#freewriting day 28
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
"The only real test of intelligence is
if you get what you want in life."
Noval Ravikant
ฉลาดแค่ไหน
ตอนเด็กอยู่แค่ในบ้าน พ่อมักจะชมเสมอว่า เป็นคนฉลาด และตอนอนุบาล ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เชื่อเสมอว่าตัวเองฉลาด
ตอนประถม ก็ได้เรียนห้องควีน และในห้องก็เป็นอันดับกลางๆ จึงรู้มากขึ้นว่า ไม่ได้ฉลาดมากขนาดนั้น
ม.ปลาย มหาลัย ทำงาน ยิ่งโตยิ่งรู้เลยว่า เรานั้นไม่ได้ใกล้เคียงคำว่า ฉลาด เลย รู้จักอะไรเยอะ รู้จักคนเยอะ ยิ่งชัดเจนมาก
ตั้งแต่เด็ก อยากเป็นอัจฉริยะมากและคิดว่า ถ้ามี IQ สูง จะแก้ปัญหาได้เก่งและมีชีวิตที่ดี ชอบเกมปริศนา โจทย์คณิต และปัญหาเชาวน์
ในความเป็นจริง โลกมีหลายมิติ ความฉลาดมีอีกหลายด้าน ความสัมพันธ์ ควบคุมอารมณ์ การใช้ร่างกาย และด้านอื่นๆ
วันนี้มาสะดุดกับคลิปของ Dan Koe "บททดสอบที่แท้จริงของความฉลาด คือ คุณสามารถคว้าสิ่งที่ต้องการในชีวิตได้หรือไม่" อ้างอิงคำกล่าวของ Naval Ravikant
เห็นด้วยเลย มีหลายสิ่งที่อยากได้ อยากไปให้ถึงแต่ยังไม่ได้
หลายครั้งเสียพลังกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเป็นอุปสรรคเดิมๆ ซ้ำๆ ที่ไม่เคยหาวิธีแก้ไขอย่างจริงจัง ราวกับว่า การยกระดับชีวิตตนเองเป็นเพียงเรื่องเล่นๆ
ความผิดพลาดซ้ำๆ ที่แก้ไขไม่ได้ หรือไม่ใส่ใจในการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
กลับไปหาแผลเดิมอย่างไม่มีตัวช่วยหรือสิ่งป้องกัน
ไปได้ไกลแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน จึงอาจไม่ใช่การสอบเข้าหรือวัดผลที่ไหน แต่ชีวิตพัฒนาไปแค่ไหน วัดความฉลาดจากการแก้ปัญหาเดิมของเรา
จะแก้ปัญหาเหล่านั้นต้องใช้ความฉลาดหลายด้านประกอบเข้าด้วยกัน เป็นความฉลาดที่แท้จริงของตนเอง แก้ปัญหาเฉพาะตน
ปัญหาชีวิตเป็นเรื่องเฉพาะตน ไม่มีใครมีปัญหาเหมือนเรา และมีแต่เราเท่านั้นที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง
หลังๆ เริ่มเห็นความสวยงามของปัญหา มันเกิดมาเพื่อเราเท่านั้น มันทำให้เรามีค่า แต่ยังไม่มีความฉลาดมากพอจะแก้ไขได้ทั้งหมด
Kei
npub19yxx...nyjx
#freewriting day 27
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
ทางที่ดี กับความหมายของปลายทาง
ได้ออกกำลังจนหมดหลอด แม้เหนื่อยแต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ
ได้เห็นคนที่พละกำลังมหาศาล จากการฝึกกล้ามเนื้อและท่าทางที่สั่งสมมานาน
ชื่นชมคนเหล่านี้ เปรียบเทียบแบบนี้ ไม่มีความรู้สึกทำร้ายในใจ
เปรียบเทียบที่ดี เป็นแรงบันดาลใจ
ต่างกับการพัฒนาไปเรื่อยๆ ตัวคนเดียว เป็นไปอย่างเชื่องช้า และไม่มีภาพปลายทาง
ปลายทางอาจไม่จำเป็น ถ้ามีความสุขกับการพัฒนาในทุกวัน
หรือจะเสียเวลาและพลังกับการไม่รู้ทิศ
ปลายทางที่คาดหวังไว้ อาจไม่เหมาะกับเรา ได้แค่ลองชิมจากการลองทำ
เดินไปในทางที่มีความสุขก็พอ?
