ระวัง! มัลแวร์คริปโตวอลเลทระบาดบน macOS ผ่านแอปละเมิดลิขสิทธิ์
ผู้ใช้กระเป๋าเงินคริปโตบน macOS โปรดระวัง! มัลแวร์ตัวใหม่กำลังแพร่กระจายผ่านแอปละเมิดลิขสิทธิ์ ตามการแจ้งเตือนล่าสุดของ Kaspersky Labs
มัลแวร์ดังกล่าวมีชื่อว่า Cryware โดยแฮกเกอร์จะฝังมัลแวร์ลงในแอปละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น แอปเกม และแอปแต่งภาพ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเหล่านี้ มัลแวร์ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติและขโมยข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าเงินคริปโตของผู้ใช้ รวมถึงรหัสผ่าน ที่อยู่กระเป๋าเงิน และยอดคงเหลือ
Kaspersky Labs ระบุว่า มัลแวร์ Cryware สามารถตรวจพบได้ยาก เนื่องจากแฮกเกอร์ได้ซ่อนมัลแวร์ไว้อย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถป้องกันตัวเองจากมัลแวร์นี้ได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
อัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพ
#Crypto #Malware #MacOS #Siamstr #Buddyroom
goldpassport
bitcoin@siamstr.com
npub1c75z...n3y5
มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีและ cryptocurrency ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจง่าย
ต้องการช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเท่าเทียม
BTC หลุด 40k แล้วจะไปยังไงต่อ?
ราคา Bitcoin (BTC) หลุดระดับ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยลงมาปิด Gap บริเวณ 39,640-40,325 ดอลลาร์สหรัฐฯ เรียบร้อย
เส้นแนวรับที่ BTC กำลังยืนอยู่ในปัจจุบันมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นแนวรับที่ BTC เคยยืนไว้ก่อนทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) ในช่วงเดือนกันยายน 2564 อีกทั้งยังเคยเป็นแนวต้านมาก่อนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ BTC หลุด 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่า BTC จะกลับขึ้นไปทำ ATH ใหม่ในเร็วๆ นี้ เป็นเพียงการบ่งชี้ว่าเส้นแนวรับดังกล่าวยังคงมีนัยยะสำคัญอยู่
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เหรียญ altcoin บางตัวได้ลงมาจนถึงแนวรับที่น่าสนใจ โดยหากนักลงทุนตัดสินใจซื้อเหรียญเหล่านี้ในช่วงนี้ มีโอกาสที่จะติดดอยได้ แต่หากตลาดคริปโตเข้าสู่รอบ Bull Run Supercycle หลังการ halving เหรียญเหล่านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น 2-10 เท่าได้ (หากเป็นเหรียญที่ดี)
ความเห็นส่วนตัว
ส่วนตัวมองว่าราคา BTC มีโอกาสที่จะลงไปวิ่ง Sideway บริเวณโซนล่างก่อน โดยแนวรับที่น่าสนใจอยู่ที่ 37,000-38,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่จะดีดกลับไปโซน 41,000-44,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น การลงทุนคริปโตมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
#Bitcoin #Crypto #BTC #Siamstr #Buddyroom
SEC ชี้ชัด! แฮกเกอร์ X เกิดจากการ SIM swap ของผู้ให้บริการเครือข่าย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ระบุว่า สาเหตุของการแฮกเกอร์ X ในวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา น่าจะเกิดจาก SIM swap โดยเกิดจากความบกพร่องของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ไม่ใช่ความบกพร่องด้านความปลอดภัยของตัวเอง
SIM swap เป็นรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่การครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อ โดยผู้โจมตีจะติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของเหยื่อและอ้างว่าพวกเขาคือเหยื่อ จากนั้นจึงขอเปลี่ยนซิมการ์ดของเหยื่อไปยังโทรศัพท์ของตน
เมื่อผู้โจมตีสามารถครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อได้แล้ว พวกเขาจะสามารถเข้าถึงบัญชีต่างๆ ของเหยื่อได้ เช่น บัญชีธนาคาร บัญชีอีเมล และบัญชีโซเชียลมีเดีย
ในแถลงการณ์ของ SEC ระบุว่า ผู้โจมตี X ได้ใช้ SIM swap เพื่อเข้าถึงบัญชีอีเมลของเหยื่อ จากนั้นจึงใช้บัญชีอีเมลดังกล่าวเพื่อเข้าถึงบัญชีอื่นๆ ของเหยื่อ และทำการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินของเหยื่อ
SEC ระบุว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ และควรมีมาตรการป้องกัน SIM swap ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของ X กลับไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย
SEC ได้เรียกร้องให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆ ปรับปรุงมาตรการป้องกัน SIM swap และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น
