ชื่อรายดี's avatar
ชื่อรายดี
timidrice99@siamstr.com
npub14erp...uh7s
To a Better Life with Bitcoin Stack for food
เอ๊ๆๆ มายังไง มาได้ไง เราไปทำอะไรไว้ badge กุ้งกระทะ 🤣 เจ้าของ badge ชอบกินกุ้งใช่มั้ยยย #siamstr image
🧐 รีวิวแบบสั้นๆ 4 เว็บที่ใช้เข้า nostr สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากลองใช้บน PC 💻 - noStrudel เว็บยอดฮิต ถ้าขี้เกียจอ่านเยอะ ตัวนี้ จบ! ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แนะนำมา การแสดงผล: แสดงแบบเต็มหน้าจอ สุดขอบซ้ายขวา ตัวหนังสือใหญ่ ชอบมาก ดูเต็มตาเห็น content เยอะดี ฟังก์ชันการทำงาน: มีเมนูเยอะมากกกก มีข้อมูล stats ต่างๆ มีหน้า badge, tools, setting อะไรไม่รู้เต็มไปหมด อย่างอื่นที่ชอบ: เวลา write note มันแสดง preview แบบ real time ด้วย, copy รูปมา paste ได้ด้วย, อยากดูแต่รูปก็แสดงเฉพาะรูปบน feed เป็นเหมือนแกลลอรี่ได้, มี popular relays ให้เลือก add ได้ด้วย - Primal การแสดงผล, ฟังก์ชันการทำงาน : เหมือน Twitter - Snort, iris สองเว็บนี้ทำไมหน้าตามันเหมือนกันเป๊ะก็ไม่รู้ เปลี่ยนแค่ชื่อเว็บแค่นั้น การแสดงผล: เหมือนแค่เอา feed มาต่อๆ กัน จบ. น่าจะเหมาะกับคนชอบ minimal https://next.nostrudel.ninja/ https://iris.to/ ปล. คำว่า strudel เป็นชื่อขนมชนิดนึงที่ทำจากแป้งพายอบ นิยมใส่ไส้แอปเปิ้ล เป็นขนมประจำชาติของออสเตรีย ไม่รู้ว่าเจ้าของชอบหรือจะบอกว่ามาจากออสเตรีย รูปน่ารักเชียว โพสต์จาก #noStrudel #siamstr
โพสต์นี้ไม่มีอะไร เพื่อ badge เท่านั้น ❤️ ติด tag #siamesebitcoiners #siamstr
สถาบันสถาปนา ได้ยินชื่อเสียงมานาน แล้วได้ยินอาจารย์ตั๊มพูดถึง 2 ครั้งแล้วใน Meb ก็ลดอยู่ มี epub ด้วย ก็เลยขอเก็บไว้ซักหน่อย #siamstr #foundation #ebooks
Meb กำลังจัดงาน #สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ทั้ง 3 เล่มนี้ลดหมดเลย ซื้อจากเว็บ mebmarket กับ App บน Android จะเห็นลดราคาทุกเล่ม แต่ถ้าซื้อจาก App บน iPadOS จะเห็นไม่ลดบางเล่ม ปล. สำหรับเล่ม Bitcoin Standard เห็นอาจารย์ตั๊มบอกว่า กำลังจะออก version ใหม่ เรียบเรียงให้อ่านง่ายขึ้น รอก่อนดีกว่า ปล2. ทุกเล่มมีทั้ง version pdf และ epub (ซื้อแล้วได้ทั้งคู่) ยกเว้น Bitcoin Standard มีแต่ pdf ดังนั้นเล่มนี้ควรรอก่อน ปล3. ซื้อจาก Meb อ่านได้แค่บน App Meb และ Meb E-Reader (สำหรับเครื่อง E-Reader Android) อ่านรีวิวสั้นๆ ได้ที่โพสต์เก่าของเรา #siamstr #meb #ebooks