ไม่รู้ความสุขที่ปลายทาง แต่บรรยากาศ ผู้คนที่ปลายทาง คนที่ร่วมทาง น่าสนใจยิ่งกว่า
คน ทำให้ปลายทางมีความหมาย ภาพที่อยากไปจึงไม่ใช่คนเดียว
แต่เป็นกลุ่มคน
#freewriting day 26
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
แรงเฉื่อย
พยายามคงสภาวะเดิม แม้ไม่รู้ว่า ดีหรือไม่ดีก็ตาม
รักสบาย ศัตรูของความยืดหยุ่น ตรงข้ามกับความเครียด
เปลี่ยนทิศเมื่อมีสิ่งมากระทบ กระทำ
กระทบบ่อยกระทบแรง ก็เปลี่ยนเร็ว
กระทบตลอดเวลาทั้งนอกและใน เปลี่ยนตลอดเวลา ทั้งมากน้อย
อำนาจในการเลือกอยู่ที่ใคร
เลือกสิ่งที่จะกระทบ
เปลี่ยนอยู่ดี เปลี่ยนที่ต้องการหรือไม่
ไม่ใช่ใครแต่เพราะอะไร
ยังไม่เข้าใจ
#freewriting day 25
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
ความน่าเบื่อของความสุข
น่าหมั่นไส้ หลายคนไม่มีโอกาสมีความสุขด้วยซ้ำ กล้าขนาดบอกว่า ความสุขนั้นน่าเบื่อเลยหรือ
ช่วงที่ไม่มีความสุขก็มี
แต่ความสุขวันนี้หาได้ไม่ยาก ยิ่งอยู่ในสังคม อยู่กับคนที่เราเลือกจะอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งมีความสุขได้ง่าย
แต่ความสุขนั้นจะหายไปตอนไหน ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด
วันนึงมันก็ต้องหายไป
หมดวันอาทิตย์ ก็คือเช้าวันจันทร์
ชีวิตคือความน่าเบื่อและมีความสุขโดยแท้
ไม่อยากทำก็ต้องทำ ไม่อยากทุกข์ก็ต้องมีความสุข
ไม่สุขไม่ทุกข์ ก็น่าเบื่อ
ความน่าเบื่อของความสุข
ไม่เลือกวันที่จะทำให้เรามีความสุข แล้วก็ไม่เลือกวันที่สุขจะหายไป
ใช่ความกลัวความว่างเปล่าหรือไม่ จึงต้องขวนขวายหาความสุขใส่ตัวอยู่ตลอด
อยู่เฉยๆ ก็ต้องดูมือถือ ดูทีวีก็ต้องหาขนมกิน เบื่ออยู่บ้านก็ต้องออกไปเที่ยว ออกไปเที่ยวก็ต้องหาที่สวยๆ หาของอร่อย
กลัวชีวิตไม่มีความหมาย ก็ต้องออกไปหาความหมาย
รู้สึกไร้ค่า ก็ต้องออกไปสร้างคุณค่า
กลับมาจากเที่ยวก็เฉยๆ
ได้พบความหมาย ก็สบายใจ หาความหมายอื่นต่อไป
สร้างคุณค่าก็ภูมิใจ สร้างคุณค่าอื่นต่อไป
แล้วก็ไม่มีความสุข ไม่พบความหมาย ไม่มีคุณค่า
แต่ก็ยังต้องหามาใหม่
เหมือนเป็นชะตากรรม เหมือนเป็นวงจรที่ต้องอยู่
มันน่าเบื่อ แต่มันก็ยังสนุกอยู่

#freewriting day 24
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
ความจริงในใจกับการรอคอย
ระหว่างที่รอคอย มักจะหงุดหงิด ไม่สร้างประโยชน์ ไม่มีความคืบหน้าไปไหนเลย ยิ่งรีบ หิว อ่อนล้า ยิ่งไม่พอใจ
แต่วันนี้แปลกไป อาจเพราะได้นอนเต็มอิ่ม ไม่รู้สึกหิว อยู่กับคนที่เรารัก ไม่ได้รีบ การรอคอย ไม่มีความไม่พอใจแม้เสี้ยว
กายใจที่ไม่ขาดพร่อง มั่นคงต่อปัญหาจากภายนอก
การรอในเวลาที่กายใจแหว่งเหวี่ยง หวั่นไหวต่อความไม่ได้ดั่งใจ
หรือเพราะทนไม่ได้ที่เห็นความจริงในใจที่ไม่น่าดู อยากออกจากความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นให้เร็ว เพราะคาดว่า เมื่อได้สิ่งที่ต้องรอจะพ้นทุกข์เสียที
