ก้มหน้าก้มตาทำงาน เพื่อที่จะโงหัวขึ้นมาแล้วพบกับ Negative Income Tax #siamstr
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
hipknox@siamstr.com
npub1p0gl...v9kv
μέμνησο θανάτου
จงระลึกถึงความตาย
Angel's Egg Restoration 4K #siamstr #siamanimestr
About/Spoiler
#siamstr


เมล็ดกาแฟเกชา (ท็อปโลก) ราคาประมูลโลละ 4 แสนบาท คุณกล้าขายแก้วละ(20g) 80 บาทรึเปล่า?
คุณซื้อบิตคอยน์ราคา $120,000 คุณกล้าตั้งราคาขายที่ $1,200 รึเปล่า?
ตัดแฟคเตอร์อื่นออกเทียบแค่ทุนแบบนี้เห็นภาพดี ในทางเทคนิคคือเป็นไปไม่ได้ที่เราจะขายของให้ขาดทุน 100 เท่าจากราคาทุน การทำธุรกิจไม่ได้ทำกันแบบนั้น
เรื่องนี้ผ่านมาสักพักแล้ว แต่พึ่งนึกออกเพราะแฟนกับน้องที่รู้จักเพิ่งบอกว่าไปลองกันมา กาแฟเกชาแก้วละ 80 บาทกับการต่อคิวรอ 4 ชม. ด้วยพลังของการตลาดอันยอดเยี่ยม
ถามว่าร้านอื่นทำราคาต่ำร้อยสำหรับกาแฟสายพันธุ์นี้ได้มั้ย ทำได้เพราะไม่ใช่ว่าเกชาจะต้องประมูลมาจาก Hecienda La Esmeralda เท่านั้น ใน Panama ไร่อื่น ๆ ประเทศอื่น ๆ หรือในไทยก็มีการปลูกสายพันธุ์นี้ซึ่งถูกกว่าตัวประมูลหลายร้อยเท่า
ไม่ได้ตัดสินร้าน เรื่องการตลาดยอมรับว่าเก่งมากทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีการสร้างสตอรี่มาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการนำเสนอกาแฟสายพันธุ์ที่มีราคาแพง ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนกลับสร้างภาพจำให้กับกาแฟสายพันธุ์นี้ว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์หายากราคาแพง แต่ร้านเราขายให้ถูก ๆ เพียงแก้วละ 80 บาทให้คุณได้
จิตวิทยาการตลาดแม่งไม่ธรรมดา เอาไปคิดต่อน่าจะได้อะไรจากเรื่องนี้เยอะเลยทั้งจากผู้ขายและตัวผู้ซื้อเอง ทั้งการปล่อยให้เกิดการรอนาน ๆ
#siamstr
ให้ถือว่าเป็นนิทาน
เงินเฟ้อ (อ่อน ๆ ที่ 4%):
เปิดร้านกาแฟ งบประมาณ 2 ล้านบาท อยากทำกำไรปีละ 10% (2 แสนบาท) ปีถัดไปขนาดร้านเท่าเดิม พนักงานเท่าเดิม ลูกค้าเท่าเดิม ตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านเป็น 2.2 ล้านบาท ต้องการกำไรที่ 10% เท่าเดิม (2.2 แสนบาท) และงบประมาณปีถัดไป 2.42 ล้านบาท และปีถัดไป 2.662 ล้านบาท และปีถัดไป 2.9282 ล้านบาท
เงินไม่เฟ้อ:
เปิดร้านกาแฟ งบประมาณ 2 บิตคอยน์ ต้องการกำไรปีละ 10% (0.2 บิตคอยน์) ปีถัดไปขนาดร้านเท่าเดิม พนักงานเท่าเดิม ลูกค้าเท่าเดิม ตั้งงบประมาณลดลงจาก 2 บิตคอยน์เป็น 1.8 บิตคอยน์ ต้องการกำไร 10% เท่าเดิม (0.18 บิตคอยน์) และงบประมาณปีถัดไป 1.62 บิตคอยน์ และปีถัดไป 1.458 บิตคอยน์
การเป็นเจ้าของกิจการทางไหนก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่แบบบนต้องประเมินงบประมาณให้รองรับกับการคาดเดาราคาของต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อ และยังต้องรักษา % ตัวเลขของกำไรให้ได้เท่าเดิมด้วยการขายในปริมาณที่เพิ่มขึ้น หรือต้องปรับราคาของกาแฟที่ขาย อาจจะต้องเพิ่มสินค้าอื่น ๆ ที่ทำกำไรได้สูงกว่ากาแฟ เช่น ขนมเค้ก เบเกอรี่ หรืออาจจะต้องทำโรงคั่วเพื่อลดต้นทุนของเมล็ดกาแฟ
