Riina's avatar
Riina
riina@siamstr.com
npub1pcrw...qlaq
🧡 Freedom ⚡️
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ประมาณสัปดาห์ก่อน ลูกหยิบ ipad มาเสียบสายชาร์จ เราเห็นเปอร์เซ็นของแบตเตอร์รี่ เลยลองถามลูกเล่นๆว่า ถ้ามันเต็มมันจะเป็นกี่เปอร์เซ็น ลูกตอบว่า ก็ร้อย%ไงแม่ อ่าวแล้วตอนนี้มันเหลือ 50% แปลว่ามันมีแบตอยู่เท่าไหร่ ลูกตอบว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อวานลูกอาบน้ำเสร็จ ลองทดสอบลูกเล่นๆสักหน่อย หยิบขวดน้ำมาถามลูก เรา : น้ำเต็มขวดคือกี่% ลูก : 100% เรา : แล้วถ้าน้ำ50% หมายความว่ามีน้ำเท่าไหร่ ลูก : ครึ่งขวด เรา : สมมติแม่แบ่งครึ่งขวดน้ำ จะได้ส่วนที่เท่ากันกี่ส่วน ลูก : 2ส่วน เรา : 1ใน2ส่วน คือกี่เปอร์เซ็น ลูก : 50% เรา : แล้วถ้าแม่แบ่งเป็น4ส่วน 2ใน4ส่วน คือกี่เปอร์เซ็น ลูก : 50% เรา : แล้วถ้ามีน้ำ 4ใน4ส่วนล่ะ กี่เปอร์เซ็น ลูก : ก็เต็มไงแม่ 100% เรา : อ่ะ คำถามสุดท้ายละนะลูก แล้วถ้า 8/4ล่ะ คือกี่เปอร์เซ็น ลูก : 200% เรา : หึ้ย ลูกรู้ได้ยังไง แม่ยังไม่เคยสอนเลยนะ!! ลูก : ก็ ถ้า 12/4 มันก็จะเป็น 300% ไง (ยิ้ม) เรา : แม่ตกใจมาก ลูกรู้เองได้ยังไงเนี่ย จบการเรียนวันนี้ ไว้แม่จะมาถามใหม่ เด็กโฮมสคูลที่ไม่เคยไปโรงเรียน และไม่เคยนั่งเรียน ทุกๆการเรียนรู้ของเขานั้น มาจากการให้แม่อธิบายสิ่งรอบตัวให้ฟัง การเรียนรู้ผ่านการเล่นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ ปีนป่าย หมากฮอส การดูหนัง หรืออะไรก็ตามที่เขาสนใจ ใช้หลักการแบบ เข้าใจก่อน ทฤษฎีทีหลัง ลูกเรา 8ขวบ เทียบชั้นก็ประมาณ ป.2 เรื่องบวกลบคูณหารเรารู้ว่าลูกทำได้ดีแล้ว เพราะเห็นเขาคำนวณของในเกมส์ที่เขาเล่นเอง ว่าต้องใช้อะไรเท่าไหร่ ขาดอีกเท่าไหร่ (ซึ่งเขาเรียนรู้ด้วยตัวเองไปถึงหลักล้านแล้ว) หน่วยในเกมส์จะเป็น 100K 10M ลูกเข้าใจว่ามันคือเท่าไหร่ด้วยตัวเอง แต่เรื่องเศษส่วน%นี่มันค่อนข้างจะซับซ้อนนิดหน่อยสำหรับเด็ก แล้วเขารู้ได้ยังไง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไงเหมือนกัน แต่มันรู้เอง เวลาเราสอนลูกแบบเป็นเรื่องเป็นราว มันใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาที อย่างดีก็ครึ่งชม. อย่างบวกลบเลข สอนแค่ไม่กี่ครั้ง แต่เขาสามารถไปเรียนรู้ต่อเองได้ผ่านสิ่งต่างๆ เพราะคณิตศาสตร์มันมีอยู่แล้วรอบตัวเรา ทุกครั้งที่เราสอนลูกมักจะใช้วิธีพูดให้เขาคิดตาม แล้วค่อยๆเพิ่มความยากของคำถามไปทีละนิด พอเด็กเข้าใจแล้ว เขาจะเข้าใจเลย สิ่งนี้ทำให้เราคิดว่า หรือจริงๆแล้ว เด็กๆไม่ได้จำเป็นต้องใช้เวลาไปกับโรงเรียนมากมายขนาดนั้น วัยเด็กมีเวลาแค่ไม่กี่ปี แล้วหลังจากนั้นเขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่ไปตลอดกาล ไม่ได้บอกว่าการทำโฮมสคูลนั้นดีกว่า