ดัชเชสพรุนเนเรียส's avatar
ดัชเชสพรุนเนเรียส
npub18pm8...y6wn
ผู้ใดจำนำบาปไว้ได้โปรดมาไถ่คืน.. เข้าสู่โหมดมีสาระสัก 7 วันเพื่อเป็นพุทธชาบูหมูกระทะแด่องค์สมดากที่หนึ่งแห่งแอสแลนตุส
สมัยเรียนอยากเป็นหัวหน้าห้อง เพราะเท่ห์มาก แม้จะเป็นขี้ข้าในห้อง ต้องเอาสมุดไปส่งครูหลังจบคาบ แต่ตอนโต ไม่อยากเป็นหัวหน้าคนเลย ขี้เกียจจะใช้สมองมาพิจารณาว่า จะใช้ลูกน้อง ใช้ทรัพยากรยังไงดี แต่อายุงานก็แก่ขึ้นทุกวัน หัวหน้าเก่าก็อยากโปรโมท เพราะเค้าจะขึ้นไปเป็นลีดเดอร์ที่ใหญ่กว่า โอ่ยยย นอย อยากนอนขี้เกียจอยู่บ้านเลี้ยงแมว 🥲
ความสุขมันง่ายมากเลย แค่คิดว่า จะได้กินซุปทงคัสสึ จากหม้อแรงดันในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จากที่เคยใช้หม้อหุงข้าวต้มข้ามวัน ต้องมารอเฝ้ากลัวหม้อไหม้.. เริ่มเข้าใจคนที่เขามีความสุขก่อนวันหวยออกแล้วแหละ 🤭 ทั้งบ้าน คน หมา แมว ได้รับอานิสงส์ซุปอย่างดีเพื่อสุขภาพกันถ้วนหน้า.. จะว่าก็ว่าก็ว่าเถอะ กระดูกวัวต้มให้ซุปที่เข้มข้นกว่า อร่อยกว่า ไม่เหม็นสาปวัวมากนัก แต่ติดตรงเดียวคือ พลังงานมันสูงมากเกินไป กินไม่กี่ช้อนก็รู้สึกอิ่ม ยิ่งกว่ากินโจ๊ก ขนาดที่ว่าเอาพริกไทย เกลือใส่เพื่อเพิ่มรสชาติให้กินง่าย ก็กินไม่หมดอยู่ดี ขอโหวตให้ กระดูกหมู นอนฮาลาน ยังคงเป็นซุปที่ดีที่สุดสำหรับเราในซีซั่นนี้ 🎉🎉 อยากชิมเนื้อกระต่าย กระดูกกระต่ายจังเลยนะ ทั้งที่ต่างประเทศแถบฝาหรั่งมังกี้ กินกันเยอะ ในไทยไม่ค่อยเจอรีวิว อาหารจากเนื้อพวกนี้เลย ใน #siamstr มีคอมมูคนกินเนื้อกระต่ายมั้ยนะ ?