#SIMSwap #Hack #X #SEC #Siamstr #Buddyroom
Binance อาจแพ้คดีกับ SEC : สัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุน BNB
Jeremy Hogan นักกฎหมายด้านคริปโตเคอเรนซี สรุปประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีระหว่าง SEC กับ Binance ดังนี้
การขาย BNB ในตลาดรอง : Binance เป็นผู้รับผิดชอบต่อการขาย BNB ในตลาดรอง เนื่องจาก Binance เป็นผู้ออกเหรียญ BNB และเป็นผู้กำหนดกฎระเบียบในการซื้อขายเหรียญ BNB
หลักการแจ้งล่วงหน้าและหลักคำถามสำคัญ : SEC เชื่อว่า Binance ไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนใน BNB
Changpeng Zhao (CZ) : CZ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำของ Binance เนื่องจาก CZ เป็น CEO และเป็นผู้ควบคุม Binance
หลักทดสอบ Howey : SEC เชื่อว่า BNB มีคุณสมบัติเป็นหลักทรัพย์ตามหลักทดสอบ Howey เนื่องจาก BNB มีลักษณะเป็นสัญญาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนจากความสำเร็จของธุรกิจของ Binance
Hogan แสดงความเห็นว่า การพิจารณาคดีครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุน BNB เนื่องจาก SEC มีแนวโน้มที่จะชนะคดี ซึ่งอาจส่งผลให้ Binance ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมาก และอาจถูกสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การที่ SEC มองว่า BNB เป็นหลักทรัพย์ อาจส่งผลให้นักลงทุน BNB ต้องเสียภาษีเงินได้จากการถือครองเหรียญ BNB
#Crypto #SEC #Binance #BNB #Siamstr #Buddyroom
นักวิเคราะห์รายงานว่า Bitcoin ETFs ในสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ได้ถือครอง Bitcoin รวมกันกว่า 638,900 BTC มูลค่าประมาณ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย ETF ที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด ได้แก่ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ด้วยสัดส่วน 70.8% รองลงมาคือ ProShares Bitcoin Strategy ETF (BITO) ด้วยสัดส่วน 22.4%
การถือครอง Bitcoin ของ ETF เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ Bitcoin โดย ETF เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้น
#Bitcoin #ETF #Crypto #Siamstr #Buddyroom
Terraform Labs ของ Do Kwon ยื่นล้มละลายในบทที่ 11 ของสหรัฐฯ
บริษัท Terraform Labs ของ Do Kwon ได้ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองการล้มละลายในบทที่ 11 ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 โดยบริษัทระบุว่ามีหนี้สินและทรัพย์สินรวมกันอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การยื่นล้มละลายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก TerraUSD (UST) ซึ่งเป็น stablecoin ที่ออกแบบมาให้มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ล่มสลายลงในเดือนพฤษภาคม 2566 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าของ LUNA ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่รองรับ UST ลดลงกว่า 99%
การล้มละลายของ Terraform Labs ถือเป็นการล่มสลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตทั่วโลก
#Terra #TerraUSD #DoKwon #UST #Cryptocurrency #Bankruptcy #Siamstr #Buddyroom
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง กับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น มีข้อแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
ความเป็นเจ้าของ
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เป็นการเป็นเจ้าของเหรียญ Bitcoin จริง ๆ หมายความว่าผู้ลงทุนมีกรรมสิทธิ์ในเหรียญ Bitcoin นั้น ๆ และสามารถโอน แลกเปลี่ยน หรือถือครองไว้ได้
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น เป็นการถือครองหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนรวมดังกล่าวจะลงทุนใน Bitcoin โดยรวม หมายความว่าผู้ลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของเหรียญ Bitcoin จริง ๆ แต่มีสิทธิได้รับผลตอบแทนตามมูลค่าของ Bitcoin
ความยุ่งยาก
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง จำเป็นต้องมีกระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) เพื่อเก็บรักษาเหรียญ Bitcoin โดยผู้ลงทุนจะต้องศึกษาวิธีการสร้างกระเป๋าเงินคริปโต และวิธีการรักษาความปลอดภัยของเหรียญ Bitcoin
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น สามารถทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากผู้ลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนของ ETF ผ่านโบรกเกอร์ทั่วไป
