1BTC=1BTC 1 year ago ความยากลำบากในการได้มาซึ่งความรู้ในสมัยก่อน ผู้คนต้องใช้ความอดทน ความเพียรพยายาม และสติปัญญาในการแสวงหาวิชา หรือเปรียบเสมือนการแสวงหาสินค้าที่มีค่านั่นเอง GM.☕️ #siamstr
1BTC=1BTC 1 year ago ลองเข้ามาฟังกันนะครับ ตอน BTC เจริญรุ่งเรืองและแข็งแกร่งขึ้นหลังจากผ่านการแบนของประเทศจีน🇨🇳 ได้อย่างไร #siamstr FountainBITCOIN UNFIAT by Thai Ratel • EP 19 (อ่านให้ฟัง) บิตคอยน์ เจริญรุ่งเรืองและแข็งแกร่งขึ้นหลังจากผ่านการแบนของจีนได้อย่างไร • Listen on Fountainขอต้อนรับเข้าสู่ Episode ที่ 19 ครับ ในตอนนี้เราจะลองมาคุย...
1BTC=1BTC 1 year ago ดอกบัวดูเบน เป็นบัวลูกผสมอียิปต์ มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอียิปต์โบราณ บัวชนิดนี้มีชื่อเสียงในการใช้ในพิธีกรรมและศิลปะของอียิปต์มานานหลายพันปี บัวดูเบนมีดอกสีน้ำเงินสวยงามสามารถขยายพันธุ์ทางใบได้ กลีบดอกมีกลิ่นหอม และมีสารที่มีฤทธิ์ผ่อนคลายและยกระดับอารมณ์ สารสำคัญที่พบในดอกบัวดูเบน ได้แก่ nuciferine และ aporphine ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเสริมสร้างความรู้สึกสุขสบาย ในการใช้บัวดูเบนเพื่อผ่อนคลาย ดอกบัวสามารถนำมาชงชาเพื่อดื่ม สรรพคุณของชาอาจช่วยลดความเครียดและช่วยในการนอนหลับที่ดีขึ้น นอกจากนี้ บางคนยังใช้บัวดูเบนในรูปแบบของน้ำมันหอมระเหยหรือสารสกัดเพื่อการบำบัดทางจิตใจและร่างกาย #siamstr
1BTC=1BTC 1 year ago บิทคอยน์เมื่อเปรียบเทียบกับเงินเฟียต 1. ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency and Verifiability) •บิทคอยน์: การทำธุรกรรมทุกอย่างบนบิทคอยน์ถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน ซึ่งเป็นสมุดบัญชีดิจิทัลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทุกคนสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้อย่างโปร่งใส ทำให้การทุจริตหรือการปลอมแปลงเป็นไปได้ยาก •เงินเฟียต: ระบบการเงินเฟียตที่บริหารโดยธนาคารกลางและรัฐบาล มักมีการดำเนินการที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ การพิมพ์เงินเพิ่มหรือการปรับนโยบายการเงินอาจเกิดขึ้นโดยที่ประชาชนทั่วไปไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจน 2. ความเสถียรในการสร้างมูลค่า (Store of Value Stability) •บิทคอยน์: มีปริมาณจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้มีลักษณะคล้ายทองคำที่เป็นที่นิยมในการเก็บรักษามูลค่า ไม่มีใครสามารถพิมพ์บิทคอยน์เพิ่มเติมได้ ทำให้ความเสี่ยงของเงินเฟ้อลดลง •เงินเฟียต: ไม่มีการจำกัดปริมาณการพิมพ์เงิน รัฐบาลและธนาคารกลางสามารถพิมพ์เงินเพิ่มตามนโยบายทางการเงินได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเงินเฟ้อและการลดค่าของเงิน 3. ความเป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐบาลและธนาคารกลาง (Decentralization) •บิทคอยน์: เป็นสกุลเงินที่ไม่มีการควบคุมโดยศูนย์กลาง ไม่มีรัฐบาลหรือธนาคารใดสามารถควบคุมหรือแทรกแซงได้ การทำธุรกรรมเป็นไปโดยตรงระหว่างผู้ใช้งาน •เงินเฟียต: การพิมพ์เงินและการกำหนดนโยบายการเงินถูกควบคุมโดยธนาคารกลางและรัฐบาล ซึ่งอาจมีการแทรกแซงตามนโยบายทางการเมือง 4. ความสามารถในการป้องกันการทุจริต (Fraud Prevention) •บิทคอยน์: ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ทำให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบได้ และระบบการเข้ารหัสที่เข้มงวด ทำให้การทุจริตเป็นไปได้ยาก •เงินเฟียต: ธุรกรรมเงินเฟียตยังคงมีความเสี่ยงต่อการปลอมแปลงและการทุจริต โดยเฉพาะในรูปแบบเงินสด 5. ความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (Ease of Cross-Border Transactions) •บิทคอยน์: การทำธุรกรรมบิทคอยน์ไม่จำเป็นต้องผ่านธนาคารหรือตัวกลาง การโอนเงินระหว่างประเทศสามารถทำได้รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำ •เงินเฟียต: การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบธนาคารมักจะมีค่าธรรมเนียมสูงและใช้เวลานาน 6. การปกป้องความเป็นส่วนตัว (Privacy Protection) •บิทคอยน์: ธุรกรรมบิทคอยน์ให้ความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เนื่องจากไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังคงสามารถติดตามที่มาที่ไปของธุรกรรมได้ผ่านบล็อกเชน •เงินเฟียต: ธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารมักต้องการข้อมูลส่วนบุคคลและอาจถูกติดตามได้โดยรัฐบาลหรือธนาคาร 7. การต้านทานต่อการเซนเซอร์ (Censorship Resistance) •บิทคอยน์: เนื่องจากไม่มีศูนย์กลางควบคุม การทำธุรกรรมบิทคอยน์จึงยากต่อการถูกแทรกแซงหรือบล็อกโดยรัฐบาลหรือองค์กรใด ๆ •เงินเฟียต: ธนาคารและรัฐบาลสามารถบล็อกหรือระงับการทำธุรกรรมของบัญชีธนาคารได้ตามนโยบายและกฎหมาย 8. การเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความปลอดภัย (Secure Digital Asset) •บิทคอยน์: ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ทันสมัย การจัดเก็บและการทำธุรกรรมบิทคอยน์มีความปลอดภัยสูง •เงินเฟียต: การใช้เงินเฟียตในรูปแบบดิจิทัลผ่านธนาคารออนไลน์ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กและการโจมตีทางไซเบอร์ 9. ความเป็นอิสระทางการเงิน (Financial Sovereignty) •บิทคอยน์: ให้ผู้ใช้งานมีอิสระในการควบคุมทรัพย์สินของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารหรือหน่วยงานกลาง •เงินเฟียต: ผู้ใช้งานต้องพึ่งพาธนาคารและรัฐบาลในการจัดการและควบคุมทรัพย์สิน ซึ่งอาจมีการแทรกแซงได้ #siamstr