หรือเมื่อหวั่นไหวยิ่งสะใจเมื่อได้พัดกระพือความคุกรุ่นของใจที่ไม่ปกติ
หรือไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น การได้สิ่งที่รอเท่านั้น จึงจะช่วยเยียวยา
หลายครั้งที่ไม่ได้เป็นอย่างวันนี้ วันที่ผ่านไปด้วยดี ปัญหาจากภายนอกไม่กระทบต่อภายในที่ตื่นเต็ม
การที่ต้องรอจึงไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำร้ายตัวเรา
แต่จะทำอย่างไร ให้ผ่านไปด้วยดี เช่นวันนี้
การรอก็จะเกิดขึ้นอีก อยู่แบบนั้น แต่วันที่กายใจสมบูรณ์ ก็แข็งแกร่ง แต่วันที่ขาดพร่อง ก็อ่อนแอ
วันที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นไม่ได้ทุกวัน
หรือต้องปล่อยให้มันเป็นไป

#freewriting day 23
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
ในความมืดมิด ในป่าใหญ่ เสียงพุ่มไม้ไหวๆ เงาตะคุ่มๆ ไม่รู้ว่าคืออะไร จะโผล่มาตอนไหนและไม่รู้จะทำร้ายเรารึเปล่า
ปัญหาและงานต่างๆ หลบอยู่ในหลืบความคิดความจำ ไม่รู้จะโผล่มาให้เผชิญตอนไหน
ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะต้องตระเตรียมอยู่ตลอด
เครียด
แหวกหญ้า ถางป่า ส่องไฟ ปีนขึ้นที่สูง
การได้เขียน ได้แผ่ปัญหาและงานออกมา ช่วยคลายความกังวล มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
ได้จดจ่อกับปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ช่วยให้เห็นรายละเอียดของปัญหาและงานนั้นๆ
ความมืดมิดก็กลับมา เสียงแปลกๆ เงาไหวๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ทั้งหมดนั้น ไม่รู้จบ เราพร้อมจะสร้างความเครียดให้ตัวเองตลอดเวลา
และปัญหากับงานก็ต้องมีอยู่ตลอดเวลา
การคาดการณ์ ความกังวลใจ
กลับไปกลับมา ความสว่างก็เช่นกัน รู้แล้วว่ามันคืออะไร
ยามที่ได้สะสางปัญหาบางอย่างออกไป สิ่งที่เคยกังวลที่สุด กลับคลี่คลายด้วยตัวมันเอง ความสบายใจก็กลับมา ความเครียดก็หายไปในชั่วขณะหนึ่ง
เครียดอาจเพราะมีปัญหา แต่ที่เครียดไม่จบอาจเพราะไม่ชัดเจน
แต่โลกเราก็ไม่มีสิ่งใดชัดเจนตลอดเวลา
การไม่มีความเครียด อาจจะดูฝืนธรรมชาติเกินไป
ชอบคำที่ผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งสอนมาวันก่อน
"ทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส"
#freewriting day 22
#เขียนขีดอิสระ
#siamstr
ความอดทนกับการอ่านหนังสือ
ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือ แต่อ่านเพราะชอบสังคมของหนอนหนังสือ
สังคมแบ่งปันความรู้ ทำให้อยากรู้จักหนังสือที่เค้ากล่าวบ้าง
ลืมไปนานแล้วว่า หนังสือให้ความรู้สึกลึกซึ้งซับซ้อนที่สื่ออื่นให้ไม่ได้
การใช้ถ้อยคำและจินตนาการที่วิจิตรพิสดารและมีช่องว่างให้แต่งเติมภาพแบบของเรา
หรือแม้กระทั่งการใช้คำที่เรียบง่าย แต่เฉียบคม มีพลัง เก็บคำบางคำไปคิดได้เป็นวันๆ