กำลังจะปรับแผนการเงินส่วนตัวใหม่ ที่ตอนนี้เป็นหนี้บ้านอยู่ด้วย แบบสรุปเลย อยู่ที่ย่อหน้าแรกนี้ ส่วนเหตุผลอยู่ด้านล่าง จากเดิมที >> โป๊ะนิดหน่อยตามโอกาส เงินเก็บในหุ้น 90%, BTC 10% จะเปลี่ยนเป็น >> จ่ายหนี้แต่ตามเกณฑ์ แล้วรีไฟแนนซ์บ่อยเท่าที่ทำได้ เริ่มเก็บ BTC ให้ได้ยอดตามที่ต้องการก่อน (ที่คิดในใจคือ 10% ของยอดหนี้บ้าน) หลังจากนั้น แบ่งเก็บในหุ้น 50%, BTC 50% เพื่อนๆ คนไหนคิดยังไงมาแชร์กันนนน แผนนี้คิดภายใต้ระยะเวลาจากนี้ไปอีก 10 ปี คิดคร่าวๆ แบบเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวเริ่มเก็บวันนี้ (แต่ความเป็นจริงเงินเก็บจะถยอยเข้ามาในแต่ละเดือน) มีปัจจัยต่างๆ ดังนี้ - คำนวณเงินเฟ้อราวๆ 7% ถ้าเป็นการออมเงินเฉยๆ เวลาผ่านไป 10 ปี เงินต้นจะมูลค่าลดเหลือครึ่งนึง (48%) - เงินในระบบ Fiat เสื่อมค่าลง ไม่มีเหตุผลในการออมเป็นเงินบาทเลย เลยจะเก็บบาทไว้แค่เท่าที่พอใช้ 6 เดือน - ยอดหนี้ คำนวณแบบง่ายๆ ว่าไม่จ่ายหนี้เลย คิดดอกเบี้ยที่ 7% เวลาผ่านไป 10 ปี ดอกทบต้น ยอดหนี้จะขึ้นไปเกือบ 2 เท่า (196%) - แต่เราผ่อนตามปกติ จ่ายหนี้แล้วลดต้นลดดอก มันก็จะไม่ขึ้นไปถึงเลข 2 เท่านี้ และจากการรีไฟแนนซ์ เรทดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่านี้ - จากระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราถือหุ้น INTUCH และตัวอื่นๆ ราคาแทบไม่ไปไหนเลย ยังดีว่าได้ดอกเบี้ยบ้าง - กับผลประโยชน์ด้านลดหย่อนภาษี - นี่คือเหตุผลที่ยังมีส่วนที่จะออมในหุ้น - แต่ที่ลดสัดส่วนในหุ้น เพราะเราไม่ชอบการแทรกแซงต่างๆ จากรัฐบาล มาตรการต่างๆ ในอนาคต เช่น เพิ่มการเก็บภาษี - ไม่ชอบกลโกงในตลาด การครอบงำของกลุ่มทุนใหญ่ GULF ซื้อ INTUCH - เชื่อมั่นในเงินสร้างยาก และจำนวนที่จะปั้มเพิ่มขึ้นไม่ได้ 21m BTC แนวคิดต่างๆ ของ BTC - ดังนั้นเมื่อเทียบ BTC กับเงิน Fiat ที่เสื่อมค่าในอนาคต มูลค่า BTC ก็ควรสูงขึ้น - เงินเฟ้อ 7% (คิดเรทเดียวกับดอกเบี้ยบ้าน) มูลค่า BTC ก็น่าจะขึ้นด้วยเรทพอๆ กัน - ถ้าคิดเป็นเงินก้อนใหญ่เริ่มเก็บ BTC วันนี้ 10 ปีผ่านไปมูลค่าน่าจะขึ้น 2 เท่า แต่ความเป็นจริงเงินเก็บจะทยอยเข้ามาในแต่ละเดือน ดังนั้นช่วงแรกของแผนนี้คือรีบเก็บ BTC ให้ได้ตามที่ต้องการให้ได้เร็วที่สุดก่อน สุดท้าย เราคิดว่าเมื่อครบ 10 ปี ยอดหนี้เงินต้นเราน่าจะเหลือน้อยมากแล้ว ถึงตอนนี้ค่อนคิดว่าจะเอายังไงกับยอดหนี้ที่เหลือ!! #siamstr
ยาส้ม ยาม่วง ยาแดง รู้จักแต่ยาส้ม พอเข้าใจว่ามันคือการป้ายยา ให้รู้จัก Bitcoin ใช่ปะนะ แล้วยาสีอื่นๆ คืออะไร มียาสีอื่นอีกมั้ย #siamstr
