Siamstr Update's avatar
Siamstr Update
siamstrupdate@siamstr.com
npub1y5sl...ghv6
สำนักข่าวเพื่อชาว Siamstr
🔥 มีเพียง 5 ดัชนี จากกว่า 100 ดัชนี* ที่มูลค่าย้อนหลัง 5 ปี เติบโตเอาชนะ Bitcoin ได้ *กลุ่มตัวอย่างข้อมูลมีทั้งสกุลเงินต่างประเทศ, โลหะ, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนีหุ้น, ตลาดบอนด์ ฯลฯ . ⚡️ 5 ดัชนี ที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง? ก่อนเลื่อนลงไปอ่าน ลองเดากันดูหน่อย... ------------------------------------- . TIK . TOCK . NEXT . BLOCK ------------------------------------- 5️⃣ Galaxy Digital (BRPHF) +4.42% บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินและจัดการลงทุน มูลค่า BRPHF/SATS เดิมอยู่ที่ 16,748 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 17,169 sats . 4️⃣ Marathon Digital Holdings Inc (MARA) +31.80% บริษัทเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล ดำเนินธุรกิจด้านการขุด โดยมุ่งเน้นที่ระบบนิเวศบล็อกเชนและการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่า MARA/SATS เดิมอยู่ที่ 23,282 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 31,037 sats . 3️⃣ Moderna Inc (MRNA) +32.77% บริษัทเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ มูลค่า MRNA/SATS เดิมอยู่ที่ 159,203 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 203,720 sats . 2️⃣MicroStrategy Incorporated (MSTR) +48.96% บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ในทางธุรกิจ มูลค่า MSTR/SATS เดิมอยู่ที่ 1,551,042 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 2,252,432 sats ------------------------------------- ❗️ MSTR ไม่ใช่อันดับ 1 งั้นหร๊อ! ลองเดากันดู ว่าอันดับที่ 1 คือ...? ------------------------------------- . TIK . TOCK . NEXT . BLOCK ------------------------------------- 1️⃣ Tesla Inc. (TSLA) +97.93% บริษัทยานยนต์และพลังงานสะอาด ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ อุปกรณ์จัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง มูลค่า TSLA/SATS เดิมอยู่ที่ 153,553 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 287,027 sats ------------------------------------- ❓ อยากรู้ว่าไหมว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง? และตอนนี้สภาพเป็นยังไง? ดูได้ที่นี่เลย > ------------------------------------- #siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #เศรษฐกิจ #การเงิน image
🪙 รู้จัก Gold-Backed Cryptocurrency สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกค่าไว้กับทองคำ ซัพความผันผวนผ่านคู่เทรด PAXGBTC . 🟡 Gold-Backed Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำค้ำประกันมูลค่า โดยผู้ให้บริการจะกำหนดมูลค่าของเหรียญไว้กับทองคำในปริมาณที่แน่นอน เช่น 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce และ ยังซื้อง่าย ขายคล่องกว่า การซื้อขายทองคำจากตลาดแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน . 🧮 ความแตกต่างของ Gold-Backed Cryptocurrency กับ Cryptocurrency มูลค่าของเหรียญจะผูกอยู่กับราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงช่วยลดความผันผวนของราคา ต่างจากคริปโทฯ ทั่วไป ที่มูลค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการของตลาด ข่าวสาร หรือการเก็งกำไร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า . 🚨 Gold-Backed Cryptocurrency ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา - สภาพคล่อง ปัจจุบันเหรียญประเภทนี้มีสภาพคล่องต่ำ ราคาจะใกล้เคียงกับ XAUUSD แต่ไม่เท่ากันเสมอไป บางช่วงที่ผันผวนสูงราคาอาจต่างกันได้มากถึง $10-$20 - ต้องอาศัยความเชื่อใจในผู้ให้บริการออกโทเคน ว่ามีทองคำสำรองเพียงพอต่อปริมาณเหรียญที่ออกจำหน่ายจริงหรือไม่ . ⭐️ Gold-Backed Tokens ที่น่าสนใจ - Paxos Gold (PAXG) ค้ำประกันมูลค่า 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce - Tether Gold (XAUt) ค้ำประกันมูลค่า 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce บน London Good Delivery bar . 📍 อย่าลืม! ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจสินทรัพย์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน . #siamstrupdate #Siamstr #ทองคำ #คริปโทเคอร์เรนซี #คริปโท image
🥱 เทรนด์ยังไม่มา ความน่าสนใจก็เลยยังไม่มี . 😴 ค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin จากการค้นหาบน Google ในปัจจุบันอยู่ที่ 21 เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับช่วงตลาดหมี ที่ราคาร่วงอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2022 ถึงตุลาคม ปี 2023 . 🥳 ย้อนกลับไปที่เดือนพฤศจิกายน 2020 หลังจากที่ Bitcoin ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ เหนือราคา $20,000 ความนิยมของคำค้นหานี้ก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 20 ไปถึงจุดสูงสุด ที่ 100 ในเดือนพฤษภาคม 2021 นับเป็นจังหวะที่ Bitcoin กลายเป็นที่จับตามองและถูกพูดถึงจากทุกสารทิศ Bitcoin กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนต่างพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ หรือแม้แต่คนธรรมดาทั่วไป ทุกคนต่างอยากรู้ อยากเข้าใจว่า Bitcoin คืออะไร และทำไมถึงได้รับความนิยมสูงขนาดนั้น . 😫 หลังความนิยมอันร้อนแรงผ่านไป ความสนใจของ Bitcoin ก็ลดลง ในเดือนตุลาคมปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาของ Bitcoin ร่วงลงอย่างหนัก ค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin ลดลงเหลือเพียง 16 ราคาของ Bitcoin ตอนนั้นอยู่ที่ $17,000 . 🤩 ความสนใจใน Bitcoin กลับมาคึกคักอีกครั้ง ในช่วงที่มีการประกาศ Spot Bitcoin ETF และ Bitcoin สามารถทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งในเดือนมกราคมและมีนาคมที่ผ่านมา . 😐 จากค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin ในปัจจุบัน ทำให้เราพอได้เห็นภาพรวมของตลาดตอนนี้ว่า ยังคงอยู่ในช่วงนั่งตบยุงที่นานๆทีจะมีคลื่นลมแรงลูกย่อมๆ มาผ่านมาสักลูกนึง ในสายตาบุคคลทั่วไปแล้ว ตอนนี้ Bitcoin ยังไม่ได้มีความน่าสนใจมากเท่าไหร่นัก . I'm not early, but I'm still earlier than you, who never studied Bitcoin." . #siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ image
🕰 คิดทุกอย่างให้เป็นหน่วยของ "เวลา" เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เหมือนเพิ่งเริ่มต้นปีใหม่ แต่แปบเดียวก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว เราต่างก็รู้ว่า "เวลา" มีค่า แต่หลายครั้งเรากลับใช้มันไปอย่างไร้ความหมาย . 🛍 เห็นของลดราคาแล้วใจสั่น อยากซื้อเก็บไว้ ทั้งๆที่ไม่รู้จะได้ใช้หรือเปล่า กดสั่งของออนไลน์แบบไม่ยั้งคิด จนตระกร้าสินค้ารอส่งขึ้นเลข 2 หลัก เพราะโปรโมชั่นมันยั่วยวนใจเหลือเกิน . ⏳ ทุกอย่างล้วนมีราคาที่แท้จริงซ่อนอยู่ นั่นคือ "เวลาชีวิต" ของเราเอง "เงินทุกหน่วยที่คุณได้รับ คือ การทำงานแลกเวลาชีวิตไปเป็นเงิน" "เงินทุกหน่วยที่คุณใช้ไป คือ การใช้เวลาชีวิตแลกไปเป็นสิ่งของ" . 💰 สมมติว่า ทำงานได้เงินเดือนละ 25,000 บาท เมื่อแปลงเงินที่ได้รับให้เป็นหน่วยของ "เวลา" เวลา 1 วันมีมูลค่า = 1,250 บาท (25,000 บาท / 20 วัน) กินชาบูมื้อละ 500 บาท = ใช้เวลาแลกไปเกือบครึ่งวัน ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมตัวละ 5,000 บาท = ใช้เวลาแลกไป 4 วัน ไปเที่ยวต่างประเทศ 30,000 บาท = ใช้เวลาแลกไป 24 วัน . 💸 เมื่อคำนวณทุกอย่างเป็นหน่วยของ "เวลา" เงินทุกบาทที่จ่ายออกไป คือ "เวลาชีวิต" ที่หายไป มันทำให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าใน 1 เดือน เราต้องใช้เวลาไปแลกกับสิ่งของที่จำเป็นกี่ชั่วโมง กี่วัน เหลือเวลาให้เราได้แลกสิ่งที่เติมเต็มความสุขเล็กๆน้อยๆของเราได้กี่วัน . 🍃 การมองในมุมนี้ทำให้เราใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น คิดก่อนใช้ แยกแยะ "ความจำเป็น" กับ "ความอยากได้" ได้ดีขึ้น เห็นคุณค่าของเวลา และ รู้จักคิดไตร่ตรองมากขึ้น . ❤️ "เวลาของเรามีจำกัด ใช้แล้วหมดไป ซื้อคืนกลับมาไม่ได้" ใช้มันไปกับสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายกับคุณจริงๆ image . #siamstrupdate #Siamstr #การเงิน #เศรษฐกิจ #เวลา #ปรัชญา