หนังสือเล่มหนึ่ง เราใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะอ่านจบ เป็นคนอ่านช้าและรู้สึกต้องอดทนจึงจะอ่านจบ
ต่างกับบางคนที่ชอบอ่านหนังสือ อ่านเพราะเพลิดเพลินที่จะอ่าน ไม่ได้อยากรีบอ่านให้จบ เวลาได้ยินแบบนี้ทำให้เรียนรู้ที่จะเอาอย่าง อ่านเพื่ออ่าน
หนังสือเชื่อมความคิด เหมือนพูดคุยกับผู้เขียน เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้
เป็นคนชอบถามและฟัง ประโยคนี้ทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น เป็นโอกาสในการคุยกับคนที่เราไม่สามารถพบเจอได้
เวลาได้ฟังสัมภาษณ์นักเขียน พอไปอ่านก็อ่านง่ายขึ้น เพราะเข้าใจสำนวนและจังหวะในการพูด รวมถึงแก่นความคิด
อ่านหนังสือบ่อยขึ้น ไม่แน่ใจว่าฉลาดขึ้น แต่แน่ใจว่า อดทนขึ้น และคลังคำเยอะขึ้น ให้เวลากับหนังสือมากขึ้น
เป็นสื่อที่ต้องการเวลา รู้สึกเหมือนการทำความรู้จักใครสักคน
บางเล่มก็ไม่ได้น่าสนใจ แต่ปกและสไตล์ไม่ได้บอกทั้งหมด บางครั้งการอ่านจนจบก็ให้รางวัลที่ควรค่า
แต่กับคน เมื่อได้เริ่มฟังเรื่องราว เรากลับรู้สึกน่าสนใจเสมอ
อยากอ่านหนังสือเยอะขึ้น อยากมีเวลาอ่านมากขึ้น
#freewriting day 21
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 21
#siamstr
เรามักเผลอคิดว่า ความคิดเป็นเราคิด ทั้งๆ ที่คาดเดาไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ความคิดอะไรจะโผล่มาเป็นลำดับต่อไป
แถมแต่ละความคิด ไม่ได้ถูกใจเรา หรือก่อนจะสื่อสารอะไรออกไป ก็ต้องเลือกก่อน ป้องกันการสื่อความหมายผิด หรืออีกฝ่ายจะเข้าใจผิด
จะคุยกับตัวเองก็ยังต้องกรองอีกว่า สิ่งที่คิดใช่สิ่งที่เราเชื่อ หรือเราจะบอกตัวเองแบบนั้นจริงรึเปล่า
มองดูความคิดเป็นเรื่องสนุก แต่ยากที่จะแยกออกมาเป็นคนมอง เผลอเข้าไปเพลินคิดตามไปเรื่อยเป็นประจำ
เวลาเขียนหรือพิมพ์ช่วยให้แผ่กระจายความคิดออกมาได้ดี
คล้ายกับเวลาพูดคุยกับคนอื่น อยู่ๆ เรื่องที่เขียนหรือคุยก็ได้ตกตะกอน หรือปิ๊งขึ้นมา
ทุกครั้งที่ได้แผ่ความคิดออก ได้เห็นภาพรวมและได้ทบทวน ทำให้ได้ปัญญาใหม่
การไม่คิด ก็ทำให้ได้พัก ไม่คิดแล้วสบาย ไม่คิดแล้วได้ฟังใจ ใจไม่ได้พูดอะไร แต่ความนิ่งนั้น เห็นความคิดในเวลาถัดมา ว่าใช่สิ่งที่เราต้องการหรือไม่
ฟังใจแล้วทำให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ตอบไม่ได้ว่า แล้วคิดไหนใช่ไม่ใช่ แต่ฟังใจบ่อยๆ แล้วรู้ง่ายขึ้น กรองได้ดีขึ้น ว่าสิ่งที่คิด ใช่สิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคนอื่นและกับตัวเองหรือไม่
ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคนรุ่นถัดไปได้ คงจะเป็นความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ปัญหาที่ผ่านมาบอกเราว่า การเข้าใจตัวเองผิด เป็นเรื่องที่ไม่มีใครแก้ให้ได้ เข้าใจตัวเองให้มาก ฟังตัวเองให้ดี
