เป็น degen คนนึงที่เทรด crypto และใช้ technical (แบบง่ายๆกากๆ) โดยมีการติดตาม macro (แต่ไม่ได้เอามาใช้ในกระบวนการตัดสินใจ เข้า-ออก order ตามเพื่อสร้าง bias ในใจให้ตัวเองมี emotion อยู่บ้าง มากกว่า เพราะกระบวนการตัดสินใจที่ใช้อยู่มัน mechanic เกินไป ดูตรงข้ามกะเทรดเดอร์คนอื่นเนอะ 5555🤣)
แต่พอเข้าไปในกลุ่มคอมมูเทรดต่างๆ รู้สึกรำคาญ ไม่ได้รำคาญแอดมินนะ เพราะถ้ารำคาญแอดมินก็จะไม่เข้าแต่แรก แต่รำคาญสายข่าวพิมยาวโคตรและสาย subjective TA เช่นสายกราฟ 15 นาที สายตีแนวรับแนวต้านเทรดสั้นๆ ทำนายเก่งจ้าง ถ้า win ก็เคลมแต่ตอนโดน SL ใครจะเคลมวะ 555 ซึ่งพวกเขาขยัน contribute value ที่เขาทำได้ให้กะคอมมูเหลือเกิ้น จนเวลาอยากเลื่อนหาสาระที่แอดมินลงไว้นี่ตรูต้องใช้การเสิจ 555555
คือผมก็เคารพแนวทางการเทรดของทุกคนนะ ต่างคนก็มีท่าที่คิดว่าเป็น edge ของตัวเองแหละ แต่ผมรำคาญเฉยๆ เหมือนเวลายุงกัดตรูดแล้วมันคันอะ
และคนที่เทรดตามแล้วได้กำไร ก็ดีกะเขาไป (มั้ง) ไม่เอาๆไม่อยากคอมเม้นเรื่องนี้เท่าไหร่ ไม่อยากก้าวก่ายใคร เอาพอดตัวเองให้รอดก่อน 5555
คือมันไม่ได้กระทบอะไรกะแผนเรา เพราะเรายึดมั่นในแผนเรา แต่มันน่ารำคาญจริงๆนะ แต่ก็ไม่อยากกดออก เพราะคิดว่าถึงจะน่ารำคาญ แต่อยู่แอบดูในกลุ่มไปเรื่อยๆก็สนุกดี แต่คนมันมีปากมันก็อยากบ่นไปเรื่อย 555555
คือไม่ได้อะไรกะใครอะนะนอกจากรำคาญเหมือนโดนยุงกัดตรูด แต่ว่าถ้ามาอ่านเจอแล้วเกิดความคิดในใจว่า “เชี่ยแม่งพูดถึงกรูป่าววะ กรูเลิก contribute ดีกว่า โดนไอโง่ที่ไหนไม่รู้รำคาญ” ก็แล้วแต่อะ แต่ผมบอกไปแล้วนะว่าถึงจะรำคาญแต่ก็สนุกดี และประเด็นคือถ้าคุณจะมาแคร์ความคิดเห็น random stupid degen on internet ที่มีต่อแนวทางการเทรดของคุณอะ คุณไปคิดใหม่นะ 555555
#siamstr
BKMiner
antifiatdegen@0xchat.com
npub1jzjf...glh7
❌Bitcoiner
✅Degen
Want to follows someone with bitcoin technical, fundamentals or philosophical wisdom ?
👉Just follow someone else🤣
เรียบร้อยครับ
ไอพวก gold bug บ้าสงครามที่กะว่าจะ “hodl gold and pray for world war iii then horde gold to buy lambo in a safe country in war thorn world” นี่ถือว่าเจออุปสรรคใหญ่ละนะเมื่อผู้ให้บริการบนเครื่องบินเขาไม่ได้มองพวกมึงเป็นลูกค้าแล้ว เขามองมึงเป็นปศุสัตว์ !