🟠 "Hyperbitcoinization" โลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin แปลและเรียบเรียงจากบทความของ JULIAN MARTINEZ - BitcoinMagazine (บทความนี้เป็นบทความแสดงความคิดเห็น) . 🔸 "Hyperbitcoinization" คือ ความเชื่อว่า ในอนาคตสินค้าและบริการทุกอย่างจะมีราคาเป็น Bitcoin แทนดอลลาร์สหรัฐฯ เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมระบบการเงินโลกกันเลยทีเดียว . ถ้าหากคุณเป็น Bitcoin Maximalist คุณอาจยอมรับแนวคิดนี้ไปแล้ว แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? อะไรคือสัญญาณสำคัญที่จะบอกว่า Hyperbitcoinization กำลังเกิดขึ้น? . บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของ Bitcoin ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin ในโลกยุคใหม่ เหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์การเมืองที่ทำให้รัฐบาลนำ Bitcoin มาใช้ ทำไมธนาคารกลางจะต้องยอมรับ Bitcoin และอื่นๆ . 💰 การผสมผสาน Bitcoin เข้ากับโลกการเงินแบบดั้งเดิม Bitcoin ได้รับการยอมรับมากขึ้น บริษัทต่างๆเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin และมีการผสมผสาน Bitcoin เข้ามาร่วมกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น . Unchained บริษัทให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin แถวหน้าของโลก ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อดอลลาร์ โดยมี Bitcoin เป็นหลักประกัน, การส่งมอบมรดก Bitcoin ไปยังทายาท รวมถึงบัญชีเกษียณอายุที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี . Unchained ยังช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระ โดยการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานดูแล "คีย์" ของตัวเอง และสร้างเครือข่ายสำหรับการจัดการคีย์ร่วมกัน . ในขณะเดียวกัน บริษัทประกันชีวิตที่ใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงินสำหรับชำระเบี้ยประกันและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการทำประกัน ซึ่งได้รับสนับสนุนจาก Sam Altman กำลังก้าวเข้าสู่วงการนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของการใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงิน แม้ว่า Bitcoin จะมีความผันผวนสูงในระยะสั้น แต่ในระยะยาว มันสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ คุณลองคิดดูว่าเงิน $300,000 จะมีอำนาจซื้อเท่าไหร่ในอนาคตเมื่อเทียบกับ 5 Bitcoin? และคุณอยากให้คนที่คุณรัก ได้รับอะไรเป็นมรดก ระหว่างดอลลาห์ กับ Bitcoin ในกรณีที่คุณเสียชีวิตไปโดยไม่คาดคิด . ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับชำระเป็น Bitcoin จะเริ่มต้นจากการชำระเงินในระยะยาวก่อน เมื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับมากขึ้น สภาพคล่องเพิ่มขึ้น และมีความผันผวนด้านราคาลดลง จะทำให้สถาบันการเงินมั่นใจในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่จ่ายเงินเป็น Bitcoin ในระยะเวลาที่สั้นลง . เศรษฐศาสตร์ออสเตรียนได้เปรียบเทียบ "Hard money" กับ "Soft money" ในเรื่องการออมและการใช้จ่าย ตลอดประวัติศาสตร์ทางการเงินในยุคก่อน ทองคำซึ่งเป็น "Hard money" ถูกเก็บสะสมไว้ และใช้สำหรับการชำระเงินที่เป็นก้อนใหญ่ ในขณะที่เงินและโลหะมีค่าอื่นๆ ซึ่งเป็น "Soft money" จะถูกใช้สำหรับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน . ⛓️‍💥 ปลดล็อกประสิทธิภาพในการชำระเงิน Bitcoin ถูกนำมาผสานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินมากขึ้น มีโครงการมากมายเกี่ยวกับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin ที่น่าสนใจ แต่เราจะโฟกัสไปที่ Synota . Synota เป็นบริษัทที่ใช้ Lightning Network เพื่อลดข้อเสียดทานในการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน พวกเขากำลังพัฒนาระบบชำระเงิน สำหรับชำระค่าใช้จ่ายระหว่างเหมือง Bitcoin กับผู้ผลิตพลังงาน . ในระบบชำระเงินแบบดั้งเดิม ผู้ใช้พลังงานต้องชำระเงินทุกๆ 30 วัน หรือมากกว่านั้น ทำให้ผู้ผลิตพลังงานต้องรับความเสี่ยงด้านเครดิต . Synota ช่วยให้การชำระบัญชีเกิดขึ้นทุกวันหรือทุกสัปดาห์ผ่านเครือข่าย Lightning Network แม้ระบบนี้จะยังคงชำระเงินให้แก่ผู้ผลิตพลังงานในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการแปลงค่า Bitcoin เป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็เป็นหลักฐานสำคัญว่า Bitcoin นั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม แม้ว่าการชำระบัญชีขั้นสุดท้าย จะยังไม่เกิดขึ้นในหน่วยของ Bitcoin แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังรูปแบบนี้กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ . 🌏 แรงจูงใจ ทางภูมิรัฐศาสตร์การเมือง หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน ทรัพย์สินของรัสเซีย มูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เก็บไว้ใน Western banks ก็ถูกแช่แข็ง และเมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลสหรัฐได้พูดถึงการใช้ทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อสนับสนุนสงคราม สิ่งนี้นับเป็นแรงจูงใจให้ประเทศต่างๆถือทรัพย์สินเป็น Bitcoin เนื่องจาก Bitcoin ไม่สามารถถูกยึดได้ . นอกจากนี้ประเทศหลายประเทศ ไม่ได้เลือกใช้ดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะพวกเขาต้องการ แต่เพราะพวกเขาต้องทำ การพยายามสร้างเครือข่ายทางการเงินโดยไม่มีดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นสร้างปัญหาการขาดสภาพคล่อง สร้างความผันผวนของราคา ทำให้การรักษามูลค่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก . เมื่อ Bitcoin มีสภาพคล่องมากขึ้น ถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันในตลาด Repo (ตลาดที่สถาบันการเงินกู้ยืมดอลลาร์สหรัฐ) และเพื่อชำระเงินระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศตะวันตก Bitcoin จะกลายเป็นสิ่งสำคัญ จนทำให้ประเทศในกลุ่ม BRICS ต้องก่อตั้งพันธมิตรด้านการขุดเพื่อปกป้องตนเอง ในกรณีที่ประเทศตะวันตกบังคับให้นักขุดในเขตอำนาจศาลของตนตรวจสอบธุรกรรมจากที่อยู่บางแห่ง . 📊 สร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของธนาคารกลาง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในระดับนานาชาติ แต่การปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด นำไปสู่ความไม่แน่นอนในงบดุลของธนาคาร . Silicon Valley Bank หรือ SVB ล้มละลาย เพราะพวกเขามีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เมื่อผู้ฝากเงินตระหนักว่าสินทรัพย์ของ SVB ไม่ตรงกับหนี้สินอีกต่อไป จึงเกิดการแห่ถอนเงินจำนวนมาก พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้ SVB อ่อนแอ . เมื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยให้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น ลดความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นหลังจากปี 1971 Bitcoin จะถูกใช้เป็นสินทรัพย์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้งบดุล และนั้นจะทำให้มีสัดส่วนการถือครอง Bitcoin โดยบริษัท สถาบันการเงิน และธนาคารกลางเพิ่มมากขึ้น . 