สิ่งที่แสดงออกต่อคนภายนอก ก็จะตรงกับสิ่งที่เราเป็นสิ่งที่ใจเราต้องการ ตัวเราจะชัด และผู้คนก็ตอบสนองได้ตรงกับสภาพที่เราเป็น
การดำเนินชีวิตก็จะเรียบง่ายมากขึ้น ซับซ้อนน้อยลง สับสนน้อยลง
#freewriting day 20
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 20
#siamstr
ในการแข่งขัน ปรามาส เท่ากับ ประมาท เมื่อใดที่มองว่าคู่แข่งด้อยกว่า ความตั้งใจลดลง ความมุ่งมั่นลดลง แล้วความจริงก็มากระแทกเข้าตรงหน้า เมื่อพ่ายแพ้ เมื่อนั้นสติถึงกลับมา ย้ำเตือนความโง่ของตัวตน ความหลงผิด
มักจะเผลอเปรียบเทียบเสมอ อาจจะเป็นนิสัย นิสัยที่ชอบใช้ผู้คนเป็นมาตรวัด ตัวเองอยู่ในจุดไหนของสังคม กลางๆ ก็โอเค สูงกว่าก็ยิ่งดี ไม่มีใครชอบความด้อยกว่า
แต่ลืมไป ลืมว่า เป็นแค่จุดของเวลา จุดที่วันนี้ใครเก่งกว่า
ใครดีกว่ากัน เกิดขึ้นเมื่อได้วัด เหมือนแมวชโรดิงเยอร์ เวลาที่ไม่มีการวัด ไม่ได้มีใครดีกว่าใคร ไม่เคยเดินตามถนนแล้วเปรียบเทียบได้ว่า ใครดีกว่าใคร
และเราก็ไม่ใส่ใจในการหามาตรวัดตัวเอง เลยไม่รู้ว่า ตัวเองดีกว่าตัวเองรึยัง
การแข่งขันวัดทักษะ ไม่ได้วัดตัวตน ไม่ใช่ตัวเราที่เก่งขึ้น แต่เป็นทักษะที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝน ใครที่สั่งสมทักษะมาน้อยกว่าก็เป็นผู้แพ้
#freewriting day 19
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 19
#siamstr
วันที่สำเร็จ ได้งานเยอะที่สุดในรอบสองอาทิตย์ รู้สึกถึงวันที่ผ่านไปอย่างมีคุณค่า
เป็นงานที่ไม่ยาก ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ทำได้เรื่อยๆ
เป็นงานที่น่าเบื่อ แต่สามารถทำควบคู่กับการรองานอื่นได้
เรามักจะหางานอื่นมาทำ ในช่วงเวลาที่มีงานหลักอยู่
เช่น ถ้าเป็นช่วงเรียนก็จะชอบไปเล่นหมากล้อม ซ้อมกีฬา
ขณะที่วันหยุด ไม่ได้อยากจะทำ
ช่วงใกล้สอบ หนังจะน่าดูเป็นพิเศษ หนังสืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังสือสอบจะอ่านสนุกไปหมด อยากหาความรู้ทุกเรื่อง ที่ไม่ใช่เรื่องที่จะสอบ
ขณะที่วันหยุด ไม่ได้อยากจะทำ
เลี่ยงหน้าที่หลัก แล้วหาสิ่งทดแทน เพื่อบอกตัวเองว่า ไม่ไร้สาระ
หรือเป็นกลไกป้องกันตัวเองจากการละเลยหน้าที่
หรือเป็นการเตรียมตัวก่อนเผชิญ เหมือนการอาบน้ำเย็นที่แขนขาก่อน
เรากลัวการทำตามหน้าที่ขนาดนั้นเลยเหรอ
Just do it ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้คลายความสงสัย
หรือเป็นการต่อต้าน ไม่ยอมจำนนต่ออะไรบางอย่าง
หรือเราจะกลัวตาย ถ้าลองคิดตามสมมติฐานที่สมองยังอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์
การออกไปล่าสัตว์ ซึ่งเป็นหน้าที่ เป็นเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายได้ แต่สมองยังไม่รู้ว่า งานสมัยนี้ไม่ได้ถึงกับตาย ส่วนการทำอย่างอื่น ก็อาจจะเป็นการเลือกแสดงประโยชน์ตนเองในสังคม ไปหาผลไม้ เตรียมที่อยู่ เลี้ยงเด็ก
