BlackRock เตรียมลดพนักงานทั่วโลก 3% ท่ามกลางการคาดหวังการอนุมัติ Bitcoin ETF
BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการสินทรัพย์ทั่วโลก กำลังเตรียมที่จะลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 3% หรือประมาณ 600 คน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการคาดหวังของ BlackRock ต่อการอนุมัติ Bitcoin ETF ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา
BlackRock กล่าวว่าการลดพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรประจำปีของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผล
"เรากำลังดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรทั่วโลกของเราเป็นประจำ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผล" BlackRock กล่าวในแถลงการณ์ "การปรับเปลี่ยนนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย"
การลดพนักงานครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพนักงานในทุกระดับและทุกภูมิภาคทั่วโลก BlackRock กล่าวว่าจะทำงานร่วมกับพนักงานที่ได้รับผลกระทบเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม
#BlackRock #layoffs #BitcoinETF #SEC #Siamstr
goldpassport
bitcoin@siamstr.com
npub1c75z...n3y5
มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีและ cryptocurrency ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจง่าย
ต้องการช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเท่าเทียม
เกาหลีใต้เสนอกฎหมายใหม่ เพื่อควบคุมคริปโตเคอเรนซี
หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) กำลังดำเนินการครั้งสำคัญเพื่อปรับโฉมภูมิทัศน์คริปโตเคอเรนซีของประเทศ ในการเคลื่อนไหวที่แน่ใจว่าจะทำให้เกิดการถกเถียงกัน FSC ได้เสนอการแก้ไขกฎหมายการเงินของชาติ โดยระบุให้คริปโตเคอเรนซีเป็น "สินทรัพย์ทางการเงิน"
การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้คริปโตเคอเรนซีอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินเช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ เช่น หุ้นและพันธบัตร สิ่งนี้จะรวมถึงข้อกำหนดในการลงทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และการควบคุมการโฆษณา
FSC กล่าวว่าการแก้ไขดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องนักลงทุนและส่งเสริมการพัฒนาตลาดคริปโตเคอเรนซีอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางคนกล่าวว่าการแก้ไขดังกล่าวจะจำกัดนวัตกรรมและการเติบโตของตลาด
#cryptocurrency #regulation #SouthKorea #Siamstr
Larry Fink จาก BlackRock เห็นคุณค่าใน Ethereum ETF
Larry Fink ประธานและซีอีโอของ BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการสินทรัพย์ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าบริษัทกำลังพิจารณาที่จะเสนอ Ethereum ETF ให้กับลูกค้า
Fink กล่าวว่าเขาเห็นคุณค่าใน Ethereum ว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีศักยภาพ ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายรวมถึงการประยุกต์ใช้ด้านการเงิน การบริการ และอื่นๆ
"เรากำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการเสนอ Ethereum ETF" Fink กล่าว "เราเชื่อว่า Ethereum เป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ และเราต้องการนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าของเรา"
การประกาศของ Fink ถือเป็นข่าวดีสำหรับชุมชนคริปโตเคอเรนซี ซึ่งกำลังรอคอยการเปิดตัว Ethereum ETF มานานหลายปี
Ethereum ETF จะอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนใน Ethereum ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลนี้
หาก BlackRock เปิดตัว Ethereum ETF สำเร็จ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดคริปโตเคอเรนซี
#Ethereum #ETF #BlackRock #Cryptocurrency #Siamstr
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ คาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 200,000 ดอลลาร์ต่อ BTC ภายในสิ้นปี 2025 หาก Spot Bitcoin ETF ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐฯ
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเมินว่า การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Bitcoin และดึงดูดนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากขึ้นเข้ามาลงทุนใน Bitcoin ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการ Bitcoin เพิ่มขึ้นและราคาปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังมองว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นสินทรัพย์หลักในระบบการเงินโลก โดยปัจจัยสนับสนุน ได้แก่
การยอมรับ Bitcoin จากสถาบันการเงินและภาคธุรกิจมากขึ้น
การพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำธุรกรรม
ความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เตือนว่า การลงทุนใน Bitcoin ยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนมาก นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ความเห็นของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์รายอื่นๆ ที่มองว่า การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ETFs กำลังคุกคามหลักการหลักของ Bitcoin
Matt Luongo ซีอีโอของ Thesis Fund ได้เขียนบทความในบล็อกของเขาโดยเตือนว่า ETFs กำลังคุกคามหลักการหลักของ Bitcoin
Luongo กล่าวว่า ETFs จะทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่าสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความเป็นส่วนตัวและความสามารถในการควบคุมของผู้ใช้
เขายังกล่าวอีกว่า ETFs อาจนำไปสู่การรวมศูนย์ของอำนาจใน Bitcoin เนื่องจากสถาบันการเงินจะกลายเป็นผู้ถือครองรายใหญ่
ผลกระทบต่อ Bitcoin
หาก ETFs ได้รับความนิยม อาจเป็นอันตรายต่อ Bitcoin ในระยะยาว
ETFs อาจทำให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่าสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความเป็นส่วนตัวและความสามารถในการควบคุมของผู้ใช้
นอกจากนี้ ETFs อาจนำไปสู่การรวมศูนย์ของอำนาจใน Bitcoin เนื่องจากสถาบันการเงินจะกลายเป็นผู้ถือครองรายใหญ่
สิ่งที่ต้องทำ
ชุมชน Bitcoin ต้องพิจารณาแนวทางปฏิบัติของตนเกี่ยวกับ ETFs
หากชุมชนต้องการปกป้องหลักการหลักของ Bitcoin ก็ควรพิจารณาต่อต้าน ETFs
ชุมชน Bitcoin อาจพิจารณาวิธีอื่นในการทำให้ Bitcoin เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อยโดยไม่ทำให้ Bitcoin สูญเสียเอกลักษณ์ไป
#crypto #bitcoin #ETFs #thesisfund #mattluongo #siamstr
Binance ติด Monitoring Tags บน Privacy Coins : อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง?
Binance หนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศเมื่อวานนี้ (3 มกราคม 2567) ว่ากำลังติด Monitoring Tags บนเหรียญคริปโตประเภท Privacy Coins ซึ่งรวมถึงเหรียญ XMR, ZEC, DASH, Monero, Verge, Beam, Grin, Navcoin, PIVX, และ SHIELD
การติด Monitoring Tags หมายความว่า Binance จะตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหรียญเหล่านี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจสอบแหล่งที่มาและปลายทางของธุรกรรม รวมถึงการตรวจสอบว่ามีการใช้เหรียญเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
การติด Monitoring Tags ของ Binance น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตในวงกว้าง โดยอาจทำให้ราคาเหรียญ Privacy Coins ลดลง เนื่องจากนักลงทุนอาจเกิดความกังวลว่าเหรียญเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ การติด Monitoring Tags ของ Binance อาจทำให้การแลกเปลี่ยนเหรียญ Privacy Coins บนแพลตฟอร์มอื่นๆ ยากขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นอาจต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเดียวกัน
#crypto #bitcoin #ethereum #blockchain #binance #monitoringtags #privacycoins #siamstr
อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs เตือนถึง ฟองสบู่คริปโต ขนาดใหญ่
อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs และนักลงทุนชื่อดังอย่าง Raoul Pal ได้ออกมาเตือนว่าตลาดคริปโตอาจกำลังเผชิญกับ ฟองสบู่ขนาดใหญ่ อีกครั้ง โดยเขาให้เหตุผลว่า ตลาดคริปโตในปัจจุบันมีมูลค่าที่สูงเกินความเป็นจริงเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
Pal กล่าวว่า การที่ราคาคริปโตพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเข้ามาลงทุนของสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงกระแสความนิยมของคริปโตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว และอาจนำไปสู่การล่มสลายของฟองสบู่คริปโตได้
Pal ยังได้กล่าวอีกว่า เขากำลังเริ่มซื้อคริปโตในช่วงนี้ เนื่องจากเขาเชื่อว่าราคาคริปโตได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาเตือนนักลงทุนรายย่อยให้ระมัดระวังการลงทุนคริปโตในระยะสั้น โดยควรลงทุนในระยะยาวและกระจายความเสี่ยง
#crypto #bitcoin #ethereum #blockchain #คริปโต #บิทคอยน์ #อีเธอเรียม #บล็อกเชน
ภัยคุกคามต่อ Web3 ในปี 2023
รายงานประจำปีของ Beosin บริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน พบว่าโครงการ Web3 สูญเสียเงินไปมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 จากการแฮ็ก การถอนเงินฉ้อโกง และกลโกงฟิชชิ่ง
จากจำนวนการโจมตีทั้งหมด 191 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้สูญเสียเงินไปประมาณ 1.397 พันล้านดอลลาร์ กลโกงถอนเงินฉ้อโกง 267 ครั้ง ทำให้เกิดความเสียหาย 388 ล้านดอลลาร์ และกลโกงฟิชชิ่ง 238 ล้านดอลลาร์