ความเสี่ยง
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมูลค่าของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนสูง และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก นโยบายของรัฐบาล และภัยคุกคามทางไซเบอร์
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เนื่องจาก ETF จะกระจายการลงทุนใน Bitcoin หลาย ๆ เหรียญ เพื่อลดความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตาม การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงอยู่เช่นกัน
ต้นทุน
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง อาจมีต้นทุนสูง เนื่องจากผู้ลงทุนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อ ขาย และโอนเหรียญ Bitcoin
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น อาจมีต้นทุนต่ำกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เนื่องจากผู้ลงทุนจะเสียค่าธรรมเนียมการซื้อ ขาย และถือครองหน่วยลงทุนของ ETF เท่านั้น
ข้อดี
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้อย่างเต็มที่
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนใน Bitcoin ได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงลงได้
ข้อเสีย
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น อาจมีความยุ่งยากในการเก็บรักษาและรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น อาจไม่สามารถติดตามราคา Bitcoin ได้อย่างใกล้ชิดเท่ากับการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง
โดยสรุปแล้ว การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง กับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนต้องการเป็นเจ้าของ Bitcoin จริง ๆ และสามารถควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้อย่างเต็มที่ การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม หากผู้ลงทุนต้องการลงทุนใน Bitcoin ได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงลง การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีทุกประเภทนั้น ยังคงมีความเสี่ยงสูงอยู่เสมอ ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ตลาดคริปโตฯ ระทึก! HTX ถูกโจมตี DDoS ล่มชั่วคราว
ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลกระทึก เมื่อ HTX แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ยักษ์ใหญ่ของไทย ถูกโจมตีแบบกระจายการปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) ส่งผลให้เว็บไซต์ล่มชั่วคราวในช่วงเช้าของวันที่ 20 มกราคม 2567
DDoS เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่การทำให้เว็บไซต์หรือบริการออนไลน์หยุดทำงาน โดยผู้โจมตีจะส่งปริมาณการเข้าชมจำนวนมากไปยังเว็บไซต์เป้าหมาย ซึ่งทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถรองรับปริมาณการเข้าชมได้ทันและล่มในที่สุด
HTX เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Huobi Thailand ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จากการโจมตี DDoS ครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้ HTX ไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือได้ชั่วคราว โดยเว็บไซต์ล่มเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
HTX ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมดปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลก เนื่องจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่เป็นเป้าหมายหลักของผู้โจมตีไซเบอร์ ผู้ใช้คริปโตเคอเรนซี่จึงควรระมัดระวังและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์อย่างใกล้ชิด
#Siamstr #Buddyroom #Cryptocurrency #DDoS #HuobiThailand #HTX
กราฟ Log Regression ของ Bitcoin ชี้เป้าราคาเป้าหมาย 29,625 ดอลลาร์
กราฟ Log Regression ของ Bitcoin แสดงให้เห็นว่าราคากำลังฟอร์มตัวเป็นจุดสูงสุดชั่วคราวในบริเวณสีขาว ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 โดยครั้งนั้น เมื่อราคาทดสอบ Layer 3 ที่ระดับ 26,000 ดอลลาร์ กราฟก็ชี้เป้าไปที่ระดับ 34,000 ดอลลาร์ และในที่สุดก็ทะลุไปได้จริง
ล่าสุด กราฟ Log Regression แสดงให้เห็นว่า Layer 4 ได้พุ่งทะลุขึ้นไปถึงบริเวณวงกลมสีส้ม ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ดังนั้น แนวโน้มถัดไปของราคา Bitcoin น่าจะปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ Layer 3 ที่ประมาณ 29,625 ดอลลาร์