หรือสิ่งนี้จะเป็นเคล็ดลับของคนที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะเค้าวางหน้าที่ของตนเองเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า การทำอะไรก็ดูจะเป็นเรื่องเล็กและสมองก็อยากทำได้หมด
อู้ คำนี้แหละ แค่คนที่ยิ่งใหญ่เค้าอู้ด้วยเรื่องใหญ่ๆ เป็นกลยุทธ์ที่น่าไปลอง
#freewriting day 18
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 18
#siamstr
ต่างฝ่ายต่างเลือก ประสบการณ์สั่งสอนให้เรารอจังหวะที่เหมาะสม ยิ่งเวลาเหลือน้อยยิ่งต้องเลือก ไพ่ที่เราเปิดออกไปก่อนอาจทำให้เราเสียใจภายหลัง การทักทายเริ่มต้นถือเป็นการเปิดไพ่หรือยัง
การพบปะ งานสังสรรค์ ชุมนุม การทักทายเป็นเรื่องปกติ แต่การพูดแสดงที่เหลือคือศิลปะจากประสบการณ์ ยิ่งแก่ตัวจะยิ่งรอจังหวะ ไม่ใช่เพราะเป็นผู้ใหญ่ แต่เวลาจะเป็นตัวเผยข้อมูลที่จำเป็น บรรยากาศ อารมณ์ตัวเรา อารมณ์รอบข้าง ไม่ได้ตั้งใจคิดมาก แต่ประสบการณ์บอกว่า ไม่ต้องรีบ
เราอาจพบปะกันแค่ครั้งเดียว ชอบประโยคนี้มาก และหลายครั้งก็ลืม ซึ่งทั้งจริงและไม่จริง ไม่กลัวเลย แต่เสียดายโอกาส หากเป็นคนที่สำคัญ
ผู้คนมีเสน่ห์ โดยเฉพาะเวลาที่เห็นเค้ากำลังแสดงผลงาน ยิ่งรับรู้เรื่องราวด้วย ยิ่งชื่นชม ธรรมดาแค่ไหน ก็น่าสนใจได้ไม่ยาก
ทุกคนต่างมีกล่อง "เหมือนกัน" เพื่อให้เข้ากันเป็นภาพรวมๆ แต่จะยอมเปิดให้เห็นส่วนเว้ายื่นของจิ๊กซอว์ตัวเอง เมื่อมีโอกาสที่ดี โอกาสที่ได้ปลดปล่อยความพยายามที่สั่งสมมา โอกาสที่ได้เจอคนเผ่าเดียวกัน
เมื่อเจอมุมที่ตรงกัน ก็เริ่มสนุก ยิ้มแย้ม เข้าใจ ชื่นชม ส่องประกายของการสนทนา
ชอบให้เวลากับการทำความรู้จัก เวลาที่ความสัมพันธ์สุกงอม เมื่อก่อนไม่ได้คิดแบบนี้ แต่บทเรียนของการรีบเกินไปบอกว่า ไม่จำเป็น รีบ ทำให้แสดงออกผิดปกติ ผิดปกติทำให้เพี้ยนจากที่เป็น ไตร่ตรองให้เหมาะสม แล้วแสดงออกอย่างจริงใจ ไม่ใช่เพราะได้ผลดีที่สุด แต่สบายใจที่สุด
สิ่งที่กลัวที่สุดอาจไม่ใช่รู้สึกแปลกแยก แต่กลัวกลับมาถามตัวเองกลับไปกลัมาอีกหลายวัน ว่า "ทำไมทำแบบนั้น"
#freewriting day 17
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 17
#siamstr
วันที่ธรรมดา หากลองมองไปในรายละเอียดมักจะมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ การตัดสินใจอย่างทันทีทันใด แล้วไม่มีอะไรผิดพลาด สมหวัง ได้ลองสิ่งใหม่ ทำอะไรใหม่ๆ เดินทางไปที่ใหม่ๆ ได้ลองทำสิ่งเดิมๆ ในช่วงเวลาใหม่ๆ สิ่งสำคัญคือ ได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารัก ทำให้สิ่งธรรมดาต่างๆ เป็นสิ่งที่พิเศษ
มีความสุข ตลก อิ่มหนำสำราญ ร่าเริง ทำกิจกรรมร่วมกัน เดินทางด้วยกัน เล่าเรื่องซึ่งกันและกัน ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่ความรักทำให้ความธรรมดาของคนสองคนเป็นสิ่งพิเศษ