การแฮ็กเป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดต่อ Web3 โดยแฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงระบบของโครงการและขโมยเงินหรือข้อมูลได้ กลโกงถอนเงินฉ้อโกงเป็นรูปแบบการฉ้อโกงประเภทหนึ่งซึ่งผู้สร้างโครงการหลอกลวงนักลงทุนให้ลงทุนในโครงการแล้วถอนเงินออกไปทั้งหมด กลโกงฟิชชิ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงประเภทหนึ่งซึ่งผู้โจมตีส่งอีเมลหรือข้อความปลอมเพื่อหลอกลวงเหยื่อให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน
การสูญเสียเงินจากการโจมตีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มความตระหนักรู้และความปลอดภัยของ Web3 โครงการ Web3 ควรใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การตรวจสอบสิทธิ์หลายปัจจัย (MFA) การเข้ารหัส และการตรวจจับภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังในการลงทุนในโครงการ Web3 และตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงการนั้นเชื่อถือได้
#Siamstr #Web3 #CryptoSecurity #Hacks #RugPulls #Phishing
อนาคตของการเงินโลก: การผสานรวมของ AI, Bitcoin และหุ่นยนต์
ปี 2023 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความวุ่นวาย หลายคนคาดการณ์ว่าปี 2024 จะยิ่งเข้มข้นและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก เพราะจะเกิดปรากฏการณ์สำคัญสามประการขึ้นพร้อมกัน ได้แก่
การก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกๆ ด้านของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงชีวิตประจำวัน ปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลังมากขึ้นจะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ๆ เช่น การสูญเสียงาน และการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ
การเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า Bitcoin มีโอกาสที่จะกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกในอนาคต การเติบโตของ Bitcoin อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก
การปฏิวัติอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ หุ่นยนต์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคการผลิตและบริการ หุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยให้เราสามารถผลิตสินค้าและบริการได้ในราคาที่ประหยัดลง อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์อาจนำไปสู่ปัญหาการว่างงานได้เช่นกัน
การผสานรวมของ AI, Bitcoin และหุ่นยนต์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก ปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยให้เราตรวจสอบและตรวจสอบข้อมูล Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หุ่นยนต์สามารถช่วยเราให้บริการทางการเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และ Bitcoin สามารถช่วยให้เราโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
#Siamstr #FutureOfFinance #AI #Bitcoin #Robotics
ตำรวจเชียงใหม่บุกรวบแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ใช้คริปโตฟอกเงิน มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท
( แก๊งค้ายาใช้คริปโตฟอกเงิน เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้าน )
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ใช้คริปโตฟอกเงิน มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสว่าแก๊งค้ายาเสพติดรายนี้ใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบว่าแก๊งนี้ใช้วิธีโอนเงินค่ายาเสพติดผ่านระบบคริปโตเคอร์เรนซีไปยังบัญชีของผู้ดูแลระบบ จากนั้นผู้ดูแลระบบจะโอนเงินไปให้กับเครือข่ายยาเสพติดในต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับแก๊งค้ายาเสพติดรายนี้จำนวน 10 คน เมื่อวานนี้ (27 ธันวาคม) จากนั้นจึงเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน ยึดของกลางเป็นเงินสด 130,000 บาท รถยนต์ 15 คัน โฉนดที่ดิน 232 แปลง และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า แก๊งนี้ก่อเหตุมาแล้วกว่า 1 ปี โดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ETF บิทคอยน์ยังเล็ก! นักวิจัย CoinGecko เผยถือครองแค่ 3.4%
( ETF บิทคอยน์ ไกลเกินฝัน? )
แม้กระแส ETF บิทคอยน์จะร้อนแรง แต่แท้จริงแล้ว ETF บิทคอยน์ที่ออกมามีปริมาณการถือครอง BTC เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับอุปทานทั้งหมดของ BTC
Lim Yu Qian นักวิจัยจาก CoinGecko เผยผลวิเคราะห์ชี้ว่า ETF บิทคอยน์ทั้งหมดในปัจจุบัน ถือครอง BTC รวมกันเพียง 793,034 BTC ซึ่งคิดเป็นเพียง 3.4% ของ BTC สูงสุดตลอดกาล (21 ล้าน BTC)
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ?
