GA 😆 #siamstr #nostr
ChaCha
npub1r8ad...7r8l
Creator
สรุป Live หัวข้อ : การออมคือแม่ทุกสถาบัน
“เราต้องออมเพราะว่า “ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่แน่นอน” - ดร.วิชิต
********************
1.“ทำไมเราต้องออม” ก็เพราะว่า “ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่แน่นอน” ดังนั้น การออมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้ว่า อนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นเราจึงต้อง “เสียสละ” ความสุขในวันนี้ ใช้จ่ายแค่พอประมาณและที่เหลือก็เก็บออม
.
2.การออมครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ “การสะสม” เพื่อที่วันหนึ่งในอนาคตเราจะได้ใช้มันการออมจึงไม่ใช่แค่ออมเงิน ในชีวิตเราก็ยังมีทั้งการออมบุญ ออมบารมี การทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ออมพลังงาน ออมสุขภาพ เพื่อให้เรามีคุณภาพที่ดีในอนาคต แลกกับการเสียสละในวันนี้
.
3.ดังนั้น การออมคือการ “สะสมพลังงาน” จะทำให้เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และมากกว่านั้นก็คือการแบ่งปันผู้อื่นด้วย เพราะวันหนึ่งที่เราขัดสน เราก็สามารถไปหยิบยืมจากผู้อื่นได้ที่เขามีเงินออม เราจึงต้องขยายแนวคิดการออม ในสังคม ต้องทำทันทีทำทำอย่างบ้าคลั่งและต่อเนื่อง
.
4.มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตในโลกแค่ไม่กี่ไม่กี่ประเภทที่มีการ collaborate กันได้ และก่อเกิดอารยธรรมแบ่งงานกันทำ และเราสามารถที่จะทำเลือกทำในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญได้ งานจะมีประสิทธิผลสูงมาก ถ้าอยาก “ไปให้เร็วคือไปคนเดียว” แต่ถ้าอยาก “ไปให้ไกลต้องไปกันหลายคน” แปลว่ามันต้องมีความเชื่อใจกัน
.
5.คำตอบก็คือ “เงิน” ซึ่งเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะทำให้มนุษย์ Trust กันได้ ต้องเป็นเงินที่เราไว้วางใจได้ว่ามันจะไม่ถูกลดค่า นั่นคือการเป็นเงินที่มีมูลค่าที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ เมื่อเรามีเงินที่เชื่อใจได้เราก็ไม่ต้องกังวลว่า เก็บมันไว้แล้วมูลค่ามันจะลดลง ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ซึ่งเงิน Trust ได้แล้วนั่นคือ “บิตคอยน์”
.
6.พี่วิชิตย้ำว่า “การออม” ไม่ได้ทำให้เรามั่งคั่งหรือร่ำรวยขึ้นมันเป็นแค่ “การเก็บพลังงานส่วนเกิน” ที่เรามีเพียงแต่ ในช่วงนี้มันคือช่วงเวลาพิเศษที่มนุษยชาติได้ค้นพบเครื่องมือของการออมชนิดใหม่ (บิตคอยน์) บางคนเจอแล้ว เข้าใจแล้ว กระทั่งได้เริ่มเก็บพลังงานส่วนเกิน ไว้ในเครื่องมือชนิดใหม่นี้ซึ่งเกิดมาแล้ว 15 ปี
.
7.โลกของเรา กำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด และแนวปฏิบัติครั้งสำคัญเพราะเริ่มเข้าใจ “ความจริง” นับวันผู้คนจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการโยกย้ายถ่ายเทพลังงาน จากเคยสะสมอยู่ในเครื่องมือเดิมๆ อย่างบ้าน ที่ดิน หุ้น พระเครื่อง งานศิลปะ รถคลาสสิค ทองคำ พันธบัตร มันจะไหลเข้ามาสู่เครื่องมือชนิดใหม่ในอีก 15-20 ปีจากนี้!
.
8.นั่นหมายความว่าช่วงนี้ก็ยังเป็น “โอกาส”ในการสะสม เพราะมูลค่าตลาดของบิตคอยน์แค่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์แต่มูลค่าตลาดสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก 900 ล้านล้านดอลลาร์ที่จะมีบางส่วนไหลมายังบิตคอยน์ จึงมองว่ามูลค่าบิตคอยน์ “ยังอยู่ตีนดอย” แม้จะเข้าใกล้ 100,000 ดอลลาร์/เหรียญแล้วก็ตาม ในขณะที่ผู้คนอีกมากมายบนโลกนี้ยังไม่รู้จักกับเครื่องมือนี้เลย
.
9.พี่ป๊อปเสริมว่า การออมเงินก็เผื่อไว้ 1.ใช้ในยามแก่ชราเรายังต้องกินต้องใช้ แต่เราไม่มีแรงทำงานแล้ว หากใช้ไม่หมดก็เหลือตกทอดเป็นมรดกให้ลูกหลาน และ 2.การออมคือเพื่อเป็น “เงินทุน” ในการลงทุน ซึ่งยังไม่นับรวมเรื่องของ appreciation (การเพิ่มขึ้นของมูลค่า) ที่เกิดจากราคาบิตคอยน์ที่ตอนนี้ “ยังอยู่ตีนดอย”
.
10.ดังนั้น แทบไม่ต้องนำไปลงทุนอะไรก็ได้ “แค่เก็บโง่ๆ” ไว้สัก 15 - 20 ปีนี่คือคำตอบของ “กลยุทธ์ของการเก็บโง่ๆ” แม้ว่ามันจะไม่ได้ให้ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมหาศาลเป็นร้อยเท่า เหมือนกับคนที่เก็บสะสมบิตคอยน์ในยุคแรกๆ ก็ตาม
.
11.บริษัทในตลาดหุ้นเข้ามาสะสมบิตคอยน์ไว้ในงบดุล นำโดย MicroStrategy ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สมัยก่อนเวลาเงินเหลือ บริษัทก็นำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่ปัญหาของการไปถือครองสินทรัพย์อื่นๆ คือมันตีมูลค่าทันทีไม่ได้ เช่น หากมีที่ดินต้องส่งคนไปประเมิน ทำให้ในงบการเงินไม่สามารถตีมูลค่าบริษัทได้ทันที แต่การเก็บบิตคอยน์ไว้ในงบดุลทำให้สามารถประเมินมูลค่าบริษัทได้แบบ “เรียลไทม์” (ทั้งจากงบกำไรขาดทุน และงบดุล) ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกนี้
.
12.บิตคอยน์ทำตัวเหมือน “หลุมดำที่ดึงดูดพลังงาน” ออกมาจากสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงเกินความเป็นจริง หรือทำหน้าที่เกินความจำเป็น จากนั้นผู้ที่ถือครองพลังงานในเครือข่ายบิตคอยน์จะสามารถแปลงกลับไปเป็นเจ้าของ ในรูปแบบต่างๆ เช่น หุ้นในตลาดหลักทรัพย์
.