พี่ชายซื้อหม้อตุ๋นไฟฟ้ามา (หม้ออบแรงดัน) นับเป็นโชคที่ดีมากในวันนี้ กลุ้มใจมาหลายวันเรื่องซื้อเนื้อควายมา แล้วปรุงไม่ได้ เหนียว เชฟมิชชาจัง จะได้ลองของใหม่อีกแว้วววว กลัวระเบิดจัง 5555
มีคนบอกว่า ให้รีบซื้อเงิน (silver) เพราะเงินราคาถูกมาก ต่อมาก็ตามด้วยทอง (gold) ที่ไม่เคยตก.. อืมมม มันก็พูดยาก เขาก็พูดถูก แต่ไอ้ที่เรารู้มันก็ถูกสักครึ่งนึงเหมือนกัน คิดว่านะ แต่ใดๆแล้ว ถ้าจะดีเบทเรื่องลงทุน คงต้องอ่านหนังสืออีกบานตะไท ระหว่างมีชีวิตเพื่อลงทุน กับมีชีวิตเพื่ออ่านหนังสือก่อนค่อยลงทุน เราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วันเนี่ย #siamstr
#siamstr #เรื่องเล่าจากหอคอย #นิยาย (1) ฉันยืนมองตัวเองจากหอคอยชั้นที่ 22 เพราะการได้อ่านมังงะแนวต่างโลกเกี่ยวกับการขึ้นไปยังหอคอยแต่ละชั้นเหมือนด่านในเกมตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง 100 ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า หากฉันกำลังเล่นเกมชีวิตในตอนนี้ ฉันอยู่ที่ชั้น 22 ฉันเป็นคนกลัวความสูงมาก ชนิดที่เรียกว่าเป็นโรคแพนิก นั่นเลยทำให้ฉันไม่เคยยอมอยู่ที่สูงกว่าสองเมตร หรือชะโงกลงมามองพื้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันไม่ได้กลัวตาย แต่ร่างกายเหมือนกำลังใช้ระบบป้องกันตัวเองขั้นสูงอยู่ แต่วันหนึ่งเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากที่ไกลๆ ผู้คนมากมายวิ่งกรูเข้าประตูชั้นที่หนึ่ง ฉันเดินเร่งฝีเท้าก้าวอย่างไม่รู้อะไร ได้แต่ตระหนกกับการหลั่งไหลของผู้คน แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ฉันยังคงมองเห็นบางคนที่วิ่งขึ้นบรรไดไปอย่างรวดเร็ว บางคนที่ล้มลงแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งต่อแม้จะมีบาดแผล กระทั่งคนที่ล้มลงไปจริงๆแบ้วไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก เพราะมีรอยเท้ามหาศาลเหยียบย่ำเขา ทั้งหัว คอ หลัง มือ เท้า ฉันทำได้แค่รับรู้และวิ่งขึ้นไปชั้นต่อไป ในใจมีแต่ความกังวลว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แล้วฉันต้องทำอย่างไร? ไม่มีใครหยุดบอกฉัน แต่ก็ยังพอจะได้ยินเสียงตามหลังพูดบอกคนข้างหน้าว่าให้รีบวิ่งไป อย่าล้มเด็ดขาด จากความสูงที่เคยกลัว ฉันวิ่งแซงทุกคนโดยไม่สนว่ามันสูงแค่ไหน ฝั่งซ้ายมีราวให้จับแต่เต็มไปด้วยผู้คน ฝั่งขวานั้นค่อนข้างโล่งแต่ไกล และต้องใช้แรงมากที่จะแซงคนข้างหน้าขึ้นไป ฉันกัดฟันเบี่ยงตัวชิดขวาแม้จะเริ่มมีอาการหอบเหนื่อยเมื่อผ่านไปยังชั้นที่ 