กราฟ Log Regression นี้เคยมีความแม่นยำในการคาดการณ์จุดสูงสุดของรอบขาขึ้นก่อนหน้า ดังนั้น จึง值得นักลงทุนให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม กราฟนี้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการคาดการณ์ราคา Bitcoin และควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ
#Bitcoin #LogRegression #Siamstr
https://image.nostr.build/e6c7db751587f284efb42b4200ee93a1a799c7d661524f080203f1b611f44d92.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1080x556&blurhash=i2Ss50EjD%25xuoz%3FH.9%3D%7B%25h4T%7EW%3Fw%251%25gxvt6tSMxMf%7EqOr4nNZE1M_IqnN%5EkcZ00Dj%24%2B%23--%3D%24f-%3D%25N9s8_%3Dg%5E%2C-pxto%7DSw&x=732f5714bff6c2015ee8b461832a384b3a1d7a13ec41129bec6dafdffe7acace
กองทุนยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ทุ่มเงินกว่า 4.02 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ Bitcoin
กองทุนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ 5 แห่ง ได้แก่ BlackRock, Fidelity, Bitwise, ARK 21Shares และ Invesco Galaxy รายงานการไหลเข้าสุทธิรวม (net inflows) ของ Bitcoin ทั้งสิ้น 4.02 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 88.5% ของมูลค่าการไหลเข้าสุทธิทั้งหมดของ Bitcoin ทั่วโลกเมื่อวานนี้ (19 มกราคม 2567)
BlackRock ยังคงเป็นผู้นำในการซื้อ Bitcoin โดยมีมูลค่าการไหลเข้าสุทธิอยู่ที่ 1.23 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Fidelity ที่ 1.06 พันล้านดอลลาร์ Bitwise ที่ 393 ล้านดอลลาร์ ARK 21Shares ที่ 319 ล้านดอลลาร์ และ Invesco Galaxy ที่ 194 ล้านดอลลาร์
การไหลเข้าสุทธิของ Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยทั่วโลก
#Bitcoin #Investment #Blockchain #Cryptocurrency #Siamstr
https://image.nostr.build/3b8e9f5e698c280d4a08c5b64515391b31800eab864b40632ee8f982e42193c5.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1518&blurhash=%5EAAvUt%7EB5R5S5SNH1jNe-A-A%24%25ofJCN%7Bxtwbsls%3A%7Cq%241J.E%2BEkS42bI%3A%23k%24%25s9WB%3DKIpI%3B%24%25t5ocNZ-TxaENS5j%5BXTX8xEr%3DRkWY-BRkI%3Axas-bF&x=44081adda8c0b583e27b2773c69812190cb77217c3f85e28eec4c4719ddc2ed4
CDC ActionZone ส่งสัญญาณเตือนนักเทรดไทยเตรียมรับมือตลาดขาลง
ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงมาอยู่ในระดับราคา 41,000 ดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา โดยนักเทรดไทยบางส่วนเริ่มกังวลกับทิศทางของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ เนื่องจาก CDC ActionZone ตัวชี้วัดเขียว-แดงขวัญใจนักเทรดไทยได้ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มขาลง
CDC ActionZone เป็น Indicator ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรดไทย เนื่องจากใช้งานง่ายและสามารถให้สัญญาณเตือนได้อย่างชัดเจน โดย Indicator นี้จะใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 12 และ 26 ในการหาแนวโน้มของราคา Bitcoin โดยหากเส้นค่าเฉลี่ย EMA 12 อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 26 แสดงว่าราคา Bitcoin อยู่ในแนวโน้มขาลง ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณเตือนที่ CDC ActionZone ส่งออกมาในปัจจุบัน
นักเทรดไทยควรระมัดระวังการลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่ในช่วงนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะตลาดหมี (Bear Market) ซึ่งอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักเทรดยังสามารถพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่น ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
#CDCActionZone #Bitcoin #Cryptocurrency #BearMarket #Siamstr
Blockchain เทคโนโลยีแห่งอนาคตในการเก็บข้อมูลสำคัญ
เทคโนโลยี Blockchain กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัล เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และความไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ ทำให้ Blockchain กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ
ล่าสุด โปรเจค Polygon ID และ DFINITY foundation ได้เริ่มพัฒนาการใช้งานเครือข่าย Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือแม้กระทั่งข้อมูลประกันสุขภาพ
