Right Shift's avatar
Right Shift
official@rightshift.to
npub1ejn7...97a5
Your everyday #Bitcoin Leading the Bitcoin education in Thailand. Host of the #BitcoinThailand building #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 2 years ago
การเซนเซอร์ตัวเอง (self-censorship) มันคือความจริงที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ใต้พรมในแพลตฟอร์มเมนสตรีม และทำไม Nostr จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด? image ในห้วงอวกาศแห่งจักรวาลดิจิตอลอันกว้างใหญ่ไพศาล การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างเงียบงัน มันไม่ใช่การต่อสู้โดยนักรบหรือด้วยอาวุธ แต่ทว่า.. มันเป็นสงครามการต่อสู้ผ่านทางคำพูดและความคิด มันคือการต่อสู้กับศัตรูที่เราไม่อาจมองเห็น.. "การเซนเซอร์ตัวเอง" ศัตรูที่ไม่ได้เกิดจากความชั่วร้ายหรือเจตนาอันเลวทราม หากแต่มันเกิดขึ้นจาก "ความกลัว" ความกลัวในการต้องเผชิญหน้า, ความกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์, ความกลัวการถูกตรวจสอบ มันเป็นศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดบนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แฝงตัวมากับเสียงกระซิบกระซาบแนบใบหูของผู้ใช้งาน มันผลักดันให้พวกเขาต้องเงียบเสียงของตนลง พวกเขาต้องเซนเซอร์ความคิดของตน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคม ด้วยอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเมนสตรีมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและนโยบายอันเข้มงวด มันได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของการเซนเซอร์ตัวเอง พวกเขาคือผู้ควบคุมตุ๊กตาหุ่นเชิด.. คอยกำหนดว่าสิ่งใดที่ผู้ใช้จะสามารถและไม่สามารถแสดงออกได้ พวกเขาคือผู้คุ้มกันประตู.. คอยตัดสินว่าเนื้อหาประเภทใดควรถูกเห็นและสิ่งใดควรถูกซ่อนหรือปกปิดไว้ พวกเขาคือผู้พิพากษา.. คอยออกบทลงโทษต่อผู้ที่กล้าท้าทายกฎเกณฑ์ของพวกเขา ให้บทเรียนผ่านการลบโพสต์ การปิดกั้นการมองเห็น การระงับบัญชี และการปิดปากของผู้คน แต่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันมัวหมองนี้.. แสงแห่งความหวังยังคงส่องสว่าง ..แสงนั้นคือ #Nostr Nostr ไม่ได้เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แต่มันเป็น "การปฏิวัติ" มันคือการกบฏต่อการเผด็จการของการเซนเซอร์ มันเป็นที่ลี้ภัยสำหรับผู้ที่เห็นคุณค่าในความเป็นส่วนตัวและการสื่อสารกันอย่างเสรี มันเป็นชุมชนที่เสียงของคนจะถูกรับฟัง.. ไม่ถูกกั้น เป็นสถานที่ซึ่งความคิดจะถูกแบ่งปัน ไม่ถูกปราบปราม เป็นที่ซึ่งบุคคลได้รับการเฉลิมฉลอง ไม่ถูกเซนเซอร์ Nostr จึงก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มเมนสตรีม มันไม่ยอมก้มหัวให้กับอัลกอริทึม.. มันไม่กำหนดว่าผู้ใช้งานของมันจะสามารถและไม่สามารถพูดอะไรได้ มันไม่บังคับให้ผู้ใช้งานต้องทำการเซนเซอร์ตัวเองเนื่องจากกลัวผลกระทบ แทนที่พวกเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างอิสระ มันเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้งาน.. มันทำให้พวกเขามีอิสระในการแสดงออก แบ่งปันความคิดของพวกเขา เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนบทสนทนาที่มีคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมาย มันเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขา มันปกป้องพวกเขาจากสายตาของบริษัทเอกชนและรัฐบาล มันสนับสนุนสิทธิ์ในการสื่อสารได้อย่างเสรี หลักการที่เป็นพื้นฐานของการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย.. "การเซนเซอร์ตัวเอง" ที่กำลังระบาดอย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มเมนสตรีมเป็นการละเมิดหลักการนี้โดยสิ้นเชิง มันเป็นการละเมิดสิทธิ์ของเราในฐานะผู้ใช้งาน มันเป็นการละเมิดบทบาทและสาระสำคัญของสิ่งที่โซเชียลมีเดียควรจะเป็น นั่นคือการเป็น "แพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารที่เสรีและเปิดเผย" แต่ด้วย Nostr เรามีโอกาสเรียกคืนสิทธิ์เหล่านี้ เรามีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่งการเซนเซอร์ เรามีโอกาสที่จะเปล่งเสียงให้สังคมได้ยินเรา ภายใต้เงาแห่งการเซนเซอร์.. เราค้นพบกับอิสรภพ ในการเผชิญหน้ากับแพลตฟอร์มเมนสตรีม.. เราค้นพบทางเลือกของเรา นั่นคือ Nostr ถึงเวลาที่จะเราเข้าร่วมกับการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาที่จะแสดงออกถึงเสียงแห่งความจริงของเรา ถึงเวลาที่จะปฏิเสธและหันหลังให้กับการเซนเซอร์ตัวเอง นี่คือช่วงเวลาแห่งความยินดี.. ดื่มด่ำอิสรภาพไปกับ Nostr // เขียนโดย @Jakk Goodday Goodday
Right Shift's avatar
Right Shift 2 years ago
สำหรับทุกท่านที่กำลังรอคอยรับชมเนื้อหาการสนทนาบนเวทีในงาน #BTC2023 คาดว่าวันอังคารที่กำลังจะถึงนี้ (1 สค. 66) เราจะสามารถปล่อยแพแนบแรกออกมาให้รับชมได้ครับ image พวกเราต้องขออภัยจริง ๆ สำหรับความล่าช้า เพราะสิ่งที่ยากนั้นไม่ใช่เรื่องของการตัดต่อวิดีโอ แต่เป็นเรื่องของการทำซับไตเติ้ล เราจะต้องแกะเอาทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษออกมานั่งแปลและตรวจทานอย่างพิถีพิถัน (แม้จะมี AI หรือเครื่องมือช่วยแต่มันก็ไม่ได้ถูกต้อง 100%) จากนั้นจึงค่อย ๆ บรรจงใส่ซับไตเติ้ลภาษาไทยลงไป อย่างไรก็ตาม เรากำลังคิดจะเผยแพร่ตัวคลิปออริจินัลออหไปก่อนเลย และทำซับไตเติ้ลตามมาสมทบทีหลัง นั่นก็จะลดระยะเวลารอคอยลงได้มาก.. ขอบคุณสำหรับกำลังใจและหารติดตามรับชมครับ
Right Shift's avatar
Right Shift 2 years ago