15 ร่างกายใช้อดินาลีนแบบสูงสุดแล้ว แต่เหตุการณ์ที่ไม่สงบทำให้ฉันต้องเบี่ยงมาเกาะราวจับเพื่อเหวี่ยงตัวเองขึ้นไป ฉันไม่ได้นับหรอกว่าบรรไดมีกี่ขั้น แต่ทุกชั้นที่ก้าวผ่าน ผู้คนเริ่มวิ่งช้าลงจากความเหนื่อยล้า ทำให้ยิ่งสูง ยิ่งคนน้อยลงเรื่อยๆ จากเป็นหลักร้อยคน เหลือเพียงไม่กี่สิบคน และพวกที่เหลือนั้นมักเป็นคนที่ยังหนุ่มสาว เด็กและคนแก่ยังอยู่ชั้นล่างๆยังไม่ได้ขึ้นมาสูงขนาดนี้ ชั้น 21 ฉัน ทรุดนั่งลงตรงมุมบรรไดที่ไม่ขวางทางคนอื่นอย่างช่วยไม่ได้ ขายังไม่หมดแรง แต่หอบเหนื่อยจนปอดแทบฉีก พอหันไปมองข้างหลังก็ไม่มีคนตามมาแล้ว ได้ยินเพียงเสียงกุกกักๆของการวิ่งที่ตามมาเรื่อยๆ "ไอ่พรุนไป! มานั่งอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ตายห่าหรอก" ฉันเงยหน้ามองต้นเสียงเป็นผู้ชายร่างสูงที่ฉันรู้จัก เขาทักฉันแค่นี้และวิ่งสวนขึ้นไปอย่างไม่ลดละ ประโยคสั้นๆที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย ทำให้ฉันฮึดสู้อีกครั้ง ลุกขึ้นก้าวขาไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่คนหอบจะทำได้ ฉันยังไม่รู้อะไรสักนิดว่าพวกเขากำลังหนีตายจากอะไรอยู่ ฉันหยุดที่ชั้น 28 ตัดสินใจก้มลงไปมองว่าชั้นล่างเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วฉันก็มองเห็นอะไรบางอย่าง คนๆหนึ่งที่แต่งตัวและมีหน้าตาเหมือนฉันสมัยวัยรุ่น กำลังวิ่งขึ้นตามมาจากชั้นล่าง แต่สภาพหล่อนนั้นย่ำแย่กว่าที่คิด มีแผลตามตัวฟกช้ำมากมาย ดวงตากลมสวย ปูดบวมจนปิดตาไปครึ่งหนึ่ง หล่อนดูเหมือนกำลังจะขาดใจลงตรงนั้นซึ่งเป็นชั้นที่ไม่ได้ห่างกันมากนัก ฉันเก็บความสงสัยกับใจที่เต้นรัวด้วยความตระหนกก่อนออกวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้ก้าวขายาวขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ระยะเวลาในการเดินทางสั้นลงไป ชั้นแล้วชั้นเล่า เสียงจากข้างล่างเริ่มเบาลงเรื่อยๆ แสดงถึงความห่างระดับชั้นที่น่าจะเริ่มปลอดภัย ฉันชะโงกหน้าลงไปมองอีกครั้งที่ชั้น 31 แล้วเห็นผู้หญิงคนนั้นล้มฟุบอยู่ชั้นล่าง แม้ไม่มีใครเหยียบหล่อน แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะหยุดดูว่าหล่อนเป็นยังไง ฉันลังเลอยู่พักใหญ่ว่าจะลงไปดูสักหน่อยหรือควรวิ่งขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของหอคอยเพื่อให้รอดพ้นจากอะไรบางอย่าง ในตอนนี้สิ่งที่ฉันสังเกตคือนอกจากร่างกายที่ชอกช้ำ หล่อนมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่หลัง โซ่ตรวนที่ข้อเท้า