Panai Lawasut's avatar
Panai Lawasut
pumpanai@siamstr.com
npub1jalt...0yfp
#Toffeecakechonburi LN Monthly Report ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือน กรกฏาคม พค 24 มี transaction ทั้งหมด 28 ครั้ง รวม 425,595 sat มิย 24 มี transaction ทั้งหมด 18 ครั้ง รวม 178,423 sat กรกฏา 24 มี transaction ทั้งหมด 17 ครั้ง รวม 182,471 sat เดือนที่ผ่านมามีจำนวนการใช้ไลท์นิ่งประมาณเดิม คือพอๆกับเดือนที่แล้ว ที่น่าสนใจคือ 80%ของ transaction เกิดขึ้นหลังวันที่ 20 ก.ค. ดูแล้วมันจะไปตรงกับช่วงที่ราคากลับขึ้นมาหลังจากลงไปต่ำกว่า 60k ในรอบแรก (ซึ่งช่วงที่ราคาลงอีกรอบเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ดูจะพาให้การใช้ LN เงียบๆไปอีกละ) เป็นเรื่องเข้าใจได้ ในเมื่อเรายัง quote ราคาเป็นบาทอยู่ เมื่อแปลงเป็น sat ขนมเราก็แพงขึ้นเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลย แต่บอกตามตรง ทำผมใจหายพอสมควร ก็จวนจะปลายเดือนอยู่แล้ว มีคนใช้ LN อยู่ 3-4 transactions เอง เข้าใจอยู่ว่า adoption มันไม่ได้เกิดได้ด้วยการที่มีกลุ่มคนที่เชื่อมั่นมาเชียร์ให้ใช้งานกัน แต่เอาเป็นว่าผมเล่าความรู้สึกผมให้ฟังแบบนี้ดีกว่า ผมเชื่อว่ากว่าที่พวกเราหลายๆคนจะเริ่มซื้อ BTC ซาโตชิแรกมาเก็บ ต้องศึกษาข้อมูลกันมาอย่างหนักหน่วง เจ็บตัวจากเงินเฟ้อ หรือเสียหายจากการลงทุนกันมาไม่น้อย กว่าจะเข้าใจ กว่าที่จะเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้มันคือ“ของจริง.!” วันที่ได้โอนบิทคอยน์ซาโตชิแรกมาเก็บใน HW มันช่างอธิบายไม่ถูก มันรู้สึกหลุดพ้น มันรู้สึกถึงเสรีภาพ ความรู้สึกว่าออกจาก Matrix ของผมมันเกิดขึ้นตอนนั้นแหละ และมันก็รู้สึกดีทุกๆครั้งที่เราโอนออกจาก Exchange มาเก็บเพิ่ม มันมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นตัวเลขบนหน้าจอมันเพิ่ม เชื่อมั้ยว่าใครมาเห็นเห็นผมอยู่หน้าจอ trezor suite คงว่าผมเพี้ยน นั่งยิ้มน้อยยิมใหญ่อยู่คนเดียวก็ได้เป็นชั่วโมงกับหน้าจอขาวๆนิ่ง มีตัวเลขบนนั้นอีกนิดหน่อย ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรจับต้องได้แต่เราเชื่อว่าสิ่งนี้มันจริงมาก ความรู้สึกทั้งหมดนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่ gadgets ชิ้นแรกที่ผมสั่งจาก coin kite มาถึงมือถ้าใครเคยสั่งจะรู้ว่าทาง coin kite บังคับให้ใช้บิทคอยน์ซื้อเพราะเค้าไม่รับบัตรเครดิตคนไทย จริงๆแล้วตอนโอนไปผมก็แอบหงุดหงิดนิดหน่อยนะ เพราะบิทคอยน์ที่ผมมีมันกำลังลดลง แต่วินาทีที่ผมแกะกล่องออกมาถือ gadget นั้นไว้ในมือ มันกลับเปลี่ยนความรู้สึกทุกอย่างผมไปหมด การเสียบิทคอยน์เล็กๆน้อยๆไปตอนนั้นมันกลายเป็นกำลังบอกผมว่า …สิ่งนี้มันจริง……. มันไม่ใช่แค่สิ่งที่เราเชื่อมั่น