หรือการไปโรงเรียนนั้นไม่ดี การทำโฮมสคูลขึ้นอยู่กับแนวทางของแต่ละครอบครัว การเรียนรู้คือการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ซึ่งมันมีอะไรอีกมากมายนอกห้องเรียน การที่เด็กๆมีเวลาเหลือเฟือที่จะเรียนรู้จากทุกสิ่งรอบตัว ได้ทดลองทดสอบจินตนาการของเขา ได้มีเวลากับสิ่งที่ตัวเองสงสัย มันเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ จะเก่งหรือไม่เก่งก็ไม่เป็นไร แต่รู้จักตัวเอง และมีความสุข การทำในสิ่งที่ต่างออกไปจากคนส่วนมากอาจจะทำให้รู้สึกน่ากังวล หรือไม่มั่นใจในช่วงแรกเริ่ม แต่พอได้เลือกทางเดินในแบบของตัวเอง ทุ่มเทและเต็มที่กับมัน กลายเป็นว่าเรามีความสุขมากในเส้นทางของเรา นี่เป็นเพียงมุมมองเล็กๆมุมนึงจากแม่ของเด็กๆโฮมสคูลนะคะ #siamstr #Homeschool image
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ปกติจะเห็นแต่บิทคอยเนอร์ที่สนใจจะเข้ามาวิ่งเล่นในทุ่งม่วง แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีสมาชิกใหม่ที่ยังไม่ใช่บิทคอยเนอร์ด้วยซ้ำ แต่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งม่วง เรารู้สึกว่าเรื่องไลท์นิ่ง หรือ Nostr นี้มันยังใหม่มาก คนที่ไม่เคยรู้จักจะงงนิดๆ ไม่ก็โคตรงงเลย ว่ามันต่างกันยังไง มันมีอะไร แล้วคนที่เราจะคุยเรื่องพวกนี้ด้วยได้ ต้องมีความสนใจในเรื่องการเงิน และมีความคิดแบบเปิดในระดับนึง และการที่จะอธิบายเรื่องใหม่ๆให้เป็นภาษาคนง่ายๆ มันก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันมีสิ่งใหม่ที่เราต้องแนะนำเขา มีชื่อเรียกใหม่ๆ แบบอย่างเช่น relays, zap, lightning address, npub, nsec คือจริงๆมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่สำหรับคนที่เน้นทฤษฎีก่อน ว่าอะไรคืออะไร พวกเขาอาจจะขี้เกียจเรียนจนผลัดไปเรื่อยๆแทน ก็เลยไม่ได้มาวิ่งเล่นในนี้ซะที เราเลยตัดสินใจ ไม่สงสอนไม่สอนละว่าอะไรคืออะไร โหลดมาเลยละกัน แล้วส่ง sat ให้เขาดู จับมือทำดื้อๆเลยนี่แหละ จะได้รู้ว่ามันโคตรเจ๋ง คือให้ก้าวเข้ามาในโลกใหม่ก่อน แล้วค่อยอธิบาย แล้วจะกลายเป็นกลับกัน เขาจะเป็นคนถามเราเอง ใครอยากแนะนำคนที่บ้านให้ลองเข้ามาวิ่งเล่น แนะนำว่าไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย โหลดให้เขาเลย พร้อม ส่ง zap แรกเป็นการเปิดทาง ให้เขาเห็นด้วยตัวเองว่า นี่ไงง่ายแค่นี้เอง อันนี้บัญชีนะ อันนี้กระเป๋านะ ส่งเงินแค่กดตรงนี้เองนะ นี่ไงเงินเข้าแล้วนะ 555 พอเขาก้าวเข้ามาในนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีแต่ต้นไม้พันธุ์ดีมากมาย ยกตัวอย่างตัวเรา เราคือเมล็ดพันธุ์ที่อาจารย์พิริยะได้หว่านไว้ และเติบโตมากขึ้นโดยชุมชนบิทคอยเนอร์ช่วยกันรดน้ำใส่ปุ๋ย