13.กระบวนการนี้เกิดขึ้นเป็น 2 ขั้นตอน ในขั้นแรก มูลค่าของหุ้นบริษัทเหล่านั้นจะลดลงเพราะพลังงานถูกดึงมาอยู่ในฝั่งบิตคอยน์ และขั้นที่สองเปิดโอกาสให้ผู้ถือบิตคอยน์รายใหม่ สามารถย้อนกลับเข้าไปในตลาดเพื่อแปลงบิตคอยน์เป็นความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ต่างๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล (reasonable)
.
14.การจัดสรรพอร์ตส่วนตัว “พี่ป๊อป” มีเงินสด-ใช้ในระยะสั้น 1-2 ปี, ระยะกลาง-ทองคำ และระยะยาว 5 ปีขึ้นไป-เก็บเป็น bitcoin โดยสะสมแบบ DCA ช่วงนี้ให้ตัดรายชั่วโมง “เหยียบทุกดอย” ชั่วโมงละ 2 ดอลลาร์ ส่วน “พี่วิชิต” มีกลยุทธ์เดียวคือ “ทุ่มหมดหน้าตัก” คือสะสม 100% ในบิตคอยน์ ในไทม์ไลน์ของพี่วิชิตที่มองไว้คือ 1 บิตคอยน์ที่ 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า
.
15.วิธีเริ่มต้นสำหรับกลยุทธ์การออม ก็ต้องทำให้ตัวเองให้ “มีพลังงานเหลือใช้” ยอมรับว่าโจทย์นี้ยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเกินกว่าคุณค่าหรือมูลค่าที่ตัวเองสร้างขึ้น ทำให้เป็นหนี้สินการเงินยังไม่เป็นบวก แต่หากสนใจกลยุทธ์นี้จริงๆ แนะนำให้เริ่มจากการศึกษาก่อนว่า “โลกนี้มันมีปัญหาอะไร?” “ระบบการเงินมันยุติธรรมหรือไม่” จึงจะเข้าใจว่าบิตคอยน์มันคือ Solution.
.
.
ที่มา : รายการ Crypto Cha Cha Cha
ฟังบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
EP.8 การออมคือแม่ทุกสถาบัน! - รายการ Crypto Cha Cha Cha
-ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า (พี่ชิต) ผู้ก่อตั้ง CHIT BEER คราฟต์เบียร์สัญชาติไทย หัวใจบิตคอยเนอร์ ผู้ที่จะมาเผยกลยุทธ์ “เก็บโง่ๆ ให้ถูกที่”
.
-ดร.นที เทพโภชน์ (พี่ป๊อป) ผู้ก่อตั้ง Crypto City Connect และผู้จัดงาน Block Mountain อีกหนึ่งมหกรรมรวมตัวชาวคริปโทประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในไทย (เชียงใหม่)
#nostr #siamstr #wherostr
การที่เราจะมีอิสระได้ เราต้องมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งมันเป็นรากฐานที่สำคัญของเสรีภาพในทุกมิติของชีวิตเรา...
***************************
วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ประธานซุป” ฉายาที่เรียกกันในทีมอเวนเจอร์ส Right Shift สื่อให้ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์และเศรษฐศาสตร์ คอมมูนิตี้บิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
.
ก่อนหน้าที่ "ประธานซุป" จะมาทุ่มเต็มเวลาให้กับงานที่ Right Shift ได้ผ่านประสบการณ์ทำงานมาหลายมิติ ทั้งการเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจ โดยเปิดร้านกาแฟ เปิดร้านอาหาร ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นอย่างมาก
.
ด้วยความที่ทำงานหลายอย่าง รายได้ก็สามารถเลี้ยงตัวเองเลี้ยงและครอบครัวได้อย่างสบายเขาใช้คำว่า “รายได้ก็พอตัว” แต่คำถามคือจะต้องหาเงินหาทองไปอีกสักเท่าไหร่กัน และยิ่งหาเงิน ยิ่งอยากรวยมากเท่าไหร่ มันก็มาคู่กับการสร้างหนี้ต่อไปอีก
.
กระทั่งวันหนึ่งได้รู้จักกับ “บิตคอยน์” ด้วยหลักปรัชญาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังบิตคอยน์ทำให้เขาได้รู้จักกับคำว่า “พอใจ” หรือ “พอเพียง” การไม่ยึดติดกับวัตถุ กับความมั่งคั่งร่ำรวยมากจนเกินไป เพราะว่ายิ่งทำมันก็ยิ่งสร้างหนี้วิ่งตามหาความร่ำรวยมากขึ้นๆ แต่การหันกลับมาสู่ “สิ่งที่มันเรียบง่าย” กลับทำให้มีความสุขมากกว่า
.
เขามองว่า “Bitcoin is Freedom” หมายความว่า มันได้ให้อิสรภาพที่มนุษย์เรา สามารถเลือกเส้นทางของชีวิตของตัวเองได้ อนาคตเรากำหนดได้ เราออกแบบมันเองได้
.
ซึ่งอิสระมันก็ต้องมากับความรับผิดชอบจากการตัดสินใจของตัวเองและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวเราและคนรอบข้าง เพราะว่าทุกการกระทำของเรามันย่อมส่งผลต่อทั้งตัวเราแล้วก็ต่อสังคม
.
ดังนั้น อิสรภาพบิตคอยน์มอบให้ มันไม่ได้หมายความว่าเราจะไปทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่สนใจคนอื่น แต่ว่ามันหมายถึงว่าเรามีอิสระที่เราเลือกที่จะทำ ในสิ่งที่มันควรจะต้องถูกต้องสิ่งที่มันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
.
การที่เราจะมีมีอิสระตรงนี้ได้ เราต้องมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งมันเป็นรากฐานที่สำคัญของเสรีภาพ ในทุกมิติของชีวิตเรา สิ่งนั้นคือ
.
“การที่เรามีเงินที่ดี มีเงินที่มั่นคง มีเงินที่รัฐควบคุมไม่ได้ มันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อทุกคนที่จะทำให้เรามีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตหรือเป้าหมายของเรามากขึ้น”
.
ปัจจุบัน เขาตัดสินใจร่วมงานกับ Right Shift แบบเต็มเวลาเพื่อผลิตสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์และเศรษฐศาสตร์ให้กับคนไทยร่วมกับอ.ตั๊ม พิริยะ ซึ่งเป็นไอดอลของตัวเองอยู่แล้ว
.
“ความสุขตรงนี้มันประเมินค่าไม่ได้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองเสมอไปแต่มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเห็น คุณค่าที่เราสร้าง การมีส่วนร่วมในสิ่งที่เราเชื่อมั่น มันไม่เหมือนกับความสุขชั่วคราว ที่เราเอาเงินไปซื้อมันแตกต่างกันมาก”
.
บทสรุปสำหรับ “ประธานซุป” คือบิตคอยน์เป็นอะไรที่มากกว่าเรื่องของการลงทุน หรือการออม แต่มันเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างอนาคตที่ดีกว่าอนาคตที่ทุกคนมีอิสระที่จะมีความสุขในแบบของเรา.
.
.