มันทำให้ความรู้จากคลิปที่เราฟังมาหลายร้อยชั่วโมงมันจริงขึ้นกว่าเดิมมาก มันทำให้เรื่อง POW ,hashing algorithm,difficulty adjustment,machanic ต่างๆของบิทคอยน์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนพลังงานเป็น value กลายเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าที่เราฟังมา และที่สำคัญที่สุด… มันทำให้ตัวเลขบนหน้าจอ trezor suit มันจริงขึ้นกว่าเดิมมากในความรู้สึก การเสียบิทคอยน์เล็กๆน้อยๆตอนนั้นมันทำให้บิทคอยน์ทั้งหมดในชีวิตที่ผมเก็บมา และอีกทุกๆซาโตชิที่ผมจะมีเพิ่มในอนาคต มันเป็นของจริง..จริงๆ ใครยังไม่เคยมีโอกาสใช้ sat แลกเปลี่ยนเป็นสินค้าอะไรซักอย่างจริงๆมาถือในมือ ลองดูเถอะ ใครไม่มีร้านรับ LN แถวบ้าน รีบซื้อตั๋ว #TBC2024 ด่วนเลย คุณได้ใช้ LN แน่นนอน แล้วคุณจะเข้าใจว่า “บิทคอยน์ในมือคุณเป็นของจริงแต่สำหรับบางคนนั้นจริงกว่า..” ฉันมั่นใจว่าไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใด #Siamstr ปล.จริงๆฉันไม่มีความจำเป็นจะต้องมาเล่าเรื่องนี้ในทุ่งม่วงอยู่แล้ว แต่ว่าจะเอาบทความไปนี้ไปโพสใน FB ซักหน่อย ชาวทุ่งม่วงก็อ่านเอาเพลินๆละกัน 🥰
ตอนเริ่ม พ่อมีเงินเท่าไหร่.. ผมชอบที่จะเป็นคนไปรับไปส่งลูกชายไปโรงเรียน โรงเรียนนางอยู่ไกลเหมือนกัน ต้องขับรถประมาณเกือบครึ่งชม. สำหรับต่างจังหวัดนี่ไม่เรียกว่าแถวบ้าน ซึ่งโรงเรียนไกลบ้านแบบนี้ จริงๆก็ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ แต่ที่เมืองชล โรงเรียนนอกระบบที่โอเคมันมีตัวเลือกน้อยเหลือเกิน แต่ไอ้ความไกลนี่แหละมันทำให้ช่วงเวลาที่ผมอยู่บนรถกับลูกชาย กลายเป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพมาก นางจะชอบถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ตลอดเวลา แม้ส่วนใหญ่จะติดโม้เรื่อยเปื่อยซะเยอะ เมื่อวานนางโม้เรื่องเกมส์แต่งรถซิ่งของนางอยู่ นางว่านางซื้อรถรุ่นนู้นนี้มา ใส่ของแต่นู่นนี่ ทำได้ 2 พันกว่าแรงม้า ใช้เงินไปหลายล้าน (หน่วยเงินในเกมส์มันคืออะไรก็ไม่รู้ แค่ turbo ก็ลูกละหลายแสนแล้ว) ผมฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ โดยปกติผมไม่ชอบให้นางเล่นเกมส์ แต่นางก็จะแอบไปยืมมือถือยายมาเล่น และนี่หน่วยเงินในเกมส์คุยกันเป็นหลักหลายๆล้านอีก ผมยิ่งกลัวนางจะไม่เข้าใจมูลค่าและราคาที่จะต้องจ่ายเพื่อให้ได้เงินมา ขณะที่นางกะลังเล่าอย่างเมามัน และผมก็เออออห่อหมกไปตามเรื่อง จู่ๆนางหันมาถามผมว่า ”พ่อบอกปั๊งหน่อย แต่ละร้านพ่อใช้เงินเท่าไหร่“ ผมแอบแปลกใจเล็กๆว่า เด็ก 7 ขวบสนใจเรื่องนี้ด้วยรึ แต่ผมก็เล่าไปตามจริง ผมสาธยายถึงสาขาต่างๆว่าอันไหนเท่าไหร่บ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้เงินมากกว่ารถซิ่งในเกมส์ของนางทั้งสิ้น แล้วนางก็ถามผมอีกว่า ”แล้วตอนเริ่มร้านแรกพ่อมีเงินเท่าไหร่ ทำไมพ่อถึงทำเพิ่มได้เป็น(X)ๆ” เป็นคำถามจากเด็ก 7 ขวบที่ผมค่อนข้างตกใจ แปลว่านางรู้ว่า ไม่ใช่ว่าเริ่มต้นก็มีเงินลงทุนได้เลย แปลว่านางเข้าใจว่า มันต้องใช้การสะสมทุนและนางก็ยังรู้ด้วยว่ามันต้องไม่ง่ายแน่ๆ ผมรู้ทันทีว่าไอ้ความคิดเชิง critical แบบนี้ มาจากเกมส์ที่นางเล่นชัวร์ ผมไม่น่าจะเคยสอน แม้อยากสอนก็ไม่รู้ว่าจะสอนยังไง มันต้องมีประสบการณ์ชีวิตพอสมควรกว่าที่เราจะเข้าใจว่าโลกมันไม่ง่ายเลย แต่ลองนึกๆดู ถ้าต้องเล่นเกมส์โดยที่ไม่สามารถเติมเงินได้ ไอ้ความคิดเชิงวิพากษ์แบบนี้มันคงจะถูกเร่งเร้าขึ้นมาเองอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้องแข่งในสมรภูมิเดียวกับคนที่ใช้เงินเติมเป็นส่วนใหญ่ แม่งเหมือนสอนระบบโลกให้ลูกฉันเลย ใครเติมได้รถคนนั้นแรงกว่า ใครกู้ได้คนนั้นชนะ เกมส์ที่ผมพยามไม่ให้ลูกเล่น มันมีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง แต่ก็นั่นแหละ คำถามของนางถือว่าเข้าทางผมมาก ผมเลยตอบแบบขิงหน่อยๆใส่นาง “ตอนเริ่มพ่อมี..ศูนย์ จริงๆติดลบด้วย“ แล้วผมก็สาธยายถึง POW ของปู่และย่าของนาง เล่าไปถึงกว่าที่ผมจะทำสาขาแรกได้ ต้องผ่านอะไรบ้างและเราต้องชะลอการบริโภคกันขนาดไหนถึงจะสะสมทุนให้มากพอเพื่อไปซื้อสินค้าประเภททุนได้ ทั้งหมดเพื่อพยามจะให้เค้าเห็นว่า ..เกมส์ที่พ่อเล่น พ่อก็ไม่ได้เติมเหมือนกัน.. แม้จะบอกไม่ได้ว่าเกมส์นี้เราจะชนะมั้ย แต่การเล่นแบบนี้จะทำให้เรามีโอกาสในการอยู่ในเกมส์นี้ต่อไปอีกนาน และถ้านานพอ วันนึงเราจะชนะ ในการคุยกันเมื่อวาน นางตั้งใจฟังมาก มีการตอบรับและถามกลับถึงรายละเอียดเกือบทุกประโยค ”ติดลบคืออะไร?“ ”เป็นหนี้คืออะไร?“ ”ทำไมปู่ไม่มีทุน?“ ”ทำไมย่าต้องทำขนมแต่ไม่ได้เงิน?“ หลายๆคำถามของนางทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบโลกปัจจุบันมันชวนให้ถูกตั้งคำถามจริงๆ ขนาดเด็ก 7 ขวบยังเห็นว่ามันไม่ปกติ แต่คนโดยส่วนใหญ่กลับเลือกที่จะโอดครวญและเรียกร้องความช่วยเหลือแทน พีคสุดคือประโยคสุดท้ายของนาง “พ่อ..พอปั๊งโตขึ้น พ่อไปทำอย่างอื่นได้มะ.!? ปั๊งอยากเป็นคนทำร้าน” ฉันรู้ตัวเลยว่า แก่ไปห้ามกะโหลกกะลานะ พ่อเจ้าพระคุณไล่ฉันออกล่วงหน้าไว้ตั้งกะวันนี้แล้ว 555555 ถึงตอนนั้นคงต้องแข่งกันแล้ว ใครสร้าง values ได้มากกว่าก็ได้ทำไป #GM #Siamstr
@nickydev Wherostr ของผมเข้าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่เข้าไม่ได้ ที่เข้าได้ก็หมุนอยู่หน้าแรกเป็นนาที ผมไปตั้งค่าอะไรไม่ถูกต้องรึเปล่าครับ เป็นมาอาทิตย์กว่าละ ตอนนี้ผม zap ผ่าน wherostr ได้ที่เดียว กลัวว่าพรุ่งนี้มียาส้ม เด๋วจะได้เสพคอนเทนท์ฟรีซะอย่างนั้นอีก 😂 ปล. ios 17.5.1