🕊Bitcoin สกุลเงินสำรองโลก และอำนาจอธิปไตยทางการเงินส่วนบุคคล ในบางช่วงเวลา ฝ่ายหนึ่งในสหรัฐฯ จะมองเห็น Bitcoin เป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงิน และสถานะการเป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศของดอลลาร์ ฝ่ายนี้จะพยายามลงโทษผู้ถือ Bitcoin ผ่านการกำหนดภาษีที่สูง การจำกัดการดูแลรักษา Bitcoin ด้วยตัวเอง แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาจะต้องพ่ายแพ้ เนื่องจากการไหลออกของทุน ในขณะที่ประเทศที่เป็นมิตรกับ Bitcoin จะได้รับประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินทุน และนั้นส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น . เท็กซัสเป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้ เท็กซัสกลายเป็นศูนย์กลางการขุด Bitcoin เพราะการปลดล็อคกฎระเบียบพลังงานในปี 2002 ซึ่งนำไปสู่ราคาพลังงานที่ต่ำที่สุดในสหรัฐฯ เหมือง Bitcoin หนีจากจีนและนิวยอร์ก มาดำเนินการในเท็กซัส และตอนนี้เท็กซัสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขุด Bitcoin ชั้นนำของโลก . การเรียกเก็บ ภาษีเงินได้จากการลงทุน ที่สูง ในนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย ลงโทษบุคคลที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งกระตุ้นให้พวกเขาโยกย้ายไปยังสถานที่อื่น เช่น เท็กซัส ซึ่งมีภาษีเงินได้จากการลงทุนเป็นศูนย์ . ทุน ฝีมือ และอำนาจ จะเข้ามาสะสมในภูมิภาคที่มีลักษณะแบบนี้ แรงจูงใจเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นในเวทีโลกเช่นกัน คาดหวังว่าประเทศที่เป็นมิตรกับ Bitcoin เช่น เอลซัลวาดอร์จะเจริญรุ่งเรือง มีความมั่งคั่งและมีการเติบโตที่น่าสนใจ . 🧡 ทุกอย่างจะมีราคาเป็น Bitcoin หรือไม่? อย่างน้อยที่สุด ฉันคาดหวังว่าสกุลเงินของธนาคารกลาง จะมี Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ด้วยการจำกัดการเพิ่มขึ้นของปริมาณเครดิตที่รุนแรง ที่เป็นเรื่องปกติในเศรษฐกิจแบบ Fiat . ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อนาคตที่ "ทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin" คือความเป็นไปได้ที่ผู้คนจะเข้าถึง Bitcoin ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง หาก Bitcoin ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจะพุ่งสูงขึ้น และจะไม่มีเหตุผลในการทำธุรกรรมบนเลเยอร์ 1 ของ Bitcoin หากมูลค่าของการทำธุรกรรมนั้นน้อยกว่า $10,000 . ผู้คนจะถือ Bitcoin หรือ Bitcoin IOU(ตั๋วสัญญาใช้เงิน)? เรื่องนี้เราไม่สามารถสรุปอย่างแน่ชัด แต่เราพบเห็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในวงการพัฒนา Bitcoin . เราอาจกำลัง อยู่บนเส้นทางของการไปสู่โลกที่ทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin เหล่านักพัฒนาที่ทุ่มเทชีวิตให้กับ Bitcoin กำลังสร้างเทคโนโลยีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน . องค์กร บริษัท และบุคคล เช่น ผู้พัฒนา Fedi, Lightning, Nostr, Start9 และอื่นๆ กำลังดำเนินรอยตามจิตวิญญาณของ Satoshi เพื่อขยายขอบเขตการกระจายอำนาจแบบ Peer-to-peer และป้องกันการเซ็นเซอร์ สำหรับพวกเราทุกคน . หากในที่สุดเราได้อาศัยอยู่ในโลกที่ทุกสิ่งมีราคาเป็น Bitcoin นั่นคงเป็นเพราะเหล่าผู้คนที่เห็นแก่ผู้อื่น ได้ทุ่มเทชีวิตพัฒนาเทคโนโลยี ที่ทำให้พวกเราได้มีอำนาจอธิปไตยทางการเงินเป็นของตัวเองอีกครั้ง . บทความต้นฉบับ . #siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ image
📈 ปริมาณเงินในระบบ M2 ของธนาคารกลาง 4 แห่งใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปี 2008 . 🪙 การเพิ่มขึ้นของอุปทานเงินอย่างมหาศาลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นผลมาจากนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ "Quantitative Easing (QE)" ที่ธนาคารกลางหลายแห่งนำมาใช้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน และกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจ . 🖨 การทำ Quantitative Easing หรือ QE จินตนาการง่ายๆว่าคุณเป็นธนาคารกลาง คุณมีเครื่องพิมพ์เงิน คุณจึงพิมพ์เงินออกมาจำนวนมหาศาล แล้วนำเงินที่พิมพ์ใหม่นั้นไปซื้อพันธบัตรจากธนาคารพาณิชย์และนักลงทุน เงินจำนวนมหาศาลก็จะไหลเวียนออกสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการซื้อขายนั้นเอง . 💸 QE แม้จะช่วยแก้ปัญหาในระยะสั้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำได้ แต่สิ่งที่ตามคือปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว เมื่อมีเงินหมุนเวียนในระบบมากเกินไป ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อำนาจซื้อของเงินลดลง . 🤔 มีเงินหมุนเวียนในระบบมากเกินไป ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างไร? ยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นภาพมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน มีผู้สนใจในสินค้า Art toy เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้มีปริมาณเงินที่พร้อมจะเข้ามาซื้อมากขึ้น แต่สินค้า Art toy มีจำนวนจำกัด ดังนั้น เมื่อมีคนต้องการสูงก็จะมีการกักตุนสินค้าเพื่อทำกำไร และขายในราคาที่สูงขึ้นเพราะไม่ว่าจะขายเท่าไหร่ก็มีคนซื้อ . 🥚 แต่ข้อแตกต่างระหว่าง Art toy กับ สินค้าในชีวิตประจำวัน คือ Art toy ถ้าเรารู้สึกว่าราคาสูงไปไม่สมเหตุสมผล เราไม่ซื้อได้ แต่สินค้าในชีวิตประจำวันที่จำเป็นเช่น อาหาร ถ้าเรารู้สึกว่าราคาสูงไป เราไม่ซื้อไม่ได้ เรามีทางเลือกแค่เพียง หาเงินให้มากขึ้น กินให้น้อย หรือเปลี่ยนไปกินของที่ห่วยกว่า . 📊 ปริมาณเงินที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจก็จริง แต่เป็นเพียงการขับเคลื่อนในระยะสั้น ที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนคนทั่วไปอย่างเราๆมาโดยตลอด และ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง . #siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ image
คนจะเริ่มสนใจศึกษาเรื่องการเงินเมื่อ... - กำลังมีปัญหาการเงิน - ไม่อยากเจอปัญหาการเงิน - ถึงเวลาแล้วที่ต้องศึกษา อาจจะเพราะ งานที่ต้องทำ ใกล้เกษียณ หรือเริ่มมีเงินเหลือเยอะกว่าที่ต้องใช้จ่าย . ถ้าพูดเรื่องการเงินกับใครแล้วเขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่เป็นไร อย่าไปกดดันเขา มันแค่ยังไม่ถึงเวลา . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #วิกฤตเศรษฐกิจ #siamstr image
