเราย้อนเวลาไม่ได้ นี่ไงเรากลับมากันที่ 13 มกราคม 2025 อีกครั้ง #siamstr


อยู่ ๆ ก็อยากจะกินขนมเทรามิสุ แต่ซัดน้ำตาลตั้งแต่เช้าแบบนี้คงไม่เหมาะ
ฮอนดูรัส วิสกี้ บาร์เรล เอจ ไปสิ #siamstr #coffeechain
ลองไปเรื่อย...
ลองไปเรื่อย...The Code Book #siamstr
อยากรู้ว่า mechanic ของการเป็นหนี้สงฆ์คือยังไงนะ.. #siamstr
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยมีผู้ใหญ่สอนไว้ว่า แม้แต่ทรายในวัดเพียงเม็ดเดียวที่เราเหยียบติดรองเท้าของเราออกมาก็เป็นของวัด และถือว่าเราได้ติดหนี้สงฆ์ไปแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ดังนั้นให้เราทำบุญ/ถวายปัจจัยในการ "ชำระหนี้สงฆ์" เพื่อไม่ให้มีอะไรติดค้างที่จะตามติดตัวเราไปให้ต้องมาตามชำระคืนในภายภาคหน้าหรือชาติหน้า
พอดีว่าพาแฟนไปไหว้พระในโบสถ์ ระหว่างรอก็เลยนั่งสมาธิไป 5 นาที ในโบสถ์ที่ให้บริการเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้ที่มาไหว้พระ/นั่งสมาธิ เราก็คิดว่าน่าจะอยู่ในส่วนของค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นการติดหนี้สงฆ์แน่ ๆ ก็เลยหยอดใส่ตู้ไป 5 บาท เป็นค่าแอร์เย็น ๆ ระหว่างนั่งสมาธิ ตกนาทีละ 1 บาท แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นหลังจากที่หยอดไปแล้วเราก็มาคิดว่า เราไม่รู้เฟคเตอร์ของอัตราการบริโภคไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้นที่ดูแล้วน่าจะกินไฟมากกว่าแบบปกตินิหว่า ไหนจะมีผู้คนอื่น ๆ ที่เข้ามานั่งสมาธิอยู่ก่อนหน้าเรานานแล้วอีก และหลายคนตรงนั้นจะต้องมีการปล่อยพลังงานความร้อนออกมาจากร่างกายซึ่งเครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักขึ้น มันจึงทำให้ยิ่งยากต่อการคิดคำนวณว่าควรจะหารเฉลี่ยหรือแชร์หนี้สงฆ์ด้วยกันด้วยราคาค่าชำระหนี้สงฆ์เป็นราคาเท่าไหร่ดีมันถึงจะถูกต้อง
แต่โชคยังดีที่ทางวัดน่าจะคิดมาอย่างดีแล้วว่าสิ่ง ๆ นี้อาจสร้างปัญหาให้กับการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องของผู้ศรัทธาที่เข้ามาไหว้พระทำบุญ และแทนที่จะได้รับความสุขสงบกลับไป กลับกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวให้คิดคำนวณกันไม่ตกแทน ก็เลยเขียนที่กล่องรับชำระหนี้สงฆ์ว่า
"ตามกำลังศรัทธา"
นี่มันนวัตกรรมชัด ๆ
ไม่มีสาระอะไร.. ขออภัยคนที่หลงเข้ามาอ่าน
ความเชื่อนั้นไม่มีหน่วยวัด แต่คณิตศาสตร์ในสิ่งที่เรียกว่าเงินทำให้ความศรัทธาดูเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยมีผู้ใหญ่สอนไว้ว่า แม้แต่ทรายในวัดเพียงเม็ดเดียวที่เราเหยียบติดรองเท้าของเราออกมาก็เป็นของวัด และถือว่าเราได้ติดหนี้สงฆ์ไปแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ดังนั้นให้เราทำบุญ/ถวายปัจจัยในการ "ชำระหนี้สงฆ์" เพื่อไม่ให้มีอะไรติดค้างที่จะตามติดตัวเราไปให้ต้องมาตามชำระคืนในภายภาคหน้าหรือชาติหน้า
พอดีว่าพาแฟนไปไหว้พระในโบสถ์ ระหว่างรอก็เลยนั่งสมาธิไป 5 นาที ในโบสถ์ที่ให้บริการเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้ที่มาไหว้พระ/นั่งสมาธิ เราก็คิดว่าน่าจะอยู่ในส่วนของค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นการติดหนี้สงฆ์แน่ ๆ ก็เลยหยอดใส่ตู้ไป 5 บาท เป็นค่าแอร์เย็น ๆ ระหว่างนั่งสมาธิ ตกนาทีละ 1 บาท แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นหลังจากที่หยอดไปแล้วเราก็มาคิดว่า เราไม่รู้เฟคเตอร์ของอัตราการบริโภคไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้นที่ดูแล้วน่าจะกินไฟมากกว่าแบบปกตินิหว่า ไหนจะมีผู้คนอื่น ๆ ที่เข้ามานั่งสมาธิอยู่ก่อนหน้าเรานานแล้วอีก และหลายคนตรงนั้นจะต้องมีการปล่อยพลังงานความร้อนออกมาจากร่างกายซึ่งเครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักขึ้น มันจึงทำให้ยิ่งยากต่อการคิดคำนวณว่าควรจะหารเฉลี่ยหรือแชร์หนี้สงฆ์ด้วยกันด้วยราคาค่าชำระหนี้สงฆ์เป็นราคาเท่าไหร่ดีมันถึงจะถูกต้อง
แต่โชคยังดีที่ทางวัดน่าจะคิดมาอย่างดีแล้วว่าสิ่ง ๆ นี้อาจสร้างปัญหาให้กับการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องของผู้ศรัทธาที่เข้ามาไหว้พระทำบุญ และแทนที่จะได้รับความสุขสงบกลับไป กลับกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวให้คิดคำนวณกันไม่ตกแทน ก็เลยเขียนที่กล่องรับชำระหนี้สงฆ์ว่า
"ตามกำลังศรัทธา"
นี่มันนวัตกรรมชัด ๆ
ไม่มีสาระอะไร.. ขออภัยคนที่หลงเข้ามาอ่าน
ความเชื่อนั้นไม่มีหน่วยวัด แต่คณิตศาสตร์ในสิ่งที่เรียกว่าเงินทำให้ความศรัทธาดูเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่ายขึ้น