#Toffeecakechonburi LN Monthly Report ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือน มิถุนายน เมษา 24 มี transaction ทั้งหมด 19 ครั้ง รวม 219,508 sat พค 24 มี transaction ทั้งหมด 28 ครั้ง รวม 425,595 sat มิย 24 มี transaction ทั้งหมด 18 ครั้ง รวม 178,423 sat เดือนนี้จำนวนการทำธุรกรรมน้อยลงไปเยอะเลย(18 tx) เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว(28 tx) แต่ก็ถือว่าเยอะพอสมควรถ้าเทียบกับระดับแค่ประมาณ 10 ครั้งในช่วงต้นปี ผมเองพยามหาเหตุผลอยู่เหมือนกัน ตอนแรกเองคิดว่าปัจจัยเรื่องราคาของบิทคอยไม่น่ามีผลกับ bitcoiner อย่างเราๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าจะมีผลต่อความรู้สึกแน่นอน อย่างถ้าเดือนที่แล้วขนมเรากล่องละประมาณ 3,400 sat เดือนนี้อาจต้องใช้เงินถึง 4พันกว่า sat สำหรับขนมกล่องเดิม ยิ่งเข้าไปดูในรายละเอียดก็พบว่าการใช้งาน LN จะไปหนาแน่นช่วงต้นเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาบิทคอยอยู่ในระดับใกล้ๆไฮท์ แล้วความถี่การใช้งานก็ลดลงตามราคาตลาดเลย ผมเลยลองเพิ่มกราฟ บาท/sat เข้าไป(เส้นสีฟ้ารูปที่ 2 ) คือหมายถึงต้องใช้กี่ sat เพื่อซื้อเงิน 1 บาท เพื่อดูว่ามีความสัมพันธ์กับปริมาณการใช้ LN อย่างมีนัยสำคัญมั้ย กราฟออกมาน่าสนใจเหมือนกันนะ จะเห็นว่า ตลอดช่วงที่ใช้ sat ซื้อเงินบาทน้อยลง การใช้งาน LN จะเพิ่มขึ้น ใจผมอยากจะสรุปเหลือเกินว่า… “การลดลงของมูลค่าเงินเฟียทมีผลช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยบิทคอย“ อยากจะเอาไปเถียงกับคนที่บอกว่าการ deflation ของเงินจะทำให้คนไม่ใช้จ่าย แต่ต้องยอมรับว่าด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ยังคงน้อยมากและระยะเวลาที่สั้นเกินไปคงจะยังสรุปเช่นนั้นไม่ได้ หรือทั้งหมดอาจจะแค่ชาว bitcoiner ไม่ได้อยากจะซื้อขนมเราแค่นั้นเอง …ลองดูกันไปยาวๆละกัน ปล.ยอดขายที่ร้านค่อนข้างดีสวนทางกับการใช้ LN นะ เผื่อใครสงสัยว่าอาจเป็นที่ตลาดโดยรวม 😘 #GA #siamstr
หลังจากฟัง bitcoin talk เมื่อวาน ฉันก็รีบวางแผนเกษียณทันที 🤭 #siamstr image
#Toffeecakechonburi LN Monthly Report ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือน พฤษภาคม มีค 24 มี transaction ทั้งหมด 20 ครั้ง รวม 337,885 sat เมษา 24 มี transaction ทั้งหมด 19 ครั้ง รวม 219,508 sat พค 24 มี transaction ทั้งหมด 28 ครั้ง รวม 425,595 sat ATH อีกแล้ว เดือนนี้ผมตื่นเต้นมาก มีการใช้งาน LN ที่ร้าน 28 ครั้ง แปลว่ามีการใช้งานเกือบทุกวันเลยทีเดียว ที่สำคัญ เฉลี่ยปริมาณการใข้งาน อยู่ที่ 15,200 sat/Tx คิดเป็นเงินบาทได้ประมาณ 380 บาท/ใบเสร็จ ซึ่งนั่นเท่ากับ ยอดขาย/ใบเสร็จ ของที่ร้านพอดี มันแปลว่า ผู้ที่ใช้งาน LN ไม่ได้มองว่าเป็นการลองใช้งานสนุก ซื้อขนมทานเล็กๆน้อยๆแบบนั้น แต่เป็นการใช้เป็นเงินกันจริงจังเทียบเท่ากับที่ใช้เงินบาทเลย..!!! การใช้งาน 