>>ฟังบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
EP.6 เมื่อบิตคอยน์และกำไร “ไม่ใช่เรื่องเงิน" x Right Shift (นาที 32 : 42 - 39 : 40)
-------------------------------------------#Nostr #Wherostr #Siamstr #bitcoiner #RightShift 

สำหรับคลิปนี้ สัมภาษณ์ BitToon (พี่เทอร์โบ) ซึ่งเป็นผู้ที่พัฒนาบอร์ดเกมบิตคอยน์และประกวดชนะเลิศในงาน Bitcoin Thailand Conference #BTC2024 ค่ะ 😀
.
ถ้ารู้สึกว่า Bitcoin เป็นเรื่องเข้าใจยาก เราจะพาไปคุยกับพี่เทอร์โบ ชุมพล วงศ์มติกุล จากเพจ BitToon ผู้สร้างบอร์ดเกม Age of BITCOIN จำลองเรื่องราวของ Bitcoin ทำให้เราได้ทั้งความรู้เเละความสนุกสนานผ่านการลงมือทำ😃
.
#nostr #wherostr #siamstr #efinanceThai #bitcoin #bittoon 

GM 😂
กูรูชี้! การศึกษาบิตคอยน์ที่แท้จริงคือการศึกษาระบบการเงิน การตั้งคำถามกับตำราที่เคยเรียนมา มุมมองที่แตกต่างช่วยให้เห็นโลกได้ชัดขึ้น ย้ำ! “เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์”
.
“บิตคอยน์” เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คน เช่นเดียวกับมุมมอง “อ.ตั๊ม” ในยุคแรกๆ ที่เริ่มเข้ามาศึกษาและให้ความรู้คนไทยแต่ยิ่งศึกษาเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นทั้งในเชิงปรัชญา เชิงเศรษฐศาสตร์และในเชิงของคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง เรียกว่าเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของบิตคอยน์ และมองว่า “บิตคอยน์คือโอกาสรอด”
.
อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ Managing Director CDC Chaloke DotCom เปิดเผยในงานสัมมนา Better Trade 2024 หัวข้อ The Future of Bitcoin : ทางเลือกหรือทางรอดระบบการเงินโลก เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา
.
***เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์
.
อ.พิริยะ ชี้ให้เห็นว่าการศึกษาบิตคอยน์ที่แท้จริง คือการศึกษาระบบการเงิน และการตั้งคำถามกับวิชาการที่มีอยู่ในตำรา ซึ่งไม่ได้แปลว่าตำราเหล่านั้นโกหก แต่มุมมองที่แตกต่างจากการศึกษาบิตคอยน์อย่างถ่องแท้จะช่วยเราเห็นโลกได้ชัดขึ้น
.
“ตรงนี้ต่างหากที่มันจะให้ประโยชน์ ในที่สุดคุณจะซื้อบิตคอยน์ทันหรือไม่ทันก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่เห็นตรงนี้คุณซื้อไปก็เป็นเหยื่อระบบตรงนี้อยู่ดี” อ.พิริยะ กล่าว
.
พร้อมแนะนำว่า “เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์” ใครก็ตามที่สนใจบิตคอยน์ควรเริ่มศึกษา แม้มันจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถเข้าใจได้ ด้วยความที่มันจะไปขัดแย้งกับชุดความคิดเดิมๆ ของเราหลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ บิตคอยน์จะชี้ให้เราเห็นว่า ความเป็นจริงของโลกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด
.
“ความเป็นจริง ที่เราท่องจำกันมาจากมหาวิทยาลัย คำสอนที่บอกว่าเงินวันนี้ต้องมีค่ามากกว่าเงินวันพรุ่งนี้ หรือการที่เงินต้องเสื่อมค่าลงตลอดเวลา ความเป็นจริงที่ถือว่าเป็นสัจธรรมมันอาจจะไม่ใช่สัจธรรม มันอาจเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการ ควบคุมเรา” อ.ตั๊ม ระบุ
.
*** “ไม่ใช่โอกาสรวย” แต่ “เป็นโอกาสรอด”
.
เมื่อบิตคอยน์ทำให้เราเห็นว่าระบบการเงินโลกมันมีปัญหาอะไร นักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อจับโอกาสนี้อย่างไรบ้างนั้น สิ่งที่สำคัญอ.ตั๊ม บอกว่า “จะต้องเข้าใจระบบการเงินปัจจุบัน”
.
“แต่ผมไม่ได้มองว่า บิตคอยน์มันเป็นโอกาสรวย แต่มองว่ามันเป็นโอกาสรอด”
.
พร้อมเปรียบโลกของเราเป็นเหมือนเรือที่กำลังจะจมลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เหมือนกับเรือไททานิกที่ลำใหญ่ สวยหรู มีอาหารอร่อยแต่เรือกำลังจะจม บางคนอยู่บนสุดของเรือก็ไม่รู้สถานการณ์ บางคนอยู่ด้านล่างของเรือรู้แล้วว่าเรือมันจมก็กระโดดไปเรือชูชีพ!
.
“บิตคอยน์เปรียบเสมือนเรือชูชีพลำเล็กๆ เล็กมากถ้าเทียบเรือลำใหญ่ลำนี้ แต่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ”
.
***แม้วันนี้ยังไม่สนใจ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ!
.
ในวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนยังต้องใช้เงินตราที่ออกโดยรัฐบาล (เงินเฟียต) บรรดาร้านค้าที่รับบิตคอยน์ก็ยังมีน้อยเพราะซัพพลายเชนต่างๆ ยังใช้เงินเฟียต ดังนั้น แม้เราอาจจะยังไม่จำเป็นที่จะต้องกระโดดเข้ามาข้องเกี่ยวกับบิตคอยน์ในตอนนี้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจในการที่จะรู้ว่าโลกนี้มันมีปัญหาอะไร
.
เราต้องรู้ว่า "ปริมาณของเงินมันเพิ่มขึ้น แต่ความมั่งคั่งของเราไม่ได้เพิ่มขึ้น" มันคือการที่เงินของเรา "ถูกขโมย" ออกไปตลอดเวลา ทำไมเงินเรามันระเหยได้ มันไม่ต่างกับการที่เรา “ถูกปล้น” โดยไม่ได้ยินยอม
.
ประชาชนทุกคนบนโลกนี้กำลังโดนปล้น หมายความว่า วันนี้ของ ๆ เรา ทรัพย์สินของเรา ความมั่งคั่งของเรา ถูกหยิบออกไปจากตัวเรา ถูกทำให้หายไป หรือถูกทำให้ลดลง โดยที่เราไม่มีสิทธิยินยอม รับรู้ หรือทักท้วงใดๆ ไม่ต่างอะไรกับการ "โดนลักหลับ"
.
นั่นเท่ากับว่าเราทำงาน มีเงินเก็บ แต่ "เงินเก็บระเหย" ทำให้เราต้องทำงานครั้งที่สองด้วยการไปลงทุน รับความเสี่ยงอีกทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องรับ แต่เพราะเงินออมมันถูกทำลาย ทำให้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาเงินออม แล้วเราก็จะหลงไปกับคำหลอกลวงทั้งหลาย ที่บอกจะพาเราไปรวย นำพาไปเจอความเสี่ยงที่มากขึ้น และท้ายสุดอาจเผชิญกับความสูญเสีย
.
***เก็บเงินให้ถูกที่ วิธีปลดแอกมนุษยชาติ
.