ปริมาณการถือครอง BTC ของ ETF บิทคอยน์ยังน้อยมาก แสดงว่าตลาด ETF บิทคอยน์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
การเติบโตของ ETF บิทคอยน์ในอนาคต อาจส่งผลต่อราคา BTC โดยเพิ่มความต้องการและดึงดูดเงินทุนสถาบัน
นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของตลาด ETF บิทคอยน์อย่างใกล้ชิด
อนาคตของ ETF บิทคอยน์:
หากได้รับการอนุมัติ ETF บิทคอยน์จากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ตลาด ETF บิทคอยน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ETF บิทคอยน์ที่หลากหลาย เช่น ETF ที่เน้นการถือครอง BTC แบบกายภาพ อาจดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น
#Bitcoin #BTC #ETF #Siamstr
สหภาพยุโรปเตรียมตรึงทรัพย์สิน "ไร้ที่มา"! แก้กฎหมายยึดเงินจากอาชญากรรม
( EU ปิดช่องโหว่ ทรัพย์สินลึกลับ )
สหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงกฎหมายใหม่ เปิดทางให้รัฐบาลสมาชิกสามารถตรึงและยึดทรัพย์สิน "ไร้ที่มา" ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม กฎหมายนี้มุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินหรูหรา อาทิ บ้าน รถยนต์ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งผลงานศิลปะ โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเจ้าของทรัพย์สินกระทำผิดจริง
เนื้อหาสำคัญของกฎหมาย:
บังคับให้รัฐบาลสมาชิกติดตาม ตรวจสอบ และระบุตัวตนเจ้าของทรัพย์สินไร้ที่มา
รัฐบาลสมาชิกสามารถตรึงทรัพย์สินเหล่านี้ หากไม่สามารถแสดงที่มาของทรัพย์สินได้อย่างน่าเชื่อถือ
ในกรณีที่มีหลักฐานยืนยันว่าทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม รัฐบาลสามารถยึดทรัพย์สินนั้นได้
เป้าหมายของกฎหมาย:
ป้องกันอาชญากรรม โดยตัดช่องทางการฟอกเงินและซ่อนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด
เพิ่มความโปร่งใสทางการเงิน ทำให้ยากขึ้นสำหรับอาชญากรในการปกปิดที่มาของทรัพย์สิน
สร้างความยุติธรรมทางสังคม โดยยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดกลับคืนสู่สังคม
เสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้าน:
กฎหมายนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากองค์กรต่อต้านการทุจริตและการฟอกเงินหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายบางคนกังวลว่า กฎหมายนี้อาจละเมิดสิทธิในทรัพย์สินและสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม
อนาคตของกฎหมาย:
กฎหมายใหม่นี้ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภายุโรป หลังจากนั้นแต่ละประเทศสมาชิกจะมีหน้าที่นำกฎหมายนี้ไปปรับใช้ภายในประเทศ
สำหรับคนไทย:
กฎหมายนี้ส่งผลต่อคนไทยที่ถือครองทรัพย์สินในยุโรป หากไม่สามารถแสดงที่มาของทรัพย์สินอย่างน่าเชื่อถือ รัฐบาลยุโรปอาจตรึงหรือยึดทรัพย์สินนั้นได้ ดังนั้น คนไทยที่ถือครองทรัพย์สินในยุโรปควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์สินของตนถูกต้องตามกฎหมาย
#EU #ทรัพย์สินไรที่มา #อาชญากรรม #ยึดทรัพย์ #Siamstr
Coinbase ปฏิเสธข้อกล่าวหาของวุฒิสมาชิกวอร์เรน เรื่องจ้างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลขัดขวางกฎหมาย
( โต้เดือด! Coinbase VS วุฒิสมาชิกวอร์เรน )
Coinbase แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเบอร์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาโต้ตอบข้อกล่าวหาของวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ที่ระบุว่า Coinbase จ้างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อขัดขวางกฎหมายควบคุมคริปโต
Faryar Shirzad หัวหน้าฝ่ายนโยบายของ Coinbase โต้กลับผ่านทวิตเตอร์ว่า ข้อกล่าวหาของวุฒิสมาชิกวอร์เรนเป็น "ความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง" และยืนยันว่า Coinbase สนับสนุนการพัฒนากฎหมายคริปโตที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
ประเด็นที่ Coinbase ชี้แจง:
การจ้างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาล: Shirzad ยอมรับว่า Coinbase จ้างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคน แต่เน้นย้ำว่าพวกเขาถูกนำมาเพื่อ "เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ" และช่วยให้ Coinbase ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่เพื่อขัดขวางการพัฒนากฎหมาย