“เอ้ะไอหมูตัวนี้ทำไมมันไม่กินรำข้าวที่เราให้วะ มันต้องมีอะไรแปลกๆแน่ๆ ต้อจโปลิซตรวจสอบมันเลยขะ”
แปลแบบตรงๆนะ
Mindset พนง. เขาไม่ได้มอง ผดส.เป็นลูกค้า เขาใช้สายตาแบบเดียวกับที่ผู้คุมมองนักโทษที่ถ้าทำอะไรผิดแปลก นั่นหมายความว่ามีการทำผิด สังเกตว่าเขาลากตำรวจมาจับแทนที่จะเข้าไปสอบถามตรงๆว่าไม่สบายรึป่าวทำไมไม่กินอะไร และถ้าถามแล้วเขาตอบว่าปกติดี อินี่เหี้ยกว่าเพราะแม่งไม่เคารพความเป็นส่วนตัวลูกค้าอะ
สุดท้ายก่อนจบการบ่น อยากบอกนัง พนง.warden ว่า ถ้าคุณทำแบบนี้แล้วไปโบ๊ะบ๊ะจับคนทำ dry fasting เฉยๆไม่ได้มีโลหะมีค่ายัดตรูดอะก็จะหมาเลยนะ และหัวหน้าคุณอะ น่าจะเล่นคุณด้วยนะ 555555555
อ่อ แต่ bitcoin มันเอาไปหลอมสร้าง kill dozer skin ทอง ไม่ได้นี่เนาะ 🤣
#siamstr 

จู่ๆก็คิดถึงสามเหลี่ยม Maslow แล้วอยากเขียนบ่นเรื่องสั้นๆ
การที่พวก ”อิผู้ทรงภูมิ ผู้สูงส่ง ไม่มีใครเก่งเท่าแม่พงกมึงแล้ว” มันคิดว่า “เงินเฟ้อคือสิ่งจำเป็น ถ้าเงินไม่เฟ้อคนจะไม่จับจ่าย” นี่แม่งเหมือนเอาตีนลูบหน้าสามเหลี่ยมเลยนะ
ฐานล่างสุดของสามเหลี่ยมคือ basic physiological survival เช่น อาหาร
คือมันไม่ใช่เงิน และไม่ใช่การออมเงินไง การเก็บหอมรอมริบ การถนอมอาหารไว้กินในอนาคต มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อปัจจุบันมันกินอิ่มแล้ว มันเป็น Maslow ที่สูงกว่า แต่พวกผู้สูงส๊งชิบหายแม่งเสือกคิดว่าคนจะออมๆๆๆ ไม่เอาตังมาซื้อแดก ตรรกะมึงวิบัติมากอะ ส่วนตัวคิดว่า evidence ที่บ่งชี้ว่าวงการ Mainstream Academic มันโง่เง่าเต่าตุ่นชิบหายก็คือการที่ Expert ในวงการต่างยอมรับในตรรกะวิบัติที่ว่า “ถ้าเงินไม่เฟ้อ คนจะไม่จับจ่าย” นี่แหละ
แล้วผมก็ไม่รู้นะว่าขนมปังสังขยามันมีประวัติความเป็นมายังไง
อิพวกที่คิดว่าเงินเฟ้อทำให้มีขนมปังสังขยา มึงลองคิดใหม่นะ
ขนาดโลกนี้มีเงินเฟ้อ มึงยังมีขนมปังสังขยาอร่อยๆให้กิน ถ้าโลกนี้ไม่มีเงินเฟ้อ ป่านี้มึงได้กินของอร่อยกว่านั้นในราคาถูกกว่านั้นแล้ว อย่างมนต์นมสดที่ทุกวันนี้เริ่มต้นน่าจะ 25 บาทปะวะ ถ้าไม่มีเงินเฟ้อนะ ป่านี้ไอตัวเริ่มต้นอะ 5 บาท ส่วน 25 บาทมึงได้กินแบบที่อร่อยกว่าตัวท้อปทุกวันนี้อะ
#siamstr
จากการสังเกตในกลุ่ม siamnese
Engagement Score
รวมของทีมงาน krutt + ทีมงาน rightshift + ทีมงาน lates: 10