😡 "พอเพียงใช้ไม่ได้จริงหรอก! เป็นเรื่องของคนรวยมากกว่า" หลายคนคงเคยได้ยินประโยคแบบนี้ บางคนอาจจะเคยพูดเองด้วยซ้ำ . 🧎🏻‍♀️ ภาพจำของความพอเพียง มักจะถูกตีความไปเป็น... ความขัดสน บางทีก็เป็น อยู่กับสิ่งที่มีซะ ไม่ต้องพยายามหาเพิ่ม ไม่ต้องไขว่คว้าโอกาสใหม่ๆให้ชีวิต ไม่ก็มองว่า มันคือการกดทับจากข้างบนไม่ให้เราดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า . 🚫 แต่ความจริงแล้ว "พอเพียง" ไม่ได้หมายความว่า เราต้องหยุดนิ่ง ไม่พยายาม ไม่ไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีกว่า แต่มันคือการเข้าใจตัวเอง รู้จักความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง รู้ว่าอะไร "จำเป็น" อะไรคือ "ความอยาก" รู้ว่าเราต้องการอะไร อยากได้อะไร และความสามารถของเราไปได้ถึงแค่ไหน . 🍃 พอเพียง คือการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่ต้องสร้างหนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เกินตัว ลองถามตัวเองดูว่า ไปเที่ยวทุกครั้งต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่ใส่แค่ครั้งเดียว เพราะกลัวคนอื่นจำได้จนล้นตู้ ใช่ไหม? ของที่ซื้อมาเพราะเป็นกระแส แต่ไม่ได้ใช้งาน กองไว้เฉยๆให้รกบ้าน ใช่ไหม? . ❓ถ้าเรามีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ นี่ก็เป็นหนึ่งในความไม่พอเพียง เราไม่เคยพอใจในสิ่งที่เรามี และ ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมตอนนั้นถึงต้องมี . ✨ การใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่ใช่การ "ลด" คุณค่าของชีวิต แต่เป็นการ "เพิ่ม" คุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ เป็นต้นว่า กางเกงไม่ต้องซื้อใหม่ก็ได้ ที่มีอยู่ก็ยังทำงานได้ดี เอามาตัดดัดแปลงนิดหน่อย ก็ใช้ได้แล้ว . ⭐️ ถ้าเข้าใจความอยากของตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว และอยากได้มากขึ้นกว่านี้ ก็แค่หาให้มากขึ้น เมื่อเรามีมากขึ้น เราก็ใช้ได้มากขึ้นตามไปด้วย . 👤 ความอยากเป็นกิเลสของมนุษย์ เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไร มนุษย์อยากได้มากกว่าที่มีอยู่เดิมเสมอ และถ้าเราเข้าใจความอยากของตัวเอง มันจะเป็นความอยากได้ อยากมี ที่อยู่บนความสุขที่เกิดจากความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ความสุขที่เกิดจากอิสรภาพทางการเงิน . 🌑 กลับกันถ้าเราไม่เคยเข้าใจคำว่า พอเพียง และ ใช้จ่ายเกินตัวไปเรื่อยๆ ใช้จ่าย มากกว่า ที่หาได้ไปเรื่อยๆ มันคือการกดให้ตัวเราเองอยู่กับที่ ทำให้เราไม่กล้าออกไปทำอะไรใหม่ๆ ไปพัฒนาให้ตัวเองเติบโต เรากลัวว่าจะล้มเหลว กลัวว่าจะไม่สำเร็จ เพราะเรามีสิ่งที่เรียกว่า "หนี้" ขึงตรึงเราอยู่ ไม่ให้เรากล้าคิด กล้าทำ . ❤️ ลองทำความเข้าใจความอยากของตัวเอง อย่าเป็นคนที่บอกว่า "พอเพียงใช้ไม่ได้จริง" หรือ "เป็นเรื่องของคนรวย" โดยที่ไม่เคยลองจัดการกับค่าใช้จ่าย ไม่เคยลองลดสิ่งยั่วยุ ไม่เคยเข้าใจความต้องการของตัวเอง . #siamstrupdate #การเงิน #เศรษฐกิจ #ประหยัด #ความสุข #ชีวิตดี #ลงทุน #วางแผนการเงิน #การใช้ชีวิต #พอเพียง #siamstr image
ก็ยังดีที่ “แกยังเป็นมังกร ไม่เป็นกิ้งกือ” . Gold is the money of kings, silver is the money of gentlemen, barter is the money of peasants(ชาวนา), but debt is the money of slaves(ทาส). -Norm Franz- . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #เงิน #ทองคำ #siamstr image
📚 สรุปหนังสือ Broken Money โดย Lyn Alden (ยาวมาก แนะนำให้แชร์ไว้ก่อน อ่านไปเพลินๆ จะได้ไม่หาย) หนังสือที่จะพาคุณไปสำรวจประวัติศาสตร์ของเงิน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเงินผ่านระบบแลกเปลี่ยนแบบดั้งเดิม การเกิดขึ้นของธนาคาร ระบบการเงินสมัยใหม่ และการเกิดขึ้นของเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin . ✍️*เนื้อหาของหนังสือยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจ บทความนี้เป็นเพียงการรีวิวสรุปหนังสือในประเด็นแอดมินสนใจเท่านั้น ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 1 - WHAT IS MONEY? เงินคืออะไร? หนังสือเริ่มต้นด้วยการย้อนกลับไปสู่รากฐานของเงิน โดยอธิบายถึงการใช้ระบบบัญชีตั้งแต่สมัยโบราณ (Ledgers) ไปจนถึงการเกิดขึ้นของสินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงิน เช่น เปลือกหอย และโลหะมีค่า . 📋 บัญชี (Ledgers) คือรากฐานของเงิน ก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษร มนุษย์ก็ใช้ระบบบัญชีแบบปากเปล่า เพื่อติดตามหนี้สินและเครดิตระหว่างกันในกลุ่มสังคมเล็กๆ เครดิตทางสังคมนี้ ทำหน้าที่เป็นเสมือนสกุลเงิน ที่อาศัยความไว้วางใจระหว่างกันเป็นหลักประกัน ช่วยให้การค้าขายระหว่างคนรู้จักเป็นไปอย่างราบรื่น . 🐚 เมื่อสังคมขยายตัว ความต้องการเงินก็เพิ่มขึ้น เมื่อกลุ่มของสังคมขยายใหญ่ขึ้น การค้าขายกับคนแปลกหน้าก็เริ่มเกิดขึ้น สินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงินได้ (Commodity Money) เช่น เปลือกหอย ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่เครดิตทางสังคม เปลือกหอยที่แกะสลักและขัดเงา เป็นตัวอย่างของ "สินค้าที่ซื้อขายคล่องที่สุด" ในยุคนั้น เนื่องจากมีขนาดเล็กพกพาง่าย หายาก ทนทาน และเป็นที่ต้องการของผู้คน . 🧂 วิวัฒนาการของสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงิน ผู้เขียนสำรวจสินค้าต่างๆ ที่เคยทำหน้าที่เป็นเงิน เช่น เปลือกหอย เกลือ ขนสัตว์ ผ้า น้ำตาล มะพร้าว ปศุสัตว์ ทองแดง เงิน และทองคำ สินค้าเหล่านี้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย และมักถูกใช้ควบคู่กันไป เพื่อตอบสนองความต้องการ ในการค้าขายที่หลากหลาย . 🪙 ทองคำคือผู้ชนะ ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าบรรดาสินค้าอื่นใดทั้งหมด ทองคำได้กลายเป็นสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น - แบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยได้ (Divisible) - มีความสามารถในการพกพา (Portable) - มีความทนทาน (Durable) - หายาก (Scarce) ทองคำเก็บรักษารักษามูลค่าได้ดี แม้ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า เพราะมนุษย์ไม่สามารถผลิตทองคำเพิ่มขึ้นได้มากมาย อย่างรวดเร็ว แม้ว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นก็ตาม . 📈 อัตราส่วน Stock-to-Flow เป็นตัวชี้วัดความหายาก หนังสืออธิบายแนวคิดเรื่อง "อัตราส่วน Stock-to-Flow" ซึ่งใช้วัดอัตราส่วนระหว่าง "ปริมาณสินค้าที่มีอยู่ในระบบ เทียบกับ ปริมาณที่ผลิตเพิ่มได้ในแต่ละปี" ทองคำมีอัตราส่วน Stock-to-Flow สูงที่สุดในบรรดาสินค้าทั้งหมด หมายความว่าปริมาณทองคำที่มีอยู่นั้นมีมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตได้ในแต่ละปี . 🔴 สรุปส่วนที่ 1 หนังสือได้วางรากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับ "เงิน" โดยชี้ให้เห็นว่าเงินเกิดขึ้นจากความต้องการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันโดยตรงหรือ Barter และสินค้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดให้ทำหน้าที่เป็นเงินมาอย่างยาวนาน คือ "ทองคำ" เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสินค้าอื่นๆ ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 2 - การกำเนิดขึ้นของธนาคาร ในส่วนนี้หนังสือได้พาเราเดินทางสำรวจวิวัฒนาการของธนาคาร ตั้งแต่รูปแบบบริการธนาคารของยุคแรกเริ่มไปจนถึงธนาคารที่ให้บริการครบวงจรอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ผู้เขียนได้อธิบายถึงนวัตกรรมทางการเงิน ที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน และก็ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ขึ้นมาเช่นกัน . 💰 บริการธนาคารแบบดั้งเดิม และ ระบบ Hawala ธนาคารในความหมายอย่างกว้าง คือ การสร้างระบบทางกฎหมายและเทคโนโลยีบนรากฐานของเงิน ตัวอย่างของบริการธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น ระบบ Hawala ที่ใช้เครือข่ายนายหน้าแลกเปลี่ยนเงิน หรือ Hawaladars ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เพื่อช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม และลดความจำเป็นในการขนส่งเงิน . 📋 นวัตกรรมของระบบบัญชีคู่ (Double-Entry Bookkeeping) การพัฒนาระบบบัญชีคู่ เกิดขึ้นในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี และได้ปฏิวัติวงการธนาคาร โดยระบบนี้แบ่งบัญชีออกเป็นสองส่วน คือ - ส่วนของสินทรัพย์ (Assets) หรือ เดบิต - ส่วนของหนี้สิน (Liabilities) หรือ เครดิต สองส่วนนี้สามารถนำมากระทบยอดหักลบกันได้ ช่วยให้ธนาคารสามารถจัดการ สินทรัพย์และหนี้สิน ที่มีซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดบริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น . 