โลกของข้าเป็นหนึ่งท่ามกลางดวงดาวที่ละหม้ายคล้ายกัน…
น้ำทะเลของข้านั้นใหญ่กว่า แผ่นดินที่ท่านเหยียบย่ำทุกคืนวัน…
สิ่งที่สำคัญ จริยธรรมของท่านนั้นไม่มีวันเทียบเคียง…
Tungkukk🇹🇭
tungkukk@siamstr.com
npub1e8e3...9tp3
Toxic Maximalist #bitcoin #anarchocapitalism #Libertarianism
หลังเลิกงานจะกลับไปรวนเนื้อสับ 800 กรัม และไข่ดาว หูยแค่คิดก็ฟินและ
ไอ้เช ท้ายรถ กับ พ่อไอ้ทูเด้า ก็ตามนั้น 

สาเหตุที่ไม่ชวนเพราะไม่รู้จะชวนคนที่ 49 หรือ 36 View quoted note →
ผมว่าเรื่องที่ผมอยากพิมพ์มุมมองหนึ่งน่าสนใจดีนะ
แต่ผมขอนำเสนอมันด้วยรูปที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ปี ค.ศ.1917
กับ Quote ที่เก่าแก่กว่านั้น ปี 1880
“The tyranny of meanest and dumbest”
-Friedrich Nietzsche-
ซึ่งสองอย่างนี้เมื่อเอามารวมกันก็คือความหมายที่แท้จริงระหว่างลูกแกะและเด็กเลี้ยงแกะ
#siamstr 

โอเคชุควู ทำกูจุ๊กกรู๊ ไปกับมันจริงๆ #chelseafc
บรรพบุรุษของเราต่อสู้กันเพื่อความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอดีตกาลหรือกระทั่งสงครามโลก
วันนี้เรากลับใช้ชีวิตเยี่ยงตุ๊ด
น่าสมเพชหว่ะ
#siamstr
รีรันเผื่อมีคนสนใจ View quoted note →
ใครพูดถึง hanger ป่ะเมื่อกี้เห็นแว๊ปๆหาไม่เจอ
ทุนนิยมสามารถทำให้เกิดคอมมิวนิสต์ได้จริงไหม?
ในมุมมองของมาร์กซ์คือการที่ตัวเค้านั้นเปรียบทุนนิยมเป็นวัตถุหนึ่ง ซึ่งเคลื่อนที่ไปตามการเปลี่ยนผ่าน โดยมองในมุมมองของการปกครอง คล้ายคลึงกับว่า ตัวทุนนิยมนั้นจะแปลเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ได้คล้ายระบอบกษัตริย์สู่ประชาธิปไตย
เป็นการมองโลกแง่เดียวของคนในอดีต โดยเค้าเชื่อในโลกที่ทุกอย่างเท่าเทียมกัน
แม้แต่ทรัพยากรณ์ที่หากตัดมูลค่าส่วนเกินของพวกนายทุนจะทำให้คนนั้นเท่ากันได้
Hans Hermann Hoppe นักเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนเจ้าของวลีเด็ด “ลองถามไอ้พวกเคนเชี่ยนดูสิว่า ถ้าปริ๊นกระดาษออกมาเยอะๆจะทำให้คนรวยขึ้นได้อย่างไร”
ได้บรรยายในเรื่อง Private Popperty ในการเทียบดินแดนของพระเจ้า ที่ทรัพยากรณ์มีไม่จำกัดผ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง โดยที่ โรบินสันครูโซ่ ได้เดินทางมาถึงที่เกาะเป็นคนแรก ทุกอย่างดูจะเป็นดั่งสวรรค์ ทรัพยากรณ์ใช้ไม่อั้น ยังกะบุฟเฟต์ร้านดัง โอ๊ยยยย อะไร มันจะช่างดีป่านนั้น
จนวันหนึ่ง ชายนิรนามฟายเดย์ อยู่ๆก็เข้ามาติดอยู่ที่เกาะ