“เพราะฉะนั้น การทำความเข้าใจเรื่องนี้ (ระบบการเงิน,บิตคอยน์) จะช่วยปลดแอกเราได้ประมาณหนึ่งว่า ในเมื่อเรารู้เช่นนี้ เราก็ควรจะเลือกเก็บเงินให้ถูกที่ เลือกออมเงินให้ถูกที่ ทรัพย์สินที่รัฐบาลผลิตเพิ่มไม่ได้ ผมมองว่าเป็นทรัพย์สินที่เหมาะสมสำหรับการเก็บออม” อ.พิริยะ ระบุ
.
บิตคอยน์เป็นทรัพย์สินที่จำกัด นโยบายการเงินของบิตคอยน์กำหนดไว้มีแค่ 21 ล้าน BTC ใครอยากผลิตก็สามารถทำได้ แต่มีต้นทุนที่เท่ากันทุกคน ไม่มีใครมีอำนาจเสกบิตคอยน์ได้ และลักหลับเราได้ในขณะที่เรานอน
.
“แน่นอนว่าหากเทียบราคาบิตคอยน์กับเงินดอลลาร์ มันอาจจะหวือหวาหน่อย แต่ถ้าคุณรอจนราคาไม่หวือหวา เรือมันก็จมไปแล้วเรียบร้อย”
.
โดยสรุปแล้ว อ.ตั๊ม อยากให้ศึกษาระบบการเงินปัจจุบันมากกว่า และลองถามตัวเองดูว่า เราจะหนีจากมันได้อย่างไร
.
***บิตคอยน์ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเป็นอย่างไร?
.
“บิตคอยน์” จะเป็นอย่างไร ต้องเริ่มจากการมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ "ดอลลาร์" เพราะดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักของโลก ที่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถยับยั้งการผลิตเพิ่มได้อีกแล้ว เนื่องจากต้องพิมพ์เงินเพื่อใช้หนี้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะเงินภาษีที่เก็บได้ในประเทศมันไม่พอ ทำให้ยิ่งผลิตดอลลาร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตดอลลาร์ก็จะยิ่งเสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ
.
ดังนั้น ทุกอย่างบนโลกนี้ที่วัดราคาในหน่วยของ “ดอลลาร์” และไม่สามารถผลิตเพิ่มได้เร็วเท่าดอลลาร์ มันก็ควรจะมีราคาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ที่ดิน หรือบิตคอยน์ก็ตาม
.
ปัจจุบัน มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ทั้งโลกนี้อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งในอนาคตก็จะเติบโตไปอีกหลายเท่า ปัจจุบันบิตคอยน์มีมูลค่าไม่ถึง 1% ของมูลค่าตลาดสินทรัพย์รวมทั้งโลก ในอนาคตอาจจะโตขึ้นมาอีกประมาณ 3-4% ขณะที่ตลาดรวมของสินทรัพย์ทั้งโลกก็จะโตขึ้นไปอีกหลายเท่าเช่นกัน
.
มูลค่าในระยะยาวจะมากขนาดไหน อาจพิจารณาว่าเมื่อบิตคอยน์ถูกออกแบบมาเป็นเงิน หากมันบรรลุเป้าหมายในการเป็นสกุลเงินหลักของมนุษยชาติได้ วันนั้นเราคงไม่สามารถประเมินมันเป็นหน่วยดอลลาร์ได้
.
แต่หากจะเปรียบเทียบกัน มันก็ควรจะมีมูลค่าเท่ากับสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลกนี้หารด้วย 21,000,000 BTC เป็นอย่างน้อย แต่มันอาจจะเป็นโลกในอุดมคติที่ไกลเกินไป เพราะบนความเป็นจริงแล้ว โลกของเรายังมีสินทรัพย์ประเภทอื่นอีก เช่น ที่ดิน งานศิลปะชั้นสูง เพราะฉะนั้นมูลค่ามันก็จะกระจายอยู่ในหลากหลายสินทรัพย์
.
“แต่อย่าไปคิดมากเลย เราคงอยู่ไม่ได้ถึงที่จะเห็นวันนั้น ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าบิตคอยน์จะอยู่ถึงถึงหรือเปล่า เพราะความเสี่ยงไม่ใช่ไม่มี เพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่มีอายุ 16 ปีซึ่งก็แค่ 16 ปีเองเราก็ต้องเฝ้ารอดู” อ.พิริยะ กล่าว
.
***ถ้าไซเคิล 4 ปียังคงซ้ำรอย ขาขึ้นรอบนี้เริ่มปี 2025
.
ต่อคำถามที่ว่า “บิตคอยน์” มีโอกาสจะทำจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ในปีนี้ (2024) ได้หรือไม่ หลังจากที่เพิ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่กว่า 73,000 ดอลลาร์
.
อ.ตั๊ม มองว่าที่ระดับกว่า 73,000 ดอลลาร์ เมื่อกลางเดือนมีนาคมเราอาจจะมองว่าเป็นจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) แต่หากเราปรับค่าตามอัตราเงินเฟ้อเข้าไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เมื่ออิงจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประมาณ 4-5% หมายความว่าที่ระดับ 73,000 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลในปี 2021 ราคายังอยู่ที่ประมาณช่วงต้น 60,000 ดอลลาร์เท่านั้น ยังไม่นับว่าทำ ATH
.
ดังนั้น บนมุมมองที่ปรับค่าตามอัตราเงินเฟ้อ หากจะบอกว่าแตะจุดสูงสุดตลอดกาลได้ ราคาจะต้องขึ้นไปประมาณ 78,000 - 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งปกตินักลงทุนจะคาดหวังวัฏจักรบิตคอยน์ทุกๆ 4 ปีที่จะเป็นขาขึ้น หลายคนเชื่อว่ามันยังมีไซเคิลนี้ซึ่งจริงๆ มันอาจจะไม่ซ้ำรอยก็ได้เพราะเพิ่งเกิดไม่กี่ไซเคิลเอง บิตคอยน์เพิ่งอายุ 16 ปี
.
อย่างไรก็ตาม อ.พิริยะ ทิ้งท้ายไว้ว่า “แต่ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา ไซเคิลมันเริ่มปีหน้าไม่ใช่ปีนี้!!...”
.
#siamstr #bitcoiner #nostr #wherostr
.
.
ที่มา : https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?release=y&ref=M&id=ditpa1UycExJV0E9 

Right Shift ชุมชนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดพื้นที่สนทนาธรรม 2 ชม.ในประเด็นเมื่อโลกกำลังกระจายศูนย์ ภายใต้แนวคิดของ “พรรคชาติหน้า พัฒนา” ที่มีสารตั้งต้นมาจาก “ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า”
.
“ดร.วิชิต” หรือ “พี่ชิต” คือบิตคอยน์เนอร์ชาวไทย ผู้ก่อตั้ง “Chitbeer” ที่มีความฝันอันแรงกล้าอยากเห็นประชาชนคนไทยสามารถ “พึ่งพาตัวเองได้” สิ่งนี้จะนำมาสู่ความสันติสุข เพราะหน่วยเล็กๆ ของสังคมแข็งแรง
.