🍃 ธนาคารเสรี (Free Banking) กับ ธนาคารกลาง (Central Banking) หนังสือได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างระบบธนาคารเสรี ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถออกธนบัตรที่ผูกติดเอาไว้กับทองคำได้อย่างอิสระ กับระบบธนาคารกลาง ที่ธนาคารกลางมีอำนาจควบคุมการออกธนบัตร ระบบธนาคารเสรี มีข้อดีในแง่ของการแข่งขันและนวัตกรรม แต่ก็มีความเสี่ยงจากการล้มละลายของธนาคาร ในขณะที่ธนาคารกลาง มีความมั่นคงสูงกว่า แต่อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด . ⏳ ความรวดเร็วในการทำธุรกรรม กับ ความรวดเร็วในการชำระบัญชี นวัตกรรมทางการเงิน อย่างเช่น ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) หรือธนบัตร (Banknotes) ช่วยให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็ว และปลอดภัย มากขึ้น การปฏิวัติการสื่อสารและการเพิ่มขึ้นของอำนาจธนาคาร การประดิษฐ์โทรเลขและโทรศัพท์ ทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ทองคำสามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้ช้ากว่ามาก ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้อำนาจของธนาคารและธนาคารกลางเพิ่มขึ้น เนื่องจากพวกเขากลายเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางไกลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า . 🔴สรุปส่วนที่ 2 ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของธนาคาร ที่เกิดจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน แต่นวัตกรรมเหล่านี้นำไปสู่การมีอำนาจที่เพิ่มขึ้นของของธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการสื่อสารแบบทันทีซึ่งส่งผลต่อการควบคุม ระบบการเงินในระยะยาว ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 3 - การเจริญเติบโตและเสื่อมถอยของระบบการเงินโลก หนังสือพาเราเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของระบบการเงินโลก นับตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและความล้มเหลวของระบบการเงิน ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ เทคโนโลยี ที่มีผลกระทบเกิดขึ้นกับประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก . 🖨 การพิมพ์เงินเพื่อทำสงคราม (Printing Money for War) สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลก หันมาพิมพ์เงินเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง เกิดการลดค่าเงินในหลายประเทศ ตัวอย่างที่โดดเด่น คือ การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร ต้องพิมพ์เงินเพื่อซื้อพันธบัตรสงคราม (War Bonds) เนื่องจากไม่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้เพียงพอ . ⚖️ ระบบ Bretton Woods ความพยายามในการสร้างเสถียรภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ระบบ Bretton Woods ถือกำเนิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินโลก ระบบนี้มีการผูกค่าสกุลเงินต่างๆเข้ากับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประเทศต่างๆสามารถนำดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้ในอัตราคงที่ ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงแรก แต่ก็ล้มเหลวไปในที่สุด เนื่องจากการขาดดุลการค้าและการลดลงของทุนสำรองทองคำในคลังของสหรัฐ . ⛽️ การเจริญเติบโตของ Petrodollar หลังจากสหรัฐยกเลิกการแลกเปลี่ยนดอลลาร์เป็นทองคำในปี 1971 ระบบ Petrodollar ก็ถือกำเนิดขึ้น จากการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับซาอุดีอาระเบีย ที่กำหนดให้การขายน้ำมันจะต้องชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น และต้องนำเงินส่วนเกินจากการขายน้ำมัน (Petrodollars) ไปลงทุนในพันธบัตรของสหรัฐ ระบบนี้ช่วยให้สหรัฐรักษาสถานะผู้นำด้านการเงินของโลกเอาไว้ได้ แต่ก็สร้างความไม่สมดุลทางการค้าและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ . ❗️ผลักดันความโกลาหล ระบบ Petrodollar ส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างรุนแรง เนื่องจากความต้องการดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำมัน และต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ควบคุมโดยสหรัฐอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ระบบการเงินโลกที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง ได้สร้างความเหลื่อมล้ำและผลักดันความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา เช่น - ปัญหาเงินเฟ้อ จากความสามารถในการพิมพ์เงิน และกำหนดนโยบายการเงินได้ตามความต้องการของตนเอง - วงจรหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด จากการกู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินระดับโลก - ผลประโยชน์ที่ตกอยู่แค่กับประเทศร่ำรวย ระบบนี้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศร่ำรวย ที่สามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังประเทศกำลังพัฒนา ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ หรือ วัตถุดิบในการผลิต เพื่อหาเงินมาชำระหนี้และนำเข้าสินค้าที่จำเป็น . 😣 ภาระแห่งการเป็นผู้นำ การเป็นผู้ออกสกุลเงินสำรองของโลกนั้น มาพร้อมกับต้นทุนและความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การขาดดุลการค้า และหนี้สินที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงสู่เข้าสู่การมีหลายขั้วอำนาจ ที่แต่ละประเทศต่างแสวงหา อำนาจ และ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยมองข้ามผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นกับประชาชนของตนเองและเสถียรภาพของระบบการเงินโลกในระยะยาว . 🔴สรุปส่วนที่ 3 หนังสือได้แสดงให้เห็นถึง ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของระบบการเงินโลก ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ การแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ ระบบ Petrodollar ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของสหรัฐ ความไม่สมดุลทางการค้า และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์จากประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เช่น จีน ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 4 - ความไม่เป็นระเบียบของระบบเงิน Fiat หนังสือได้พาเราเจาะลึกเข้าไปในกลไกของระบบการเงินสมัยใหม่ โดยเน้นไปที่เงินเฟ้อ (Inflation) ที่เกิดจากการใช้เงิน Fiat . ♻️ ระบบการเงินสมัยใหม่ - วงจรหนี้สินที่ไม่มีวันสิ้นสุด ระบบการเงินในปัจจุบันนั้น ถูกสร้างขึ้นจากวงจรหนี้สินที่แสนซับซ้อน สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ เป็นเพียง "พันธสัญญา" ว่าจะชำระเงินคืนใน อนาคต (IOUs) ระบบนี้มีความเปราะบาง เนื่องจากต้องอาศัยการเติบโตของหนี้สินอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบล่มสลาย . 💵 วิธีการสร้างเงิน Fiat และ การทำลาย เงิน Fiat ถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการก่อหนี้ใหม่ และ ถูกทำลายเมื่อหนี้นั้นถูกชำระคืน หรือ มีการผิดนัดชำระ ธนาคารพาณิชย์ มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างเงิน Fiat ผ่านการปล่อยกู้ บนรากฐานของเงินทุนสำรองที่ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุม . 🏷 การกำหนดราคา กลไกการจัดระเบียบที่ทรงพลัง การกำหนดราคาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ การพิมพ์เงินโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง สามารถบิดเบือนกลไกการ กำหนดราคา และ นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื้อหาในบทนี้ยังกล่าวถึง ความเชื่อที่ผิดพลาดของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ที่มองว่า "เงินเฟ้อ" เป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจ . 🏠 การเงินในทุกสิ่ง การที่มูลค่าของเงิน Fiat นั้นลดลงได้เองตลอดเวลา ทำให้นักลงทุน หันมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และ ของสะสม เพื่อรักษามูลค่าของเงินเอาไว้ ส่งผลให้สินทรัพย์เหล่านี้มีราคาแพงขึ้น และ เกิดภาวะฟองสบู่อยู่บ่อยครั้ง . 💧 ผู้ได้รับประโยชน์จาก Cantillon Effect Cantillon Effect อธิบายถึง ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์เงิน โดย "ผู้ที่อยู่ใกล้" แหล่งกำเนิดของเงินใหม่ เช่น ธนาคาร และ บริษัทขนาดใหญ่ จะได้รับประโยชน์มากกว่า "ผู้ที่อยู่ห่างไกล" เช่น ผู้บริโภค และ ผู้ประกอบการรายย่อย . 💳 วัฏจักรหนี้ระยะยาว การสะสมหนี้สินในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนั้น นำไปสู่วิกฤตทางการเงินเป็นระยะๆ และรัฐบาลมักแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพิมพ์เงินเพื่อชดเชยหนี้สิน ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ และเป็นการลดค่าเงินลงในระยะยาว . 🔴สรุปส่วนที่ 4 ความล้มเหลวของระบบการเงินในปัจจุบัน ที่เกิดจากการใช้เงินตราที่ออกโดยรัฐบาล และ ธนาคารกลางนั้น สามารถบิดเบือน กลไกการกำหนดราคา สร้างความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ และ ลดทอนมูลค่าของเงินออมในอนาคต ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 5 - เงินที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต หนังสือได้พาเราเดินทางเข้าสู่โลกของ "เงินดิจิทัล" โดยเฉพาะ Bitcoin ซึ่งเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนนำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่ที่ ท้าทายระบบการเงินแบบเดิม และอธิบายถึงศักยภาพและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้ . 🟠 เงินที่ไร้รัฐ Bitcoinเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการการเงิน โดยเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่ไม่มีรัฐบาล หรือ หน่วยงานกลางใดควบคุม ผู้เขียนได้ย้อนความพยายามในอดีต ของการสร้างเงินดิจิทัล เช่น DigiCash และ e-gold ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ล้มเหลวไปในสุดท้าย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการรวมศูนย์ (Centralization) . 👦 เส้นทางการเติบโตของ Bitcoin Bitcoin เริ่มต้นจากกลุ่มนักพัฒนา และ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก หนังสือได้อธิบายถึง ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Bitcoin เช่น การนำไปใช้ในตลาดมืด (Dark Web) การยอมรับจากสถาบันการเงิน และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ . 💫 สกุลเงินดิจิทัล และ ข้อดี-ข้อเสีย ผู้เขียนได้ทำการวิเคราะห์ ข้อดี และ ข้อเสีย ของ Bitcoin เทียบกับ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ โดยเน้นถึงความสำคัญของการกระจายศูนย์ (Decentralization) ความปลอดภัย (Security) และ ความไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Immutability) นอกจากนี้ยังอธิบายถึง ระบบ Proof-of-Work ที่ใช้พลังงานในการตรวจสอบธุรกรรม และรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin ซึ่งแตกต่างจาก ระบบ Proof-of-Stake ที่ใช้การถือครองเหรียญเป็นหลักประกัน . ⚡️ Lightning Network เครือข่าย Lightning Network เป็นเทคโนโลยีเลเยอร์ 2 ที่สร้างขึ้นบน เครือข่ายของ Bitcoin เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม ลดค่าธรรมเนียม และ เพิ่มความเป็นส่วนตัว หนังสืออธิบายถึงกลไกการทำงานของ Lightning และ ศักยภาพในการปรับปรุงการใช้งาน Bitcoin ในชีวิตประจำวัน . 🔋การใช้พลังงานของ Bitcoin ส่วนนี้ได้อธิบายถึงการใช้พลังงานของเครือข่าย Bitcoin และหักล้างข้อกล่าวหาที่ว่า Bitcoin นั้นสิ้นเปลืองพลังงาน โดยชี้ให้เห็นว่านักขุด Bitcoin มักใช้แหล่งพลังงานราคาถูกที่เหลือใช้ หรือ ไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ก๊าซธรรมชาติที่ถูกเผาทิ้ง พลังงานน้ำส่วนเกิน และ พลังงานจากหลุมฝังกลบ . ⚠️การวิเคราะห์ความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัล ผู้เขียนได้วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ Bitcoin และ สกุลเงินดิจิทัล อื่นๆ เช่น ความเสี่ยงจากการลดค่าเงิน (Market Dilution) ข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ (Software Bugs) การห้ามใช้โดยรัฐบาล (Government Bans) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Computational Threats) . 🔴สรุปส่วนที่ 5 ผู้เขียนได้นำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่ สำหรับระบบการเงินแบบเดิมโดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมทางการเงิน อย่างไรก็ตามผู้เขียนได้เตือนให้ผู้อ่าน ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีนี้เช่นกัน ----------------------------------------- 💸 ส่วนที่ 6 - เทคโนโลยีทางการเงินและสิทธิมนุษยชน ส่วนนี้หนังสือได้เจาะลึกถึงประเด็น ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพทางการเงินในยุคดิจิทัล โดยผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคาม จากการสอดแนมที่เพิ่มขึ้น และการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่ และนำเสนอแนวทางในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเหล่านี้ ผ่านการใช้เทคโนโลยี การเข้ารหัส (Encryption) และ เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Digital Currencies) *เนื้อหาส่วนนี้กล่าวไปถึงรายละเอียดเรื่องราวที่อัลกอของแอปฟ้าไม่ถูกใจ . 👁️‍🗨️ การเสื่อมถอยของความเป็นส่วนตัว ผู้เขียนอธิบายถึงวิวัฒนาการ การละเมิดความเป็นส่วนตัว ตั้งแต่ยุคก่อนอินเทอร์เน็ตที่การสอดแนมต้องใช้ความพยายามและมีค่าใช้จ่ายสูง จนถึงยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนตัวถูกรวบรวม วิเคราะห์อัตโนมัติโดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ . 🛡️ การป้องกันแบบอสมมาตร ผู้เขียนนำเสนอการเข้ารหัส (Encryption) ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้เพื่อความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล การเข้ารหัสทำให้ข้อมูลเป็นความลับและไม่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้แต่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีอำนาจมากก็ไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสได้ . 🌐 โลกที่เปิดกว้าง หรือ โลกที่ถูกควบคุม ผู้เขียนได้ตั้งคำถามที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินและสังคม ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่โลกที่เปิดกว้าง ที่บุคคลแต่ละบุคคลมีอำนาจควบคุมข้อมูลและการเงินของตนเอง หรือโลกที่ถูกควบคุม โดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ที่มีอำนาจสอดแนม ควบคุมประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด Bitcoin และ เทคโนโลยี blockchain อื่นๆ นำเสนอโอกาสในการสร้างระบบที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการควบคุมจากส่วนกลาง แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศกำลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มการควบคุมและลดเสรีภาพของประชาชน . 🔴 สรุปส่วนที่ 6 ส่วนสุดท้าย ผู้เขียนได้กระตุ้นให้ผู้อ่านตื่นตัวต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น ที่มีผลต่อความเป็นส่วนตัว และ เสรีภาพทางการเงิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิเหล่านี้ผ่านการใช้งานเทคโนโลยี ที่กระจายศูนย์ (Decentralization) โปร่งใส (Transparency) มีการเข้ารหัส (Encryption) เพื่อสร้างระบบการเงินและสังคม ที่มีเสรีภาพมากขึ้น ----------------------------------------- #siamstrupdate #บิตคอยน์ #Bitcoin #การเงิน #หนังสือน่าอ่าน #สรุปหนังสือ #Brokenmoney #เศรษฐกิจ #siamstr image