28 ครั้งในเดือนที่ผ่านมา อาจไม่ได้ดูเยอะมากมายอะไร แต่ถ้ามองการเติบโต จากเดือนๆแรกที่ผมเริ่มเก็บข้อมูล นี่คือ 200-300% เลยนะ ยิ่งถ้ามองไปถึงตอนที่ผมเริ่มรับ LN ใหม่ๆ เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีการใข้งานตกเดือนละ 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง การ adopt กำลังค่อยๆเกิดจริงๆไหม ผมคงยังไม่กล้าฟันธง แต่สิ่งที่ได้กระตุ้นการใช้งานที่ร้านเราแน่ๆ คงหนีไม่พ้น การที่ร้านเราได้รับเกียรติไปอยู่บน content ของ @Right Shift แทบทุกคอนเทนต์ ยอดการใช้งาน LN ที่เติบโตน่าจะเป็นตัวชี้วัดได้พอสมควร กราบเท้าทีมงาน RS ทุกท่าน โดยเฉพาะประธาน @SOUP ไม่หลับไม่นอน ขยันตัดเหลือเกิน😘😘😘 และกราบลูกค้าผู้มีพระคุณทุกท่าน ทุกๆซาโตชิของท่าน มีความหมายกับเรามากกก🥰🥰🥰 #siamstr
ถ้าวันนั้นไม่มี Satoshi วันนึงคงจะ another Satoshi ที่พาโลกเข้าสู่ตลาดเสรีอยู่ดี และหลังจากนั้นในวันนึงคงจะมี another fiat จนได้ จะเสรีหรือผูกขาด มันคงเปลี่ยนกลับไปกลับมาแบบนี้ตลอดไป …เป็นพลวัต…. กิเลสมนุษย์ต่างหากที่จีรังยั่งยืน กิเลสมนุษย์ต่างหากที่ทำให้ไม่มีสิ่งใดยืนยงคงกระพันได้ กิเลสมนุษย์นี่แหละที่ทำให้ระบบนิเวศน์นี้สมดุล ”ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว“ จารย์แชมป์ไม่ได้กล่าว #siamstr @PIGROCK image
#Toffeecakechonburi LN Monthly Report ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือน เมษายน กพ 24 มี transaction ทั้งหมด 10 ครั้ง รวม 149,963 sat มีค 24 มี transaction ทั้งหมด 20 ครั้ง รวม 337,885 sat เมษา 24 มี transaction ทั้งหมด 19 ครั้ง รวม 219,508 sat เดือนนี้จำนวนการใช้งานยังอยู่ในระดับสูงอยู่ น้อยกว่าเดือนที่แล้วแค่ครั้งเดียว (ซึ่งเดือนที่แล้วมีการใช้ LN ที่ผมถือเป็น outlier อยู่นะ) แต่ที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดคือ sat/tx ก็เข้าใจได้ เพราะช่วงต้นเดือนราคามันสูงอยู่ ผมเลยเพิ่มกราฟ satoshi vs fiat ขึ้นมาอีกอัน เพื่อดูการใช้งานในหน่วยเงินบาท (ขออนุญาตไม่โชว์ตัวเลขนะ มันเป็นข้อมูล sensitive อยู่หน่อยๆ) ความชันของกราฟที่แตกต่างกัน จะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนของราคาด้วย ผมคาดหวังว่าในอนาคตยาวๆเราคงจะเห็นกราฟที่ถ่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายถึงการใช้งานLNที่มากขึ้น และมูลค่าเงินบาทที่ลดลง ที่น่าสนใจอีกอันคือที่สาขาพัทยามีการใช้งาน LN มากกว่าที่อื่นอย่างมีนัยยะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีเรามีวาฬอย่าง @PIGROCK มาอุดหนุนอยู่เป็นประจำ แต่อีกเหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะ พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย คงเป็นลูกค้าจากต่างจังหวัดซะมากกว่าที่มาใช้งาน เป็นโจทย์ของผมอยู่เหมือนกัน toffee cake chonburi มีการใช้งาน LN มากที่สุดในประเทศ แต่กลับไม่ใช่คนชลบุรีที่ใช้งานเป็นส่วนใหญ่ มีเรื่องน่าตื่นเต้นอีกอันนึง คือน้อง ผจก.