แมว : 100
ดร. : 69420
ก็สมกะที่เป็น facebook แหละ 555555555
ใครคิดว่าผมเหยียด อยากเถียงกะผมก็ตามมาเถียงใน #siamstr ละกันนะ 🫢


ทำไมอันนี้ไม่มีใครไปคุยกะเขาเลยอะงง ผมก็รอตามอ่านคอมเม้นอะว่ามันมีอะไร สรุปคนรันทั่วโลกแห่เปลี่ยน ssd พร้อมกันงี้หรอ 😅
#siamstr #asksiamstr 

อย่าเล่นกะระบบ 🤣 55555555 View quoted note →
คุณเภสัชจะเก็บยาในตู้ stability ยี่ห้อไหน ยามันก็ degrade เหมือนกันหมดแหละครับ
#siamstr #pharmastr 

Pine script CDC Action zone rebalance จ้า เอาไปเทสกันให้ฉ่ำ
https://yakihonne.com/article/antifiatdegen@0xchat.com/iN8h1-LJuKgtxcegUH0j8
#siamstr
เขียน code backtest action zone with portfolio rebalancing instead of risk per trade ในเทรดดิ้งวิวเสร็จละ แปลกใจว่าทำไมไม่เคยมีใครทำขึ้นมานะ ไว้ว่างเมื่อไหร่จะเอา study result มาแชร์และ disscuss
จริงๆอยากแชร์อินดิเคเตอร์ แต่แม่งโดน reject ตลอด ไว้เดี๋ยวว่างๆเอา code ไปแปะในแอพที่รองรับ long form เช่น yakihonne ไรงี้ให้ละกัน ใครอยากได้ก็ก้อปไปสร้างอินดี้เอง
#siamstr
ก็ว่าอยู่ทำไมดูเหมือนคอยมาดึงสติพวกหลับหูหลับตากินเนื้อ ที่แท้แอบอวยฮอร์โมนกิ้งก่ายักษ์น่ะเอง 😅
ผมจะมานำเสนออุปมา(หรือคุณจะเรียกมันว่าโวหารภาพพจน์แบบไหนก็ตามแต่) ที่น่าสนใจว่าทำไมเราถึงควร ignore bullshit fiat paper แบบไม่เอาเข้ามาอยู่ในสาระบบการตัดสินใจเพื่อสุขภาพของเราเลย ?
(ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับหมอเมนสตรีมที่แบบว่า ถึงเปเปอร์นี้จะห่วย แต่เขาก็พอจะมีประโยชน์นะ)
คิดสภาพว่าปกติคุณย่างสเต๊กกินวันละขีดอยู่ทุกวัน แล้วอยู่มาวันนึงมีไอบ้าที่ไหนไม่รู้เอาน้ำซอสรสขี้หมาท้องเสียทำจากขี้หมาท้องเสียสดๆหอมกรุ่นจากตรูดหมาเมื่อ5นาทีก่อน มาให้คุณแล้วบอกว่า “เนี่ย คุณต้องเอาน้ำซอสขี้หมาท้องเสีย 1 หยดผสมลงไปในเนื้อนะ เนื้อไม่เสียรสชาติหรอก เนื้อตั้งขีดนีงกะซอสแค่หยดเดียวเอง” “ซอสเนี่ย คือวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่เราสามารถหาได้ในตอนนี้แล้วนะ” “ถ้าคุณกินเนื้อโดยไม่เติมซอสขี้หมานี้ อีก 20 ปีคุณจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้น 61.8% นะ”
คุณจะเติมมะล่ะ
