₿itoshi420 ⚡🌱's avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
bitoshi420@siamstr.com
npub1vg6m...u8gz
"ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่."
Gm ยามเช้าวันจันทร์ครับ..☺️🌱 #Siamstr #ขอให้เป็นวันที่ดี image
# เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์ image คำนี้ไม่ใช่วลีรักอะไรที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ ผมชวนให้ทุกคนตั้งคำถามว่า.. เวลาของเราในแต่ละวันถูกใช้ไปกับอะไรกันแน่? . มีหลายคนที่ใช้มันไปกับการฝึกฝนทักษะ สร้างคุณค่าให้กับตนเองและผู้อื่นเพื่อเพิ่ม value หรือ เพิ่มประสบการณ์ในชีวิต . สิ่งที่เรากระทำลงไปมันไม่ได้สูญหายไปไหนเลย มันสร้างเป็นตัวตนของเราในอนาคตขึ้นมาให้เป็นในสิ่งที่เราได้บริโภคมันไป . > ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ดี เราก็จะเป็นคนที่ดีขึ้น ฉันใด.. ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะเป็นคนที่ไม่ดีมากขึ้น ฉันนั้น.. **ทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น** . ## แล้วทำไมเราถึงต้องศึกษาบิทคอยน์? เพราะเมื่อเรานั้นยังคงต้องใช้ชีวิตไปในโลกนี้อยู่ เรายังคงต้องแลกเปลี่ยนมูลค่า **(Value)** ซึ่งกันและกันอยู่ ยังไงหน่ะหรอ?... . จริง ๆ แล้วคนเรานั้นสิ่งที่มูลค่ามากที่สุดในตัวของเราคือ **เวลา** เพราะถ้าเราหมดเวลาลง ชีวิตเราก็จบสิ้น. > สิ่งที่มีจำกัดจำนวนจำกัด และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย คือเวลาของชีวิต . **เงินที่ดี** สามารถเป็นตัวแทนของ **เวลาของชีวิต** ได้ เพราะคุณสมบัติของสองสิ่งนี้ที่มีส่วนคล้ายคลึงกันมากที่สุด - เวลาชีวิต ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้เลย - เงินที่ดี ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่าย แต่จะบางอย่างในโลกนี้ก็ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่ายใช่ไหมหล่ะ ## อะไรอีกคือคุณสมบัติของเงินที่ดี? 1. เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) คือ คนทุกคนต้องยอมรับในการที่สิ่งๆนั้นเป็นสื่อกลาง เวลาพ่อค้าขายของให้กับลูกค้าก็ต้องยอมรับเงินที่ลูกค้านำมาให้ (ดังที่เขียนไว้ด้านหน้าธนบัตรทุกใบว่า ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย) ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การค้าขายในสมัยโบราณ จะพบว่าเป็นระบบการค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้ากัน (Barter System) คือ ใครปลูกข้าวแล้วจะกินผักก็เอาข้าวไปแลกผักตามจำนวนที่ตกลงกัน หรือใครจะซื้อควาย ก็เอาผลผลิตมาแลกตามที่ตกลงกันเช่นเดียวกัน ซึ่งระบบการค้าแบบนี้มีปัญหาคือ จำเป็นที่ผู้ซื้อก็ต้องหาผู้ที่ต้องการขายที่ต้องการผลิตผลของผู้ซื้อเจอ ขณะที่ผู้ขายเองก็ต้องหาผู้ซื้อที่มีผลิตผลที่ผู้ขายต้องการเจอเช่นเดียวกัน ทำให้การค้าไม่มีมากและไม่สะดวกเท่าที่ควร นอกจากนั้นแล้ว แม้หากชาวนาต้องการกินขาหมู หรือมีข้าวจำนวนที่พอแลกกับขาหมู ขณะที่คนเลี้ยงหมูต้องการข้าวแต่อยากขายหมูไปทั้งตัว เพราะตัดขาไปข้างเดียว มันก็ตายอยู่ดี เงินจึงต้องทำหน้าที่ประการที่ 2 ต่อมา 2. สามารถเป็นหน่วยวัดได้ (Unit of account) หรือสามารถแยกย่อยได้ ดังที่ได้กล่าวมาในข้อหนึ่ง