ส่วนแบบล่างผมได้แค่เดาไปในหลาย ๆ ทาง แต่ยกตัวอย่างที่คาดเดาว่าราคาสินค้าจะถูกลงเมื่อปริมาณสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้นในเงินที่มีประมาณเท่าเดิมในระบบ
#siamstr
จาก ISTP เมื่อปีก่อน #siamstr


เป็นข้อมูลที่โคตรดีและน่ากลัว คลิปเดียวได้ความคิดหลายอย่างเลย #siamstr
“ในเมื่อคนที่เก็บบิตคอยน์รู้ว่าบิตคอยน์คือสิ่งที่ ‘ต้องเก็บออมเพราะมีค่ามากในอนาคต‘ แล้วทำไมต้อง ‘เอาไปใช้ซื้อสิ่งของ’ จ่ายค่ากาแฟของอ.ตั๊ม หรือเบียร์ของพี่ชิต“ - comment
ผมมาลองคิดเล่น ๆ ว่า เป็นไปได้มั้ยที่คำถามแบบนี้จะเกิดจากความเคยชิน โดยมาจากการใช้งาน mobile banking หรือ qr-prompt pay ที่มันเป็นการ ’ใช้จ่ายโดยตรง‘ จากบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ทั้งรับเงินเดือน (รายได้) และจ่ายเงิน (รายจ่าย) ซึ่งผมสมมติฐานว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแยกบัญชีอีกต่อไป ระหว่าง ’บัญชีสำหรับใช้จ่าย (รับ/จ่าย)‘ กับ ’บัญชีสำหรับการออม (เพื่อสะสม)‘ มันเลยกลายเป็นการมองสิ่งต่าง ๆ ว่ามันเป็น/อยู่ใน layer เดียวกันไปทั้งหมด
ถ้าเทียบกับอดีต คนที่หยอดกระปุกออมสินคงไม่มีใครทุบกระปุกเงินออมเพื่อเอาไปซื้อกาแฟ 1 แก้วของวันนั้น เราเตรียมเงินสำหรับใช้จ่ายในแต่ละวันแยกไว้ต่างหาก แยกส่วนที่เก็บออมคือเก็บออม ส่วนสำหรับใช้จ่ายก็เอาไว้สำหรับใช้จ่ายในแต่ละวัน การที่เราจะเอาเงินออมออกมาใช้จะมาจากการที่สิ่ง ๆ นั้นเป็นสิ่งเราวางแผนไว้หรือจำเป็นเฉพาะหน้า อย่างเช่น เอาเงินออมไปเรียนต่อ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ลงทุน หรือรักษาการเจ็บป่วย อะไรก็ตามที่เงินสำหรับใช้จ่ายในแต่ละวันไม่เพียงพอที่จะใช้เพื่อซื้อมันได้ทันที เราเลยต้องมีการเก็บออมเพื่อสะสมไว้
แต่พอเรามี mobile banking ที่เราสามารถใช้รับเงินเดือน/รายได้เข้าบัญชีเงินฝาก และใช้จ่ายมันออกไปผ่านบัญชีนั้นด้วยการสแกนเพื่อจ่ายได้ทันที ความสะดวกสบายที่ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องแยกประเภทของบัญชีอีกต่อไป มีเงินเข้ามาเท่าไหร่ก็ใช้ไป เหลือเท่าไหร่ก็แสดงเป็นตัวเลขในบัญชีให้เห็นว่ายังเหลือที่ใช้ได้อีกแค่ไหน เราจึงไม่วางแผนอีกต่อไปว่าจะต้องใช้เงินที่มียังไง นั่นจึงทำให้เกิดคำถามที่ไม่สามารถแยกออกได้ว่า ‘บิตคอยน์ที่เก็บออม’ กับ ‘บิตคอยน์สำหรับใช้จ่าย’ อยู่กันคนละวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้
ร่ายยาวทำไม สมมติฐานก็คือ พอเรามี mobile banking ที่มันสะดวกมาก ๆ สำหรับรับ/โอน/เก็บ มันเลยส่งผลให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนจากการเคยแยกบัญชีรับ/จ่ายกับบัญชีฝากออม มาเป็นการใช้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดบนบัญชีเดียวแบบต้องไม่แยกมันออกจากกัน
รับมา > จ่ายไป > ใช้ไม่หมด=ออม อยู่บนบัญชีเดียวกัน?