คือในเมื่อเราเห็นแล้วว่า study design ของ paper มันขี้หมาท้องเสียขนาดไหน เราก็คงไม่อยากเอามันมาใส่หัวแม้แต่ 1% มั้ยล่ะ แต่หมอ mainstream แม่ง be like : “ถึงแม้ paper นี้จะมีเรื่อง flaw บาง(หลาย)อย่าง แต่ paper นี้ก็ให้ insight สำคัญบางอย่างที่เราไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน”
เหยยยย ขี้หมาท้องเสียนา ยังหวังจะเอาโปรไบโอติกจาก 1 หยดของมันอยู่อีกหรออออ หรือต้องให้ยกตัวอย่างเป็นขี้อีกาท้องเสียแทนถึงจะน่าขยะแขยงพอฟระ
#siamstr
เรื่องภาษี capital gain เนี่ย ผมว่าถ้าคุณเทรดได้เยอะๆ คุณคงไม่ mind จะจ่ายรัฐเป็นค่าเช่าหรอก แต่ปัญหาที่น่ากลัวกว่าก็คือ “กูกำไรเท่าไหร่วะ”
ผมจะมาเสนอ 1 ในทางออกปัญหา สำหรับคนใช้ bitkub
ไปศึกษาวิธีการใช้สูตร sumif, sumifs
มันจะช่วยได้เยอะมาก ถ้าคุณทำหลายๆ transaction ในการคำนวณแบบหยาบๆ
แล้ว tax report ของ bitkub อะ มันทำ column แบ่งมาชัดนะ ว่า buy, sell และจำนวน btc กะราคา ด้วย ก็ sum จำนวนเงินทั้งหมดที่เคยใช้ซื้อ btc หารด้วย sum จำนวน btc ทั้งหมดที่เคยซื้อ เท่านี้เราก็จะรู้ละว่าเรามีทั้งหมดกี่เหรียญ ที่ราคาทุนกี่บาท
และที่สำคัญ อย่าไปใช้ LLM คำนวณ
มันคิดเลขไม่เก่ง มันเปนโมเดลภาษา
อย่างตัวผมเอง ผมก็มี mindset ว่าถ้าผม realize thb profit ผมก็ต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้มันนะ เพราะเรามันความสามารถด้อยเกินกว่าที่จะอยู่ใน btc economy เอง
#siamstr
ภาษีครึ่งปี คือเครื่องมือเพิ่มความยุ่งยากให้คนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จะต้องมีภาระงานทางบัญชีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม ภายใต้ narrative แสนหวังดีของรัฐ
“ภาษีครึ่งปี มีไว้ช่วยลดภาระทางภาษีของคุณ”
ไอ่ห่า หวังดีจนต้องบังคับให้ทุกคนต้องยื่นแบบไม่สนxีสนtadใดๆว่าผู้ยื่นสะดวกหรือลำบาก มีภาระมากขึ้นมั้ย กูบอกว่ามันช่วยลดภาระก็คือช่วยลดภาระสิ
ควeแท้
#siamstr
ปล.ขอขอบคุณและให้เครดิตเกร็ดความรู้ดีย์ๆจากธนาคารพานิชย์เจ้าของบทความ 

Big brother EU แม่งเป็นไรมากปะวะ View quoted note →
บนโต๊ะ poker มันจะมีผู้เล่นตำแหน่งที่เรียกว่า small blind กับ big blind ที่จะต้องวางเงินเดิมพันจำนวน 1 บาท และ 2 บาท ก่อนที่ดีลเลอร์จะแจกไพ่