คุณค่าของการอยู่ร่วมกัน มันธรรมดา แต่กลับมีค่ามหาศาลอย่างประหลาด หรือเราก็ต้องการเพียงเท่านี้แหละ วันที่บอกซึ่งกันและกันว่า "ทำไมผ่านไปเร็วจัง" วันแบบนี้เองที่เยียวยา ความวุ่นวาย ความอ่อนล้า ความขุ่นเคือง เศร้าหมอง ได้เป็นอย่างดี
บางครั้งวันธรรมดาไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หลายครั้งมีอุปสรรค มีปัญหาให้วันธรรมดากลายเป็นวันที่เครียด อึดอัด ไม่สบายใจ ผิดหวัง ต้องร่วมกันปลอบโยนให้ผ่านวันที่ลำบากเหล่านั้นไปให้ได้
วันธรรมดาคือวันที่โชคดี โชคดีกว่าหลายๆ วัน โชคดีที่ไม่มีอุปสรรค โชคดีที่ผ่านมาได้ โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ โชคดีที่ไม่ได้พิเศษอะไร โชคดีที่ได้อยู่ร่วมกัน
gm กั๊บ


#freewriting day 16
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 16
#siamstr
อารมณ์อ่อนไหว สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนในยามที่ไม่มั่นคง บางคนแสดงออกอย่างแข็งกร้าว บางคนแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ระบบป้องกันตัวเองแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วแต่การเติบโตที่ผ่านมา
ความอ่อนไหวทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น หลายครั้งที่เราลืมไป คิดเอาเองว่า ทุกคนก็เหมือนกับเรา เปล่า ทุกคนอ่อนไหวคนละเรื่อง
นึกถึงสมัยรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าที่ยังไม่มีความรู้ทางจิตวิทยากันมากนัก ต้องหาเลี้ยงชีพและเลี้ยงลูกไปด้วย ไม่มีเวลาอธิบายหรือเยียวยาซึ่งกันและกัน ต้องรีบเขี่ยอารมณ์ออกไปให้เร็วที่สุด พร้อมรับกับปัญหาใหม่และความวุ่นวายที่ประดังเข้ามา การแสดงออกจึงเป็นไปอย่างแข็งกร้าว ทั้งกับคนรัก ลูก ครอบครัว หรือคนรู้จัก ความสามารถในการสื่อสารทางอารมณ์จึงไม่ได้รับการดูแล เราจะเห็นผู้ใหญ่หลายคน อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก หรืออธิบายบางเหตุการณ์ไม่ได้ แม้กระทั่งเป็นเรื่องง่ายๆ หรือ คำง่ายๆ สำหรับเรา เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราคิดว่า ควรมีโรงเรียนผู้ใหญ่
ทุกครั้งที่เห็นปัญหาทางอารมณ์หรือทางจิตใจของคนอื่น ต้องไม่ลืมว่า ยามที่เราอ่อนไหว เราเคยรู้สึกอย่างไร ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่า คนอื่นจะคิดเหมือนเรามั้ย ไม่รู้ว่าตัวเราเองจะแก้ปัญหาอย่างไร มีแต่ความแตกหักทางความรู้สึก บางครั้งก็กลัว บางครั้งก็สับสน บางครั้งโกรธ ให้เวลากับอีกฝ่ายให้มาก
คนที่อบอุ่นเป็นคนที่ไวต่อเรื่องแบบนี้ ละเอียดในการสังเกต ผู้ใหญ่ที่นับถือ รุ่นพี่ที่เคารพ เพียงแค่ทำอะไรต่างออกไปในวันนึง ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเป็นอย่างดี แต่บางครั้งก็เป็น false signal นะ แต่ของแบบนี้ บางทีก็ต้องใช้เวลา เพราะอาจจุกจิกเกินกว่าที่จะอธิบายให้ฟังทุกครั้ง
