pango's avatar
pango
pangolin.s@siamstr.com
npub1hwaq...ns92
ordinary managers don’t trust, verify! #แอคหลุมRightShift #แอคหลุมร้ายชิบ 🤍🦘
pango's avatar
pango 2 years ago
สวัสดีวันเสาร์วันธงชัย ทำบุญครบรอบวันเปิดธุรกิจวันแรก POW 20 ปีของพ่อ :) ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะคะ #siamstr
pango's avatar
pango 2 years ago
กลับมาฟังอีกรอบก็ยังมันส์อยู่ดี 😎 ยิ่งฟังไปอาบน้ำไป ยิ่งฮึกเหิมแบบงงๆ #siamstr
pango's avatar
pango 2 years ago
Industrialization has made it possible to use plant foods to mass produce substances which humans had never digested before. But just because something can be produced does not mean it should be eaten. - Saifedean Ammous, The Fiat Standard - #siamstr
pango's avatar
pango 2 years ago
คนนี้งานดีย์ ปอลอ พี่เขาจ้างมาพิมพ์ #siamstr View quoted note →
pango's avatar
pango 2 years ago
true love ❤️ #siamstr #beefstr #steakstr
pango's avatar
pango 2 years ago
Lecture 1/8 Principles of Economics 09.07.67 Wichit Saiklao : Human Action, Value and Time ฉบับเต็ม uncut version* # เนื้อหาโฟกัสที่ Austrian economics # Human Action เกิดภายใต้ช้อยของ Scarcity ทุก Human action จะมี reason เพื่อ เป้าหมาย & purpose ไม่ว่า reason นั้นจะ Correct or False Human Action เป็น mean เพื่อบรรลุเป้าหมาย Human Action มองเห็นได้เชิงกายภาพ แต่ Reason (เหตุผล) มันอยู่ในหัว จับต้องไม่ได้ เช่นเดียวกับ Need และ Want ที่จับต้องไม่ได้ เราต้องพัฒนา Reason ให้มันนำไปสู่เป้าหมายได้เร็วและบ่อยครั้งขึ้น Scarcity เป็นเรื่องสัจจะ / ถาวร Want กับ Need ไม่มีข้อจำกัด มันง่ายกว่าการสร้าง Human Action วิ่งบนแกนเวลาหรือ Time เวลาบนโลกใบนี้มีจำกัด นั่นคือ Scarcity นั่นคือ Death line หรือ When ในชีวิตเรา มันทำให้เราต้องตัดสินใจเลือก / เปรียบเทียบ Value Value ตีค่าไม่ได้ แต่เปรียบเทียบกันได้ แต่ value ไม่มีค่าคงที่ถาวร เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ # นั่นคือ Human Action is under scarcity Animal Action based on 'instinct' Human Action based on 'reason' Human มีสมองที่พัฒนาขึ้นมา เกิด rational Value Value is subjective Price ไม่เท่ากับ Value และเกิดจาก Exchange Price ไม่ได้เกิดจาก Demand & Supply มาตัดกัน (ซึ่ง Money supply มีผลมากระทบ Price ด้วยเหมือนกัน) ขยายความ Value is subjective คือ คุณค่าอยู่ในสมองของเรา ไม่ได้อยู่ใน Object ขึ้นกับเวลาและสถานที่ (PLACE & TIME condition) Making - Distributing - Retailing Maker = กลุ่มคนลงท้ายด้วย -er สร้าง output ที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น แต่สุดท้าย benefit อยู่ที่ Distributor & Retailer กลายเป็นว่ากลุ่ม Maker ยังจนอยู่ เช่น Photographer, Developer, farmer, etc. Maker เมื่อผลิต output ออกมาแล้ว เรียกว่า กระบวนการ 'Inside out' เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ออกมา แต่ตามหลัก Austrian เบียร์ที่ผลิตออกมาได้ เป็น Subjective อยู่ในสมองของคนที่อยากกินเบียร์แก้วนี้ หากอยากทำให้เบียร์มีคุณค่าต้องทำ กระบวนการ 'Outside in' มองเห็นเบียร์แก้วนี้แล้ว Appreciate / Fall in love / Fresh (สดชื่น) Retailer (พี่ชิต appreciate กลุ่มคนนี้*) จะเป็นผู้สร้างมูลค่าของสินค้าตัวนั้นขึ้นมา (ทำ Marketing & Sale) จนคนซื้อเกิด feeling / need / want ขึ้นมา ประเทศเรายังขาดการ communicate ในส่วนนี้อีกมาก ทำให้สินค้าหลายอย่างในประเทศไม่สามารถสื่อสารเชิงจิตวิทยาให้กับลูกค้าเพื่อรู้สึก