GA Have a Nice Day
กิจกรรมชวนลูกทำไอติมหลอดคลายร้อน
เด็ก ๆ กับไอติมเป็นของที่คู่กัน เวลาเข้าร้านสะดวกซื้อทีไรเด็ก ๆ มักชอบวิ่งไปที่ตู้ไอติมเสมอ ยิ่งช่วงอากาศร้อน ๆ ไอติมจะขายดีเป็นพิเศษ ช่วงที่อากาศร้อน ที่ผ่านมาได้มีโอกาศชวนลูก ๆ ที่บ้านมาทำไอติมคล้ายร้อนด้วยกัน
โชคดีที่เพื่อนบ้านข้างๆ มีอุปกรณ์ทำไอติมหลอดผมเลยขอยืมมาทำไอติมหลอด ซึ่งนอกจากเด็ก ๆ จะได้กินไอติมคลายร้อนแล้ว ยังได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ อีกมากมายในกิจกรรมนี้ครับ
ในที่นี้กิจกรรมการทำไอติมหลอดครั้งนี้ สามารถเชื่อมโยงเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
ตามหลักสูตรแกนกลางได้หลายกลุ่มสาระดังนี้ครับ
กลุ่มสาระแรกคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทำไอติมหลอดครั้งนี้ ต้องมีวัตถุดิบที่สำคัญเลยคือ น้ำแข็งและเกลือ เพราะกระบวรการของเกลือที่ต้องการละลายตัว ไม่สามารถจะหาความร้อนที่ไหนมาช่วยละลายได้ จึงดึงความร้อนจากน้ำแข็งนั่นเองน้ำแข็งซึ่งเย็นอยู่แล้วจึงเย็นลงไปอีก การหมุนถัง หมุนไปหมุนมา เพื่อเปลี่ยนผิวสัมผัสของหลอดไอติมกับน้ำเย็นรอบๆ ทำให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น จึงทำให้น้ำหวานที่อยู่ในหลอดเกิดการจับตัวแข็งเร็วขึ้น นี่คือหลักการในการทำไอติมหลอด เมื่อรู้หลักการแต่ไม่เห็นภาพก็ต้องลงมือทำไปด้วยเลยจึงเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ต่อมาคือ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ การทำไอติมหลอดต้องการชั่ง ตวง และวัดซึ่งจะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะการคิดคำนวณ การประมาณค่า ได้เป็นอย่างดี ที่ซึ่งการทำไอติมหลอดครั้งนี้ใช้น้ำแข็งประมาณ 1 กระสอบ และเกลือประมาณ 3 กิโลกรัม และการใส่น้ำหวานปริมาณเท่าไหร่จึงจะพอดีกับหลอดทำไอติมไม่มากจนล้นทำให้กระฉอกออกจากหลอดเวลาหมุนและไม่น้อยเกินไป
ทั้งนี้ยังแฝงไปไปด้วยความรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษาคือการทํางานร่วมกันกับพี่น้องและสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านข้างเคียงที่มาร่วมกันทำกิจกรรมนี้ด้วย ในแง่มุมวัฒนธรรมด้านอาหารยังได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติการกำเนิดของไอติมหลอดด้วย ซึ่งไอติมหลอดนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นการนำน้ำหวานหลายรส (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม) ใส่พิมพ์โลหะทรงกระบอก และหมุนในถังน้ำแข็งใส่เกลือ เมื่อเริ่มแข็งจึงเสียบไม้ หมุนต่ออีกซักนิดก็สามารถนำออกมากินได้
และในขณะเดียวกันยังได้สอดแทรกกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ว่าควรกินแต่พอดีเพราะน้ำหวานมีน้ำตาลเยอะการกินน้ำตาลเยอะจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายจะทำให้ก่อเกิดโรคต่างๆได้มากมาย และควรหมั่นออกกำลังกายบ่อยเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งจะว่าไปการหมุนถังไอติมหลอดนั้นก็เรียกได้ว่าได้เหงื่ออยู่เหมือนกันกว่าจะได้ไอติมแต่ละแท่ง ต้องสลับกันหมุนหลายรอบเลย
อีกกลุ่มที่กิจกรรมนี้ก็ยังช่วยส่งเสริมคือกลุ่มสาระภาษาไทยที่จะได้ทักษะการฟัง ทักษะการพูดคุย สื่อสารระหว่างทำกิจกรรม
และการบอกเล่าความประทับใจหลังทำเสร็จซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาได้ดีทีเดียว
การทำกิจกรรมไอติมหลอดครั้งนี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วย เพราะได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน
ช่วยให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้นอกห้องเรียน