คำถามถัดมาที่ Hoppe นำเสนอก็คือ อะไรคือสิ่งกำหนดว่าสิ่งนั้นคือ Private property ซึ่งมันดูจะขัดกับเนื้อเรื่องในเหตุการณ์ที่ Hoppe เล่ามา
โดยเค้าบอกว่า ในขณะที่ทรัพยากรณ์มีไม่จำกัด แต่หากมี Body หรือ สิ่งที่เป็น physical อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ คุณก็ไม่สามารถที่จะหา สิ่งใดมาแทนที่พื้นที่ตรงนั้นได้ “คุณไม่สามารถยืนตรงที่ที่ผู้อื่นยืนได้” ซึ่งนั่นแปลว่าทรัพยากรณ์ที่ไม่จำกัดนั้นได้ถูกจำกัดในพื้นที่นั้นๆ โดยการที่ ฟรายเดย์ ขึ้นเกาะแล้วเหยียบลงบนพื้นดินนั้นเรียบร้อยไปแล้ว ดังนั้นครูโซ่ไม่สามารถไปยืนตรงนั้น นอกจากฟายเดย์จะขยับเอง หรือพูดง่ายๆลงไปอีกคือ คุณต้องทำลาย private property ผู้อื่นหรือฆ่าฟรายเดย์แล้วเอาไปทิ้งซะ ซึ่งนั้นก็เทียบเท่ากับว่า คุณทำลาย Private property หรือมีการรุกล้ำเรียบร้อยแล้ว
ตัดกลับมาที่มาร์กซ์ ในขณะที่มาร์กคิดว่าโลกของเค้านั้น การที่วัตถุหนึ่งถูกแทนที่คือการที่มนุษย์ไปแทนที่ ซึ่งจะต้องมีแรงผลักดันหรือแรงจูงใจให้มนุษย์ทำ ดังนั้นลักษณะแนวคิดมาร์กจึงต้องใช้วิธีคิดที่ซับซ้อนมากกว่านั้น และยังมิสามารถตอบโต้คำตอบเรื่อง Private property จากการนิยามพื้นที่และ Private property นี้ได้ จนต้องหยิบยกวาทกรรม personal property ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ในการกำหนดตัวบุคคล ซึ่งเราจะเห็นหลักการพวกนี้ถูกกำหนดโดยคนกลาง หรือ ประธานธิบดี ตั้งแต่เลนินจนถึงยุคพินาศสมัยโกบาชอฟ
การ shape สังคมนั้นน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมจาก ฝั่งซ้ายใหม่จากสำนักคิดแฟรงก์เฟิร์ต ที่กระจายไปทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาในปัจจุบัน
ซึ่งเราจะเห็นตัวอย่าง ม๊อบเยาวชน ม๊อบเสื้อแดง ม๊อบสลิ่ม ม๊อบ กปปส. ที่เคยออกมา ทำลายข้าวของ พวกคนพวกนี้ไม่เคยซึมซับเรื่อง Private property ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ โดยการกระทำที่เข้าข่ายรุกรานมักจะมาพร้อม คำพูดกระแดะสำออยอย่าง “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” จึงเป็นแค่คำประดิษสวยหรูของคนโง่บางตัวที่ต้องการทำลายทรัพย์สินผู้อื่น
และ ”วาทะกรรมภาษีกู“ คือข้ออ้างของคนโง่ที่เสียภาษีให้รัฐบาลมักใช้กัน เพื่อให้รัฐบาลหรือพวกคอมมิวนิสต์นั้นใช้ปล้นตัวเอง เปรียบเสมอนงูกินหาง ไปจนไม่รู้จักจบ
#siamstr
จากโพสเมื่อกี้นึกว่าเป็นแม่ค้าขายของ เยดเปด
เด็กของจริง
หืม………
เมื่อคุณอยากรู้ว่าเค้าคุยไรกันในกลุ่มลับ
นี่คือสิ่งที่เค้าขาย…
น่ารักจังวะ 

Long live fucking freedom!