การมีคนที่รู้ใจหรือคนที่พร้อมจะรับฟัง ช่วยได้มากๆ ในบางเวลาที่ต้องพึ่งตัวเอง ก็จะออกกำลังกาย เขียนออกมา ทำสมาธิ วิปัสสนา ก็ช่วยได้ในบางครั้ง แต่บางครั้งก็แค่ต้องเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำหรือสนใจอยู่ เปลี่ยนสถานที่ ไปเจอผู้คน
ความอ่อนไหวทำให้เราสื่อสารและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น อ่อ จริงๆ แล้ว อาจจะหมายถึงความอ่อนโยนมากกว่า คล้ายกัน แต่ต่างกัน คนที่อ่อนโยน ไม่จำเป็นต้องอ่อนไหวเสมอไป
#freewriting day 15
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 15
#siamstr
อะไรดีลองทำเลย ทำทันทีดีกว่าเสียดายทีหลัง เท่าที่ลองทำดูก็ได้ผลที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ทำให้วันเดิมๆ ต่างออกไป ทำให้ได้ลองเล่นอาวุธใหม่ เครื่องมือสู้ชีวิตแบบใหม่ ชอบความรู้สึกที่ได้ลองสิ่งใหม่ แต่เมื่อทำถึงจุดหนึ่ง สิ่งใหม่นั้นก็ต้องการเวลาที่มากขึ้น ต้องปรับแต่งเวลาที่มีต่อสิ่งเดิมให้น้อยลง แล้วก็เริ่มใส่ใจต่อสิ่งเดิมน้อยลง จะทำสิ่งเดิมและสิ่งใหม่ให้ไปอีกขั้น ก็ต้องใช้เวลามากขึ้นทั้งสองฝั่ง แต่ก็ยังเลือกที่จะทำตามอารมณ์ความรู้สึกแต่ละวัน โดยไม่มีการวางแผนที่ชัดเจน ยังไม่เชื่อในการวางแผน การจัดตารางเวลา การจัดสรรทรัพยากรที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในชีวิต การจัดสรรชีวิต ไม่ชอบการจัดสรรชีวิตตัวเอง แต่กลับทำตามนัดเมื่อมีคนอื่นต้องการเวลาจากเรา เมื่อกระทบภาพที่กว้างขึ้น เราให้ความสำคัญ นัดกับตัวเราในอนาคต หลายครั้งกลับไม่ใส่ใจ เราไม่ค่อยใส่ใจกับการนัดเจอตัวเราที่อยากจะเป็นในอนาคต เราเลยไม่ได้เจอจริงๆ
หาคนทำสิ่งใหม่ร่วมกัน เลยได้เจอเพื่อนร่วมทำและเจอตัวเราที่อยากเป็นไปด้วย คนข้างๆ ก็ดีใจที่ได้เป็นคนใหม่เช่นกัน พัฒนาไปด้วยกัน ไม่เหงา น่าชื่นชมคนที่สร้างตัวเองขึ้นด้วยตัวคนเดียว เค้าตรงต่อเวลากับอนาคตของเค้า โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอื่น ทำอย่างไร กระตุ้นความอยากด้วยตนเองเมื่อถึงเวลาที่ตั้งใจไว้ ทบทวนภาพในอดีตที่ไม่อยากเป็นแล้ว และภาพในอนาคตที่อยากจะได้มา visual board น่าจะช่วยได้ ทำให้อายตัวเองด้วย ถ้าไม่ได้ทำ
พยายามเข้าใจตัวตนของเราในอนาคตให้ดี วลีนี้ได้อ่านจากสรุปของอาจารย์นภดล จากหนังสือ อนาคตที่ดี คุณกำหนดได้ หมายถึงสำรวจตัวตนที่เราตั้งใจจะเป็นทั้งภายในและภายนอก เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากๆ เวลาเห็นภาพบุคคลตัวอย่างที่เราชื่นชม ส่วนใหญ่เป็นแค่ผิว ชอบลงลึกไปตามดูการสัมภาษณ์ ศึกษาความคิด ประวัติ สิ่งแวดล้อม ทำให้เข้าใจผู้วิเศษมากขึ้น เห็นเส้นทางที่จะเดิน แต่ไม่สามารถรู้ภายในจิตใจ ทำได้ใกล้เคียงที่สุดเพียงสำรวจจิตใจตัวเองตอนที่เดินตาม