🌳 ไม่เคยมี "ความเท่าเทียม" ในธรรมชาติ . 🌛 หลายคนใฝ่ฝันถึงสังคมที่ทุกคนเท่าเทียมกัน มีโอกาสเท่าเทียมกัน ทุกคนมีความสุขและพึ่งพาตัวเองได้ แต่ความจริงแล้ว ความเท่าเทียมไม่มีอยู่ในธรรมชาติเลย . 🌴ธรรมชาติไม่เคยมอบความเท่าเทียมให้ใคร ต้นไม้บางต้นสูงใหญ่ บางต้นเตี้ย บางต้นให้ดอกสวย บางต้นให้ผลเยอะ บางต้นให้ร่มเงา ธรรมชาติให้เรามีความแตกต่าง เพื่อความสมดุล . ✨ความเท่าเทียมเป็นเพียงความปรารถนาดีของมนุษย์ ที่พยายามจะสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น . 🏭 ลองนึกภาพโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ผลิตอาหารรสชาติเดียวกันออกมาเป็นล้านๆ หน่วย คุณจะยอมกินอาหารรสชาติเดียวกันทุกวันไปตลอดชีวิตไหม? ก็คงไม่! . 🌏 ธรรมชาติสร้างความหลากหลาย สร้างความแตกต่าง ให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน สิ่งนี้คือเสน่ห์ของชีวิต เป็นเหมือนเครื่องปรุงรสที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย . 🥫 ความเท่าเทียม เป็นเหมือนสารเคมีที่ปรุงแต่งอาหาร ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วมันกำลังพรากรสชาติ ความเป็นตัวตนของเราไป เหมือนอาหารรสชาติเดียวกันที่กินนานๆ ไปก็เบื่อ สังคมก็จะขาดความสร้างสรรค์ ขาดแรงบันดาลใจ และขาดความก้าวหน้า . 🏛 ความพยายามสร้างความเท่าเทียม มักจะนำไปสู่การใช้อำนาจแทรกแซงของรัฐ และมักจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม และความอยุติธรรม มากกว่านำมาซึ่งความเท่าเทียม รัฐบาลมักจะใช้กลไกต่างๆ เพื่อสร้างความเท่าเทียมแบบฝืนธรรมชาติ เช่น การเก็บภาษี สวัสดิการ และการควบคุมเศรษฐกิจ . 💸 มันคือการ "ขโมย" ทรัพยากร และโอกาส จากคนหนึ่ง เพื่อไปให้กับอีกคนหนึ่ง เหมือนกับการยึดเอาอาหารที่คนหนึ่งทำ(ภาษี) เพื่อไปแจกจ่ายให้กับคนอีกคนหนึ่ง(สวัสดิการ) ผลลัพธ์ที่ได้คือการทำลาย ความคิดสร้างสรรค์ การลงทุน และการพัฒนาของสังคม . 🤾 สิ่งที่รัฐทำได้และควรทำ คือ กระจายทรัพยากร การแข่งขัน และการสร้างนวัตกรรม ไม่สร้างกฎเกณฑ์ที่เป็นกำแพงการแข่งขัน ปล่อยให้ทุกคนลงได้มีสิทธิลงเล่นสนาม ด้วยกฎกติกาเดียวกัน พวกเขาจะเห็นว่าตัวเองก็สามารถเป็นผู้ชนะได้ . ⛹️ เมื่อเราให้โอกาสคนที่มีความสามารถต่างกัน ก็จะเกิดการพัฒนา เกิดการสร้างสรรค์ เกิดความก้าวหน้า แข่งขันได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามความสามารถของแต่ละคน มันยังดีกว่าถูกกั้นให้นั่งอยู่ในคอก รับบทผู้ชม ทำหน้าที่นั่งดู ส่งเสียง หยิบป๊อปคอร์นใส่ปาก แล้วตายไป . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #ปรัชญา #การเงิน #เศรษฐกิจ #การเมือง #siamstr image
🔭 ส่องข้อมูล Bitcoin (28 พฤษภาคม 2024 : 845455) . 📊 ปัจจุบันมี Bitcoin อยู่บน Exchange ราว 2.55m BTC - ข้อมูลย้อนหลัง 24 ชั่วโมง จาก Coinglass พบว่า มี Outflow ของ Bitcoin บนกระดานซื้อขายอยู่ที่ -25,182.09 BTC - ในขณะที่ข้อมูลย้อนหลัง 30 วัน มี Outflow ของ Bitcoin บนกระดานซื้อขายอยู่ที่ -22,121.01 BTC . 📦 มี Bitcoin Addresses ที่ยังคงเคลื่อนไหวทำธุรกรรมอยู่บน Onchain ราว 677,000 Addresses 💸 ในขณะที่มี Addresses ที่มี Bitcoin มูลค่ามากกว่า $10 อยู่ที่ 35,726,505 Addresses . 💛 ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่อ Block reward อยู่ที่ 6.01% 🧡 มูลค่าคาดหวังของ Miner (Hashprice) อยู่ที่ $54.05 PH/Day 📈 Net Bitcoin ETF Flows* = 236.5K BTC (24 พฤษภาคม 2024) *นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ image . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #siamstr
"If you know, you know" Drink milk ❌ Drink starch juice. ✅ . #siamstrupdate #เงิน #อาหาร #เศรษฐกิจ #siamstr #bitcoin #food image
If you know, you know. . #siamstrupdate #เงิน #อาหาร #เศรษฐกิจ #siamstr #bitcoin #food image
🟡 ราคาทองคำกับเศรษฐกิจ . ⏳ เมื่อดูราคาทองคำย้อนหลังไป 50 ปี จะพบข้อมูลที่น่าสนใจ หากราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากราคาทองคำในปีก่อนหน้า ในช่วงเวลานั้นกำลังมีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจบางอย่างเกิดขึ้น . 🔸 เริ่มกันที่ปี พ.ศ. 2514-2517 (1971-1974) ราคาทองคำบาทในปี 2514 อยู่ที่บาทละ 451 บาท ปี 2515 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.71% ไปอยู่ที่ราคา 576 บาท และในปี 2517 ราคาทองคำอยู่ที่ 1,497 บาท ❗️ ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 231.27% เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ ระบบเศรษฐกิจโลกออกจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) . 🔹 ปี พ.ศ. 2520-2523 (1977-1980) ราคาทองคำบาทปี 2520 อยู่ที่บาทละ 1,519 บาท ปี 2521 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.48% ไปอยู่ที่ราคา 1,982 บาท และในปี 2523 ราคาทองคำอยู่ที่ 5,660 บาท ❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 272.64% เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ - เกิดการเร่งตัวของเงินเฟ้อจากดอกเบี้ยนโยบายติดลบ - เกิดวิกฤตน้ำมัน หรือ Oil Shock - เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศละตินอเมริกา . 🔸 ปี พ.ศ. 2545-2554 (2002-2011) ราคาทองคำบาทปี 2544 อยู่ที่บาทละ 5,766 บาท ปี 2545 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.21% ไปอยู่ที่ราคา 6,355 บาท และในปี 2554 ราคาทองคำอยู่ที่ 27,100 บาท ❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 369.96% เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ - วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป (2545-2558) - วิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐ (2551-2554) - เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศละตินอเมริกา . 🔹 ปี พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน (2019-2024) ราคาทองคำบาทปี 2562 อยู่ที่บาทละ 22,400 บาท ปี 2563 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 35.71% ไปอยู่ที่ราคา 30,400 บาท และในปัจจุบัน ราคาทองคำอยู่ที่ 40,550 บาท ❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 80.80% เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือ - วิกฤต Covid-19 (2562-2566) - การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก (2565-ปัจจุบัน) . 🔺 แม้ราคาทองคำจะไม่ได้ปรับตัวแบบก้าวกระโดดแบบเดิม เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้า (และต่อจากนี้ อาจจะไม่รถไฟเหาะเหมือนเดิมแล้ว) แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำแบบก้าวกระโดดนั้น มีสัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจบางอย่างที่เราต้องเฝ้าระวังและจับตามอง . 🕊นกที่ตื่นเร็วย่อมจะมีเวลาบินออกไปสำรวจป่าได้ไกลกว่านกที่ตื่นช้า . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #เงิน #ทองคำ #เศรษฐกิจ #siamstr image