"นี่คือเรื่องราวของคอมมูนิตี้บิตคอยน์ในไทย ที่ผมคิดว่ามันน่าตื่นเต้นกว่าที่ผมเคยคาดไว้ และดูเหมือนพวกเขาจะมีอนาคตที่ยาวไกลอย่างแน่นอน.." ~บันทึกโดย Koji Higashi บิตคอยเนอร์ญี่ปุ่นสุดเท่แห่ง Diamond Hands (หนึ่งในสปีกเกอร์ของงาน #BTC2023) image … #ก่อนบินมางาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมเพิ่งไปเยือนกรุงเทพฯ และได้ไปร่วมงาน Bitcoin Thailand Conference 2023 มาหมาด ๆ เลยครับ งานบิตคอยน์ปีนี้ในเอเชียเริ่มตั้งแต่ที่เวียดนามตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา งานที่เวียดนามนั้นถือว่าดีมากในหลาย ๆ มิติ แต่งานในไทยสำหรับผมแล้วมันน่าตื่นเต้นอย่างเหลือเชื่อไม่แพ้กันเลย ผมจะสรุปประสบการณ์การเดินทางและความประทับใจครั้งนี้ให้ฟังนะครับ จริง ๆ ตัวผมเองไปเยือนคอมมูนิตี้บิตคอยน์มาแล้วหลายประเทศในช่วงปี 2016-2017 ช่วงนั้นมีผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจบิตคอยน์ไม่ได้เยอะอะไร พวกเราก็ทำงานกันหนักมาตลอดเพื่อให้คนได้เข้าใจบิตคอยน์กันมากขึ้น แต่แล้วหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดในแต่ละประเทศ เพราะเอาแค่ในเอเชียเอง แต่ก่อนเราไม่สามารถเรียกว่า “คอมมูนิตี้” ได้เลย เพราะมันเพิ่งเริ่มอยู่ในช่วงตั้งไข่ในหลาย ๆ ประเทศ (แถมยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง) แต่มาวันนี้พอได้เห็นหลายคนที่เคยทำงานหนักในการให้ความรู้ในระดับรากหญ้ามาก่อนกลายมาเป็นคนสำคัญในแวดวงบิตคอยน์ในแต่ละประเทศได้แล้ว ผมประทับใจจริง ๆ แล้วตอนนี้คอมมูนิตี้บิตคอยน์ก็มีความสนิทสนมและเป็นหนึ่งเดียวกันกับผู้คนมากมายที่ผมรู้จักมาตั้งแต่สมัยมันยังไม่มีคอมมูนิตี้เลยด้วยซ้ำ นั่นคือสิ่งที่ผมเคยสัมผัสมาตลอด และตอนนี้ผมจะพูดให้เห็นภาพว่างาน Bitcoin Thailand Conference นั้นเป็นอย่างไร และบรรยากาศของคอมมูนิตี้บิตคอยน์ของไทยนั้นเป็นแบบไหน ไปฟังกันเลยครับ ............... #คืนก่อนวันงาน ก่อนวันงานอีเวนท์ บรรยากาศหลาย ๆ อย่างทำให้ผมกังวลพอสมควร ผมได้ยินมาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้วว่าประเทศไทยจะมีงานบิตคอยน์ในเดือนกรกฎาคม แต่แทบไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลอะไรออกมาให้เราเห็นจนแทบจะวินาทีสุดท้ายก่อนวันงาน แต่ทำไมบัตรถึงขายหมดได้อย่างน่าฉงนนะ? มันดูมีความเร่งรีบและวุ่น ๆ พิกล ซึ่งทำให้ผมตอนนั้นกังวลมากว่างานจะออกมาเวิร์กหรือเปล่า? แล้วผมก็ได้รับเชิญให้เป็นสปีกเกอร์ในงานนี้ แต่ผมแทบไม่รู้อะไรเลยว่าให้พูดเรื่องอะไรใน panel ไหน มารู้ข้อมูลเอาจริง ๆ ก็โค้งสุดท้ายแล้ว ผมก็นั่งคิดว่า เอ..จะพูดอะไรดีนะ แต่เรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นปกติของงานบิตคอยน์นะ เพราะมันค่อนข้างสบาย ๆ เป็นกันเองอยู่แล้ว ตอนแรกที่เห็นโปสเตอร์งานใบแรก ผมรู้สึกว่ามันมีความ “บิตค้อยน์ บิตคอยน์” แบบพิลึก ๆ ที่ผมอธิบายไม่ถูก มันรู้สึกมีความเป็นงานแบบไทย ๆ ที่ผมเองไม่ชิน เอ้อ! ผมไม่ได้ตำหนิหรือบอกว่ามันไม่ดีอะไรนะ อย่าเข้าใจผิด ฮ่าๆๆๆ image ยิ่งบวกกับบรรยากาศชิลล์ ๆ ของประเทศเขตร้อนชื้นแบบไทย ผมเริ่มมีความรู้สึกเหมือนแวะไปงานอีเวนท์ระหว่างพักร้อน จนกระทั่งผมได้เห็นตัวงานจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะตัวอีเวนท์ด้วยนะ แต่รวมถึงสถานที่จัดงานด้วย โอ้โห พวกเขาจัดงานได้ดีกว่าที่ผมคาดเยอะมาก