รู้จัก Bitcoin ครั้งแรกหลายปีก่อนจากแชร์ลูกโซ่ MMM Global มันเป็นเว็บนึงหน้าตาบ้านๆ ระบบทำเป็นเหมือนให้เราแชร์แบ่งปันเงิน BTC ให้ผู้ที่ต้องการใช้ โดยมันจะเริ่มจากส่ง address ให้เราส่งให้คนอื่นก่อน จากนั้นเมื่อครบกำหนดเวลา ถ้าเราต้องการใช้เงินเราจะสามารถเบิกคืนได้พร้อมผลตอบแทน โดยระบบก็จะส่ง address ของเราให้คนอื่นส่ง BTC ให้เรา แต่ถ้ายังไม่อยากใช้ก็ปล่อยไว้ในระบบต่อไป ยอดผลตอบแทนก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้น 1 BTC ราคาราวๆ 20-26k บาท มั้งนะ history ยังอยู่บน coins. co. th อยู่เลย แต่ตอนนั้นไม่ได้เบิกออกมาจากเว็บเลยหลัก 😅 หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเว็บก็ถอนไม่ได้ บินไป มีการพยายามสร้าง MMM Thailand ด้วย แต่ก็บินอีก แต่ประเด็นอยู่ที่ ในเว็บนี้แต่ละวันจะมีงานให้เราทำ เช่น โปรโมท Bitcoin, Platform ด้วยการแชร์ YouTube, Facebook มีคลิปเล่าเรื่องการเงินและธนาคาร เราเป็นคนชอบเรื่องเงินทองอยู่แล้วก็นั่งฟัง ตอนนั้นรู้สึกอินมากๆ รู้สึกเปิดโลก ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับ #ExitTheMatrix มากที่สุดน่าจะเป็นตอนนี้หละ แต่ก็มาซาลงตอนเว็บ MMM บิน แถมโดนซ้ำกับตอน bx ปิดด้วย ตอนนั้นคิดว่าทุกอย่างคงจบแล้ว แนวคิดดีแต่ไปไม่รอด หลังจากนั้นก็ได้รู้เรื่อง ICO เราไม่ค่อยสนใจ แต่แล้วมาเจอเรื่อง DiFi อันนี้ก็เอากับเขาด้วยก็เจ๊ง พวกนี้ช่างมันละกัน จนกระทั้งมาถึงยุคของการเทรดเหรียญ coin ล้วนๆ ช่วงนี้มีเพื่อนแนะนำ อาจารย์ตั๊มเริ่มเข้ามาในชีวิต 😂 ต้องขอกราบขอบพระคุณสำหรับความรู้ต่างๆ ที่มอบให้แก่ชุมชน ตามดู live แทบทุกอาทิตย์เลย ... ในตอนแรกเราคิดว่าถ้าชีวิตเรามั่นคงพอแล้ว ปลดหนี้หมดแล้ว วางแผนอนาคตดีแล้ว ทุนสำรองพร้อมแล้ว หลังจากนั้นรายได้ส่วนที่เหลือก็น่าจะออมด้วย BTC 100% ได้ ... แต่พอได้ความรู้มากขึ้น ได้มานั่งคิดกับตัวเอง หรือว่าจริงๆ แล้วอนาคตมันคือ Bitcoin กันแน่ ความคิดที่วนเข้ามาบ่อยๆ คือ ถ้าเรากินข้าว 500 บาทต่อวัน ออมไว้ 500 บาทสำหรับตัวเรายามเกษียณ อยากอยู่กี่ปีก็ออมไว้เท่านั้น 😅 แบบนี้ก็ดูเข้าใจง่าย แต่ความเป็นจริงเราต้องเจอเรื่องการด้อยค่าของเงิน ตอนเกษียณถ้าเราอยากกินเท่าเดิมอาจจะต้องจ่ายเป็นพันหรือหลายพัน ดังนั้นมันน่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างเงินด้อยค่าที่ด้อยค่าแน่ๆ จากประวัติศาสตร์ กับอนาคตของ Bitcoin ปัจจุบันเราเองยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า bitcoiner หรือ #ExitTheMatrix แล้ว เพราะเหมือนว่าเราจะเข้าใจแค่ในระดับการรับรู้ แต่ไม่ได้ลึกซึ้งมาก แบบเชื่อมั่นในอนาคตที่สดใสมาก จะเรียกว่าตัวเองไม่เข้าใจอย่างแท้จริงก็ได้ มันก็เลยทำให้เกิดความกลัวต่างๆ เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องหนี้สินที่ยังมี เรื่องชีวิตในอนาคต กับความเสี่ยงถ้าออมเป็น BTC only ตอนนี้การออมส่วนใหญ่เลยยังอยู่ในตลาดเดิมๆ แล้วแบ่งเป็นสัดส่วนกับ BTC 10:1 และยังหาความรู้ต่อไป เหมือนเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราไม่ได้คิดผิดนะ ฉันมาถูกทางแล้วนะ เรื่องทั้งหมดนี้วนเวียนอยู่ในความคิดเราไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง เลยขอเรียบเรียงความคิดของตัวเองไว้ตรงนี้ละกัน นั่งเฝ้าอ่าน tag #ExitTheMatrix ของเพื่อนๆ อยู่นะ #ThaiNostrich #Siamstr #Bitcoin #MMMGlobal
ไหนๆ ก็พูดถึงไปแล้ว เผื่อมีคนสนใจ Layered Money กำลังลดราคา เป็น eBook แบบ ePub อ่านได้แค่จากใน app Meb นะ มี Sample ให้ทดลองอ่านดูก่อนด้วย #ThaiNostrich #Siamstr #ebook #ereader #LayeredMoney image
ขึ้นเล่มใหม่ ebook ภาษาไทยเล่มแรกที่ซื้อ ทดสอบโพสต์จาก app Damus นี่ upload รูปง่ายกว่าบน Amethyst #ThaiNostrich #Siamstr #ThailandZapathon #ebook #ereader #boox #LayeredMoney
ยังคงอยู่กับ eBook Reader สลับเล่มบ้างแก้เบื่อ วันนี้อ่านหนังสือไทย Layered Money แต่ขอสารภาพ เลยว่า The Bitcoin Standard ที่ซื้อมาเป็นเล่มยังอ่านไม่จบ 😂 ส่วนเล่มใหม่นี้ ซื้อจาก App Meb (โพสต์นี้เลยจะเป็นเหมือนเล่า review app หน่อยๆ) ที่ตอนนี้น่าจะเป็น app เดียวที่ขายหนังสือแบบ epub ภาษาไทย ตอนซื้อมาก็จะได้ 2 แบบเลยคือ epub, pdf แต่อ่านได้แค่จาก app ของเขานะ แล้วพวก ereader นี้ จะมีบางรุ่นที่ลง app จาก play store ได้ ทาง Meb ก็เลยมีการทำ app สำหรับ ereader โดยเฉพาะ ชื่อ Meb E-Reader โดยจะตัดร้านหนังสือไป ให้ซื้อจากเว็บหรือ app หลักแล้ว sync มา และปรับ UI หน้าหลัก จาก page scroll เป็น page turn ลด animation การเปลี่ยนหน้า เพื่อให้เหมาะกับเครื่อง ereader ที่ช้ามาก ดูแค่นี้พอจะรู้เลยว่า Meb เขาจริงจังมาก แต่กับอีก App Ookbee ที่อยู่มานานกว่า เราแปลกใจตรง แค่การเปลี่ยนหน้ายังไม่มีแบบแตะเพื่อเปลี่ยนหน้า ต้องปัด swipe เท่านั้น และหนังสือก็แพงกว่า อย่าง Layered Money นี่ Ookbee ราคา 249 บาท มีแต่แบบ pdf แต่ Meb มีโปรลดเหลือ 211 บาท มีทั้ง pdf, epub ... ขอจบเท่านี้ ไปอ่านต่อละ แว๊ปปปป 🐇🕳️ #ThaiNostrich #Siamstr #ThailandZapathon #ebook #ereader #boox #layeredmoney image