appreciate ในน้ำพักน้ำแรงของ Maker เรายังพัฒนาได้อีกเยอะ (พี่ชิต ยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น & เกาหลี ที่ทำได้ดีมาก) # ดังนั้น Maker ต้องเข้าใจคำว่า Value ที่สร้างด้วยกลุ่ม Retailer # บทสรุป # Value (Money > Good > Desire/Need/Want/Drive) 1. Money = ‘the power to exchange’ (สิ่งที่ผู้คนอยากได้จริงๆ) 2. Good (สินค้าและบริการ) = Utility Good คือ mean ของ *Desire/Need/Want/Drive เช่น ซื้อโค้กเพราะอยาก feel fresh สื่อถึงว่า ‘Value is in your head’ คนเราอยากได้ Good เพื่อ fulfill feeling & value ต่างๆ ของเขา #siamstr ปอลอ1 เนื้อหาไม่รวมส่วน Q&A ปอลอ2 เพิ่งว่างมาสรุปเนื้อหาย้อนหลัง ปอลอ3 พี่ชิต อธิบายได้ลึกซึ้งและเห็นภาพมาก ปอลอ4 ใครโดดเรียนอย่าให้รู้วววนะ ปอลอ5 ใครอ่านจบ cheers 🍻
pango's avatar
pango 2 years ago
morning 🤍 แดดออกแบบนี้ เหมาะกับคนชอบทำการบ้าน เอ้ย งานบ้านแบบเรา image
pango's avatar
pango 2 years ago
Lecture 3/8 Principles of Economics 01.08.67 Wichit Saiklao : Technology and Energy ฉบับเต็ม uncut version แบบดิบและเถื่อน # Introduction Technology + Energy & power Technology ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้น เราประหยัดเวลามากขึ้น แต่ยังไงเราก็ยังต้องใช้ Energy & power มากตามการพัฒนาอยู่ดี Consume & Saving Time = เวลาในชีวิต 1. working 2. playing ยิ่งอยากมีเวลา playing เยอะๆ เราต้องยิ่งลงทุนในเวลา 100% produced > 75% To consume (ทำกิน) > 25% Saving for Capital Investment (ทำทุน) ต้องทำทุนต่อไป เพื่อสร้าง output เป็น product & service ต่อไปให้ผู้อื่นอีกเรื่อยๆ # savings เกิดจากการ give up on consumption Money to Capital circulation (SAVING** is mother of capital) เมื่อจะลงทุน (Investment) หรือ การนำไอเดียไปต่อยอดทำธุรกิจ (สร้าง Capital goods) สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ Finance # How to finance it? 3 ways 1) own saving มี savings เองเท่าไหร่ 2) borrowing ยืมคนอื่น ที่เขามี savings (energy คนอื่น) อย่าลืมว่ามี cost เขาต้องได้ yields ของการเสียโอกาสในการลงทุนของเขา แต่เมื่อเป็นของเราแล้ว เรามี money = purchasing power > เปลี่ยนไปเป็นปัจจัยในการผลิต *money is not captital goods 3) Equity shares *พี่ชิตใช้เพื่อเปิดสาขา chit hole แบ่งความเป็นเจ้าของให้กับคนที่มี energy เราอาจจะใช้ทั้ง 3 วิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยการผลิต หรือ Capital goods ในที่สุด ขั้นตอน Investing (Capital goods) + Labor / Land + production goods + Technology + Energy ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อลดต้นทุน และ เพิ่ม productivity ผู้บริโภคควรต้องซื้อของถูกลง และ คุณภาพดีขึ้น จากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น และ productivity ที่สูงขึ้น เพราะ Capital goods ก็สามารถถูก degraded ได้ ทำให้เกิดการแข่งขันตลอดเวลา เกิดการพัฒนาการผลิต แต่ในปัจจุบัน ทั้งผู้ผลิต (capitalists) และผู้บริโภค (consumers) ต่างต้องซื้อของที่แพงขึ้น และพบกับราคาสินค้าและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นตลอดเวลา There's something wrong! Treasury strategy (ยุทธศาสตร์การคลัง) Capitalist จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การคลัง เก็บ Economic energy ไว้ (energy savings) เนื่องจากจำเป็นต้องใช้มันตลอดเวลา เพราะหลังเราผลิตอะไรได้ เราจะมี working capital หมุนเวียนอยู่ในขั้นตอนการผลิต