The Dark Knight Trilogy - Existentialism
ว่าด้วยเรื่องราวของกระบวนทัศที่ตีโจทย์ของ บรูซที่ต้องสูญเสีย พ่อและแม่จากความผิดพลาดที่เค้าไม่ต้องการจะรับชม ภาพยนต์จากโรงละครแห่งหนึ่ง
ก่อนที่ โทมัส พ่อของเค้าจะพาครอบครัวเดินออกไปยังทางออกหนึ่งของโรงภาพยนต์ ก่อนจะถูกโจ ชิล ยิงจนเสียชีวิต ทุกๆวันสิ่งที่คอยหลอกหลอนเค้าคือเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ บรูซย้ายไปเรียนที่รัฐอื่นก่อนจะกลับมาฟังการไต่สวนเมื่ออายุ 20 ที่ก็อตแธม และมรดกแห่งความเจ็บปวดที่เรื่องราวนั้นทิ้งไว้ให้เค้า
การแก้แค้นคือความว่างเปล่า และความว่างเปล่านั้นไร้ความหมาย บรูซต้องการจะยิงโจชิลในวันนั้นโดยเค้าเตรียมปืนของพ่อเค้าเอาไว้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวให้ความสัมพันธ์กับเรื่องราวเหล่านั้น เสียงปืนที่ดัง ขึ้น เหมือนกระตุ้น ความว่างเปล่าให้มีความหมาย
ใช่แล้วครับ บรูซ นั้นไม่ใช่คนยิง และเป็นคนของฟัลโคนี่
การล้างแค้นของบรูซได้เริ่มต้นขึ้น ฟัลโคนี่ คือ ผู้บงการทุกอย่าง
การค้นหาหนทางแห่งการดับทุกข์ได้ถือกำเนิด จากลูกคุณหนู
บรูซเริ่มทำตัวเป็นโจร เปลี่ยนชื่อ ใช้ชีวิตโสมมเพื่อหาความหมายใหม่ของชีวิต ในระยะเวลา 7 ปี กับชีวิตที่ดูไร้ค่า และดอกไม้สีน้ำเงินในประเทศเนปาล
บรูซได้ค้นเจออาจารย์ของ เค้า “ดูคาร์ด” เค้าต้องการปลดปล่อยอำนาจและอิทธิพลของอันธพาลและแก๊งต่างๆ
โดยใช้เวลาอีก ปีกว่าๆ เพื่อ ฝึกวิชา ทั้งหลาย
การเริ่มปราบอาชญากรณ์ได้เริ่มขึ้น
ระยะเวลาของเค้ามาถึงอีกครั้งเมื่อเค้าเริ่มมีชื่อเสียง
คู่ต่อสู้ของเค้าอย่าง Nihilism ได้คืบคลานเข้ามา ความว่างเปล่า ทางวัตถุนิยม และ การไม่มีความหมายที่จะปีนขึ้นไปเพื่อมีความหมาย Joker
ผู้ที่เปลี่ยนคำตอบของทุกๆอย่าง ว่าเราสามารถที่จะใช้ชีวิตโดยซึ่งไร้ความรับผิดชอบ และความกลลาหล ตัวแทนแห่ง พระเจ้าซึ่งได้ลงมาทดสอบ บรูซ
ความทรมานที่ต้องช่วยคนรักไม่ได้ และการที่สังคมหันหลังให้กับเค้า นี่คือความกลลาหลที่ถูกกำหนดไว้แล้ว หรือเปล่า
ความพยายามที่กำลังจะสูญสิ้น บรูซใช้ทุกอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะมา
และใน ที่สุด มันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แม้จะเป็นชัยชนะ
บรูซถูกกลืนกินจากความว่างเปล่านาน 8 ปี ความทรมานจากการสูญเสียคนรัก การทรรามานเพื่อเป็นผู้ชนะ ที่โดนกล่าวหา ว่าเป็นฆาตรกร
และร่างกายที่ค่อยๆเสื่อมลง
เรื่องราวของบรูซกลับมามีความหมายอีกครั้ง จากการที่เค้าพ่ายแพ้หลังกลับมาต่อสู้สวมชุดหน้ากาก ก่อนจะถูกทิ้งลงไปให้อยู่ในคุกใต้ดิน
เป้าหมายและการบรรลุที่แท้จริงคือ ความสงบ ที่เค้านั้นหาไม่ได้
I See A Beautiful City And A Brilliant People Rising From This Abyss. I See The Lives For Which I Lay Down My Life: Peaceful, Useful, Prosperous, And Happy.