แถมยังมีคนไทยหลายร้อยคนมารวมตัวกันในงานนี้ บรรยากาศมันสุดยอดมาก ๆ เหลือเชื่อสุด ๆ image ตึกที่จัดงานนี้คือทรู ดิจิทัล พาร์กที่ยังใหม่เอี่ยม สวยงาม และดูจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพท้องถิ่น image ทันทีที่ผมก้าวเข้าสู่หน้างาน ใบหน้าและชื่อของสปีกเกอร์แต่ละรายก็ฉายขึ้นบนเสาตระหง่านหน้าทางเข้า มันสร้างฟีลลิ่งสวยหรูเลอค่าให้กับอีเวนท์นี้มาก ๆ มันมอบบรรยากาศความ “พรีเมียม” ให้กับตัวงานในทันที ............... #เนื้อหาในงาน โดยรวมเนื้อหาในงานมีหลายส่วนที่คล้าย ๆ กับงานบิตคอยน์ที่อื่น ยังไม่ค่อยมีเนื้อหาระดับ advanced จนเกินไป ถ้าถามผมแค่เฉพาะในส่วนของเนื้อหาอย่างเดียว ผมยังมองว่างานที่เวียดนามที่เหมาะกับชาวต่างชาติในแวดวงบิตคอยน์มากกว่า ถือว่ามีเนื้อหาโดยรวมที่เต็มอิ่มกว่า แต่เป็นเพราะผู้จัดงานในไทยตั้งใจทำเนื้อหาให้มือใหม่ที่สนใจบิตคอยน์เข้าถึงได้ง่ายกว่า ผมจำได้ว่ามีสปีกเกอร์ท่านนึงที่ขอถอนตัวกะทันหันในคืนก่อนวันงาน จน Kishin Kato ได้รับเลือกให้ขึ้นไปพูดแทนใน panel เรื่องทางด้านกฎหมาย (ผมไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เห็นอีกทีคิชินคุงอยู่บนเวทีแล้ว! ฮ่าๆๆ) แต่ภาพรวมของงานผมคิดว่าพวกเขาจัดหัวข้อต่าง ๆ ได้หลากหลายลงตัวมาก โดยยึดหลักว่ามือใหม่ก็จะเข้าใจได้ง่ายด้วย image ตัวผมเองได้ถึงพูด 2 panel คือเรื่องคอมมูนิตี้ในเอเชียและเรื่องการทำ routing node ซึ่งผมพูดเอาไว้บนเวทีประมาณนี้ครับ : . 1. แต่ละคอมมูนิตี้มีความต้องการไม่เหมือนกัน ฉะนั้นต้องแยกให้ออกว่าข้อมูลความรู้แบบไหนที่จะเหมาะกับวัฒนธรรมของแต่ละคอมมูนิตี้และตลาดในประเทศนั้น . 2. กิจกรรมให้ความรู้และงานอีเวนท์แบบนี้สำคัญเช่นกัน แต่มันยังไม่พอ เพราะในเอเชียเรานั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาบิตคอยน์ค่อนข้างน้อย ทำให้ผู้นำของคอมมูนิตี้ต่าง ๆ กลายเป็นคนสำคัญในการดึงเอาเรื่องธุรกิจเข้ามาในแวดวงบิตคอยน์ให้ได้ เพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ ๆ ในวงการบิตคอยน์ ตัวผมเองคิดถึงเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน . 3. ส่วนเรื่องการทำ routing node ตอนนี้เหมือนว่าจะเป็นตัวเร่งให้เกิดคอมมูนิตี้บิตคอยน์ในญี่ปุ่นเลยล่ะ แต่ความต้องการในด้านนี้ในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันอีก ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องนี้อย่างเดียวก็ได้ครับ . 4. น่าจะเป็นเรื่องยากที่คนทั่วไปจะทำกำไรจากการ routing node ได้ แต่การทำ routing มีความน่าสนใจเพราะช่วยให้คุณได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และเพิ่มความเข้าใจด้านเทคนิคมากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์มาก ๆ ในการได้งานทำในวงการบิตคอยน์ในอนาคต . 