บรรทัดจากนี้ไป จะเป็นการสรุปประเด็นสำคัญๆ กลั่น “แนวความคิด” และ “หลักปรัชญา” ของ ดร.วิชิต ออกมาเป็นภาษาที่ผู้เขียนเองก็หวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่าน “เข้าใจได้ง่ายขึ้น” สรุปมา 14 ข้อ (จาก 2 ชม.เต็ม)
.
1.#พรรคชาติหน้าพัฒนา คือแนวคิด
.
"พรรคชาติหน้า พัฒนา" ไม่ใช่พรรคการเมืองจริง แต่เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “การกระจายอำนาจสู่ประชาชน” เป้าหมายคือให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพารัฐเน้นการสร้างระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่แต่ละหน่วยเข้มแข็ง
.
ประชาชนแต่ละคนจะต้อง "Take care yourself" พูดง่ายๆ ว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ หรือง่ายกว่านั้นอีกคือ "แล้วแต่มึงเลย!"
.
ซึ่ง ดร.วิชิต บอกว่าหากสร้างการเปลี่ยนแปลงสำเร็จได้ในชาตินี้ก็ดีไป แต่ชาติหน้าก็ไม่เป็นไร เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา แต่ถ้าชาตินี้สำเร็จก็ถือว่าเป็นโบนัส
.
2.#การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง
.
การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างกำลังมาถึงในอนาคต จากในอดีตที่ระบบทุนนิยมยังมี Bug (ข้อบกพร่อง) เนื่องจากขาด Free Market Money หรือ “เงินที่เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐ” ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่สมบูรณ์ได้!
แต่วันนี้บิตคอยน์ผงาดขึ้นมาแล้ว! เพื่อเป็น Free Market Money ของแทร่!! และจะเข้ามาแก้ไข Bug นี้ นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่แท้จริง
.
3.#เรามี 2 ทางเลือก เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
.
ทางเลือกแรกเป็นผู้สังเกตการณ์ บ่นซ้ำๆ ซากๆ ว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองแย่ ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และทางเลือกที่สองเป็นผู้เตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
.
ดร.วิชิต เล่าว่าปัญหาที่ผ่านมาตลอด 20 ปีที่ตนเฝ้ามองพบว่าพรรคการเมืองไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ “เสริมพลังประชาชน” มีแต่กฎระเบียบและการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต้อง “ขออนุญาตรัฐ” ในการทำทุกอย่าง ขาดแนวคิดที่จะ “ปลดปล่อย” ศักยภาพของประชาชน
.
4.#ระบบใหม่จะลดขั้นตอน การขออนุญาตจากภาครัฐ
.
ระบบใหม่ของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะลดขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐ (Permissionless) ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น
.
แต่ย้ำว่าอิสระก็มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” แม้จะไม่ต้องขออนุญาตรัฐ แต่ทุกคนต้องมีวินัยในการควบคุมตนเอง และรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ! จนสร้างปัญหาให้ผู้อื่น
.
5.#การเปลี่ยนแปลงระดับถอนโคน ต้องมีครบ 3 ส่วน
.
การเปลี่ยนแปลงระดับปฏิรูป (Reform) หรือปฏิวัติ (Revolution) กำลังจะเกิดขึ้นด้วยเงินที่เป็น Free-market Money ซึ่งกำเนิดขึ้นมาแล้ว ทำให้โลกกำลังจะสวิงกลับไปทางขวาจากตอนนี้ที่เอียงกะเท่เร่ไปทางซ้าย
.
ในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในระดับนี้จะต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญและที่น่าสะพรึง! ปัจจุบันองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้มันครบแล้ว
.
1.Will of Change - มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง สัญญาณนี้จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้นึกภาพว่าตอนนี้โลกอยู่ในสถานการณ์ "ต้มกบ"
.
2.Social layer for change- การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดเหมือนกัน ช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง
.
ซึ่งข้อ 1 และ 2 จะยังเป็นแค่แนวคิด ปรัชญา อุดมการณ์ มันจะเกิดขึ้นได้ต้องมี…
.
ข้อ 3.Tools of Change - การมีเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวคิดและอุดมการณ์ ทำให้ทุกคนสมารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งนั้นคือ "บิตคอยน์"
.
“เมื่อ 1+2+3 มารวมกันเท่ากับ ฉิบหาย ไอสัX!”
.
6.#การทำให้ประชาชนมีเกียรติในตัวเอง
.
เป้าหมายสูงสุดของแนวคิด "พรรคชาติหน้าพัฒนา" คือการสร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีให้ประชาชน โดยลดการพึ่งพารัฐและผู้มีอำนาจ เพราะการมีคำว่า "ผู้มีอำนาจ" สะท้อนว่าประชาชนยังอ่อนแอ ต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น
.
ในแนวคิดนี้ ประชาชนเปรียบเสมือนโหนด (node) ในเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันโหนดยังอ่อนแอเพราะต้องพึ่งพาศูนย์กลาง หากทำให้แต่ละโหนดเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นได้
.
7.#ไม่ต้องสมัคร ถ้าวิถี DeCen คุณคือสมาชิกพรรค
.
สมัครได้ยัง? อย่างที่พูดไปตอนต้นว่ามันไม่ใช่พรรคการเมืองจริงๆ แต่คือหลักการ แนวคิด ดังนั้น ใครก็ตามที่เข้าใจและปฏิบัติตามแนวคิดบิตคอยน์ก็ถือเป็นสมาชิก "พรรคชาติหน้าพัฒนา" แบบอัตโนมัติ!
.
ดังนั้น ไม่ต้องมาขอสมัครหรือขออนุญาตใดๆ เลย ย้ำ! ไม่ต้องขออนุญาตใครหากคุณใช้ชีวิตตามหลักการสำคัญด้วยการ ทำงานหนัก ใช้จ่ายน้อย และเก็บออมเป็นบิตคอยน์ (คุณกำลังทำ PoW - Proof of Work)
.
นอกจากนี้ “แนวคิดนี้เป็นแบบ open source หรือเปิดฟรี” ใครๆ ก็สามารถ hard fork (นำไปพัฒนาต่อ) หรือตั้งเป็นพรรคการเมืองได้ จริง ไม่หวงเพราะมันคือพิมพ์เขียวคุณแค่เอาไปต่อยอด เผลอๆ ในอนาคตเมื่อลูก ดร.วิชิต โตอาจมาตั้งพรรคการเมืองก็ได้ ใครจะไปรู้ (แต่ตอนนี้ยังเป็นทารกอยู่นะ)
.
8.#Decentralization แบบไทยๆ จาก Chitbeer ถึงวัดวาอาราม
.
การกระจายศูนย์ (Decentralization) ในสังคมไทย ก็มีให้เห็นอยู่แล้วแต่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น ระบบวัดในไทยที่เป็นการกระจายศูนย์ สร้างวัดขึ้นด้วยศรัทธา คนบริจาคให้วัดด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ อีกตัวอย่าง ดร.วิชิต ยกกรณีธุรกิจคราฟต์เบียร์ของตนเอง เมื่อมีคนมาเรียนต้มเบียร์ ก็ไม่มีการบังคับซื้ออุปกรณ์ต้มเบียร์ รวมถึงไม่เคยคิดจะตั้งสมาคมใดๆ อยากให้กระจายศูนย์อำนาจ
.