ซึ่งถ้าคุณเข้าไปร่วมวงเล่น poker ตำแหน่งมันจะหมุนไปเรื่อยๆทุกรอบ ปกติโต๊ะนึงมี 9 คน ดังนั้นถ้าคุณไปร่วมวงแต่เอาแต่หมอบๆๆๆอย่างเดียว คุณจะเสีย 3 บาททุกๆ 9 ตา
ดังนั้นถ้าคุณเล่นไม่เป็น รู้ว่าเข้าไปก็เอาแต่หมอบหรือไม่ก็เล่นแพ้ คุณก็คงไม่อยากเอาเงินเข้าไปเสี่ยง
แต่ในชีวิตจริง ถ้าเราเอาแต่หมอบอย่างเดียว ไม่เอาเงินไป “ลงทุน” กำลังซื้อของเราแม่งจะลดลงเองเว่ย ดังนั้นในชีวิตจริง แม่งก็เหมือนบังคับให้ทุกคนต้องคอยจ่ายค่า blind ตลอดนั่นแหละ
บางคนต้องการหนีจากการจ่าย blind ก็เล่นเข้าไปเทรดในตลาด แต่เทรดมั่วๆแบบแมงเม่า เหมือนเป็นฟิชที่เล่นแล้วเสียหนักกว่าหมอบทุกตาอะ
คือตลกกะการที่เมนสตรีมต่างก็มองเป็นเอกฉันท์ว่า “การพนันเป็นสิ่งไม่ดี” แต่แม่งเอ้ย เงินในบัญชีตัวเองนั่นแหละคือการพนันภาคบังคับ แต่ดั๊นไม่รู้ตัว
จบลอยๆนี่แหละ ขี้เกียจหาทางลงแค่อยากบ่นเฉยๆ 5555
#siamstr
คนที่บอกว่าโลกร้อนเรื่องจริงเนี่ย เขาเอาอะไรมามั่นใจว่าจริงอะ แบบเปิดกราฟเห็นว่าอุณหภูมิมัน trend ขาขึ้นมาตลอด 200 ปี งี้หรอ หรือเห็นเปเปอร์โลกร้อนเขา p-value 0.01 ก็เลยเชื่อเขา หรือแค่เห็นเมนสตรีมบอกว่าอุณหภูมิสูงสุดในรอบ 2000 ปี (นักบุญโยเชฟท่านได้วัดอุณหภูมิแล้วจดลงไบเบิ้ลเอาไว้สินะ ?)
คือแซะแหละ แต่ก็อยากรู้จริงๆนะ ว่าทำไงถึงจะสามารถเชื่อเรื่องโลกร้อนแบบฉลาดๆได้อะ แบบ ไม่ได้ trust จากที่สื่อหลักล้างสมองอะ เอาแบบ verify ด้วยตัวเองได้อะ เหมือนที่ตัดแป้งกินเนื้อกันแล้วน้ำตาลปกติอะ เอาจริงๆก็อยากเชื่อว่าโลกร้อนนะ จะได้คุยกะคนอื่นได้ 5555
#siamstr 

งานวิจัยนี้ผมคงไม่ต้องเอาเกียรตินิยมอันดับ 1 ที่ได้จากคณะที่ผมเรียนมารับรองการ invalidate เขาหรอกมั้ง🤣
#siamstr 

คนกลุ่มหนึ่งที่อยากเยสกันเอง : มี pride month และ mainstream media เป็นเครื่องมือช่วยผลักดัน proposal ในสังคม
นักวิทย์กลุ่มนึงที่เชื่อว่าอุณหภูมิโลกต้องคงที่ยิ่งกว่ากราฟ eurusd : ได้พื้นที่สิ่อทั้งหมด + คนแทบทั้งโลกเชื่อทั้งๆที่ตัวเองพิสูจน์เขาไม่ได้ + สามารถออกกฎควบคุมอุตสาหกรรมต่างๆได้ (carbon credit, iso14001, และ iso9001 กำลังจะมาจ้า)
กลุ่มคนที่แค่อยากให้เงินมันรักษามูลค่าได้ในระยะยาว : โดนตีตราว่าโง่ ไม่เข้าใจเศษฐศาสตร์ โดน censor
ไอ่ซั้ส ใครหลอกกรูว่าจอมมารที่ครองโลกอยู่โดนผู้กล้าปราบไปแล้วฟะ ตี้ฟรีเรนเมิงลืมเซฟเกมกันป้ะ
#siamstr