รวมถึงมือที่ยังกำกระดาษอะไรบางอย่างไม่ปล่อยแม้ว่าตอนนี้หน้าหล่อนจะคว่ำไปกับพื้นแล้ว "เป็นไรมั้ย ไหวมั้ยยัยคนนอนฟุบ ให้ช่วยมั้ยเธอ!!" เพราะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแม้กระทั่งชื่อ แต่หน้าตาและการแต้งตัวที่คล้ายเรามาก ทำให้เรามองเห็นภาพตัวเองซ้อนทับกับร่างนั้น "ไม่ต้อง.. ฉันอยากตายแล้ว" ร่างนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่หมดแรงและสิ้นหวัง ทำให้ฉันตัดสินใจเดินลงบรรไดแสนชันไปดูอาการหล่อนสักหน่อย ยังไงก็อยู่สูงกว่าสามสิบชั้น น่าจะค่อยๆปลอดภัยแล้ว "เป็นอะไรมั้ย ถ้าวิ่งไม่ไหวฉันช่วย แต่เอาสัมภาระพวกนี้ทิ้งไว้ที่นี่เถอะ ยังอีกไกลมากที่เราจะถึงชั้น 100" "ไม่ ฉันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ฉันทรยศทุกคน ฉันยอมตายตรงนี้ดีกว่า" ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจที่หล่อนยืนยันหนักแน่นที่จะไม่ทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ที่แบกอยู่ ฉันถือวิสาสะจะช่วยหยิบขึ้นมาแต่ก็พบว่าข้างในกระเป๋าไม่มีอะไรนอกจากขยะ ทั้งขวดแก้วที่ไม่มีน้ำ กล่องดำๆอะไรสักอย่าง เศษทิชชู่ม้วนยุ่ยยัดกันในกระเป๋า ยัยคนบ้านี่มันบ้าหอบฟางของแท้ จะตายอยู่รอมร่อยังขนของพวกนี้ขึ้นมาเกือบสามสิบชั้น.. ฉันจำได้เลยว่าตอนที่วิ่งขึ้นมาตัวเปล่ายังเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ยัยตัวช้ำ หน้าช้ำนี่กลับแบกขยะมาจนถึงชั้น 28 "ทิ้งไปได้แล้วน่า เราไม่มีเวลาแล้ว แข็งใจหน่อย" ฉันกระตุ้นหล่อนพร้อมกับแกะเอาขยะในมือของหล่อนทิ้ง แต่ก็ยังดึงดันที่จะไม่คลายมือ "ฉันไม่มีวันทิ้งสามีของฉัน" ทั้งที่ใบหน้าบวมปูด ช้ำเลือดขนาดนั้น น้ำตาของหล่อนกลับไหลออกมาจากคำว่าสามีแทนที่จะร้องเพราะรู้สึกเจ็บ ฉันยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่ เพราะไอ้คำว่าสามี ฉันไม่เห็นจะมีใครวิ่งตามมา มีแค่หล่อนคนเดียวต่างหาก "ก็ทิ้งขยะไว้ตรงนี้แล้วให้สามีตามมาสิ จะเก็บขยะพวกนี้ทำไม ฉันช่วยแบกของไปไม่ไหวหรอกนะ" ฉันหันหน้าไปอีกทาง พลางพูดอย่างจำใจเมื่อเห็นน้ำตาพรั่งพรูออกมาจากใบหน้านั่น มันเหมือนฉันเห็นภาพซ้อนของตัวเองอีกครั้งในเมื่อนานมาแล้ว.. ฉันนึกว่าแผลใจของตนเองจะหายดี แต่เมื่อเจอหล่อน ฉันถูกเปิดแผลใจในจังหวะที่แย่ที่สุด "นี่มันคือส่วนหนึ่งของสามีฉัน สมบัติของเขา รูปของเขา สิ่งที่เขากินแล้วเหลือให้ฉัน" ฉันอึ้งในคำตอบที่ไม่อยากจะตัดสิน ในเวลาที่ทุกคนต่างเอาตัวรอดไม่สนใครจะตาย