นาย Sebastain R. Cabrera รองประธานของโปรเจค Polygon ID ได้ออกมาพูดในงาน Blockchain 2 Government Conference โดยได้กล่าวว่า ปัจจุบันโปรเจค Polygon ID กำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ บนเครือข่าย Blockchain โดยระบบดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสและกระจายเก็บไว้บนเครือข่าย Blockchain ทำให้ยากต่อการถูกเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากโปรเจค Polygon ID และ DFINITY foundation แล้ว ยังมีอีกหลายองค์กรที่กำลังพัฒนาการใช้งาน Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรบนเครือข่าย Blockchain และรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลสุขภาพบนเครือข่าย Blockchain
การพัฒนาการใช้งาน Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ กำลังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความต้องการในด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญต่าง ๆ
#blockchain #blockchaintechnology #datasecurity #dataprivacy #government #polygonid #dfinityfoundation
ผู้นำวงการ Tokenization ฟันธง! Bitcoin ETF เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
Tokenization คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์ทางกายภาพหรือสินทรัพย์ทางการเงินให้เป็นโทเค็นดิจิทัล การทำ Tokenization สามารถนำไปสู่ประโยชน์มากมาย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความปลอดภัย
ล่าสุด ผู้นำวงการ Tokenization ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ETF ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกา โดย Jeremy Allaire CEO Circle กล่าวว่า Bitcoin ETF เป็น "จุดเปลี่ยน" สำหรับการทำ Tokenization ทั่วทั้งภาคการเงินทั้งหมด Larry Fink CEO BlackRock กล่าวว่า Bitcoin ETF เป็นหนึ่งใน "ก้าวสำคัญ" ไปสู่การทำ Tokenization อย่างแพร่หลาย และ Brad Garlinghouse CEO Ripple กล่าวว่า Blockchain ไม่สามารถ "เจริญเติบโต" ได้หากยังคงอยู่ในเครือข่ายปิด (Closed Network)
ความคิดเห็นของผู้นำวงการ Tokenization เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ Bitcoin ETF ในการขับเคลื่อนการทำ Tokenization ไปสู่วงกว้างมากขึ้น Bitcoin ETF จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Tokenization มากยิ่งขึ้น
#Tokenization #BitcoinETF #Blockchain #Siamstr
MantaNetwork โดนตั้งข้อสงสัยว่าอาจแอบฟอกเงินผ่าน Bithumb
MantaNetwork ได้มีซื้อขายบน Bithumb ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตเคอเรนซีชั้นนำของเกาหลีใต้
ภายใน 5 นาทีหลังจากเปิดการซื้อขาย Manta Korea BD ได้ขาย Manta 2 ล้านเหรียญ (มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท) แปลงเป็น Ethereum 2,094.7 ETH และโอนออกไปยังที่อยู่กระเป๋าส่วนตัว
การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า MantaNetwork อาจแอบฟอกเงินผ่าน Bithumb
ข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น:
* Manta Korea BD ขาย Manta จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น อาจเป็นการล้างราคา (wash trading) เพื่อทำให้ราคา Manta ลดลง
* Manta Korea BD โอน Manta ออกไปยังที่อยู่กระเป๋าส่วนตัว อาจเป็นการโอนไปยังผู้กระทำผิดทางการเงิน
การตรวจสอบข้อเท็จจริง:
Bithumb ได้ออกมาชี้แจงว่า Manta Korea BD เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจาก MantaNetwork ในการซื้อขาย Manta บน Bithumb
Bithumb ระบุว่า Manta Korea BD ได้ขาย Manta 2 ล้านเหรียญเพื่อชำระหนี้ให้กับนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่ง
MantaNetwork ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้
Kaleo นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ไม่เชื่อว่า Ethereum (ETH) จะเสียตำแหน่งผู้นำ Layer-1 ในเร็วๆ นี้
Kaleo บอกกับผู้ติดตาม 615,900 คนของเขาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า ETH ยังคงมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอื่นๆ ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งานจริง
"ETH ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม smart contract ที่ดีที่สุดในโลก" Kaleo กล่าว "มีการพัฒนา DeFi, NFT และ Metaverse อย่างต่อเนื่องบน ETH"
Kaleo ยังชี้ให้เห็นว่า ETH ยังคงมีอุปทานจำกัด ซึ่งทำให้เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสำหรับนักลงทุน
"ETH มีอุปทานจำกัดเพียง 18 ล้านเหรียญ" Kaleo กล่าว "สิ่งนี้ทำให้ ETH เป็นสินทรัพย์ที่หายากและมีค่า"
แน่นอนว่าการคาดการณ์ของ Kaleo เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น และอนาคตของ ETH ยังคงไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างๆ ที่ Kaleo กล่าวถึง แสดงให้เห็นว่า ETH ยังคงมีศักยภาพที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำ Layer-1 ไว้ได้ในระยะยาว
