万事如意 新年发财 Xin Jia Yu Yi Xin Ni Huad Xai🧧✨️🎈🎉🎊
ขอให้ตรุษจีนปีนี้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง stack sat กันเยอะๆ นะคะ😆
#siamstr #dogstr



- คุณนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย Founder Ricco Wealth
- คุณพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จํากัด Founder Right Shift
- คุณสถาพน พัฒนะคูหา กรรมการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ ผู้ก่อตั้ง Guardian AI Lab
- คุณสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
- คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ กรรมการสมาคม สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้ก่อตั้ง Bitcast
“ภาพรวมระดับโลกหลังจาก Donald Trump จะดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการและสามารถดำเนิน มาตรการต่าง ๆ ที่เคยหาเสียงไว้ได้เช่น การจะผลักดันบิตคอยน์ให้เป็น Strategic reserve ของสหรัฐฯ การจะจัด ตั้งสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์กลางของคริปโทฯ ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก สถาบัน การเงินขนาดใหญ่เริ่มให้ความสนใจและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น เช่น การที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ ใหญ่อย่าง BlackRock ให้ความสำคัญกับการ Tokenization นอกจากนี้ ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศก็เริ่ม พูดถึงบิตคอยน์และคริปโทฯ ในมุมที่จริงจังมากขึ้น และเริ่มมีการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทคริปโทฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีการ เติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินดั้งเดิมเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เปิดเสนอขายกองทุนรวมอ้างอิง Bitcoin ETF นอกจากนี้ โปรแกรม ICO Portal ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
บล็อกเชนยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเงิน ซึ่งมีการ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น การใช้ Lightning Network เพื่อทำธุรกรรมบิตคอยน์ได้อย่างรวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ หรือ Asset Tokenization บนเครือข่ายบิตคอยน์
ในอนาคตคาดว่าตลาดบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการนำ เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น”
“บิตคอยน์มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น "เงิน" ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยน (medium of exchange), หน่วยนับค่า (unit of account), หรือแม้แต่การเก็บสะสมมูลค่า (store of value) นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหน่วยที่เล็กกว่า แต่สิ่งที่แตกต่างจากสกุลเงินทั่วไปคือ บิตคอยน์ไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากรัฐบาลใด ๆ
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของบิตคอยน์คือความหายาก (scarcity) ซึ่งเปรียบเสมือนทองคำในยุค ดิจิทัล ด้วยจำนวนบิตคอยน์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้มูลค่ามีความเสถียรและน่าสนใจสำหรับนักลงทุน นอกจากนี้ ยังเป็นเทคโนโลยีแรกที่สามารถสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่สามารถคัดลอก หรือปลอมแปลงได้ และที่สำคัญคือไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานกลางในการควบคุม โดยสามารถดำเนินการธุรกรรม ได้ด้วยตัวเองผ่านระบบบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยสูง
อีกทั้ง บิตคอยน์เป็นเทคโนโลยีแรกที่สร้างระบบการเงินแบบดิจิทัลแบบทั่วถึง (peer-to-peer) ที่เปิด โอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างเสรี โดยใช้ private key เป็นตัวพิสูจน์ตัวตน ทำให้การทำ ธุรกรรมมีความปลอดภัยและโปร่งใส
แม้ว่าราคาของบิตคอยน์จะมีความผันผวนสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบิตคอยน์ไม่มีมูลค่าที่แท้จริง ความผันผวนของราคาบิตคอยน์ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยาของผู้ลงทุนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของเทคโนโลยีเอง ในอนาคต บิตคอยน์มีศักยภาพที่จะสร้างระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (cyber economy) ซึ่งจะนำมาซึ่งความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในการทำธุรกรรมทางการเงิน”
#siamstr #BlockMountain2025 #bitcast
- ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า ผู้ก่อตั้ง Satochit - Bitcoin Kindergarten เจ้าของคราฟท์เบียร์: ชิตเบียร์
- คุณพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จํากัด Founder Right Shift
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณพล หงสกุลวสุ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
###########
“ภายใต้การนำของทรัมป์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Crypto President ด้วยนโยบายที่สนับสนุนและส่งเสริม อุตสาหกรรมคริปโทฯ อย่างเต็มที่ ทำให้อเมริกาใกล้เคียงที่จะกลายเป็น Crypto Capital ของโลกหากสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ (Strategic Reserve) นั้น จะส่งผลกระทบต่อ ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มประเทศ BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ที่อาจพิจารณาเปลี่ยนจากการใช้ดอลลาร์สหรัฐฯ มาเป็นบิตคอยน์ในการสำรองเงินตราต่าง ประเทศแทน เนื่องจากบิตคอยน์มีความเป็นสากล ไม่ผูกติดกับประเทศใดประเทศหนึ่ง และมีความเสถียรในการ รักษามูลค่าเทียบเคียงได้กับทองคำ
เมื่อสหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ยุคของบิตคอยน์ บริษัทขนาดใหญ่และบริษัทมหาชนทั่วโลกก็อาจหันมาลงทุนใน สินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้มากขึ้น
ประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งใน เรื่องของกฎหมาย กฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลกนี้ หากประเทศไทยไม่ปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ อาจตกขบวนและเสียโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนบิตคอยน์อย่างจริงจัง ยังส่งสัญญาณไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ ให้หันมาให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดขึ้นของระบบการเงินโลกใหม่ที่กระจายอำนาจมากขึ้น
ดังนั้น การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับบิตคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในปัจจุบัน เพราะหากพลาดโอกาสในการเรียนรู้และปรับตัว อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ การเงินของประเทศในระยะยาว”
#siamstr #BlockMountain2025