สาขาพัทยา ตอนนี้ตาแดงแจ๋เลยย..วันก่อนโทรมาถามผมว่า เป็นไปได้มั้ยที่เค้าจะขอรับเงินเดือน 10% เป็นบิทคอย !!!!!! ผมเองไม่เคยป้ายยาจริงจังนะ มีแค่แจกหนังสือกับส่งคลิปให้ดู แล้วก็เน้นแสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรในชีวิตบ้าง แต่ผมเชื่อว่าการได้เห็นว่ามันใช้งานได้จริงๆ เป็นส่วนสำคัญมากที่ทำให้เค้าเชื่อมั่นในบิทคอย นี่หมายความว่าสำหรับ ecosystem ที่เป็น LN ในร้านของผม มันเริ่มจะเป็น Loop แล้วนะ cash มันมีที่ให้ flow แล้ว ซึ่งนี่เป็นส่วนสำคัญของกิจการที่ adopted LN มาใช้งานเลย ผมยังไม่รู้หรอกว่าในทางปฏิบัติจะทำได้จริงไหม สะดวกแค่ไหน ยาวนานแค่ไหน น้องเค้าจะมีความหวั่นไหวกับราคาที่มันสุดแสนจะสวิงไหม แต่ผมตื่นเต้นกันเรื่องนี้ชะมัด..!! #siamstr
ประเทศไทยแม่งมีแค่ 8 เดือน กิจการหลายๆกิจการ มีโปรดักส์หรือบริการที่มีความเป็น seasonal มีช่วงที่ขายดีขายไม่ดีคล้ายๆกันในแต่ละปี เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างมากที่เราต้องเก็บสถิติยอดขายตลอดทั้งปี อย่างน้อย 2-3 ปี เราถึงจะเริ่มเห็นความเป็น seasonal ของโปรดักส์ของเรา เพื่อที่จะคาดเดาความต้องการของตลาดที่จะมีผลไปถึงเรื่องการเตรียมพร้อมของวัตถุดิบและกำลังการผลิต ซึ่งสำคัญมากกกก (เรื่องความเป็นซีซั่นนอลนั้น ถ้าดูที่มาที่ไปกันลึกๆจะพบว่าแม่งอย่างเฟียต) การเก็บสถิติของกิจการนั้นเป็น POW ต้องใช้เวลาและเร่งไม่ได้ ธุรกิจที่มีอายุมากกว่าจะมีความได้เปรียบคู่แข่งที่เพิ่งเริ่มต้นมาแค่ปีสองปีโดยปริยายอยู่แล้ว เพราะจะมีความสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและกำลังผลิตได้ใกล้เคียงความต้องการตลาด นี่ยังไม่รวมถึงธุรกิจที่เคยผ่านเหตุการณ์ที่เป็น black swan มาอย่างโควิด กิจการเหล่านั้นค่อนข้างยั่งยืนและแข็งแกร่งมาก และมันจะพันไปถึง seasonal ของสินค้าและบริการของบรรดา supplier ใน supply chain ของเราด้วย ในร้านของผม วัตถุดิบจำพวก เม็ดมะม่วง แป้ง เนย มักที่จะมีช่วงนึงในปีที่ชอบขาดตลาด เราจำเป็นต้องรู้ซีซั่นของมัน เพื่อจะวางแผนได้ แต่ยังไงซะกิจการสเกลประมาณผมค่อนข้าง suffer ในเรื่องนี้ เราใหญ่เกินกว่าร้านค้าส่งในจังหวัดจะสต๊อกสินค้าให้เราได้ แต่เราก็เล็กเกินกว่าที่โรงงานผู้ผลิตจะมาดูแล หากจะมีของขนาดตลาดโรงงานผู้ผลิตมักเลือกที่จะรักษาลูกค้ารายใหญ่ๆของเค้าไว้ก่อนเป็นธรรมดา ส่วนเราต้องยอมไปวิ่งหาซื้อของแพงตามร้านค้าส่งที่ก็ไม่ค่อยจะอยากขายให้เราอยู่ดี เพราะถือว่าเราเป็นพวกลูกค้าฉาบฉวย เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจดีเป็นกลไกธรรมดาของตลาด สิ่งไหนสต๊อกล่วงหน้าได้ก่อนดีไป บางอย่างสต๊อกไม่ได้ก็ต้องว่าไปตามสภาพ แต่ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจคือสินค้าประเภท“คน” โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่พนักงานของเรา ในช่วง 5-6 ปีมานี้ ผมมีทั้งเพิ่มสาขา รีโนเวท และย้ายร้าน รวมๆแล้วเกือบ 10 ไซส์งาน เป็นที่รู้กันดีว่า คนงานก่อสร้างจะปล่อยเกียร์ว่าตั้งแต่ ต้นเดือน ธันวาคม ถึงแม้ว่าวันหยุดจริงๆจะแค่ช่วง 4-5 วันตอนปลายเดือน แล้วพอเดือนมกรา ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมาทำงานกันตั้งแต่ต้นเดือนด้วย ถ้าโชคดีหน่อย อาจจะมากันช่วงกลางเดือน แต่ก็ยังคงจะเกียร์ว่างอยู่ จะทำงานกันจริงๆอาจต้องรอถึงเดือนกุมภา แล้วทุกครั้งที่คนงานกลับบ้าน อย่าได้คาดหวังว่าจะกลับมาทำงานกันครบทุกคน แล้วพอเดือนเมษา ก็เริ่มเกียร์ว่างกันตั้งแต่ต้นเดือนใหม่อีกแล้ว และในช่วง กุมภา-มีนา progress งานก็ไม่ค่อยจะคืบหน้ากันเท่าไหร่อีกด้วย เอาเข้าจริงผมนับเวลาทำงานจริงๆของบ้านเราได้ 8 เดือนเท่านั้นเอง พวกพี่ทำงานกันเป็น seasonal หรือวะนี่ แต่ค่าใช้จ่ายมันมีทุกวันนะเว้ย..อยู่กันได้ยังไงนี่ ฉันไม่เข้าใจ!! งานก่อสร้างที่ร้านของผม ไม่มีงานไหนเลยที่ส่งงานกันในช่วงธันวา-เมษา เรื่องนี้ค่อนข้างส่งผลหนักนะ ถ้างานโปรเจค 6 เดือน แล้วบังเอิญไปเริ่มงานก่อนเดือนธันวา ไม่ว่าผู้รับเหมาจะมีเทคนิคการก่อสร้างรวดเร็วขนาดไหน ผมบวกเวลาเพิ่มไปล่วงหน้าเลยเป็น โปรเจค 10 เดือน ลามไปถึง ผมจำเป็นต้องทำสัญญาเช่าที่ และทำแบบดีไซน์รวมไปถึงขออนุญาตก่อสร้างให้เสร็จภายในช่วงก่อนเดือน 4 เพราะถ้าได้เริ่มงานเดือน 5 คือมีประสิทธิภาพที่สุด ถ้าช้ากว่านั้นคือเข้าหน้าฝน จะมีปัญหากะงานฐานราก และถ้าช้ากว่านั้นอีก schedule งานจะไปชนเดือน 12 อีกจนได้ แต่บางทีเราควบคุมจังหวะที่จะมีทำเลที่โอเคเข้ามาไม่ได้ ถ้ามีแล้วก็ต้องเอาไว้ก่อน ทำให้เราต้องจ่ายค่าเช่าไปเฉยๆโดยที่ยังทำอะไรไม่ได้ ถือเป็นราคาค่าโอกาส อย่างที่สาขาศรีราชา ผมจ่ายค่าเช่าฟรีไป 1 ปีเต็มๆ และเมื่อไหร่ที่เรามีเรื่องเวลาเข้ามาบีบ ทุกๆอย่างจะแพงเสมอ (ตัวอย่างเช่นใบอนุญาตเป็นต้น 55555) ถ้าผมไม่ออสเตรียน ถ้าผมใช้เงินแบงค์ ทุกอย่างคงอยู่บนความเร่งรีบและความเครียดตลอดเวลา การตัดสินใจบนสภาวะแบบนั้น คงจะไม่ออกมาดีแน่นอน #Siamstr ปล.รูป progress งาน 1 เดือน ในช่วงเมษายน ได้ footing มา ฉันก็ประทับใจแล้ว 🥰 ปล.2 ผู้รับเหมาผมโอเคมากนะ เป็นผู้รับเหมาคู่บุญเลย แต่เรื่องคนงานพี่เค้าเองก็ยังจัดการไม่ได้ ปล3.ผมไม่มีสัญญาเรื่องค่าปรับหากงานล่าช้า แต่เพื่อเทรดออฟกับเรื่องอื่นที่ผมมองว่าคุ้มค่ากว่า และต้องออสเตรียนเท่านั้นนะถึงทำได้ image