ยัยนี่กลับหวงของที่สามีกินเหลือแล้วทิ้งไว้ให้เหมือนมันมีค่ากว่าชีวิตตัวเองซะงั้น "แล้วเขาอยู่ไหน" "ฉัน.. ไม่รู้หรอก แต่ฉันไม่มีที่ไป ฉันวิ่งมาคนเดียว เราคลาดกันตอนไหนไม่รู้ แต่เขาสัญญาว่าอีกสิบชั่วโมงจะตามหาฉันแล้วอยู่ด้วยกัน" นี่มัน.. บ้าอะไรเนี่ย ฉันอึดอัดใจกับการตัดสินใจของหล่อน เพราะก่อนจะถึงสิบชั่วโมง ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกสิบนาที ไอ้พวกข้างล่างที่ตามขึ้นมาจะเป็นคนหรือเป็นตัวอะไร และไม่ว่าจะเป็นทางไหน การที่ยัยนี่ฟุบตรงนี้ ผลลัพธ์คือ ไม่รอดถึงสิบชั่วโมงในหอคอยนี้หรอก
ทำงานที่ใช้สมองก็ดันไม่มีสมอง ทำงานที่ใช้หัวใจ อารมณ์ ก็มั่วไปหมด ไม่มีงานไหนที่ง่าย.. นั่นคือ ศิลปะของการแก้ปัญหา บางครั้งสิ่งที่เหนือกว่าปัญญาและอารมณ์ก็คือ ดวง #siamstr
ในวันที่รู้สึกว่า เชี่ยเอ้ย ไม่อยากทำเลย ลองบังคับตัวเองทำแค่ 30 นาทีแรกให้ได้ก็พอ ที่เหลือให้ความรู้สึกจัดการต่อ อย่าใช้ความรู้สึกตั้งแต่เริ่ม เพราะมันจะ เชี่ยเอ้ย ไม่อยากทำเลย อยากนอน 😭 #siamstr
ประสบความสำเร็จระดับไฟเกือบไหม้..หม้อทอด โดยเชฟคนเดิม วันนี้ทดสอบการทำเนื้อวัวย่าง ด้วยหม้อทอดไฟฟ้า เริ่มด้วยการเอาไปละลายน้ำแข็งตั้งเวลาแบบมั่วๆเพราะคิดว่าไม่เป็นไรหรอก โหมดละลายน้ำแข็งไม่ทำให้เนื้อสุก.. และใช่ สุกค่ะ!! ขอบๆปลายๆเริ่มสุกมีสีขาวแบบเนื้อต้ม น้ำในเนื้อก็ไหลออกมา ออสสะเตเรียบีฟของชั้น 😭 ดอกที่สอง ยังคงความซื่อบื้อด้วยการวอร์มหม้อโดยใส่กระดาษรองอบไว้เฉยๆ ไว้ 200 องศา ไม่เกิน 1 นาที บรรลัยละครับท่าน ไฟไหม้กระดาษ กลิ่นควันหึ่งเต็มบ้าน ดีที่ไม่มีใครตื่นมาดุ เกือบกลายเป็นนักวางเพลิงแล้ว ใครที่ไม่ถนัดการใช้หม้อทอด ขอแนะนำอย่างยิ่งว่า เวลาวอร์มเตาอย่าหาเอากระดาษรองใส่ทั้งที่ไม่มีอะไรเด็ดขาด ส่วนตัวคิดว่าวอร์มไม่วอร์มก็ดูไม่ต่างเท่าไหร่ แถมวอร์มเตาจะร้อนมือเวลาเอาอะไรใส่แล้วจัดแจงซะอีก ดอกที่สาม เมื่อเน้นว่าเนื้อที่ดีควรจี่กับกระทะให้ข้างนอกกรอบ ข้างในไม่สุกจะได้อร่อย เนื้อไม่เหนียวเลย ใส่ไปสองชิ้นข้างละ 3 นาที แกะมาดูเหมือนไม่สุกเลยเพิ่มอีกเท่านึง เป็นข้างละ 6 นาที แน่นอนว่าตรงนี้ก็ยังไม่ได้คำนวนน้ำหนักเนื้อและความแรงไฟ ทุกอย่างคือการสุ่ม และแล้วก็ยกออกมาใส่จาน พักไว้ โรยเกลือสีชมพูจากเทือกเขาหิมาลายันให้เนื้อออสสะเตเรียบีฟชั้นดีกลายเป็นเนื้ออัญมนีแบบในการ์ตูน เรื่อง โทริโกะ มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ลุ้นที่สุดหลังการพักเนื้อไว้ 5 นาที จรดมีดอันคมกริบๆที่ตัดได้ทุกอย่างยกเว้นตัดใจจากเธอ ก็เผยให้เห็นโฉมหน้าน้องเนื้อที่... คล้ายมีเดียมแรร์ คล้ายเนื้อต้ม คล้ายอะไรสักอย่าง บอกไม่ถูก รสชาติก็อร่อยดี ไม่มีอะไรให้ติติงนอกจากรสชาติยังไม่อร่อยพอเหมือนซื้อกินเอง หรือขอความอนุเคระห์คนที่ทำเป็นทำให้กิน #siamstr #nostr #food #stek