ที่อบอุ่น กระชับความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกและเพื่อนบ้าน
อีกทั้งยังฝึกการอดทนรอกว่าน้ำหวานจะจับตัวเป็นไอติม
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดให้ลูกๆได้ฝึกการทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ
นั้นจะช่วยให้เค้ากล้าคิดกล้าลองในสิ่งใหม่ๆ
สร้างความภูมิใจ และมั่นใจในตัวเองยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรู้จักการแบ่งปัน (ไอติมให้กับเด็กๆภายในหมู่บ้าน) ความสุขให้กับผู้อื่น
ซึ่งทักษะเหล่านี้ก็จะติดตัวไปจนโต
ยิ่งถ้าเรามีการเสริมแรงทางบวก ชื่นชมในความสำเร็จของลูก ไม่ว่างานจะออกมาดีแค่ไหน ก็จะช่วยให้เค้าเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ สนุกไปกับการเรียนรู้นอกตำรา กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ จะเป็นความทรงจำดีๆ และเป็นรากฐานสำคัญให้ลูกเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตเด็กโฮมสคูลไม่ใช่เด็กที่ไม่ได้เรียนรู้แบบที่หลายๆท่านเป็นห่วง เป็นกังวล
และแม่ที่อยากให้ลูกๆได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีใบอะไรมาการันตี
#siamstr
#homeschool
#siamstrog
ในที่นี้กิจกรรมการทำไอติมหลอดครั้งนี้ สามารถเชื่อมโยงเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
ตามหลักสูตรแกนกลางได้หลายกลุ่มสาระดังนี้ครับ
กลุ่มสาระแรกคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทำไอติมหลอดครั้งนี้ ต้องมีวัตถุดิบที่สำคัญเลยคือ น้ำแข็งและเกลือ เพราะกระบวรการของเกลือที่ต้องการละลายตัว ไม่สามารถจะหาความร้อนที่ไหนมาช่วยละลายได้ จึงดึงความร้อนจากน้ำแข็งนั่นเองน้ำแข็งซึ่งเย็นอยู่แล้วจึงเย็นลงไปอีก การหมุนถัง หมุนไปหมุนมา เพื่อเปลี่ยนผิวสัมผัสของหลอดไอติมกับน้ำเย็นรอบๆ ทำให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น จึงทำให้น้ำหวานที่อยู่ในหลอดเกิดการจับตัวแข็งเร็วขึ้น นี่คือหลักการในการทำไอติมหลอด เมื่อรู้หลักการแต่ไม่เห็นภาพก็ต้องลงมือทำไปด้วยเลยจึงเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ต่อมาคือ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ การทำไอติมหลอดต้องการชั่ง ตวง และวัดซึ่งจะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะการคิดคำนวณ การประมาณค่า ได้เป็นอย่างดี ที่ซึ่งการทำไอติมหลอดครั้งนี้ใช้น้ำแข็งประมาณ 1 กระสอบ และเกลือประมาณ 3 กิโลกรัม และการใส่น้ำหวานปริมาณเท่าไหร่จึงจะพอดีกับหลอดทำไอติมไม่มากจนล้นทำให้กระฉอกออกจากหลอดเวลาหมุนและไม่น้อยเกินไป
ทั้งนี้ยังแฝงไปไปด้วยความรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษาคือการทํางานร่วมกันกับพี่น้องและสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านข้างเคียงที่มาร่วมกันทำกิจกรรมนี้ด้วย ในแง่มุมวัฒนธรรมด้านอาหารยังได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติการกำเนิดของไอติมหลอดด้วย ซึ่งไอติมหลอดนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นการนำน้ำหวานหลายรส (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม) ใส่พิมพ์โลหะทรงกระบอก และหมุนในถังน้ำแข็งใส่เกลือ เมื่อเริ่มแข็งจึงเสียบไม้ หมุนต่ออีกซักนิดก็สามารถนำออกมากินได้
และในขณะเดียวกันยังได้สอดแทรกกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ว่าควรกินแต่พอดีเพราะน้ำหวานมีน้ำตาลเยอะการกินน้ำตาลเยอะจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายจะทำให้ก่อเกิดโรคต่างๆได้มากมาย และควรหมั่นออกกำลังกายบ่อยเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งจะว่าไปการหมุนถังไอติมหลอดนั้นก็เรียกได้ว่าได้เหงื่ออยู่เหมือนกันกว่าจะได้ไอติมแต่ละแท่ง ต้องสลับกันหมุนหลายรอบเลย