การสนับสนุนกฎหมายคริปโต: Shirzad ยืนยันว่า Coinbase สนับสนุนกฎหมายคริปโตที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเคยเสนอข้อเสนอแนะต่อสภาคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ความกังวลของวุฒิสมาชิกวอร์เรน: Shirzad ตั้งข้อสังเกตว่า วุฒิสมาชิกวอร์เรนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับ "ประตูหมุน" (revolving door) ระหว่างภาครัฐและเอกชน แต่ยืนยันว่า Coinbase ดำเนินการตามหลักจริยธรรมและความโปร่งใส
สถานการณ์ปัจจุบัน:
ข้อโต้แย้งระหว่าง Coinbase และวุฒิสมาชิกวอร์เรน สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างบริษัทคริปโตกับผู้กำกับดูแลในสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎหมายควบคุมคริปโตหลายฉบับ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ากฎหมายใดจะได้รับการอนุมัติ
#Coinbase #ElizabethWarren #CryptoRegulation #Siamstr
โซลานา (SOL) พุ่งทะยาน แซงหน้าเหรียญอื่น ขึ้นแท่นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายมากที่สุดบน DEXs รองจาก ETH!
ข้อมูลใหม่จาก DeFiLlama แพลตฟอร์มติดตามข้อมูล DeFi เผยว่าเหรียญ altcoin ที่กำลังพุ่งแรงอย่าง Solana (SOL) ขึ้นแท่นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายมากที่สุดบน DEXs (ตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายอำนาจ) รองจาก Ethereum (ETH)
ปริมาณการซื้อขายของ SOL บน DEXs เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ Solana ในชุมชน DeFi
ปัจจัยที่ส่งผลให้ SOL พุ่งแรง:
ความเร็วและต้นทุนที่ต่ำ: Solana โดดเด่นในเรื่องความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม (TPS) ที่สูงถึง 29,000 รายการต่อวินาที และค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า Ethereum มาก ทำให้เหมาะสำหรับแอปพลิเคชัน DeFi ที่ต้องการความรวดเร็วและประหยัด
การพัฒนาที่ต่อเนื่อง: โครงการ Solana มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการอัปเดตซอฟต์แวร์และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่งผลให้ผู้ใช้งานและนักพัฒนา DeFi มีความมั่นใจมากขึ้น
การยอมรับจากสถาบัน: โครงการ Solana ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง เช่น Samsung และ FTX ทำให้ความน่าเชื่อถือของ Solana เพิ่มมากขึ้น
อนาคตของ SOL:
ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์อนาคตของ SOL อย่างแน่นอน แต่ปัจจัยบวกต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ SOL มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด DeFi
#Solana #DeFi #DEX #ETH #Siamstr
นักวิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีชื่อดัง ชี้เป้า 'ZKSYNC' โซลูชันขยายขนาด Ethereum เตรียมทะยานขึ้น
#ZKSYNC าะห์คริปโตเคอเรนซีชื่อดังอย่าง Pentoshi ผู้ซึ่งเคยคาดการณ์จุดสูงสุดของตลาดขาขึ้น Bitcoin ได้อย่างแม่นยำในปี 2021 เชื่อว่าโซลูชันขยายขนาด Ethereum (ETH) อย่าง ZKSYNC ที่กำลังซื้อขายอยู่ใต้ radar นั้น กำลังเตรียมทะยานขึ้น
Pentoshi บอกกับผู้ติดตามกว่า 727,200 คนของเขาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า เขาเชื่อว่า ZKSYNC กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่มากขึ้น เนื่องจากเป็นโซลูชันขยายขนาดแบบ zero-knowledge proof (ZKP) ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก ConsenSys
ZKSYNC ทำงานโดยการใช้ ZKP เพื่อลดขนาดธุรกรรม Ethereum ลงอย่างมาก ซึ่งทำให้สามารถรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของเครือข่าย
Pentoshi คาดว่า ZKSYNC จะสามารถดึงดูดผู้ใช้จำนวนมากขึ้นได้ เนื่องจากเป็นโซลูชันขยายขนาดที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ZKSYNC เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 และกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2023
ZKSYNC ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง เช่น ConsenSys, Coinbase Ventures และ Andreessen Horowitz
สำหรับนักลงทุนสายการเงินที่สนใจลงทุนใน ZKSYNC แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
#Pentoshi #ConsenSys #Coinbase #AndreessenHorowitz #ZKP #Ethereum #Scaling #Siamstr
Bitcoin คริสต์มาสนี้ Bitcoin เป็นอย่างไร ย้อนดูราคา 3 ปี ทิศทางขาขึ้นยังอยู่หรือไม่?
Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2022 ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียงประมาณ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทิศทางขาขึ้นของ Bitcoin ยังคงอยู่หรือไม่?
จากการวิเคราะห์ราคา Bitcoin ในวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ในแต่ละปี พบว่า
ปี 2020: ราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับ 24,783 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 250%
ปี 2021: ราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับ 52,210 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 100%
ปี 2022: ราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลงจากปีก่อนหน้าประมาณ 30%
จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าราคา Bitcoin มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีแรก แต่ในปี 2022 ราคาได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียงประมาณ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Bitcoin
ราคา Bitcoin นั้นมีความผันผวนสูง และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น
นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางอาจส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง เช่น Bitcoin
ภาวะเศรษฐกิจโลก: ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอาจส่งผลให้ความต้องการ Bitcoin ลดลง
ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin: การพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน และการยอมรับจากสถาบันการเงินชั้นนำ อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น
บทสรุป
จากการวิเคราะห์ราคา Bitcoin ในวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา พบว่าราคา Bitcoin มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ทิศทางขาขึ้นของ Bitcoin ยังคงเป็นไปได้ หากปัจจัยต่างๆ ที่เป็นบวกยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดคริปโตเคอเรนซี
สำหรับนักลงทุนสายการเงินที่สนใจลงทุนใน Bitcoin แนะนำให้ติดตามสถานการณ์ตลาดคริปโตเคอเรนซีอย่างใกล้ชิด และพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ก่อนตัดสินใจลงทุน
#Bitcoin #คริสมาสต์ #คริสต์มาสนี้ #ราคาBitcoin #ทิศทางขาขึ้น
ใกล้หมดเขต! ออปชั่น Bitcoin มูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญ - BTC จะทะลุ 45,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่?
ข่าวใหญ่สำหรับสายคริปโต! ออปชั่น Bitcoin มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญใกล้หมดเขตในวันนี้ ส่งผลให้ตลาดตื่นตัว
คำถามสำคัญคือ ออปชั่นเหล่านี้จะมีผลต่อราคา Bitcoin อย่างไร? มีโอกาสที่ราคา Bitcoin จะทะลุ 45,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่?
ออปชั่นที่หมดเขตวันนี้มีประมาณ 25,000 สัญญา น้อยกว่าสัปดาห์ที่แล้ว และน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับออปชั่นที่จะหมดเขตสิ้นปีหน้า
ปัจจัยที่น่าจับตามอง:
ปริมาณการซื้อขาย: หากมีการซื้อขายออปชั่น Call Option (สิทธิซื้อ) จำนวนมากก่อนหมดเขต อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้น
ข่าวสารและเหตุการณ์: ข่าวสารสำคัญหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและส่งผลต่อราคา Bitcoin
เทคนิคอล: กราฟราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมา พยายามจะทะลุแนวต้าน 45,000 ดอลลาร์หลายครั้ง หากวันนี้สามารถปิดตลาดเหนือ 45,000 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งต่อ
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด! วันนี้เป็นวันที่สำคัญสำหรับตลาดคริปโต โดยเฉพาะตลาด Bitcoin ผลลัพธ์ของออปชั่นที่หมดเขต อาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะสั้น
#Bitcoin #Options #Cryptocurrency #Siamstr
เหรียญ CAKE ดีดแรง 20% หลังผ่านข้อเสนอเบิร์นเหรียญเพิ่ม