อีกครั้งถ้าเป็นเงินเฟียต การที่เราจะกินกาแฟ หรือซื้อเบียร์สักแก้ว เราจะนึกถึงเงินที่อยู่ในบัญชีเงินออมก่อนเงินสดที่มันอยู่ในกระเป๋าตังเราจริงดิ?
หิวเบียร์ว่ะ ชิบหายละ WoS ไม่มี sat เหลือเลย Trezor กูเก็บอยู่ไหนวะ.. หรอ?
#siamstr
#siamstr
ก็แค่ข้ออ้างของพวกตื่นสาย #siamstr #memestr


เข้าใจเฉย 555
Picture by GPT
Picture by GPTตราสารหนี้บวกปีละตั้ง 1.8% แหนะ #siamstr
Paradox
#siamstr
#siamstrในวันที่ Internet & AI ส่งข้อมูลได้ข้ามทวีปภายในเสี้ยววินาที #siamstr


เราไม่สามารถเอาปืนไปจ่อหัวใคร เพื่อที่จะทำให้เขายอมเสียเงินของเขาเพื่อซื้อในสิ่งที่เราต้องการจะขายหากว่าเขานั้นไม่ได้ต้องการมัน
แต่การสร้างความต้องการเทียมสามารถทำได้
#siamstr
That we've no idea what we've got until we lose it. 🎶
มีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย ต่อจากคลิปเมื่อเช้าไปลองหาอะไรต่อดู รู้สึกขนลุกหน่อย ๆ แห๊ะ
จากเมื่อเช้าของภาษาพระเวทใช้ระบบการออกเสียงด้วยการรักษาจังหวะแบบ ‘ฉันท์’ อิงกับความยาวของพยางค์ (มีการเว้นจังหวะตามรูป)
ปล. อันนี้เดี๋ยว verify อีกทีจากแหล่งอื่น
ส่วนของชาว Hellenic (Greek) การออกเสียงที่ใช้ในกลอนโบราณอย่าง Iliad หรือ Odessy ของ Homer ใช้ระบบเมตริกเหมือนกันแต่เป็นแบบ Hexameter (มีการเว้นจังหวะตามรูป)
ตัวอย่างการออกเสียงกลอนกรีกโบราณ Iliad
#siamstr
ส่วนของชาว Hellenic (Greek) การออกเสียงที่ใช้ในกลอนโบราณอย่าง Iliad หรือ Odessy ของ Homer ใช้ระบบเมตริกเหมือนกันแต่เป็นแบบ Hexameter (มีการเว้นจังหวะตามรูป)
ตัวอย่างการออกเสียงกลอนกรีกโบราณ Iliad
#siamstrน่าทึ่งแห๊ะ, ก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษรเพื่อการบันทึกข้อมูล ณ มุมหนึ่งของโลก ชนกลุ่มหนึ่งได้ประดิษฐ์วิธี ‘การออกเสียง’ เพื่อการบันทึกข้อมูลข้ามกาลเวลา [4:00] #siamstr
“การที่มนุษย์กว่าครึ่งไม่รู้หนังสือเป็นเรื่องที่ดี” - บาเดนี่ จาก สุริยะปราชญ์ทฤษฎีสีเลือด
“Here is wisdom. Let him that hath understanding count the number of the beast: for it is the number of a man; and his number is Six hundred threescore and six.” - Revelation 13:18 KJV
ขนาดว่ารู้หนังสือยังถูกทำให้คิดไปในทางเดียวกันได้ว่า 666 หมายเลขของสัตว์ร้าย (the beast) ในวิวรณ์นั้นคือตัวเลขของซาตานสิ่งชั่วช้าที่ต่อต้านพระเจ้า ทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ได้มีคำไหนตรงไหนในประโยคนี้ที่เขียนว่าซาตานเอาไว้สักคำ
ถ้าไม่รู้หนังสือเลยจะขนาดไหนครับคุณบาเดนี่ ลืมไปรึเปล่านะครับว่าการเผยแพร่ข้อมูลขยะไม่ได้ทำได้แค่จากการเขียนเป็นตัวอักษร
Μολόχ - Moloch (The Child Sacrifice)
#siamstr