การพาคนใหม่ๆเขามาสัมผัสทุ่งม่วงนี้ก็คือหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆลงบนพื้นที่นี้ แล้วให้ทุกๆคนช่วยกันรดน้ำ ไม่รู้ต้นไหนจะโตหรือไม่โต แต่เมล็ดได้ถูกวางอยู่บนผืนดินชั้นดีละ หลังจากที่พวกเขาเข้ามาที่นี่ หวังว่าพวกเขาจะได้คำตอบของคำถาม ใช้เวลากับมันเพื่อที่จะเข้าใจโลกใหม่มากขึ้น zap จนคุ้นเคยกับระบบการเงินใหม่ และเมื่อพวกเขาเข้าใจแล้วเขาอาจจะกลายเป็นคนหว่านเมล็ดพันธุ์ต้นต่อไป
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ถ้ามีสงครามจริง Bitcoin จะเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ถูกทำลายจากสภาวะสงคราม และสามารถนำเอาติดตัวไปได้หากมีการอพยพ นอกนั้นแทบจะเอาอะไรไปไม่ได้เลย เราไม่สามารถแบกบ้านข้ามประเทศไปได้ด้วย #siamstr
Riina's avatar
Riina 2 years ago
วันนี้ไปทำธุระยื่นขอคืนเงินภาษีที่สรรพากรมา เอกสารของเราละเอียดและชัดเจนมาก แต่คุณหัวหน้าที่เราเข้าไปคุยในห้องก็ต้องการให้ชี้แจงอีก ตอนแรกคุยกันในห้องค่อนข้างดุเดือด เรากับเขาโต้วาทีกันแบบชิงไหวชิงพริบ ยังกับดูหนังเกาหลีอยู่ (แต่ไม่ได้ทะเลาะกันนะ) เราเลยบอกว่ายื่นไปเลย ถ้าไม่ได้ก็ให้เขาปัดตกมา เราจะไม่แนบเอกสารอะไรอีกแล้ว เพราะแค่ที่ยื่นไปก็ชัดเจนที่สุดละชัดเจนกว่านี้ไม่มีละ ทำเรื่องง่ายให้มันง่าย อย่าทำเรื่องง่ายให้มันยาก เจ้าหน้าที่อีกคนบอกใจเย็นๆก่อนน้าาาน้อง โอเค พักยกระหว่างรอเจ้าหน้าที่ออกไปร่างเอกสารใหม่ เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าที่โต้วาทีกันอยู่เมื่อกี๊ ก็ถามเราขึ้นมาว่า ได้ซื้อหุ้นไว้บ้างไหม แบบที่ได้ปันผลน่ะ... ตอนแรกก็เกือบจะตีกันอยู่ละ พอเปิดประเด็นเรื่องหุ้น สรุปไปจบที่บิทคอยน์ เขายิงคำถามเรารัวๆ เราก็ตอบไปแบบรัวๆ ป้ายยาไปแรงมาก ดิฉันผู้บอกเจ้าหน้าที่สรรพากรว่า "เราควรแยกเงินออกจากอำนาจรัฐ" ไปยันเรื่องเงินคืออะไร ยาวไปถึงเงินเข้ารหัส ไปยันประวัติศาสตร์การเงิน คุยกันเยอะมาก ถูกคอเว่อร์ ยาวไป3ชม. เข้าห้องบ่ายโมงออกมาสี่โมงกว่า เราเรียกเขาคุณน้า เขาเรียกเราคุณน้อง คุณน้าเดินมาส่งอีก ดีกันเฉย เซอร์ไพรซ์มาก ไม่นึกว่าเขาจะสนใจมากขนาดนี้ 3ชม. คุยกันแต่เรื่องบิทคอยน์ล้วนๆ ไม่มีใครหยุดพูดเลยทั้งคนถามและคนตอบ งงหนักมากว่าไปอยู่จุดนี้กันได้ไง แต่ก็ฟินมาก 555
Riina's avatar
Riina 2 years ago
เห็นสวัสดีวันจันทร์ ที่พ่อกับแม่ส่งมาให้ในไลน์ ทำให้นึกได้ว่า ลืมวันจันทร์ที่น่าเบื่อไปนานแค่ไหนแล้วนะ วันเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของการทำงานของคนทั่วไป การทำงานเป็นสิ่งที่วิเศษ ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราคงทำมันได้ตลอดชีวิต แบบไม่ต้องทำเพื่อรอวันหยุด ไม่ใช่ทำเพื่อแค่เฝ้ารอวันเกษียณ ถ้าเลือกไม่ได้ ต้องทำงานที่แสนน่าเบื่อเพื่อคนอื่นเพราะความจำเป็น มันคงรู้สึกเหมือนชีวิตที่ไร้จิตวิญญาณน่าดู เพราะมันดูไม่มีความหวังที่ปลายอุโมงค์เลย โลกในวันนี้ที่มีบิทคอยน์ เหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทำให้รู้ว่ายังมีทางออกไปจากความมืดมิดนี้อยู่ หวังว่าใครก็ตาม ที่กำลังทำงานที่น่าเบื่ออยู่ คงจะมีความสุขเล็กๆเกิดขึ้นในใจ เวลาที่ได้นึกถึงบิทคอยน์ขึ้นมาในหัว เพราะวันนี้รู้แล้วว่างานน่าเบื่อที่ได้ทำไป ผลผลิตที่ได้จะถูกเก็บไว้ที่ไหน พลังงานที่เก็บไว้ในบิทคอยน์ อาจจะยังไม่คุ้มค่าพอที่จะใช้ในวันนี้ แต่ในรุ่นลูกของเรามันจะมีค่ามหาศาลเลยทีเดียว ไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่สนใจจะเข้าร่วมในวันนี้ ในวันหนึ่งวันข้างหน้า ลูกๆของพวกเขาก็ต้องเข้าร่วมอยู่ดี… แม้พ่อแม่ของพวกเขาจะไม่สนใจเข้าร่วมเลยก็ตาม สวัสดีวันธรรมดาที่มีความสุข ☺️ #siamstr #btc
Riina's avatar
Riina 2 years ago
เมื่อนานมาแล้ว ท่ามกลางความมืดที่เย็นสนิท แรงโน้มถ่วงเริ่มดึงดูดกลุ่มแก๊สและละอองต่างๆมารวมกัน แรงมหาศาลที่ดึงดูดและกระทำกับกลุ่มมวลนั้นมหาศาล มวลต่างๆถูกดึงดูดให้บีบอัดเข้าหากัน จนกระทั่งกลายเป็นกลุ่มก้อนแก๊สร้อนเรืองแสง จนในที่สุดมันก็ร้อนมากพอที่จะสร้างพลังงานได้ด้วยตัวเอง ดาวฤกษ์หนึ่งเดียวที่ให้ความร้อนและแสงสว่าง ดวงอาทิตย์ของเรา เมื่อมองเข้าไปใต้พลาสมาที่ร้อนระอุ ลึกลงไปข้างในที่แกนกลางของดวงอาทิตย์ส่วนที่ร้อนที่สุด อะตอมที่กำลังชนกันที่อัตราความเร็วสูงและถูกหลอมรวมกัน ได้ปลดปล่อยพลังงานที่บริสุทธิ์ กระบวนการนี้เรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น ในแกนกลางของดวงอาทิตย์ ขณะที่อะตอมกำลังพุ่งชนและหลอมรวมกัน โฟตอนได้ถูกปลดปล่อยออกมา และพยายามที่จะไหลออกมาสู่ภายนอก พลังงานเล็กๆที่ไร้มวลบางส่วนนั้นสามารถหลุดรอดผ่านชั้นต่างๆภายในของดวงอาทิตย์ พุ่งตรงออกมาจากแกนกลางของดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วแสง มันแผ่รัศมีออกไปทุกทิศทาง บางส่วนได้เดินทางผ่านระยะทาง 150ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8นาทีกว่าๆ พุ่งตรงมายังโลกของเรา ในทุกๆวินาที ใบไม้แต่ละใบจะดูดซับโฟตอนจำนวนมหาศาล กรานาได้รับแสงอุ่นๆจากดวงอาทิตย์ พื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่คอยดักจับโฟตอนที่มาจากดวงอาทิตย์ ในนั้นอัดแน่นไปด้วยสารสีเขียวอย่างคลอโรฟิลล์ที่สามารถดูดซับแสงแดด คลอโรฟิลล์ดักจับพลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ เมื่อน้ำรวมกับคาร์บอนไดออกไซด์และแสงแดด กระบวนการนี้ถูกเรียกว่า การสังเคราะห์แสง ได้เปลี่ยนรูปของพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้น คือน้ำตาลและออกซิเจน