#Ethereum #Layer1 #Siamstr
Bitcoin ETFs ทะยานแซง Silver ETFs ขึ้นเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ ETF อันดับสองของโลก
เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังการอนุมัติ ETF Bitcoin ของสหรัฐอเมริกา Bitcoin ETFs มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ทะยานแซง Silver ETFs ขึ้นเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ ETF อันดับสองของโลก
ณ วันที่ 18 มกราคม 2567 AUM ของ Bitcoin ETFs อยู่ที่ 27.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า AUM ของ Silver ETFs ที่ 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การทะยานขึ้นของ Bitcoin ETFs สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนใน Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์การลงทุน
ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเพิ่มขึ้นของ AUM Bitcoin ETFs ได้แก่
การอนุมัติ ETF Bitcoin ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซี
ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Bitcoin
การยอมรับ Bitcoin จากสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่
#Bitcoin #ETF #Silver #Siamstr
ปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดลดลงต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Glassnode พบว่า ปริมาณ Bitcoin คงเหลืออยู่บนกระดานเทรดทั่วโลกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 19 มกราคม 2567 เหลือเพียง 3,656,103 BTC หรือคิดเป็น 12.6% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด
ปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 โดยในช่วงเดือนมกราคม 2567 ลดลงจากระดับ 3,860,000 BTC ในเดือนธันวาคม 2566 ถึง 104,000 BTC
การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากแสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังถือครอง Bitcoin ไว้ในมือมากขึ้น แทนที่จะฝากไว้บนกระดานเทรด
การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น
นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในราคา Bitcoin มากขึ้น จึงถือครอง Bitcoin ไว้ในมือมากขึ้น
นักลงทุนกำลังย้าย Bitcoin ออกจากกระดานเทรดเพื่อนำไปใช้งานหรือเก็บรักษาไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดอาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนทุกคน เนื่องจากอาจทำให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นและทำให้นักลงทุนที่ถือครอง Bitcoin อยู่ในมือขาดทุนได้
#Bitcoin #Exchange #Supply #Siamstr
Golden Cross ของ Bitcoin เกิดขึ้นแล้วบนกราฟ Week! นักวิเคราะห์เตือนควรระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ราย 50 สัปดาห์ของ Bitcoin ตัดขึ้นเหนือเส้น SMA ราย 200 สัปดาห์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งชี้ว่าราคาสินทรัพย์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่านักลงทุนควรระมัดระวัง เนื่องจาก Golden Cross นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นกว่า 70% ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน และราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบันเหนือระดับ 40,000 ดอลลาร์
"Golden Cross นี้อาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ขาขึ้น" PlanB นักวิเคราะห์ชื่อดังกล่าว "แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า Golden Cross มักมาช้าไปหลังจากการเริ่มต้นของขาขึ้นแล้ว"
นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า Golden Cross นี้อาจไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้ที่แข็งแกร่งเท่ากับในอดีต เนื่องจากตลาดคริปโตมีสภาพคล่องมากขึ้นและมีการเทรดอย่างกว้างขวางมากขึ้น
"ในอดีต Golden Cross เป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้มาก" Michael van de Poppe นักวิเคราะห์คริปโตกล่าว "แต่ในปัจจุบันตลาดคริปโตมีสภาพคล่องมากขึ้นและมีการเทรดอย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น Golden Cross จึงอาจไม่ใช่สัญญาณที่แข็งแกร่งเท่าที่เคยเป็นมา"
ท้ายที่สุดแล้ว นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจาก Golden Cross ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin เช่น สภาพเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์
#Bitcoin #GoldenCross #TechnicalAnalysis #Siamstr