ชีวิตก็ติดคอนเท้นเกิน.. สั่งพัดลมมาคลายร้อน แยกร่างมาให้ประกอบเองเพื่อความสะดวก ขอบคุณที่ป๊ากับม๊าที่ซื้อเลโก้ให้ต่อตอนเด็ก ขอบคุณเพื่อนที่น่ารักที่ซื้อกันพลาตัวเล็กๆมาให้ต่อ แต่ชีวิตจริงที่เจอ บางครั้งประกอบที่ตากผ้า โต๊ะ จนอัพเลเวลที่ยากขึ้นเป็นด่านประกอบพัดลม image
พรเดียวที่ข้าพเจ้าร้องขอ คือ "การกลับมารักตัวเอง" ในหัวข้อ ไพ่ยิปซี The fool หรือที่หมอดูพรุนเรียกว่า ไพ่ไอ่จั้ดง่าว 🤣 ได้บ่งบอกถึงมุมมองใหม่ในการใช้ชีวิตไว้สองรูปแบบ โดยตัวออริจินอลนั้น ไอ่จั้ดง่าว มักจะเอาไม้ลูกเสือกรอบๆที่พร้อมเป็นฟืน แขวนถุงผ้าน้อยๆที่ไม่ได้มีสมบัติอะไร ไปวิ่งตรงหน้าผา แล้วหมาก็เดินตาม.. ไอ่จั้ดง่าวที่ไปไหนมาไหนโดยไม่ใช้ความคิด สติใดๆไตร่ตรอง ชีวิตไม่ได้นำด้วยสมอง แต่เป็นสองเท่า ขนาดหมาเห่าด่า เห่าเตือน ยังไม่เข้าไปยังแก่นเซลล์ รับแนวโน้มความชิบห... ในชีวิตได้เลย จากการบ่มีอะหยังในอ่องออขอแค่ฮาปอใจ๋ (ไม่มีอะไรในสมองขอแค่ฉันพอใจ) แต่ไพ่นี้มันดีนะ เมื่อมองในอีกมุมในรูปแบบใหม่ จากไอ่จั๊ดง่าว สู่แม่สาวนักผจญภัยไร้โล่โนแคร์สกิล (อวยเอง ตั้งชื่อเลียนแบบอนิเมะ) จากหัวข้อวันนี้ "น้องขอพรให้น้องกลับมารักตัวเอง" ปุ๊ปปั๊ปรับโชค น้องก็พกไมค์ตัวเดียว ไปหาเปิดคอนเสิร์ตที่ไหนสักที่ เผื่อจะมีคนโอชิแบบในกินทามะ (ตัวที่ไอ่แว่นตามันชอบน่ะ :: การ์ตูนเรื่องนึงของญี่ปุ่น) น้องไม่ได้โง่ ดื้อดึง ออกเดินทางแบบไร้สมอง แต่น้องเลือกที่จะออกไปผจญกับภัยที่ไม่รู้ว่าคืออะไร อาจจะดีหรือไม่ก็ได้ ตัวน้องเป็นเหมือนตัวแทนของความอิสระ และกล้าหาญ เด็กผู้หญิงในอุดมคติเรามักคิดว่าอ่อนแอและขี้กลัว ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ชาย แต่น้องนั้นสามารถแหกขนบประเพณี หรืออคติใดๆได้กระทั่งออกเดินทางไปยังโลกใบใหญ่ ทั้งที่ไพ่ใบเดียวกัน ในความหมายหนึ่งเราจะเห็นถึงความหมดหวัง แต่อีกนัยหนึ่งเราก็เห็นถึงความหวังที่ยังไม่ได้จับต้อง ชีวิตคนก็เป็นแบบนี้ เหรียญมีสองด้าน มุมมองมีหลายมุม สิ่งจำเป็นอาจไม่ใช่การตัดสินแต่เป็นการเข้าใจแล้วไหลไปในทิศทางที่เหมาะสมกับเรา ยินดีกับหนูด้วยที่หนูรักตัวเองเป็น สมปราถนา.. ที่ใดไม่เติมเต็มจงอย่าทนอยู่ ผู้ใดทำร้ายหนูก็เพียงแค่หลีกเลี่ยงและปล่อยวาง #พรุนดูดวง #siamstr image