9.#ยิ่งใหญ่ ยิ่งรวมศูนย์ : กับดักระบบกระจายอำนาจ
.
อุปสรรคสำคัญของระบบกระจายศูนย์ คือการเติบโตจนใหญ่เกินไปของบางหน่วย ซึ่งนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ เมื่อหน่วยใดหน่วยหนึ่งแข็งแกร่งเกินไป จะกลายเป็นผู้ควบคุมตลาด
.
แม้ตัวเองจะเข้มแข็ง แต่ละเลยการดูแลระบบนิเวศโดยรวม ทำให้หน่วยอื่นๆ (โหนด) อ่อนแอลง ต้องกลับมาพึ่งพาหน่วยที่ใหญ่กว่า และเมื่อเกิดวิกฤติ ระบบทั้งหมดก็จะพังทลาย เพราะขาดความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน
.
10.#สหรัฐฯ: ตัวอย่างระบบรวมศูนย์ที่ทำลายระบบนิเวศโลก
.
สหรัฐฯ เป็นตัวอย่างของการรวมศูนย์อำนาจที่ชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นตลาดเสรี แต่ในความเป็นจริงกลับควบคุมระบบการเงินโลกผ่านเงินดอลลาร์ ทำให้ประเทศเล็กๆ หรือโหนดอื่นๆ อ่อนแอลง อีกทั้งยังหลงคิดว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก โดยไม่สร้างคุณค่าให้ระบบนิเวศโดยรวม
.
ทั้งที่หลักการสำคัญคือทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือประเทศ ต้องสร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบ หากทุกฝ่ายยึดหลักการนี้ โลกจะน่าอยู่ขึ้น เพราะ "ไม่มีใครต้องแบกใคร"
.
11.#กติกาเท่ากัน ผลต่างกัน
.
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบกระจายศูนย์ ต้องคำนึงถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากระบบรวมศูนย์เดิม โดยต้องมีมาตรการเยียวยาในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period)
.
แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องปลูกฝังแนวคิดใหม่ที่ว่า “กติกาของเกมเท่าเทียมกัน แต่ผลลัพธ์มันจะไม่เท่ากัน” เหมือนกฎฟุตบอลของฟีฟ่าที่เท่าเทียมกัน แต่ละทีมมีความสามารถต่างกัน นี่คือหลักการของความเท่าเทียมที่แท้จริง
.
12.#สังคมกระจายศูนย์ : ทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง
.
สังคมแบบกระจายศูนย์ จะดีขึ้นเพราะมีการปรับโครงสร้างให้ชุมชนและภาครัฐมีขนาดเล็กลง กระจายหน่วยทางสังคมให้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนสื่อสารและใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดเป็นระบบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความกระตือรือร้น และมีพลัง
.
โดยทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง ไม่ใช่มีเพียงไม่กี่คนที่เปล่งประกาย ที่สำคัญคือต้องอยู่ร่วมกันโดยไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน
.
13.#ความจริงอยู่ตรงหน้า แค่มันรอให้ทุกคนมองเห็น
.
“ความจริงมีอยู่แล้ว” แต่คำว่า “ความจริงมันช้า” หมายถึง "เลนส์" หรือมุมมองในการมองเห็นความจริงของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นแนวคิดพรรคชาติหน้าพัฒนา ไม่สามารถเร่งการรับรู้ความจริงได้ บางคนเห็นความจริงมา 10 ปีแล้ว บางคน 15 ปี (ที่รู้จักกับบิตคอยน์)
.
ภารกิจสำคัญของพรรคคือ การช่วยให้ผู้คนมองเห็นความจริงเร็วขึ้นผ่านเลนส์ของตัวเอง ด้วยการทำ Social Layer of Change เพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง
.
เมื่อคนเห็นความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมาจัดงานเพื่ออธิบายว่าบิตคอยน์คืออะไร เหมือนปัจจุบันที่ไม่ต้องจัดงาน Internet Conference แล้ว
.
คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปีที่ผู้คนเห็นความจริง และอีก 10-15 ปีในการต่อยอดจากความจริงที่มีอยู่ต่อ เพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและโลก
.
14.#บิตคอยน์: ความจริงที่เริ่มต้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009
.
บิตคอยน์เป็นความจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่
.
แม้ว่าการใช้งานจริงจะทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เก็บออม” เพื่อเป็นทุนระยะยาว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินสดเหลือ ตอนนี้บิตคอยน์จึงกลายเป็นเรื่องของคนที่มีเงินสดในมือเหลือ
.
ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและเข้าใจความจริงแล้ว นำเงินสดที่เหลือมาเก็บบิตคอยน์ ส่วนประเทศยากจน แม้บิตคอยน์จะเป็นทางออกในการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ คนในประเทศก็ยังคงสนใจดอลลาร์เพราะว่ายังอยู่ในเฟสที่ต้องเอาตัวรอดไปรายวัน.
.
.
*ที่มา : Game of Decentralized : พรรคชาติหน้าพัฒนา : Right Talk
***************************************
#nostr #siamstr #wherostr 

Right Shift ชุมชนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดพื้นที่สนทนาธรรม 2 ชม.ในประเด็นเมื่อโลกกำลังกระจายศูนย์ ภายใต้แนวคิดของ “พรรคชาติหน้า พัฒนา” ที่มีสารตั้งต้นมาจาก “ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า”
.
“ดร.วิชิต” หรือ “พี่ชิต” คือบิตคอยน์เนอร์ชาวไทย ผู้ก่อตั้ง “Chitbeer” ที่มีความฝันอันแรงกล้าอยากเห็นประชาชนคนไทยสามารถ “พึ่งพาตัวเองได้” สิ่งนี้จะนำมาสู่ความสันติสุข เพราะหน่วยเล็กๆ ของสังคมแข็งแรง
.
บรรทัดจากนี้ไป จะเป็นการสรุปประเด็นสำคัญๆ กลั่น “แนวความคิด” และ “หลักปรัชญา” ของ ดร.วิชิต ออกมาเป็นภาษาที่ผู้เขียนเองก็หวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่าน “เข้าใจได้ง่ายขึ้น” สรุปมา 14 ข้อ (จาก 2 ชม.เต็ม)
.
1.#พรรคชาติหน้าพัฒนา คือแนวคิด
.
"พรรคชาติหน้า พัฒนา" ไม่ใช่พรรคการเมืองจริง แต่เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “การกระจายอำนาจสู่ประชาชน” เป้าหมายคือให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพารัฐเน้นการสร้างระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่แต่ละหน่วยเข้มแข็ง
.
ประชาชนแต่ละคนจะต้อง "Take care yourself" พูดง่ายๆ ว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ หรือง่ายกว่านั้นอีกคือ "แล้วแต่มึงเลย!"
.
ซึ่ง ดร.วิชิต บอกว่าหากสร้างการเปลี่ยนแปลงสำเร็จได้ในชาตินี้ก็ดีไป แต่ชาติหน้าก็ไม่เป็นไร เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา แต่ถ้าชาตินี้สำเร็จก็ถือว่าเป็นโบนัส
.