กลายที่เป็นกักเก็บพลังงานใหม่ไว้ส่งต่อให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลก น้ำตาล เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์อื่นๆ ที่ทำให้พืชเจริญเติบโต เช่น แป้ง เซลลูโลส โปรตีนหรือไขมัน ออกซิเจน เป็นธาตุที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้ในการหายใจและเผาผลาญพลังงาน พลังงานนั้น ไม่ได้ทำถูกให้เพิ่มขึ้นหรือหายไป พลังงานเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในจักรวาลของเรานี้ มันแค่หมุนเวียน เปลี่ยนรูปจากพลังงานรูปแบบหนึ่งไปสู่พลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง การโฆษณาชวนเชื่อว่า การอุปโภคบริโภคที่มากของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำมัน ลดการใช้พลังงาน ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะยิ่งกินเนื้อสัตว์ยิ่งทำให้โลกร้อน !! คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แนะนำให้พลเมืองหันมาบริโภคพืชผัก เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ใช่ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรา ฆ่าพืช เพื่อนำมาบริโภค พวกเขาบอกว่ามันจะช่วยลดโลกร้อน พวกเขายังอ้างอีกว่าการทำปศุสัตว์นั้น ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในดินถูกปล่อยออกมาและเกิดก๊าซเรือนกระจก 555 (ขออภัยที่อดขำไม่ได้จริงๆ) พืชซึ่งกำลังทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ พืชที่ทำหน้าที่ส่งต่อพลังงานไปยังเหล่าสรรพสัตว์ กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตัวพวกเขาเองนั้นก็ต้องใช้พลังงาน และอุปโภคบริโภคไม่ได้ต่างไปจากพวกเรา พวกเขากำลังบอกให้ผู้คนหันไปกินพืชกันมากขึ้นและลดการกินเนื้อ พืชที่เป็นแหล่งพลังงานของเหล่าสัตว์ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรากินพืชแทนที่จะกินสัตว์ พวกเขายังแนะนำการบริโภคแบบมังสวิรัติที่ประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ธัญพืช(เมล็ด) ถั่ว กรดอะมิโนชนิดจำเป็น ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้นั้น เราสามารถได้รับโดยตรงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ผู้ที่ทานแต่ผักมักจะขาดสารอาหารบางชนิด อีกทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรมักอุดมไปด้วยยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ นี่คือเหตุผลที่ มนุษย์ควรระมัดระวังในการบริโภค และต้องบริโภคทั้งพืชและสัตว์อย่างสมดุล ถ้ามองในอีกแง่ ผู้เขียนมองว่า พวกเขาเองนั่นแหละที่กำลังทำให้โลกร้อน ถ้าพวกเขาจะกล่าวหาว่า คาร์บอนไดออกไซด์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เพราะพวกเขากำลังบอกให้พวกเราทำลายพืช