สำหรับบางคนการเล่นเกมไม่จำเป็นต้องชนะบอส แค่ได้มีเวลาเล่นเกมบ้าง ก็ได้รับชัยชนะแล้ว 🎉 #siamstr image
ชอบตัวเองตอนที่มักซ่อนของขวัญทิ้งไว้เสมอ.. เราในอดีตชอบทิ้งอีสเตอร์เอ้กไว้ให้เราในอนาคตประหลาดใจ เป็นความเชื่อมโยงตัวเองระหว่างในอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้แบบลงตัวสุดๆ.. ว่าแต่จะซ่อนบิทคอยจากตัวเอง ให้ตัวเองในอนาคตมาค้นพบยังไงดีนะ??? คีย์อันนั้นควรอยู่ที่ไหนดี 😁😁 #siamstr #nostr image
ไปเจอชีสมา มีคนบอกรสชาติอร่อยกินเป็นขนมได้ อยากจะเอามาอวดมาก เพราะราคาค่อนข้างสูงสำหรับคนหาค่ำกินเช้า ซื้อมาวางที่บ้านถึงได้ยืนงงว่าจะทำยังไงต่อถ้าไม่กินเปล่าๆ? เราก็ไม่ใช่สายฝรั่งซะด้วย เปิดตู้เย็นเจอเนื้อแกะกับเนื้อควาย ยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ เมนูไหนที่จะ MPV สำหรับเชฟมิชชาชีพสตาร์กันนะ??? #siamstr image
หากนับถือในพระแม่.. พระแม่จะโอบกอดท่านเสมือนลูก และแน่นอนว่าการนับถือท่านต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ เพราะ พระแม่ไม่มีวันประทานพรให้คนเชี่ย เมื่อมีจิตตั้งมั่นถวายตัวเป็นลูกของพระองค์ จงมี Empathy (ความเห็นอกเห็นใจ) ต่อเพื่อนมนุษย์ จงใช้ชีวิตโดยสร้างบาดแผลต่อผู้คนรอบข้างให้น้อยที่สุด และสุดท้าย จงคงระดับความรักตัวเองไม่ให้กลายเป็นผู้ที่คอยกัดกินพลังงานชีวิตผู้คนรอบข้างและไม่กลายเป็นขยะของพวกขยะ #พระแม่ซื้อ #พระที่พึ่งทางจิตใจ
หลายครั้งชีวิตก็ไม่ได้เติบโตจากความสบายที่ราบเรียบ แต่เกิดจาก กรูคนเดียวจะตีพวกเมิงห้าคนให้ครบเลย เข้ามาดิ image ไอพวกหมา //ถือไม้ไล่ฟาด จงใช้ชีวิตด้วยประนีประนอม แต่อย่าไปยอมให้ใครเอาเปรียบ ไม่มีอะไรดีขึ้นจากความใจดีของคนโง่หรอก #siamstr
"ไม่ใช่ทุกคนไม่มีเงิน แต่เงินน่ะ อยู่ในกระเป๋าลูกค้าอยู่แล้ว โจทย์มันอยู่ที่ว่า คุณจะทำให้เขาควักออกมาให้คุณได้ยังไง.." ถ้าคุณไม่เชื่อลองสังเกตขี้ยาดู งานการไม่ทำมีตังซื้อยาได้ยังไง ไอ้ที่ว่าเขาทำชั่วปล้นจี้ให้ได้เงินน่ะ มันก็ใช่ แต่ให้มองในมุมธุรกิจไงว่า เจ้าคนขายยามันก็ได้อานิสงส์จากสินค้าตัวเองที่ขี้ยาใช้ ซึ่งติดและขาดไม่ได้ ถ้าเว่อร์ไปก็ลองยกตัวอย่าง พวกดาราก็ได้อะ ที่ชอบพาดหัวข่าวตกอับ ลำบากขอรับบริจาค ก็ได้เงินกันง่ายเลย จากตาสีตาสาหาเช้ากินค่ำวันไม่กี่ตังค์ การขายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์และคำแนะนำนั่นแหละ จะช่วยให้คุณตีโจทย์ของตัวเองให้แตกว่า จะขายยังไงกับลูกค้าของคุณ #siamstr #nostr #พรุนนี่มีสาระ