2.#การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง
.
การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างกำลังมาถึงในอนาคต จากในอดีตที่ระบบทุนนิยมยังมี Bug (ข้อบกพร่อง) เนื่องจากขาด Free Market Money หรือ “เงินที่เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐ” ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่สมบูรณ์ได้!
แต่วันนี้บิตคอยน์ผงาดขึ้นมาแล้ว! เพื่อเป็น Free Market Money ของแทร่!! และจะเข้ามาแก้ไข Bug นี้ นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่แท้จริง
.
3.#เรามี 2 ทางเลือก เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
.
ทางเลือกแรกเป็นผู้สังเกตการณ์ บ่นซ้ำๆ ซากๆ ว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองแย่ ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และทางเลือกที่สองเป็นผู้เตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
.
ดร.วิชิต เล่าว่าปัญหาที่ผ่านมาตลอด 20 ปีที่ตนเฝ้ามองพบว่าพรรคการเมืองไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ “เสริมพลังประชาชน” มีแต่กฎระเบียบและการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต้อง “ขออนุญาตรัฐ” ในการทำทุกอย่าง ขาดแนวคิดที่จะ “ปลดปล่อย” ศักยภาพของประชาชน
.
4.#ระบบใหม่จะลดขั้นตอน การขออนุญาตจากภาครัฐ
.
ระบบใหม่ของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะลดขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐ (Permissionless) ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น
.
แต่ย้ำว่าอิสระก็มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” แม้จะไม่ต้องขออนุญาตรัฐ แต่ทุกคนต้องมีวินัยในการควบคุมตนเอง และรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ! จนสร้างปัญหาให้ผู้อื่น
.
5.#การเปลี่ยนแปลงระดับถอนโคน ต้องมีครบ 3 ส่วน
.
การเปลี่ยนแปลงระดับปฏิรูป (Reform) หรือปฏิวัติ (Revolution) กำลังจะเกิดขึ้นด้วยเงินที่เป็น Free-market Money ซึ่งกำเนิดขึ้นมาแล้ว ทำให้โลกกำลังจะสวิงกลับไปทางขวาจากตอนนี้ที่เอียงกะเท่เร่ไปทางซ้าย
.
ในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในระดับนี้จะต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญและที่น่าสะพรึง! ปัจจุบันองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้มันครบแล้ว
.
1.Will of Change - มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง สัญญาณนี้จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้นึกภาพว่าตอนนี้โลกอยู่ในสถานการณ์ "ต้มกบ"
.
2.Social layer for change- การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดเหมือนกัน ช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง
.
ซึ่งข้อ 1 และ 2 จะยังเป็นแค่แนวคิด ปรัชญา อุดมการณ์ มันจะเกิดขึ้นได้ต้องมี…
.
ข้อ 3.Tools of Change - การมีเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวคิดและอุดมการณ์ ทำให้ทุกคนสมารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งนั้นคือ "บิตคอยน์"
.
“เมื่อ 1+2+3 มารวมกันเท่ากับ ฉิบหาย ไอสัX!”
.
6.#การทำให้ประชาชนมีเกียรติในตัวเอง
.
เป้าหมายสูงสุดของแนวคิด "พรรคชาติหน้าพัฒนา" คือการสร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีให้ประชาชน โดยลดการพึ่งพารัฐและผู้มีอำนาจ เพราะการมีคำว่า "ผู้มีอำนาจ" สะท้อนว่าประชาชนยังอ่อนแอ ต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น
.
ในแนวคิดนี้ ประชาชนเปรียบเสมือนโหนด (node) ในเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันโหนดยังอ่อนแอเพราะต้องพึ่งพาศูนย์กลาง หากทำให้แต่ละโหนดเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นได้
.
7.#ไม่ต้องสมัคร ถ้าวิถี DeCen คุณคือสมาชิกพรรค
.
สมัครได้ยัง? อย่างที่พูดไปตอนต้นว่ามันไม่ใช่พรรคการเมืองจริงๆ แต่คือหลักการ แนวคิด ดังนั้น ใครก็ตามที่เข้าใจและปฏิบัติตามแนวคิดบิตคอยน์ก็ถือเป็นสมาชิก "พรรคชาติหน้าพัฒนา" แบบอัตโนมัติ!
.
ดังนั้น ไม่ต้องมาขอสมัครหรือขออนุญาตใดๆ เลย ย้ำ! ไม่ต้องขออนุญาตใครหากคุณใช้ชีวิตตามหลักการสำคัญด้วยการ ทำงานหนัก ใช้จ่ายน้อย และเก็บออมเป็นบิตคอยน์ (คุณกำลังทำ PoW - Proof of Work)
.
นอกจากนี้ “แนวคิดนี้เป็นแบบ open source หรือเปิดฟรี” ใครๆ ก็สามารถ hard fork (นำไปพัฒนาต่อ) หรือตั้งเป็นพรรคการเมืองได้ จริง ไม่หวงเพราะมันคือพิมพ์เขียวคุณแค่เอาไปต่อยอด เผลอๆ ในอนาคตเมื่อลูก ดร.วิชิต โตอาจมาตั้งพรรคการเมืองก็ได้ ใครจะไปรู้ (แต่ตอนนี้ยังเป็นทารกอยู่นะ)
.
8.#Decentralization แบบไทยๆ จาก Chitbeer ถึงวัดวาอาราม
.
การกระจายศูนย์ (Decentralization) ในสังคมไทย ก็มีให้เห็นอยู่แล้วแต่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น ระบบวัดในไทยที่เป็นการกระจายศูนย์ สร้างวัดขึ้นด้วยศรัทธา คนบริจาคให้วัดด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ อีกตัวอย่าง ดร.วิชิต ยกกรณีธุรกิจคราฟต์เบียร์ของตนเอง เมื่อมีคนมาเรียนต้มเบียร์ ก็ไม่มีการบังคับซื้ออุปกรณ์ต้มเบียร์ รวมถึงไม่เคยคิดจะตั้งสมาคมใดๆ อยากให้กระจายศูนย์อำนาจ
.
9.#ยิ่งใหญ่ ยิ่งรวมศูนย์ : กับดักระบบกระจายอำนาจ
.
อุปสรรคสำคัญของระบบกระจายศูนย์ คือการเติบโตจนใหญ่เกินไปของบางหน่วย ซึ่งนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ เมื่อหน่วยใดหน่วยหนึ่งแข็งแกร่งเกินไป จะกลายเป็นผู้ควบคุมตลาด
.
แม้ตัวเองจะเข้มแข็ง แต่ละเลยการดูแลระบบนิเวศโดยรวม ทำให้หน่วยอื่นๆ (โหนด) อ่อนแอลง ต้องกลับมาพึ่งพาหน่วยที่ใหญ่กว่า และเมื่อเกิดวิกฤติ ระบบทั้งหมดก็จะพังทลาย เพราะขาดความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน
.
10.#สหรัฐฯ: ตัวอย่างระบบรวมศูนย์ที่ทำลายระบบนิเวศโลก
.