อีกกลุ่มที่กิจกรรมนี้ก็ยังช่วยส่งเสริมคือกลุ่มสาระภาษาไทยที่จะได้ทักษะการฟัง ทักษะการพูดคุย สื่อสารระหว่างทำกิจกรรม
และการบอกเล่าความประทับใจหลังทำเสร็จซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาได้ดีทีเดียว
การทำกิจกรรมไอติมหลอดครั้งนี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วย เพราะได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน
ช่วยให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้นอกห้องเรียน
ที่อบอุ่น กระชับความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกและเพื่อนบ้าน
อีกทั้งยังฝึกการอดทนรอกว่าน้ำหวานจะจับตัวเป็นไอติม


เริ่มจากกลุ่มสาระการงานอาชีพ การปรุงอาหาร
ถือเป็นทักษะชีวิตพื้นฐานสำคัญที่ลูกๆ ควรได้เรียนรู้ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ หั่นผัก ปรุงรส
ไปจนถึงการจัดจานให้สวยงาม
กระบวนการทั้งหมดนี้จะช่วยปูพื้นฐานให้ลูก
สามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคต
พร้อมทั้งเห็นคุณค่าของอาหารและตระหนัก
ถึงความสำคัญของการประกอบอาชีพ
ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร
อีกทั้งยังได้ความสนุกสนาน และโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย
แก่ลูกในเวลาเดียวกัน
และฝึกการใช้ Life Skills ทักษะชีวิตเพื่อนำไปในชีวิตประจำวันของเด็กๆ
ครั้งนี้ได้สอนวิธีการก่อเตาถ่านร่วมเข้าไปอีกด้วย
ให้ใช้เศษกระดาษมาวางไว้ตรงกลางเตา จากนั้นให้หาเศษไม้แถวๆบ้านนำ มาเรียงให้เป็นรูปกระโจมกลางเตา
และนำถ่านมาวางรอบๆ ไม้ที่ก่อไว้ จากนั้นให้ลูกจุดไฟใส่เศษกระดาษ
พอไม้ติดให้เอาถ่านก้อนเล็กๆ มาโรยลงบนไม้ แล้วนำพัดมาพัดที่ช่องด้านล่างเตาถ่าน
พอไฟแรงขึ้นก็ค่อยๆเติมถ่านเข้าไป เมื่อได้ที่แล้วก็น้ำหม้อไปวางบนเตาและเติมน้ำ

.
ด้านภาษาไทยก็มีส่วนสำคัญ การอ่านสูตรอาหารและทำตามขั้นตอน เป็นการฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจอย่างดีเลยทีเดียว
.
ยิ่งถ้าลูกอ่านสูตรภาษาอังกฤษด้วยแล้ว บอกเลยว่าทักษะภาษาต่างประเทศก็ได้รับการพัฒนาไปในตัว
แถมยังเป็นช่วงเวลาดีๆ ให้คุณพ่อคุณแม่
ได้สนทนากับลูก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ในขณะทำอาหาร เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านภาษาพูดได้อีกด้วย 📖💬
.
นอกจากนี้ ศิลปะการจัดจานให้สวยงาม น่ารับประทาน ก็ทำให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ จัดองค์ประกอบสีสันและรูปทรงของอาหาร ให้ออกมางดงาม
ตามจินตนาการของตัวเอง เสมือนได้วาดภาพ
บนจานอาหาร ส่งเสริมสุนทรียะและรสนิยมทางศิลปะได้ดีไม่น้อย 🎨🍽️
.
สุดท้าย สุขศึกษาเป็นอีกสาระสำคัญที่แฝงอยู่ในกระบวนการทำอาหาร จากการได้เลือกใช้วัตถุดิบที่สด สะอาด มีประโยชน์ การควบคุมปริมาณน้ำตาลและไขมัน
ไปจนถึงการรักษาสุขอนามัยในการประกอบอาหาร ล้วนเป็นการปลูกฝังนิสัยการบริโภคที่ดีและการดูแลสุขภาพให้แก่ลูก เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงในอนาคตนั่นเอง 💪🍎
.
เห็นไหมว่าแค่เมนูง่ายๆ อย่างต้มยำไก่
ก็สามารถสอดแทรกการเรียนรู้ได้หลากหลายขนาดนี้ ทั้งการงานอาชีพ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และสุขศึกษาในกิจกรรมเดียว
.
สิ่งสำคัญคือลูกๆ จะได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน
ผ่านการลงมือทำจริง เกิดความภูมิใจในผลงาน
ของตัวเอง แถมได้กินอาหารอร่อยๆ ที่ทำเองอีกต่างหาก ช่างเป็นกิจกรรมดีๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรพลาด 😋👍
ขอบคุณครับ




🍻