ในกรณีที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายต้องการขายเป็นหน่วยย่อย ก็สามารถใช้เงินมาแทนได้ โดยผู้เลี้ยงหมูก็จะขายหมูให้พ่อค้าคนกลาง แล้วพ่อค้าคนกลางก็จะไปแยกขายหาคนซื้อเอาเอง (บวกกำไรเป็นคนค้าหาคนซื้อและรับความเสี่ยงที่หมูจะเน่าไป) อย่างไรก็ดี แม้การค้าเกิดขึ้นแล้ว แต่การค้าขายนั้นไม่ได้ทำให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้น เพราะมีกินไปวันๆท่านั้น ข้าวที่ปลูกไว้ก็เก็บได้ไม่นานก็เน่า หมูที่ซื้อมาก็เน่าอีกถ้ากินไม่หมด เงินจึงต้องทำหน้าที่ถัดมาคือ 3. เก็บรักษามูลค่าได้ (Store of value) เนื่องจากเงินไม่เสื่อมสภาพ ไม่เน่าเสีย เหมือนสินค้าปกติทั่วไป ไม่มีตกรุ่นไม่มีเก่าเหมือน ipod iphone ราคาหรือมูลค่าของมันก็ยังคงเดิม วันรุ่งขึ้นหรือวันถัดๆไปก็ยังสามารถเอาไปซื้อหมูมากิน ซื้อข้าวมากินได้เหมือนเดิม (กรณีนี้ขอยังไม่พูดถึงเรื่องเงินเฟ้อนะครับ เดี๋ยวจะงงกว่าเดิม) จากเหตุผลข้างต้น สิ่งที่ใช้แทนเงินได้ต้องมีคุณสมบัติ คร่าวๆ คือ - เป็นสิ่งที่เป็นสื่อกลางได้ คนทั่วไปยอมรับ เช่น จะเอาเหรียญแมนยูไม่ได้ เดี๋ยวแฟนลิเวอร์พูลไม่ยอมรับ อะไรทำนองนี้ - วัดได้เป็นมูลค่าได้ หรือแยกเป็นหน่วยย่อยได้ เช่น ทอง หรือเงิน สามารถแบ่งเป็นน้ำหนักได้ แต่เอาทองคำเปลวมา แบบนี้วัดยากก็หน่อย อ่อ แล้วราคาก็ไม่ควรผันผวนมาก - หาได้ยาก หรือทำขึ้นมาเองไม่ได้ (หรือพูกง่ายๆว่าก๊อปได้ยาก) ไม่งั้นแล้วคงเดินเก็บเอาเปลือกหอยตามชายหาดมาเป็นเงินได้ - คงมูลค่าได้ (รวมถึงเสื่อมสภาพได้ยาก) ไม่ใช่เอาแก้วมาทำเป็นเงิน แล้วพอสะดุดล้มก็แตกหมด ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่ของเงินให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ในความเป็นจริง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้เป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นทอง เงิน ทองแดง ข้าว เกลือ หิน เปลือกปอย บุหรี่ หรืออื่นๆ แต่หลายๆสิ่งหลายๆอย่างก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นเงินในรูปแบบปัจจุบัน และกำลังวิวัฒนาการต่อไปในอนาคต โดยอาจอยู่ในรูปของเครดิตต่อไป แต่มิติที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วกว่าในอดีต ไม่ว่าการค้าที่เป็นแบบ globalization การเชื่อมโยงทางข้อมูลข่าวสารต่างๆ ก็อาจทำให้เงินวิวัฒนาการต่อไปได้อีกครับ ท้ายสุด... ที่เล่ามาทั้งหมดแค่อยากบอกว่าถ้าอยากเก็บเวลาของชีวิตเราให้ดีเลือกเก็บมันไว้ในเงินที่ดีซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่า #Bitcoin แล้วในปัจจุบันนี้ที่เงิน Fiat เสื่อมมูลค่าลงไปทุกวัน #ขอให้เป็นวันที่ดี 🌱☺️ #Siamstr #เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์ ่
# เงินและความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น image > เนื้อหาส่วนใหญ่อ้างอิงจากหนังสือ The Bitcoin Standard บทที่ 5 ครับ "Time Preference" หรือความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นนั้นเป็นอัตราส่วนความสำคัญระหว่างการได้รับผลตอบแทนในตอนนี้เทียบกับการที่เราจะรอเพื่อได้รับผลตอบแทนในอนาคตครับ อ่านแล้วอาจจะงงๆบ้าง แต่ผมจะขอยกตัวอย่างในเรื่องที่ทุกคนน่าจะเข้าใจได้ง่ายดีครับ เช่น เรื่องการซื้อโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน เนื่องจากในปัจจุบันนี้ การพัฒนาของเทคโนโลยีและความสามารถในการผลิตของเทคโนโลยีนั้นมีความก้าวหน้าที่สูงมาก เรียกได้ว่าเดี๋ยวนี้ถ้าเราซื้อมือถือ สมาร์ทโฟนตอนนี้ ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าเครื่องของเราอาจจะถือว่าตกรุ่นไปเลยทันทีครับ ทำให้เวลาตอนที่เราตัดสินใจที่จะซื้อมือถือสักเครื่อง เราอาจจะต้องคิดว่าถ้าเราอดทนรออีกสักปีนึง เราอาจจะได้มือถือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า ณ ตอนนี้จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า Time Preference ครับ ในหนังสือนั้นได้บอกไว้ว่าการที่ผู้คนมีความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่ต่ำ(Low Time Preference) นั้นแสดงว่าผู้คนนั้นมีความสามารถในการมองการณ์ไกลเพื่อสิ่งที่ดีกว่าภายในอนาคต หรือการอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั่นเอง ซึ่งเมื่อผู้คนมี Time Preference ที่ต่ำมากๆ จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางอารยธรรมขึ้น ผู้คนจะยอมที่สละเวลาส่วนหนึ่งของตัวเองไปทำในสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์ภายในเดี๋ยวนั้น แต่จะส่งผลให้เกิด productivity มากขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น มีชายสองคนที่มีความสามารถในการตกปลาเหมือนกัน แต่คนแรกมีความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่สูง ส่วนคนที่สองมีความโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่ต่ำ ในแต่ละวัน ทั้งสองคนจะใช้เวลาทั้งวันในการตกปลา คนแรกนั้นเลือกที่จะใช้เวลาทั้งวันในการตกปลาตามปกติ เพราะมี **High Time Preference** ส่วนคนที่สองที่มี **Low Time Preference** นั้นยอมตัดสินใจที่จะตกปลาแค่ครึ่งวัน แต่ใช้เวลาอีกครึ่งวันในการประดิษฐ์อุปกรณ์ในการตกปลา เพื่อทำให้อนาคตนั้นเค้าสามารถตกปลาได้มากขึ้น แต่ใช้เวลาน้อยลงนั่นเอง การที่ผู้คนมี Low Time Preference นั้นจึงทำให้สังคมเกิดการพัฒนาขึ้น จากการลงแรงและเวลาในปัจจุบันที่ตัวเองอาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย แลกกับที่พวกเค้าสุขสบายขึ้นภายในอนาคตนั่นเองครับ ****************** สำหรับใครที่อยากไปอ่านเนื้อหาต่อก็ขอแนะนำให้ไปหาซื้อหนังสือกันได้ครับ The Bitcoin Standard เป็นหนึ่งในเล่มที่ผมชอบมาก เพราะได้เห็นอีกมุมมองอีกหนึ่งสายของเศรษฐศาสตร์ครับ สั่งซื้อหนังสือ: https://shope.ee/6UxMBkMeyT *********************** #Siamstr #หนังสือน่าอ่าน #รีวิวหนังสือ #หนังสือ #Bitcoin
สำหรับ #มือใหม่ ที่เข้ามาเล่น #nostr ผ่าน #Amethyst หลังจากที่สร้างบัญชีเสร็จแต่ลืมเก็บ nsec ไว้ สามารถเข้ามาคัดลอกเอาจากเมนูตรงนี้ได้นะครับ.. **สำคัญ คืออย่าให้หลุด อย่าให้ใคร เพราะมันคือกุญแจที่คุณจะใช้เพื่อเข้ามาสู่โลก nostr คุณคงไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาใช้ตัวตนของคุณหรอกนะ 🌱☺️⚡#siamstr
ท่านไหนยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ผมแนะนำเลยครับ เป็นหนังสือที่ช่วยให้เราสร้างความสุขได้อย่างยั่งยืน เข้าใจความสุขได้ดียิ่งขึ้น และทำให้เรามีความสุขได้ทุกช่วงเวลา 🌱☺️ ## สรุปเนื้อหา เส้นทางหลักที่จะสร้างความสุขในชีวิต อันดับแรกต้องตระหนักเรื่องสุขภาพ ความผูกพันไว้ และสร้างรากฐานแห่งความสุขให้มั่นคงด้วย ความสุขแบบเซโลโทนินและออกซิโตซิน ปรับสมดุลทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งปรับสมดุลความสัมพันธ์กับผู้อื่น ด้วยถ้ารากฐานมั่นคงแล้ว ค่อยตั้งเป้าไปที่ความสุขแบบโดพามีน มานะพยายามกับการทำงาน เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง หรือออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ณ จุดนี้จะเกิดพีระมิดเล็ก ๆ 3 ขั้นของความสุขแบบเซโลโทนิน ออกซิโตซิน และโดพามีน ขึ้น สภาวะมีความสุขเพิ่มระดับความสามารถกับสมอง การนอนหลับ การออกกำลังกาย และการเดินตอนเช้า จะเป็นปัจจัยช่วยเปิดพลังสมอง พลังความสามารถทั้งหมด และจะได้ผลจากแรงสนับสนุนจากสารแห่งความสุขทั้ง 3 ชนิด ถ้าสมาธิสูงขึ้น ประสิทธิผลของการทำงานจะเพิ่มขึ้นด้วย อารมณ์จะคงที่ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นจะปรับดีขึ้น ถ้าตั้งใจมีน้ำใจและความซาบซึ้งใจ จะได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ความสามารถจะเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่า ความสุขไม่ใช่ผลลัพธ์ แต่เป็นการเป็นกระบวนการ คนที่มีความสุขจะได้รับสารแห่งความสุขทั้ง 3 ชนิด ซึ่งทำให้พลังสมองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด แต่คนส่วนมากจะเป็นในทางตรงกันข้าม ทำงานด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ หรือทรมานจนฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมา แรงกำลังใจถดถอยและเกิดความผิดพลาดจำนวนมาก นอนพักผ่อนและออกกำลังกายไม่เพียงพอ มีความรู้สึกโดดเดี่ยว ผลที่ตามมาคือ จะไม่สามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาได้เลย การทำงานในสภาพที่หมดแรงกายแรงใจ นอกจากไม่มีทางที่งานจะก้าวหน้าแล้ว การทำงานยังผิดพลาดจนโดนตำหนิอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำงานอะไรก็ไม่สำเร็จ แถมยังถูกเพื่อนร่วมงานปฏิบัติแย่ ๆ ใส่ จนความสัมพันธ์กับผู้คนในที่ทำงานย่ำแย่ตามไปด้วย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติหรือทักษะความสามารถ ปัญหาอยู่ที่การตั้งเป้าอยู่กับความสุขแบบโดพามีนตั้งแต่แรก หรือเพราะตั้งเป้าไว้ที่ความสุขขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก จนสมดุลของความสุขทั้ง 3 แบบพังครืนลงมา ทำให้ร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น การใช้ชีวิต และการทำงานมีสภาพแตกไปคนละทิศละทาง ดังนั้นในตอนแรก ขอให้ตั้งเป้าหมายการสร้างพีระมิดความสุขขนาดเล็กให้ดีเสียก่อน ถ้าย้อนดูไปแล้วรู้สึกว่า วันนี้มีเรื่องสนุกด้วย แสดงว่ามีความสุขเล็ก ๆ เกิดขึ้นแล้ว ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ได้มายาก ความสุขเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่ว่าใครก็มีได้ในระยะเวลาอันสั้น การเขียน #บันทึกเชิงบวก หรือ #บันทึกความซาบซึ้งใจ ทุกวัน จะได้สิ่งนั้นมาภายในเวลา 1 สัปดาห์ ที่สำคัญในชีวิตมนุษย์คือสุขภาพ ความผูกพัน และความสำเร็จ มาเชื่อมโยงกันเป็นคีย์เวิร์ดของความสุข ************************** #หนังสือน่าอ่าน #พัฒนาชีวิต #ความสุข #รีวิวหนังสือ #Siamstr #หนังสือเปลี่ยนชีวิต ************************** image