สหรัฐฯ เป็นตัวอย่างของการรวมศูนย์อำนาจที่ชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นตลาดเสรี แต่ในความเป็นจริงกลับควบคุมระบบการเงินโลกผ่านเงินดอลลาร์ ทำให้ประเทศเล็กๆ หรือโหนดอื่นๆ อ่อนแอลง อีกทั้งยังหลงคิดว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก โดยไม่สร้างคุณค่าให้ระบบนิเวศโดยรวม
.
ทั้งที่หลักการสำคัญคือทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือประเทศ ต้องสร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบ หากทุกฝ่ายยึดหลักการนี้ โลกจะน่าอยู่ขึ้น เพราะ "ไม่มีใครต้องแบกใคร"
.
11.#กติกาเท่ากัน ผลต่างกัน
.
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบกระจายศูนย์ ต้องคำนึงถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากระบบรวมศูนย์เดิม โดยต้องมีมาตรการเยียวยาในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period)
.
แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องปลูกฝังแนวคิดใหม่ที่ว่า “กติกาของเกมเท่าเทียมกัน แต่ผลลัพธ์มันจะไม่เท่ากัน” เหมือนกฎฟุตบอลของฟีฟ่าที่เท่าเทียมกัน แต่ละทีมมีความสามารถต่างกัน นี่คือหลักการของความเท่าเทียมที่แท้จริง
.
12.#สังคมกระจายศูนย์ : ทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง
.
สังคมแบบกระจายศูนย์ จะดีขึ้นเพราะมีการปรับโครงสร้างให้ชุมชนและภาครัฐมีขนาดเล็กลง กระจายหน่วยทางสังคมให้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนสื่อสารและใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดเป็นระบบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความกระตือรือร้น และมีพลัง
.
โดยทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง ไม่ใช่มีเพียงไม่กี่คนที่เปล่งประกาย ที่สำคัญคือต้องอยู่ร่วมกันโดยไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน
.
13.#ความจริงอยู่ตรงหน้า แค่มันรอให้ทุกคนมองเห็น
.
“ความจริงมีอยู่แล้ว” แต่คำว่า “ความจริงมันช้า” หมายถึง "เลนส์" หรือมุมมองในการมองเห็นความจริงของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นแนวคิดพรรคชาติหน้าพัฒนา ไม่สามารถเร่งการรับรู้ความจริงได้ บางคนเห็นความจริงมา 10 ปีแล้ว บางคน 15 ปี (ที่รู้จักกับบิตคอยน์)
.
ภารกิจสำคัญของพรรคคือ การช่วยให้ผู้คนมองเห็นความจริงเร็วขึ้นผ่านเลนส์ของตัวเอง ด้วยการทำ Social Layer of Change เพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง
.
เมื่อคนเห็นความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมาจัดงานเพื่ออธิบายว่าบิตคอยน์คืออะไร เหมือนปัจจุบันที่ไม่ต้องจัดงาน Internet Conference แล้ว
.
คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปีที่ผู้คนเห็นความจริง และอีก 10-15 ปีในการต่อยอดจากความจริงที่มีอยู่ต่อ เพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและโลก
.
14.#บิตคอยน์: ความจริงที่เริ่มต้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009
.
บิตคอยน์เป็นความจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่
.
แม้ว่าการใช้งานจริงจะทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เก็บออม” เพื่อเป็นทุนระยะยาว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินสดเหลือ ตอนนี้บิตคอยน์จึงกลายเป็นเรื่องของคนที่มีเงินสดในมือเหลือ
.
ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและเข้าใจความจริงแล้ว นำเงินสดที่เหลือมาเก็บบิตคอยน์ ส่วนประเทศยากจน แม้บิตคอยน์จะเป็นทางออกในการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ คนในประเทศก็ยังคงสนใจดอลลาร์เพราะว่ายังอยู่ในเฟสที่ต้องเอาตัวรอดไปรายวัน.
.
.
*ใครยังอ่านไม่จุใจ ฟังต่อได้ 2 ชม.เต็ม : Game of Decentralized พรรคชาติหน้าพัฒนา : Right Talk EP.01 ที่ลิงก์นี้ https://www.youtube.com/live/i2FuVORB8Lc?si=erlm4qUMVB0T9znA
***************************************
#nostr #wherostr #siamstr #efinancethai 

เบียร์เย็นได้กาแฟก็เย็นได้ ชิดซ้ายเตรียมยูเทิร์น!#siamstr #nostr #wherostr 🤣 #rightshift 

1.การทำความเข้าใจบิตคอยน์ จะช่วยปลดแอกเรา ทำให้เราเริ่มเก็บเงินให้ถูกที่ ทรัพย์สินที่รัฐบาลผลิตเพิ่มไม่ได้ คือทรัพย์สินที่ควรเก็บออม
.
2.ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เงินเก็บในมือจึงซื้อของได้น้อยลง ไม่ต่างอะไรกับการ ‘ถูกปล้น’ เราอยู่ในโลกที่แม้หาเงินได้มากขึ้น แต่เงินกลับเสื่อมค่าทุกๆ ปี เงินที่เก็บไว้ถูกทำลายเหมือนกับเรา ‘โดนลักหลับ’
.
3.สิ่งสำคัญสำหรับ นลท.คือการที่จะต้องเข้าใจระบบการเงินปัจจุบัน บิตคอยน์มันไม่ใช่โอกาสรวย แต่เป็น ‘โอกาสรอด’ เหมือนเรือไททานิค
.
4.เราต้องรู้ว่าปริมาณของเงินมันเพิ่มขึ้น แต่ความมั่งคั่งมันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันคือการที่เงินของเราถูกปล้นไปตลอดเวลา มันคือการที่เราทำงานและเรามีเงินเก็บ แต่เงินเก็บของเรามันระเหยได้
.
5.บิตคอยน์ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลก ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ความเป็นจริงที่เราท่องจำกันมาจากมหาวิทยาลัย คำว่า เงินวันนี้มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้ การที่เงินต้องเสื่อมค่าลงตลอดเวลา ความเป็นจริงที่เราถือว่าเป็นสัจธรรมเหล่านี้ มันอาจจะไม่ใช่สัจธรรม อาจจะเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่ ‘เขา’ ใช้มาควบคุมเรา
#bettertrade #bettertrade2024 #siamstr #nostr #wherostr #bitcoin 

กับเซเลปท่านหนึ่ง 🤣 ขอบคุณ อ.ตั๊ม พิริยะ🙏 ขาก RightShift ที่มาอาละวาดบนเวที #BetterTrade2024 ของอีไฟแนนซ์ไทย ดีใจที่ได้สัมภาษณ์อาจารย์อีกครั้ง แม้เวลาจะน้อยมาก 45 นาที (เวลามาตรฐานที่เคย Live คือ 2 ชม.) จนต้องติดสปีดแบบไลต์นิ่งเน็ตเวิร์ค โอกาสหน้าคงต้องเชิญ อ ตั๊ม มาทอล์คโชว์‼️ #siamstr #nostr #wherostr สรุปจะตามมา😀 