🥊 ทุ่งม่วง ปะทะ Web3 . 🟪 ทุ่งม่วงนกกระจอกเทศ หรือ นอส-เต้อ เป็น Decentralized Social Network ที่เรียกว่ามีความกระจายศูนย์แบบแท้จริง ไม่มีตัวกลางควบคุม ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Server ไม่มีใครสามารถปิดกั้นข้อความของคุณได้ . 📱ทันทีที่คุณกดโพสต์ ข้อความของคุณจะกระจายไปยัง Relay ต่างๆที่คุณเชื่อมต่อและถ่ายทอดสู่ผู้ใช้งาน Nostr คนอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะใช้งานบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม (Damus, Amethyst, Nostrudel, Primal) . ❎ สมมติว่ามีคนต้องการลบข้อความของคุณ เขาจะลบทิ้งไปเลยโดยไม่ถาม แล้วค่อยส่งข้อความถึงคุณว่า "คุณทำผิดกฎชุมชน" แบบนั้นไม่ได้ . 🔗 เขาต้องไปขอให้ Relay A, B, C, D ทุกๆ Relay ที่คุณเชื่อมต่อและเก็บข้อความนั้นไว้ ให้ลบข้อความทิ้ง และยังต้องขึ้นอยู่กับ Relays อีกว่า จะยอมลบหรือไม่ ถ้าไม่ลบข้อความนั้นก็ยังคงอยู่ ต่อให้จะมีบาง Relay ยอมลบก็ตาม นี่คือกลิ่นของความเสรีที่แท้จริง . ❗️มีข้อดี ก็มีข้อเสีย การคัดกรองข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการที่ไม่สามารถลบ หรือ แก้ไขได้ ทำให้ข้อมูลที่คุณได้เห็น อาจจะมีความผิดพลาดบางส่วนหรือทั้งหมด ดังนั้นด้วยวิธีการทำงานของทุ่งม่วงในแบบนี้ มันจะคอยย้ำเตือนคุณเสมอว่า "อย่าพึ่งเชื่อ จนกว่าจะได้พิสูจน์ความถูกต้องเสียก่อน" . 💻 ฝั่งของ Web3 หากมองในมุมของการเซ็นเซอร์ ปิดกั้น เมื่อเนื้อหารันบน Blockchain การแก้ไข เซ็นเซอร์ ปิดกั้น ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน . 🪙 แต่มีอีกส่วนที่สำคัญคือ การให้ Tips หรือ Donate ให้เจ้าของบทความแบบตรงๆได้โดยไม่ผ่านตัวกลาง . 🧡 บนทุ่งม่วงเราให้ Tips ผ่านการ Zap ด้วยเงินสร้างยากอย่าง Bitcoin มันไม่มีใครได้ประโยชน์ตรงๆจากการใช้งานสกุลเงินนี้ เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน จากการขยายขอบเขตการใช้งานในชีวิตจริงให้เป็นรูปธรรม . 🖥 แตกต่างจากบรรดา Web3 ส่วนมาก ที่อ้างตัวว่าเป็น Decentralized Social Network เมื่อคุณต้องการให้ Tips หรือ Donate บทความที่คุณชื่นชอบ บน Web3 แพลตฟอร์ม คุณจะต้องทำการซื้อ Token ของ Platform นั้นๆ มาใช้งาน . ❤️ เหล่าผู้สร้าง Web3 ก็จะพยายามผลักดันให้ผู้คนมาใช้งานพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น เพื่อเพิ่มความต้องการการใช้งานเหรียญ เพื่อให้เหรียญมีมูลค่าสูงขึ้น ดึงดูดให้ผู้คนอยากใช้งานแพลตฟอร์มของตัวเอง วนลูปไปเรื่อยๆ . 🚨สุดท้ายแล้วสิ่งนี้จะทำลายคุณสมบัติ การเชื่อมโยงกันได้ทุกหนแห่ง และ ความกระจายศูนย์ลง . 💨เมื่อมองไปถึงการสร้าง token เพื่อเอามาใช้งาน ก็จะพบว่า Token เหล่านั้นมักเสกขึ้นมาก่อนจากอากาศ มีการ Pre-sale แจกจ่ายให้นักลงทุน ผู้พัฒนาไปก่อนหน้าแล้ว และเมื่อราคาขึ้น คนเหล่านั้นก็เทขายทิ้ง เพื่อทำกำไร จนราคาไหลรินไปเรื่อยๆ . 📉 และแล้ววันนึงเหรียญที่เคยมีมูลค่าเหล่านั้นก็จะมีค่าลดลง จนมันไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เหล่า Content Creator ก็ต้องบอกลาแพลตฟอร์ม หันกลับไปสู่ แพลตฟอร์ม Web2 แบบเดิม เพราะมั่นคงมากกว่า . 🔄 หาก Web3 Social Network จำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาในมิตินี้ เราก็คงได้กลับไปวนลูป Scam project ไปเจอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ X to earn เหมือนที่ผ่านมา . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #web3 #เทคโนโลยี #siamstr image
💸 เงินที่เสื่อมค่าได้ พรากอะไร จากเราไปบ้าง? . 😞 คำถามที่ว่าที่เราทำทุกวันนี้ยังไม่พออีกหรอ ทำไมยิ่งทำงานยิ่งเหนื่อย ยิ่งทำยิ่งเหมือนไม่ได้อะไรกลับมา ความฝันในวัยเด็กที่เคยวาดไว้ ดูจะห่างไกลออกไปทุกที และ เริ่มจางหายไปพร้อมๆกับกาลเวลา . ❓หากคุณให้เวลาตัวเอง ปล่อยให้ตัวเองได้ตั้งคำถามไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่า ทั้งหมดมันนำพาคุณไปสู่ต้นเหตุเดียวกัน นั้นคือ "เงิน" . 📈 เราอยู่ในโลกที่นักเศรษฐศาสตร์ต่างเชิดชูว่า "เงินเฟ้ออ่อนๆ" หรือเงินที่เสื่อมค่าได้ มีค่าลดลงตลอดเวลานั้น "เป็นเรื่องที่ดี" การที่ราคาสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป มันเป็นเรื่องที่ดี ที่ถูกต้องแล้ว . 📉 แต่ "เรื่องที่ดี" ที่นักเศรษฐศาสตร์มอง มันคือการที่เรามีกำลังซื้อลดลง เงินของเราเสื่อมค่าลงไปทุกวัน และพรากสิ่งสำคัญหลายๆอย่าง ไปจากชีวิตของเรา . 💸 เราถูกพรากความมั่นคงทางการเงิน เงินที่เก็บออมไว้วันนี้เสื่อมค่าลงไปแล้ว เงินที่เคยมี กลับไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในอนาคต เงินเก็บยามเกษียณ มูลค่าหายไปเกือบครึ่ง ซื้อของกินใช้ได้ไม่เท่าเดิม หลายคนต้องตกอยู่ในสภาวะยากจนทั้งที่เคยมีรายได้ดี . 🍕 เราถูกพรากคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อราคาสินค้าขึ้นสูง แต่รายได้ไม่เพิ่มตาม หรือ เพิ่มตามไม่ทัน เราจึงต้องตัดทอนค่าใช้จ่ายลง เช่น เลือกซื้อสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุ แทนสินค้าที่ผลิตสดใหม่ เพราะมีราคาถูกกว่า เลือกซื้ออาหารที่ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง แต่สารอาหารต่ำ เพราะราคาถูก . 📊 พรากโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ในอดีตจุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากเงินออม เราทำงานมีรายได้ เก็บออมส่วนที่เหลือจากการกินใช้ เราสามารถเริ่มต้นธุรกิจจากเงินก้อนนี้ได้ ใครที่ขยัน ประหยัด อดออม จะเริ่มต้นได้ไวกว่า คนที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ในปัจจุบัน ผลจากการเสื่อมค่าของเงิน เงินที่เราออมไว้ ยิ่งนานยิ่งน้อยลง ผู้คนไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองได้ โอกาสและการแข่งขันทางการค้า ค่อยๆถูกปิดให้เล็กลง . 🌑 นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เงินเฟ้อพรากไปจากเรา การเสื่อมค่าได้ของเงิน คือสิ่งที่ขโมยความมั่นคง ความสุข และโอกาสต่างๆ ในชีวิตของเราไปอย่างน่าเสียดาย ตราบใดที่เรายังคิดวนเวียนอยู่กับเงินในระบบการเงินปัจจุบัน หากเราไม่ใช่คนที่อยู่รอดได้ในตอนนี้ เราจะไม่มีทางรอดเลย . ☀️ แล้วอะไร ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะปลอดภัย? ไม่ต้องกังวลว่า เวลาชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะถูกใครขโมยไปอีก นี่คือคำถามที่ถึงเวลาต้องหาคำตอบ เพราะมันคืออนาคตและความมั่งคั่งของตัวคุณเอง . #siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #การเงิน #เศรษฐกิจ #siamstr image
ตอนที่ 1 เราจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา ในยุคคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร? . ตอนที่ 2 Public-Key Cryptography . ตอนที่ 3 Anonymous Messages . ตอนที่ 4 Anonymous Return Addresses . ตอนที่ 5 Digital Pseudonyms . ตอนที่ 6 Electronic Money . ตอนที่ 7 Electronic Money in Practice — This is a comment on:
ตอนที่ 1 เราจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา ในยุคคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร? . ตอนที่ 2 Public-Key Cryptography . ตอนที่ 3 Anonymous Messages . ตอนที่ 4 Anonymous Return Addresses . ตอนที่ 5 Digital Pseudonyms . ตอนที่ 6 Electronic Money . ตอนที่ 7 Electronic Money in Practice — This is a comment on:
ตอนที่ 1 เราจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา ในยุคคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร? . ตอนที่ 2 Public-Key Cryptography . ตอนที่ 3 Anonymous Messages . ตอนที่ 4 Anonymous Return Addresses . ตอนที่ 5 Digital Pseudonyms . ตอนที่ 6 Electronic Money . ตอนที่ 7 Electronic Money in Practice — This is a comment on: