SorawichToday's avatar
SorawichToday
sorawichtoday@siamstr.com
npub1vuhc...a7ek
Autistic Bitcoiner - บิตคอยน์เนอร์ผู้เป็นบุคคลออทิสติก
SorawichToday's avatar
sorawich_today 7 months ago
image สรุปประเด็น #BitcoinTalk200 "The Lies They Tell You" Part 1 - Bitcoin : นิยามและคุณสมบัติหลัก Bitcoin ถูกนำเสนอในฐานะ "Peer-to-Peer Electronic Cash System" ตามที่ระบุไว้ใน White Paper ปี 2008 ของ Satoshi Nakamoto คุณสมบัติสำคัญของ Bitcoin ที่ถูกเน้นย้ำคือ: - P2P (Peer-to-Peer) System : เป็นระบบที่สามารถทำธุรกรรมระหว่างบุคคลกับบุคคลได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง เช่น ธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ - Electronic Cash (เงินสดดิจิทัล) : ต่างจากเงินดิจิทัลทั่วไปที่เป็นเพียงการโอนหนี้ระหว่างบัญชี Bitcoin ทำหน้าที่เป็น "bearer instrument" หรือเงินที่ตัวมันเองมีมูลค่าและสามารถส่งมอบมูลค่าระหว่างกันได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านการบันทึกบัญชีหลังบ้านของธนาคาร - Decentralized (ไร้ศูนย์กลาง) : ระบบถูกออกแบบมาให้ไม่มีหน่วยงานกลางใด ๆ ควบคุม ทำให้เป็นอิสระจากการแทรกแซงของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง - Limited Supply (จำนวนจำกัด) : มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุด และถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโต้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 (Hamburger/Subprime Crisis) ที่เกิดจากการพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลเพื่ออุ้มสถาบันการเงิน ทำให้มูลค่าเงินในกระเป๋าประชาชนลดลงอย่างรวดเร็ว Bitcoin ถูกมองว่าเป็นนวัตกรรมที่ "นำอำนาจในการพิมพ์เงินออกจากมือของรัฐบาล" และเป็น "Digital Sound Money" หรือทองคำดิจิทัล เนื่องจากความสามารถในการรักษามูลค่าและเป็นอิสระจากการควบคุม Part 2 - วิวัฒนาการและปัญหาของระบบเงินเฟียต (Fiat Money) อ. พิริยะ ชี้ให้เห็นว่าแนวคิดที่ว่าเงินจะต้องมีสินทรัพย์หนุนหลังนั้นเป็นความเข้าใจผิดในปัจจุบัน โดยใช้ประวัติศาสตร์ของเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทไทยเป็นตัวอย่าง: 1. เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) - จาก Gold Standard สู่ Fiat Money : ในอดีตเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคยถูกหนุนหลังด้วยทองคำ (Gold Standard) โดยสามารถนำธนบัตรไปแลกเป็นทองคำได้ในอัตราที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งรัฐบาลระงับการแลกเปลี่ยนทองคำชั่วคราวเพื่อพิมพ์เงินสนับสนุนสงคราม - Executive Order 6102 (1933) : ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ออกคำสั่งฉุกเฉินให้ประชาชนนำทองคำมาคืนธนาคารเพื่อรับเงินดอลลาร์ โดยมีบทลงโทษรุนแรงหากไม่ปฏิบัติตาม ไม่นานหลังจากนั้น อัตราแลกเปลี่ยนทองคำกับดอลลาร์ก็ถูกปรับลดลงอย่างมาก ทำให้มูลค่าดอลลาร์ลดลงทันทีถึง 33-40% "ผู้คนทุกคนที่ถือเงินดอลลาร์ในคืนนั้น ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเงินของพวกเขามีค่าน้อยลง 40% ภายในชั่วข้ามคืนด้วยกฎประกาศกฎหมายฉบับเดียว" - Bretton Woods Agreement (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) : กำหนดให้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินสำรอง (reserve currency) ของโลก โดยมีมูลค่าเทียบเท่าทองคำ และบังคับให้ประเทศสมาชิก IMF ฝากทองคำไว้กับสหรัฐฯ - Nixon Shock (1971) : ประธานาธิบดี Richard Nixon ประกาศยกเลิกการแลกเปลี่ยนดอลลาร์กับทองคำ ทำให้ทองคำมีราคาลอยตัวตามกลไกตลาด ดอลลาร์จึงไม่มีอะไรหนุนหลังอีกต่อไป กลายเป็นเงินเฟียตอย่างสมบูรณ์ "สหรัฐอเมริกาและเงินดอลลาร์สามารถชักดาบคนทั้งโลกที่ถือดอลลาร์ไว้ในมือได้ด้วยการบอกว่าดอลลาร์ที่คุณถืออยู่ ที่เราเคยบอกว่ามันมีค่าเท่ากับทองคำนั้นน่ะ วันนี้มันไม่มีค่าเท่ากับทองคำแล้วแหละ" - Petrodollar : หลังจากปี 1971 ดอลลาร์พยายามผูกโยงมูลค่ากับน้ำมัน ทำให้ทุกประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมันต้องใช้ดอลลาร์ สร้างอุปสงค์คงที่ให้กับดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม มูลค่าของดอลลาร์ก็ยังคงผันผวน และหนี้ที่ออกในรูปดอลลาร์ยังคงสร้างอุปสงค์ให้ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง 2. เงินบาทไทย - จาก Silver Standard สู่ Fiat Money : ในอดีตเงินบาทเคยถูกหนุนหลังด้วยแร่เงิน (Silver Standard) เนื่องจากการค้าขายกับจีนและอินเดียที่ใช้เงินเป็นหลัก - การเปลี่ยนสู่ Gold Standard (1902) : ไทยเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานทองคำตามแนวโน้มของโลก โดย 1 บาทมีมูลค่าเท่ากับ 0.5518 กรัมทองคำ และมีการปรับค่าให้ 1 บาทแลกทองคำได้มากขึ้นในปี 1928 - การยกเลิกมาตรฐานทองคำ (1932) : เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลก ไทยเปลี่ยนการผูกค่าเงินบาทกับทองคำ ไปผูกกับเงินปอนด์สเตอร์ลิงแทน ซึ่งปอนด์กำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อ ทำให้เป็นการยกเลิกการหนุนหลังด้วยทองคำโดยปริยาย - หลังสงครามโลกครั้งที่ 2: ไทยเข้าสู่ระบบ Bretton Woods โดยมีเงินดอลลาร์และสกุลเงินหลักอื่น ๆ เป็นทุนสำรอง แต่ยังคงสามารถผลิตเงินได้เพิ่มเติมผ่านระบบ Fractional Reserve Banking - วิกฤตต้มยำกุ้ง (1997) : การพิมพ์เงินอย่างมหาศาลจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง นำไปสู่การโจมตีค่าเงินบาท และทำให้เงินบาทลอยตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา - ปัจจุบัน : เงินบาทไทยไม่ได้มีสินทรัพย์มีค่าหนุนหลังโดยตรงเช่นเดียวกับดอลลาร์ "สิ่งเดียวที่มันแบ็คหลังมันอยู่ก็คือหนี้ที่เอามาจากความมั่งคั่งของผู้คนในอนาคต มาผลิตเป็นเงินในปัจจุบันนี้" Part 3 - เงินเฟ้อ : ความเข้าใจผิดและผลกระทบที่แท้จริง อ. พิริยะ วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดเรื่อง "เงินเฟ้ออ่อน ๆ 2%" ที่ถูกนำมาใช้เป็นเป้าหมายของธนาคารกลางทั่วโลก : - ที่มาของเป้าหมาย 2% : ตัวเลข 2% ไม่มีที่มาจากทฤษฎีหรือการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ใด ๆ แต่เป็นเพียงตัวเลขที่ถูก "กะๆ เอา" โดยธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในปี 1990 เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้นโยบายการเงิน - CPI (Consumer Price Index) ที่บิดเบือน : ตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศโดยรัฐบาล (CPI) ไม่ได้สะท้อนภาวะเงินเฟ้อที่แท้จริงอีกต่อไป เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยน "ตะกร้าสินค้า" ที่ใช้วัดและคำนิยามของสินค้าในตะกร้า ตัวอย่างเช่น การนำไข่ออกจากตะกร้าเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น หรือการย้ายราคาบ้านไปอยู่ในหมวดการลงทุนแทน ทำให้ตัวเลข CPI ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก "ทำไมเราเห็นข้าวของมันแพงขึ้น 7-8% 10% 20% แต่ตัวเลขเงินเฟ้อที่รัฐบาลแถลงออกมายังอยู่แค่ 2% 3% หรือบางทีติดลบด้วยซ้ำ" - ความสัมพันธ์ระหว่างเงินเฟ้อและ Productivity : ในอดีตยุคมาตรฐานทองคำ แม้จะมีเงินเฟ้อเล็กน้อย แต่ Productivity ที่สูงกว่าทำให้ผู้คนสามารถซื้อของได้มากขึ้นทุกปี เพราะเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิตทำให้ราคาสินค้าลดลง สิ่งนี้เรียกว่าภาวะเงินฝืด แต่เป็นภาวะที่คนเต็มใจใช้จ่ายเพราะเงินออมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น - เงินเฟ้อที่แท้จริงคือการปล้น : การกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% หมายถึงการตั้งเป้าให้ "ข้าวของจะแพงขึ้น 2% ทุกปี นั่นหมายความว่าเงินจะต้องมีอำนาจจับจ่ายลดน้อยลง 2% ทุกปี" ผู้ที่พิมพ์เงินได้ก่อนจะได้รับประโยชน์จากเงินใหม่ก่อนที่ราคาสินค้าจะปรับขึ้น (Seigniorage Effect) ทำให้คนใกล้ชิดอำนาจร่ำรวยขึ้น ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นและมูลค่าเงินออมที่ลดลง "เงินที่อยู่ในกระเป๋าของเราถูกทำให้เสื่อมมูลค่าลง โดยที่เราไม่ได้มีอำนาจหรือไม่ได้มีปากไม่มีเสียง ไม่สามารถต่อรองหรือไม่สามารถถกเถียงอะไรได้ เราอยู่เฉย ๆ เราก็จน เราเก็บออมเราก็จน" Part 4 - CBDC (Central Bank Digital Currency) และการสูญเสียอิสรภาพ อ. พิริยะ เตือนว่าโลกกำลังก้าวไปสู่ระบบ CBDC ซึ่งจะทำให้ : - สูญเสียความเป็นส่วนตัว : การทำธุรกรรมทุกบาททุกสตางค์จะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ทำให้ข้อมูลและทรัพย์สินสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง - เงินเป็นเครื่องมือควบคุม : เงินจะเปลี่ยนจากเครื่องมือในการเก็บออมความมั่งคั่ง กลายเป็น "เครื่องมือในการควบคุมประชาชนโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด" Part 5 - Bitcoin ในฐานะทางเลือก Bitcoin ถูกนำเสนอในฐานะทางออกสำหรับปัญหาของระบบการเงินปัจจุบัน เพราะ : - เป็นเงินที่รักษาคุณค่าได้จริง : ด้วยจำนวนที่จำกัดและกระบวนการผลิตที่โปร่งใสและแข่งขันได้ ทำให้ไม่มีใครสามารถพิมพ์ Bitcoin เพิ่มเพื่อลดทอนมูลค่าได้ "นี่คือสาเหตุที่ Bitcoin ถูกออกแบบมาให้มีจำนวนแค่ 21 ล้านบิทคอยน์ ไม่สามารถผลิตได้มากไปกว่านี้" - คืนอำนาจให้กับประชาชน : การที่ Bitcoin ไร้ศูนย์กลางและทนทานต่อการแทรกแซงจากรัฐ ทำให้ประชาชนสามารถมีอิสรภาพในการทำธุรกิจ เก็บออม และส่งต่อความมั่งคั่งให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง "ทำให้เราสามารถมีเงินที่สามารถรักษา มูลค่าได้ อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี" - นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : Bitcoin คือสิ่ง "ที่นำเอาอำนาจในการพิมพ์เงินออก จากมือของรัฐบาล โดยใช้วิธีอันแยบยลที่รัฐบาลไม่สามารถยับยั้งได้" และระบบที่กระจายตัวไปทั่วโลกทำให้แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานการโจมตีจากรัฐได้ โดยสรุป อ. พิริยะ เน้นย้ำว่า Bitcoin ไม่ได้มีมูลค่าในตัวเอง แต่มีมูลค่าเพราะสิ่งที่มันทำได้ คือการเป็นระบบการเงินที่รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ "เป็นเงินที่เวลาคุณถือไว้เนี่ย ไม่มีใครมาทำให้มันเสื่อมมูลค่าด้วยการไปผลิตมันเพิ่มขึ้น โดยที่คุณควบคุมไม่ได้ได้ด้วย" ที่มา : เพราะพวกเขายังโกหกไม่เลิก โลกถึงต้องมี Bitcoin (ความลับการเงินโลก 81 นาที) Link : สั่งซื้อหนังสือ #TheBitcoinStandard คลิก 📌 bit.ly/TheBitcoinStandard-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ คลิก 📌 bit.ly/EIOL-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เงินเฟ้อคือคดีอาญา คลิก 📌 bit.ly/InflationIsACrime-Shopee #SiamStr
SorawichToday's avatar
sorawich_today 7 months ago
โค้งสุดท้าย 6.15 โค้ด 30% ยังพอเหลือ ใครอยากกินน้ำพริกอร่อยๆ จัดกันได้เลยครับ #SiamStr #ตลาดทุ่งม่วง https://s.shopee.co.th/AUiGnuMoR4 image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
เห็นหลายคนยังมีสุขภาพการเงินที่ดีได้ มีเงินสำรอง ยัง Stack Sats ได้เรื่อยๆ ก็กลับมาคิดนะว่า เศรษฐกิจแย่ หรือเราแค่ไม่เก่งพอ? #SiamStr
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
image 🚀 เจาะลึก MicroStrategy: ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่และกลยุทธ์สุดล้ำ! 🚀 MicroStrategy ไม่ใช่แค่บริษัทซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญในโลกของ Bitcoin ที่กล้าหาญ! พวกเขาคือ ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุด ในบรรดาบริษัทมหาชน ด้วยจำนวนกว่า 580,000 BTC ซึ่งแซงหน้าผู้ถือครองรายอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด! การลงทุนในหุ้น MSTR (MicroStrategy) จึงกลายเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึง Bitcoin โดยอ้อม 📈 💰 กลยุทธ์ระดมทุนอัจฉริยะเพื่อ Bitcoin Michael Saylor ซีอีโอผู้มากวิสัยทัศน์ของ MicroStrategy ได้สร้างสรรค์เครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อนำเงินมาซื้อ Bitcoin เขาเปรียบเสมือนกูรูที่ใช้ "หุ้นบุริมสิทธิ์ชั่วนิรันดร์" (perpetual preferred stock) ซึ่งเป็นเหมือนการกู้เงินแบบจ่ายแค่ดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องคืนเงินต้น! ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ? ประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ์หลักที่น่าจับตา: * STRK (Strike): ดอกเบี้ย 8% ราคาพาร์ มีสิทธิ์แปลงเป็นหุ้นสามัญได้หากราคาหุ้นสามัญแตะระดับที่กำหนด (คาดว่ามากกว่า $1,000) เหมาะกับคนอยากได้ทั้งดอกเบี้ยและลุ้นส่วนต่างราคา! 🎯 * STRF (Strive): ดอกเบี้ย 10% ราคาพาร์ ไม่มีสิทธิ์แปลง แต่ถ้าบริษัทไม่จ่ายดอกเบี้ย ดอกเบี้ยจะทบต้นไปงวดหน้าได้สูงสุดถึง 18% ต่อปี! เหมาะกับคนอยากได้ผลตอบแทนแน่นอนและมีหลักประกันการทบต้น 🛡️ * STRD (Strike): หุ้นบุริมสิทธิ์ล่าสุด ดอกเบี้ยเริ่มต้น 10% ราคาพาร์ ไม่มีสิทธิ์แปลง และที่สำคัญคือ ถ้าข้ามการจ่ายดอกเบี้ย จะไม่มีการชดเชยในงวดถัดไป! ถือเป็น "junk bond" ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็ให้ดอกเบี้ยที่น่าดึงดูดใจสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ 💰 หัวใจของกลยุทธ์: MicroStrategy นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเหล่านี้ไปซื้อ Bitcoin หากมูลค่า Bitcoin พุ่งขึ้นเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย (ประมาณ 10% ต่อปี) เท่ากับว่าบริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเร็วกว่าภาระหนี้สิน ทำให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น! ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังสามารถนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาที่สูงขึ้น (เมื่อราคาหุ้น MSTR ขึ้นตาม Bitcoin) มาจ่ายดอกเบี้ยได้อีกด้วย! กลยุทธ์นี้ถูกมองว่าคล้ายกับการที่รัฐบาลกู้หนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า แต่ในกรณีนี้มีสินทรัพย์อย่าง Bitcoin หนุนหลัง! 💡 การออกตราสารหนี้และหุ้นบุริมสิทธิ์หลากหลายประเภทนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้ขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่า MicroStrategy กำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อเป้าหมายในการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง! 🧠 ปรัชญา "21 Ways to Wealth" ของ Michael Saylor Michael Saylor ไม่ได้แค่บริหารบริษัท แต่เขายังเป็นนักคิดและผู้ให้แรงบันดาลใจ! ในงาน Bitcoin 2025 เขาได้นำเสนอ "21 แนวทางสู่ความมั่งคั่ง" ซึ่งสะท้อนปรัชญาของเขาที่มีต่อ Bitcoin และการสร้างความมั่งคั่ง ลองมาดูประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ: * Clarity (ความชัดเจน) & Conviction (ความเชื่อมั่น): Saylor เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า Bitcoin คือทุนทรัพย์ที่สมบูรณ์แบบและจะให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ 💎 * Courage (ความกล้า): เขาสนับสนุนให้กล้าที่จะลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ ๆ อย่าง Bitcoin 🚀 * Composition (โครงสร้างที่ดี) & Cooperation (การตั้งบริษัท): การใช้โครงสร้างนิติบุคคลอย่าง MicroStrategy ช่วยบริหารจัดการสินทรัพย์และขยายความมั่งคั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีประโยชน์ด้านภาษีมากกว่าบุคคลธรรมดา 🏢 * Focus (การมุ่งเน้น) & Commitment (ความมุ่งมั่น): มีเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งมั่นกับ Bitcoin และไม่วอกแวกไปกับเหรียญอื่น ๆ 💯 * Credit (การใช้เครดิต): ใช้สินทรัพย์ค้ำประกันธุรกิจเพื่อเพิ่มทุนและกำไร ซึ่ง MicroStrategy ได้นำไปใช้ในการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin 🔄 * Adaptation (การปรับตัว) & Evolution (วิวัฒนาการ): ต้องมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ 🐛🦋 🔮 บทบาทในอนาคตของ MicroStrategy MicroStrategy ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในองค์กรสำคัญในยุคหลัง Bitcoin อาจพัฒนาไปสู่ธุรกิจที่คล้ายธนาคารแต่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต หรืออาจทำหน้าที่เหมือน "สาขา" หนึ่งของ Federal Reserve ที่เป็นอิสระ โดยใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง! กลยุทธ์ของพวกเขาอาจเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ หรือแม้แต่ประเทศชาติในอนาคต! ด้วย "อุปกรณ์" (เครื่องมือทางการเงิน) ที่น่าสนใจ ทำให้ MicroStrategy เป็นบริษัทที่ควรจับตาดูอย่างใกล้ชิดในโลกของการเงินยุคใหม่! 👀 #MicroStrategy #Bitcoin #MichaelSaylor #ลงทุน #MSTR #SiamStr ที่มา : สรุปจากรายการ #RightNews ตอนล่าสุด (5 มิถุนายน 2025) Link รายการ : https://www.youtube.com/live/POusrcifdrg สั่งซื้อหนังสือ #TheBitcoinStandard คลิก 📌 bit.ly/TheBitcoinStandard-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ คลิก 📌 bit.ly/EIOL-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เงินเฟ้อคือคดีอาญา คลิก 📌 bit.ly/InflationIsACrime-Shopee
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
ฝากร้านออนไลน์ รับ Lightning ด้วยนะครับ มาแล้วจ้าาา น้ำพริกนรกปลาสลิดแซ่บถึงใจ 🔥 เนื้อปลาสลิดเน้นๆ หอมเครื่องพริกสุดๆ กินกับอะไรก็อร่อยเหาะ! 🌶️ เผ็ดร้อนถึงเครื่องพริก 🐟 เนื้อปลาสลิดแท้ๆ ไม่จกตา 🍚 กินกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินอย่าบอกใคร 🍳 คลุกไข่เจียวก็เด็ด 😋 จะจิ้มผักสดก็เลิศ ถุงเดียวไม่เคยพอ! สั่งเลย อร่อยจนหยุดไม่ได้แน่นอน 😉 ราคาถุงละ 50 บาทเท่านั้น รับทั้งเงินบาท และ Bitcoin Lightning สนใจสั่งซื้อ ทักแชทได้เลย หรือกรอกฟอร์ม https://forms.gle/pfw9mKyvcLvrJ6KQ9 #น้ำพริกนรกปลาสลิด #น้ำพริก #ปลาสลิด #แซ่บ #อร่อยบอกต่อ #ต้องลอง #ของดีบอกต่อ #SiamStr #ตลาดทุ่งม่วง image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
เริ่มแล้ว! 6.6 โค้ดลดสูงสุ 25% จาก Shopee น้ำพริกนรกปลาสลิด อร่อยเด็ดถึงใจ ราคาสุดคุ้ม กดเลย! https://s.shopee.co.th/6KsRu8KFPO #SiamStr #ตลาดทุ่งม่วง image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
สรุป #BitcoinTalk208 บิตคอยน์แพงไป หรือคุณแค่ยังไม่เข้าใจ? ในรายการ Bitcoin Talk ตอนที่ 208 นี้ อ. พิริยะ ได้หยิบยกคำถามที่พบบ่อยในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะหลังจากราคา Bitcoin ได้ปรับตัวสูงขึ้น คำถามหลักคือ Bitcoin มีราคาแพงเกินไปแล้วหรือไม่ และคนตัวเล็กยังมีโอกาสในการลงทุนอยู่ไหม หรือว่า Bitcoin เป็นเรื่องสำหรับคนที่มีเงินมากเท่านั้น และท้ายที่สุด Bitcoin จะไม่ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเลยใช่หรือไม่ อ. พิริยะ เริ่มต้นการอธิบายจากพื้นฐานเกี่ยวกับหน่วยย่อยของ Bitcoin ความสามารถในการซื้อ Bitcoin แม้จะมีเงินจำนวนน้อย และแนวคิดเกี่ยวกับการ Adoption ของ Bitcoin ในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงความแตกต่างระหว่าง "เงินสร้างง่าย" กับ "เงินสร้างยาก" เพื่อทำความเข้าใจถึงมุมมองต่อความมั่งคั่งและมูลค่าของเงิน การแข่งขันระหว่างเงินในอดีต เช่น การเปลี่ยนจากเปลือกหอยมาเป็นเกลือหรือทองคำ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การยอมรับทางเทคโนโลยี แต่เป็นการต่อสู้และการสังหารผู้ที่ยังคงยึดติดกับเงินแบบเก่าที่ด้อยกว่า ทองคำมีคุณสมบัติที่ดีกว่าเปลือกหอยในหลายด้าน เช่น ความคงทน Fungibility (ความเป็นหน่วยเดียวกัน) ความง่ายในการขนส่ง และความสามารถในการแบ่งหน่วยย่อย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ผู้ที่ถือทองคำสามารถรักษาอำนาจการจับจ่ายไว้ได้ดีกว่าเมื่อเวลาผ่านไป ระบบเงินของรัฐ (Fiat money) ในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นจากการแข่งขันในตลาดเสรีว่าเงินชนิดใดรักษาคุณค่าได้ดีที่สุด แต่เป็นการ "ยึด" (hijack) ตำแหน่งของเงินภายใต้ระบบมาตรฐานทองคำ โดยใช้กฎหมายและอำนาจรัฐ เงินของรัฐในปัจจุบันสามารถถูกผลิตขึ้นมาจากหนี้ได้ 100% หนี้คือเงินที่เป็นสินค้าในอนาคต แต่เงินสดเป็นสินค้าปัจจุบัน ทำให้เกิดความแตกต่างด้านระยะเวลา (maturity mismatch) ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจได้ ระบบเงินเฟียตถูกออกแบบมาให้ต้องเสื่อมค่าตลอดเวลา ใครที่เก็บทรัพย์สินไว้ในรูปเงินเฟียตจะต้องสูญเสียมูลค่าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Bitcoin คือการอัปเกรดของทองคำที่มาแก้ข้อเสียของทองคำในโลกสมัยใหม่ Bitcoin มีคุณสมบัติคล้ายทองคำคือถูกควบคุมโดยกฎธรรมชาติ การผลิตต้องใช้ต้นทุนมหาศาล แต่ Bitcoin เหนือกว่าทองคำตรงที่สามารถส่งข้ามโลกได้รวดเร็ว และยากต่อการถูกยึดโดยรัฐบาล เนื่องจากเป็นดิจิทัลและไม่สามารถจับต้องได้หากรัฐไม่รู้ private key Bitcoin สามารถแบ่งหน่วยย่อยได้มากถึง 100 ล้านซาโตชิต่อ 1 Bitcoin ทำให้หน่วยที่เล็กที่สุดมีมูลค่าเพียงไม่กี่สตางค์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ Bitcoin ยังสามารถพิสูจน์ความจริงแท้ได้ง่ายกว่าทองคำมาก Bitcoin ไม่ได้มาทำให้เงินเฟียตล่มสลาย แต่เป็น "เรือชูชีพ" หรือ "เรืออาร์ค" ที่ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตรอดในยุคที่เงินดอลลาร์และเงินเฟียตกำลังถูกพิมพ์เพิ่มอย่างไม่หยุดยั้งและเสื่อมค่าลง ในประเด็นว่า Bitcoin แพงไปหรือไม่ การวัดค่า Bitcoin กับเงินบาทหรือดอลลาร์แล้วรู้สึกว่าแพง เป็นเพราะตัวหน่วยวัดเอง (เงินเฟียต) ก็กำลังเสื่อมค่าลง อ. พิริยะ ระบุว่า "ยิ่งคุณถือ (เงินเฟียต) ไปเรื่อยๆ (Bitcoin) มันก็ยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ" สำหรับคนที่มีเงินน้อย "คุณไม่จำเป็นต้องซื้อ 1 Bitcoin" คุณสามารถซื้อหน่วยย่อยที่เรียกว่า ซาโตชิ ได้ด้วยเงินจำนวนน้อยนิด เช่น 1 บาท หรือหลักสิบ หลักร้อย หลักพันบาท แม้แต่มหาเศรษฐีทั่วโลกเมื่อรวมกันแล้ว ก็ยังไม่สามารถถือ Bitcoin ได้คนละ 1 Bitcoin ด้วยซ้ำจากจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ข้อมูลจาก River Financial ที่ระบุว่า Bitcoin Adoption ทั่วโลกในปี 2025 ยังอยู่ที่เพียงประมาณ 3% เทียบเท่ากับ Online Banking ในปี 1996 หรือ Social Media ในปี 2005 ถ้าเปรียบเทียบ Bitcoin กับ Adoption Curve ของอินเทอร์เน็ตในยุคปี 1990 เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (early) มากๆ มูลค่าตลาดปัจจุบันของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Total Addressable Market Cap ในฐานะ Store Value เพียงอย่างเดียว อาจสูงถึง 225 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายถึงยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกประมาณ 36 เท่า (ตามการวิเคราะห์แบบ Conservative ของ River Financial) สำหรับข้อกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำและการที่คนจนอาจไม่มีโอกาส อ. พิริยะ มองว่านี่เป็นการมองปัญหาที่ตื้นเขิน ในระบบ "เงินสร้างง่าย" (Fiat) คนจะโฟกัสที่ตัวเลขเงินที่เพิ่มขึ้น แต่กลับซื้อของได้น้อยลง อำนาจการจับจ่ายลดลง และความมั่งคั่งถูกรวมศูนย์ไปที่คนกลุ่มน้อยที่สามารถให้เงินงอกเงยจากหนี้ได้โดยไม่ต้องรับความเสี่ยง ตรงกันข้าม ในระบบ "เงินสร้างยาก" (Hard Money) เงินนั้นผลิตยาก ต้นทุนสูง คนจะไม่นำกำลังการผลิตไปผลิตเงิน แต่จะไปผลิตสินค้าและบริการ ทำให้ของถูกลง เงินที่อยู่ในกระเป๋าสามารถซื้อได้มากขึ้น คนที่มีเงินสร้างยากจำนวนมาก (เช่น Bitcoin หรือทองคำ) ทางเดียวที่มันจะเกิดประโยชน์คือต้องนำออกมาใช้หรือลงทุนในกิจการที่สร้างประโยชน์ ทำให้เกิด Social Mobility และการพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง การจะถือ Bitcoin ได้ในระยะยาวต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงที่มีความผันผวนสูง ซึ่งทำหน้าที่คัดกรองผู้ถือให้เหลือแต่คนที่เข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อปกป้องเครือข่ายจากการโจมตี "บิตคอยน์ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาผลกำไร หรือว่าการหวังรวยรัดรวยเร็วอีกต่อไป มันคือมันคือทางในการมีชีวิตรอดทางหนึ่ง" แนะนำให้ "เก็บออม" ใน Bitcoin ด้วยเงินที่ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต แต่เป็นเงินที่ต้องการเก็บรักษา ท้ายสุด อ. พิริยะ ย้ำว่า Bitcoin มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น เหรียญอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดไม่ใช่ Bitcoin เหรียญอื่นๆ ส่วนใหญ่เปรียบเสมือนว่าเป็นธุรกิจ Startup ที่ต้องพิจารณาความคุ้มค่าและความเสี่ยงเหมือนกับการลงทุนในหุ้น Startup ทั่วไป #SiamStr #SorawichToday สรุปจากไลฟ์ : https://www.youtube.com/live/02sRBu-UBWs สั่งซื้อหนังสือ #TheBitcoinStandard คลิก 📌 bit.ly/TheBitcoinStandard-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ คลิก 📌 bit.ly/EIOL-Shopee สั่งซื้อหนังสือ #เงินเฟ้อคือคดีอาญา คลิก 📌 bit.ly/InflationIsACrime-Shopee image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 8 months ago
GM ครับ Day 3 คราวนี้ลองไม่กำหนดเวลา นั่งหลับตาดูลมหายใจไปเรื่อยๆ ก็ยังมีความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นตลอด แต่นั่งได้นานขึ้นอีก 2 นาทีกว่าแหน่ะ #SiamStr image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
ส่งการบ้าน Day 2 11 นาที ยังมีคิดโน่นคิดนี่เหมือนเดิม แต่ก็ยังคงพยายามดึงจิตกลับมาที่ลมหายใจ ที่อยากฝึกไม่ใช่อะไรเลยนะ อยากมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น อยากลดยาจิตที่กิน #SiamStr image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
ส่งการบ้าน Day 1 10 นาที ฟุ้งซ่านเป็นพักๆ (เกือบตลอดแหละ) แต่ก็ดึงกลับมาที่ลมหายใจได้ ขอบคุณ @U สำหรับคำแนะนำดีๆ นะครับ จะพยายามนั่งให้ได้ทุกวันครับ อยากมีจิตใจที่ดีขึ้น #SiamStr image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
ควันหลงงาน #Citadel ขอบคุณทาง #RightShift ที่สร้างคอมมูนิตี้ดีๆแบบนี้ ที่โอบรับทุกคนที่สนใจ #Bitcoin นะครับ ก่อนตัดสินใจมาเจอทุกคน ผมใช้ความกล้ามากพอสมควรเลย ตอนแรกกลัวว่าเพื่อนๆ จะไม่ยอมรับ เพราะเราเป็นเด็กพิเศษ แต่ผิดคาด ทุกคนให้การต้อนรับอย่างดีเลย ขอบคุณมากครับ ไว้ถ้ามีงานอื่นโอกาสหน้าจะได้เจอกันอีกนะครับ #SiamStr
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
GM แบบที่แปลว่านอนไม่หลับ ยังไม่ได้นอน #SiamStr #GM
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
งาน #Citadel วันนี้ครับ ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆ Bitcoiner ทุกคนครับ โดยเฉพาะสมนึก ที่เข้ามากอดผมเลย 555 #SiamStr ปล. กลับมาก็บรรจุน้ำพริกปลาสลิดต่อ ใครสนใจกดได้ในช้อปปี้ https://s.shopee.co.th/1VmY8cETH1 หรือสั่งตรงที่ https://forms.gle/AtUrH1YNjr1b71kw9 #ตลาดทุ่งม่วง image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 9 months ago
image เค้าบอกเศรษฐกิจไทยหลังโควิดจะเป็น K-Shaped น่าจะจริงแหละครับ และธธุรกิจครอบครัวผมที่ทำอยู่ ก็คงจะอยู่ใน K ขาลง เมื่อธุรกิจที่บ้าน ไม่มีลูกค้ามาจะครึ่งเดือนแล้ว ขณะที่ยังต้องกิน ต้องใช้ และเป็นอีกครั้งแล้ว ที่ Bitcoin ที่ตั้งใจ Stack มา ต้องเอาเข้า Binance Loan กู้ USDT มาใช้ก่อน ระหว่างรอลูกค้ากลับมา ผมกับคุณแม่ทำ น้ำพริกนรกปลาสลิด ขายนะครับ ราคาแค่ 50 บาทเท่านั้น ใครที่แวะผ่านไปผ่านมาใน #SiamStr กดกันไปคนละถุง สองถุงได้นะครับ แล้วทุกคนจะติดใจ พิกัด : https://s.shopee.co.th/5pvST3KEQI
SorawichToday's avatar
sorawich_today 10 months ago
คิดมีมได้หลังดูปาหี่ในสภามาสองวัน #SiamStr #EconomicsInOneLesson #EIOL #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ image
SorawichToday's avatar
sorawich_today 11 months ago
เมื่อเห็นหัวข้อใน #BitcoinTalkShot ที่จะพรีเมียร์ในวันอาทิตย์นี้ พิริยะทัวร์ ก็ยินดีให้บริการกับทุกท่าน ที่ผ่านเข้ามาครับ #SiamStr image
เมื่อคืนฝันว่ามี Exchange รายนึง (จำไม่ได้ว่า Maxbit หรือ Binance TH) หรือเปล่า ประกาศซื้อ #Zipmex แล้วประกาศคืนเงินใน Zipup ให้ 50% ช่วงนี้ฝันอะไรแปลกๆ บ่อยเหมือนกันนะเรา //เอาจริงๆ เสียดาย Zipmex นะ รู้สึกว่า UI แอปสวยดี #SiamStr
ได้อั่งเปาจากลูกค้า 10 SGD แลกเป็นเงินบาทเอามาฝากเข้า #BinanceTH เพื่อ Stack Sats ได้ที่ไหนบ้างฮะ #ทัวร์สิงค์โปร์ #นักท่องเที่ยวให้อั่งเปา #SiamStr ปล. ปีนี้อยากได้อั่งเปาเป็น #Bitcoin จัง 555 image
มาช่วง PayDay พอดีเลย กด #เงินเฟ้อคือคดีอาญา ได้ในราคา 205 บาท รอติดตามนะครับ หวังว่าจะเดือดสมการรอคอย #SiamStr Link เผื่อใครสนใจ : https://s.shopee.co.th/5VFuvvlPbk image
ใครกำลังมองหาของกินเล่นอร่อยๆ ต้องนี่เลย! หนังไก่ทอดกรอบ #ChickyFried อร่อย กรอบ เต็มคำ มีให้เลือก 3 รสชาติ ดั้งเดิม ต้มยำ หม่าล่า ราคาเพียงซองละ 35 บาท (ช่วงแคมเปญอาจถูกกว่านี้) สนใจสั่งซื้อได้ทาง Shopee : bit.ly/ChickyFriedShopee Lazada : bit.ly/ChickyFriedLazada #หนังไก่ทอดกรอบ #อร่อยบอกต่อ #SiamStr image