ราคาเหรียญ CAKE ของแพลตฟอร์ม DeFi PancakeSwap ได้ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 20% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ภายหลังจากที่มีมติผ่านข้อเสนอตัวใหม่ในการเบิร์นเหรียญ CAKE เพิ่มเติมจาก 750 ล้านเหรียญ เหลือเพียง 450 ล้านเหรียญ
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้แพลตฟอร์ม PancakeSwap กว่า 99% โดยจะเป็นการเบิร์นเหรียญ CAKE เพิ่มเติมอีก 300 ล้านเหรียญ ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยใช้กลไกการเบิร์นเหรียญอัตโนมัติ (Auto-Burn) ซึ่งจะเผาเหรียญ CAKE จากการซื้อขายในทุกๆ เทรด
การเบิร์นเหรียญ CAKE เพิ่มเติมในครั้งนี้ จะช่วยลดความผันผวนของราคาเหรียญ CAKE และเพิ่มมูลค่าของเหรียญให้กับนักลงทุนในระยะยาว
การเบิร์นเหรียญ CAKE เพิ่มเติมในครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนเหรียญ CAKE เนื่องจากจะช่วยลดความผันผวนของราคาเหรียญ และเพิ่มมูลค่าของเหรียญให้กับนักลงทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ การเบิร์นเหรียญ CAKE ยังจะช่วยส่งเสริมให้แพลตฟอร์ม PancakeSwap เติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากจะทำให้เหรียญ CAKE กลายเป็นสินทรัพย์ที่หายากมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ถือเหรียญ CAKE อยู่ในปัจจุบัน แนะนำให้ถือเหรียญต่อไปในระยะยาว เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
#PancakeSwap #CAKE #Burn #Siamstr
ตำนานไฮเปอร์ลูปปิดฉาก! Virgin Hyperloop One ประกาศเลิกจ้างพนักงานและขายสินทรัพย์
บริษัท Virgin Hyperloop One ผู้ให้บริการระบบขนส่งความเร็วสูงแบบไฮเปอร์ลูป ประกาศเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดและขายสินทรัพย์ของบริษัท หลังไม่สามารถชนะงานสัญญาก่อสร้างไฮเปอร์ลูปจากหน่วยงานใดได้
บริษัท Virgin Hyperloop One ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจชื่อดังชาวอังกฤษ โดยมีความพยายามพัฒนาไฮเปอร์ลูป ที่ตั้งเป้าว่าการเดินทางระหว่างนิวยอร์กและวอชิงตันจะใช้เวลาเพียง 30 นาที ซึ่งเร็วกว่าการบินด้วยเครื่องบินเจ็ตเชิงพาณิชย์ถึง 2 เท่า และเร็วกว่ารถไฟความเร็วสูงถึง 4 เท่า
บริษัทได้สร้างสนามทดสอบเล็กๆ ใกล้ลาสเวกัสเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่ง และได้ใช้ชื่อ Virgin Hyperloop One ระยะหนึ่ง ต่อมา Virgin ได้ถอดแบรนด์ออก หลังจากที่ Hyperloop One ตัดสินใจว่าจะมุ่งเน้นไปที่การขนส่งสินค้ามากกว่าผู้คน
การปิดตัวของ Virgin Hyperloop One ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป ซึ่งถูกจุดประกายโดยอีลอน มัสก์ นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่ยังคงศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปอยู่ เช่น Hardt Hyperloop, Hyperloop Transportation Technologies และ Swisspod Technologies
NEAR โชว์ฟอร์มร้อนแรง! วอลเล็ตแอคทีฟทะลุล้าน ทะยานขึ้น 190%
NEAR Protocol กำลังสร้างกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีวอลเล็ตแอคทีฟทะลุล้านในเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วถึง 200% นอกจากนี้ ธุรกรรมรายวันยังเพิ่มขึ้น 170% ในขณะที่ผลงานทั้งปีพุ่งขึ้นถึง 190%
ปัจจัยที่ทำให้ NEAR ได้รับความนิยมมากขึ้น มาจากหลายประการ เช่น
ความเร็วและต้นทุนที่ต่ำ: NEAR สามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากกว่า 100,000 รายการต่อวินาที (TPS) ด้วยค่าธรรมเนียมเพียงไม่กี่เซ็นต์ ส่งผลให้เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการความเร็วและต้นทุนที่ต่ำ เช่น เกม NFT และ DeFi
ชุมชนนักพัฒนาที่แข็งแกร่ง: NEAR มีชุมชนนักพัฒนาที่แข็งแกร่งและกระตือรือร้น ส่งผลให้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันบน NEAR อย่างต่อเนื่อง
การสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ: NEAR ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำหลายแห่ง เช่น Google Cloud, Binance และ Coinbase
#NEAR #Blockchain #Cryptocurrency #Siamstr