อาจต้องเก็บไว้เป็นเงินสำรองเพื่อขยายเครื่องจักร เพิ่มความสามารถในการผลิต ไม่ใช่เป็น savings ทั้งหมด Trading & Exchange หลัง producing จนเกิด Consumer goods คือ product และ service สุดท้ายจะได้ money กลับมา และวนกลับไปสู่กระบวนการผลิตต่อไป # Credit Expansion Bank is the money multiplier Savings ที่เราเก็บไว้ ทำไมมันเสื่อมค่าตลอดเวลา ? Bank (Fractional-reserve banking) Bank create new money supply ไปในระบบ (Inflation) และทำให้ระบบ Loan ไม่ไปที่ production สุดท้าย Loan ไปที่ Consumption ซึ่งการเข้าไปที่ Consumption จะทำให้เราบริโภคผลผลิตจากอนาคต # Production LOAN: (ฝั่ง Investment) Capitalist investing capital for future expected profit # Consumption LOAN: (ฝั่ง Spending) Consumer spending expected future productive value now สุดท้ายการเก็บหอมรอมริบจากในอดีตถูกทำลาย เกิด Inflation เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการสร้างหนี้เพื่อการจับจ่าย (spending) มากกว่าการสร้าง Capital (investment) ความมั่งคั่งของประเทศ ต้องลงที่ capital production + capitalist (ความสามารถในการผลิต) เกิดสังคมที่รุ่งเรือง ไม่ใช่การ spending! เราควร work มากกว่าแดก* # สรุปภาพรวม # การทำ Credit expansion via Fractional-reserve banking > เกิด money supply เข้าสู่ระบบ *Inflation* > Devalue พลังงานของ Capitalists ในการปรับปรุงปัจจัยในการผลิต (cost สูงขึ้นไปเรื่อยๆ) มันคือ การเติมน้ำในแก้วเบียร์พี่ชิต! อำนาจในการแลกเปลี่ยนของพี่ชิตถูกถอยออกไปหลายก้าว ไม่สามารถเปลี่ยน machine ในการผลิตได้ ของราคาแพงขึ้น อำนาจลดลง ความฝันในการเป็นนายทุน (capitalist) นายทุนน้อย เภ้าแก่น้อย เกิดไม่ได้ ประเทศนี้จะมั่งคั่งได้ ต้องเพิ่มนายทุนน้อย ซึ่งยาก เพราะเราสู้คนมี Credit ไม่ได้ เราสร้าง Savings จาก Productivity เป็นพลังงานสะอาดที่เกิดจาก POW แต่ Loan ของ bank เป็นอำนาจในการเสก & เปลี่ยน record ทำให้ money ในระบบเพิ่มขึ้น Capital มีจำนวนจำกัด แต่ทั้ง POW (พลังงานสะอาด) และ LOAN (พลังงานในอนาคต) ดันมีศักดิ์ศรี & อำนาจในการไล่ล่า Capital และอำนาจในการแลกเปลี่ยนเท่ากัน คนตัวเล็กๆ อีกหลายแสนในประเทศนี้ที่ฝันอยากเป็นนายทุนน้อยจะเกิดได้อย่างไร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น ประเทศเรา ‘นายทุนน้อย’ ตายลงเรื่อยๆ เหลือแต่นายทุนใหญ่ไม่กี่คน การเกิด Inflation ยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่มี Capital ยิ่งยากที่จะเข้าใกล้การมี ในขณะที่ผู้ที่มี Capital อยู่แล้วเท่านั้นจึงจะอยู่ได้ ถ้าเราต้องเป็นหนี้จริงๆ การเป็นหนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน & เพื่อการเป็นนายทุนน้อย พี่ชิตสนับสนุนความคิดนี้ แต่โลกความเป็นจริง ไม่มีรัฐไหน ที่สนับสนุนนโยบายนี้ รัฐสนใจแค่คนที่มีอำนาจโหวตอยู่ในมือ ถ้าเรายังอยู่ในระบบ Fiat money (Credit money system) ยากมากที่จะเกิด Civilization & Wealth แก่ประเทศนี้ ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริง คือ Fractional-reserve banking** วันนี้เรามีทางเลือก มี tool ใหม่ SAVING is mother of capital** แต่คำนี้ไม่จริงในระบบเงิน fiat # The best saving technology = Bitcoin! Fuck you, bank (พี่ชิตกล่าวไว้) เถ้าแก่น้อย ต้องรู้จัก Bitcoin* และ ชาติที่รุ่งเรือง เกิดจากการมี Capital goods ที่ดี # Make Saving Great Again ! #siamstr ปอลอ1 บทความนี้ไม่รวมเนื้อหาส่วน Q&A และไม่ใช่การสรุป ปอลอ2 วนๆ ตามแผนภาพนี้ เข้าใจที่สุดแล้ว ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ปอลอ3 อ่านถึงตรงนี้ก็ชนคับชน cheers! 🍻
↑