กินพืชให้มากขึ้น พวกเขากำลังบอกให้มนุษย์บริโภคพืชแทนเนื้อสัตว์ เขากำลังบอกให้เราแย่งอาหารจากบรรดาเหล่าสัตว์ เมล็ดพืชที่ปกติแล้วจะต้องทำหน้าที่ในการแพร่พันธุ์ จะแพร่พันธุ์ต่อได้อย่างไร ถ้ามนุษย์เก็บมากินไปซะหมด ต้นไม้จะเอาใบไม้ที่ไหนมาสังเคราะห์แสง หากมนุษย์กินพืชแทนเนื้อกันทุกคน ความจริงแล้ว ผู้คนมีสิทธิ์อุปโภคบริโภคเท่าไรก็ได้ ตราบใดที่พวกเขาหาทรัพยากรนั้นมาด้วยตัวเอง การพยายามสร้างความเชื่อลวงโลกว่า โลกของเรานี้กำลังร้อนขึ้นๆ พวกเขาพยายามโน้มน้าวว่า การลดใช้พลังงาน การลดการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น เป็นการกระทำความดี เพราะกำลังช่วยลดโลกร้อนอยู่ สิ่งนี้เป็นเพียงแค่การหลอกให้ผู้คนเชื่อว่า สิ่งๆนั้นไม่มีคุณค่า สิ่งๆนั้นเป็นสิ่งเลวร้าย สิ่งๆนั้นเป็นการไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม เพราะมันเป็นการง่ายที่สุดที่ผู้คนจะไม่ออกมาต่อต้าน และไม่ถามว่าทำไม ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังปกป้องโลกใบนี้ ซึ่งมันไม่จริง ทุกวันนี้ผู้คน ผลิตสิ่งต่างๆที่ได้มาจากทรัพยากรมากกว่าที่พวกเขาได้ใช้ไป ผู้คนหลายล้านคนบนโลกกำลังทำงานหนัก แต่กลับได้บริโภคสิ่งต่างๆเพียงน้อยนิดและบางสิ่งไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมที่มนุษย์จะบริโภค ในขณะที่คนบางกลุ่มกลับสามารถบริโภคสิ่งต่างๆได้อย่างล้นเหลือ ความจริงแล้ว พวกเขาแค่ต้องการให้เราทิ้งสิ่งที่มีค่าไปด้วยตัวเอง เลิกอุปโภคบริโภคโดยสมัครใจ เพื่อที่พวกเขาจะนำทรัพยากรเหล่านั้นไปใช้ได้โดยง่าย แบบไร้การขัดขืน ไร้ข้อกังขา พวกเขาต้องการลดส่วนแบ่ง เพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้มากขึ้นต่างหาก พวกเขาแย่งชิงมันอย่างไร ผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีในวิธีการแย่งชิงทรัพยากร พลังงานนั้นมีอยู่แล้วและจะไม่หายไป โลกได้รับพลังงานมาจากดวงอาทิตย์ อะตอมที่ถูกหลอมรวมกันและกลายเป็นหนึ่งได้ปลดปล่อยโฟตอน โฟตอนถูกส่งมาจากดวงอาทิตย์โดยกระบวนการนิวเคลียร์ฟิวชั่น ต้นไม้ดูดซับพลังงานนั้นไว้และส่งต่อไปยังสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะ มนุษย์ พืชหรือสัตว์ เพียงแค่นำสิ่งที่มีอยู่แล้วนั้นมาใช้ มนุษย์เราก็เป็นแค่เพียงสิ่งหนึ่งในกระบวนการการเปลี่ยนรูปพลังงานเท่านั้น ผู้คนไม่ได้กำลังทำเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องที่ดี สิ่งนี้มันเป็นเพียงธรรมชาติ ผู้ที่พยายามบิดเบือนความจริงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองต่างหาก ที่เลวร้ายอย่างแท้จริง แต่มันก็คงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอีกเช่นกัน #Climatescam #Siamstr #bitcoin