หลังจากการใช้ชีวิตในผ้าคลุม ความหมายถัดไปของบรูซคือการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเป็นอิสระตามเจตจำนงเสรี
และผู้ที่พบเห็นเค้าคนสุดท้ายคือ พ่อบ้านของเค้าในต่างประเทศ กำลังนั่งกินกาแฟกับคู่เดทของเค้า
================
เราจะเห็นว่าชีวิตของบรูซมิได้โรยลงด้วยกลีบกุหลาบ และเค้าพยายามดิ้นรนหาความหมายของชีวิต เค้าถูกลืนกินด้วยชัยชนะจอมปลอม ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตามเรื่องราวของ The Dark Knight Trilogy จะมีประโยคอย่างเช่น
“What doesn’t kill you make you stronger” นั้นไปสอดคล้องกับประโยคที่ Nietzsche เคยกล่าวไว้ That which doesn’t kill us makes us stronger
แน่นอนว่าเราจะเห็นช่วงเวลาที่คุณถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่าที่ทุกทรมาณ
8 ปีคือ เวลา ที่บรูซจากก๊อตแธมไป 8 ปีแห่งความทรมาณจากการถูกกลืนกินโดยความว่างเปล่าจากการสูญเสีย
ตัวละครบรูซถูกสร้างมาในรูปแบบที่มี Perspective ที่เชื่อมั่นในความซื่อตรงและชัดเจน แม้กระทั่งเรื่องความรัก เราจะเห็นตั้งแต่ตอนที่เค้าบอก เรเชลดอคนรักของเค้าในสิ่งที่เค้าปิดบัง ซึ่งแรงต้านของสังคมนั้นแทบไม่เคยหยุดยั้งความจริงที่เป็นเค้าได้แม้ต้องทำตัวเป็นศาลเตี้ย
Übermench หรือ Superman( super man) คือสิ่งที่ Nietzsche นั้นสื่อและถ่ายทอดออกมาและพยายามจะสื่อสารในหนทางที่ดูเข้าใจได้ยาก
ซึ่งในภาพยนต์ตัวของ Nolan ก็เปรียบ บรูซ เป็นUbermench คนหนึ่ง ซึ่งก็คือคนธรรมดาทั่วไปที่มีความสัตยผืจริงและเป้าหมายในตัว โดยการใช้สองบุคลิกในยามราตรีและยามอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาตีความ
จนกระทั่งการมาถึงของเบน หรือ ความกลัวที่บรูซ ต้องละทิ้ง เราจึงเห็นความจริงและตัวจริงเพียงหนึ่งเดียว ก็คือ บรูซเวย์น
ในฉากก่อนสุดท้าย การต่อสู้ระหว่างเค้ากับเบนนั้น แทบไม่ปกปิดตัวตน ที่อัศวินรัติกาล ก็อยู่เสมอในยามวิกาล
เปรียบเสมือนความจริงที่ เราสามารถมีเจตจำนงเสรีและกำหนดความหมายด้วยตัวเราเอง
“A hero can be anyone, even a man doing something as simple and reassuring as putting a coat on a young boy's shoulders to let him know that the world hadn't ended“
ด่า พวก Right Team ที่เป็นกลุ่มฝ่ายขวา(ปลอม) ให้ไปตายและลงนรกพร้อมพรรคประชาธิปปัตย์ กูโดน เฟสบุ๊คแบน 24 ชั่วโมง
เย็ดเป็ด มึงมี มีอำนาจเหี้ยไรมาบอกว่าเป็นคำพูดข่มขู่
12 rule for life an antidote to chaos
หนังสือที่เปรียบเสมือนเขาวงกต
จนตอนนี้เวลาผ่านมาเกือบ 8 เดือน ผมกำลังจะอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
ในแนวคิดที่ผมมองว่า ผู้แปล แปลมันได้อย่างห่วยแตกมาก ทั้งเรียบเรียง และ คิดจะใช่ (..) ตอนไหนก็ใช้ ซึ่งการทำควาทเข้าใจความคิดของปีเตอร์สัน ในเรื่องการเมืองและมุมมองของเค้ากลับแปลผิดให้เป็นถูกจากการเรียบเรียง เสียซะอย่างนั้น
การอธิบายและภาษาที่เวิ่นเว้อ ควรจะมีพลัง กลับไปใช้พลังงานกับเนื้อหาที่สอดเสือกเรื่องชาวบ้าน
มันน่าผิดหวัง จริงๆนะ
อยากมีอิสรภาพ
ชวนเมียเล่น Nostr
อิสรภาพหายทันที 55555