5. สิ่งที่น่าสนใจในการทำ routing node คือตอนนี้ไลท์นิ่งกลายมาเป็นตัวเชื่อมระหว่างโปรโตคอล Nostr และโปรโตคอลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับบิตคอยน์ไปแล้ว ซึ่งคอมมูนิตี้นักรันโหนดก็เป็นคนกระตุ้นให้เกิดการใช้งานไลท์นิ่งอย่างแพร่หลาย แปลว่าการทำ routing นี่แหละจะช่วยให้คนยิ่งใช้งานโปรโตคอลพวกนี้ และสร้างแรงจูงใจให้คนอยากใช้งานมันมากขึ้น ............... #ขอบคุณคุณพิริยะ บรรยากาศชุมชนบิตคอยน์ในไทยนั้นดีงามจริง ๆ มีคนไทยหลายร้อยคนมาร่วมงานนี้ เก้าอี้ทุกตัวเต็มเกือบตลอดเวลา ผมประทับใจสุด ๆ ที่ได้เห็นผู้คนตั้งใจฟังทุก panel บนเวทีตั้งแต่เช้าจนกระทั่งงานจบ คุณสงสัยใช่มั้ยล่ะว่าอะไรดึงดูดให้คนมางานกันล้นหลามขนาดนี้ คำตอบคือผู้ชายคนนี้ครับ @Piriya ⚡🟧 ชายผู้เป็นหน้าเป็นตาของงานนี้ และสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมางานนี้ก็คือผลงานบนยูทูบของเขา image ผมได้คุยและทำความรู้จักกับคุณพิริยะ (ตอนแรกผมคิดว่าเขาเป็นชาวไทยเชื้อสายอเมริกัน!) พิริยะมีพื้นฐานการเป็นอาจารย์มาก่อน และใช้ความเชี่ยวชาญภาษาไทยและอังกฤษในการย่อยความรู้บิตคอยน์ให้คนไทยฟังผ่านช่องยูทูบของเขามาตั้งแต่ปี 2015 ช่องเดิมของเขาสร้างฐานผู้ติดตามได้มากกว่า 150,000 คน มันสุดยอดจริง ๆ ครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เมื่อเทียบกับช่องผมที่มีผู้ติดตามราว ๆ 18,000 คน เรียกได้ว่าต่างกันสิบเท่า ทั้งที่ช่องของเขาทำให้คนไทยดูเท่านั้น นอกจากนี้การล่มสลายของเหรียญ altcoin อย่าง LUNA และกระดานเทรดอย่าง FTX เมื่อปีก่อน ก็ดูเหมือนจะเป็นแรงผลักดันให้คนไทยโฟกัสไปที่บิตคอยน์มากขึ้น ผู้มาร่วมงานอีเวนท์นี้รู้จักเหตุการณ์ล่มสลายที่ผมอ้างถึง และหลายคนเป็นผู้ใช้งานบิตคอยน์ที่มีความรู้ความเข้าใจในระดับสูง พวกเขาสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับบิตคอยน์เท่านั้น ไม่สนเหรียญอื่น เมื่อผมพิจารณาสิ่งที่คุณพิริยะพูดอย่างตรงไปตรงมา ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันน่าสนใจมากเลยนะ ยิ่งพอเอาไปเทียบกับในญี่ปุ่น มันอาจจะฟังดูแรง แต่คนญี่ปุ่นอีกมากมายยังลงทุนในเหรียญ altcoin กลวง ๆ ทั้งที่เคยเจ๊งซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้กี่ครั้ง แถมมีบางคนที่ไม่พอใจกับตลาดแต่มาหาที่ลงกับบิตคอยน์ (และบิตคอยเนอร์) เสียอย่างนั้น ผมเลยประทับใจมากที่คนไทยสนใจบิตคอยน์อย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ (ผมไม่คุ้นเคยกับนิสัยคนไทยนัก ผมขอโทษหากผมเข้าใจอะไรผิดนะครับ) นอกจากช่องยูทูบนั้นแล้ว คุณพิริยะยังเพิ่งก่อตั้งบริษัท Right Shift ซึ่งเป็นผู้จัดงาน Bitcoin Thailand Conference บริษัทของเขาผลิตคอนเทนต์ แปลหนังสือ จัดทำบทความ และจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับบิตคอยน์ให้กับคนไทย image เพื่อเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น มันคล้ายกับที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ในญี่ปุ่นผ่านช่องยูทูบของผมและผ่านบริษัท Diamond Hands (ที่ทำสื่อ, วิจัย, จัดอีเวนท์, สร้างคอมมูนิตี้ และพัฒนาบิตคอยน์) สิ่งที่คุณพิริยะทำเพื่อคนไทยนั้นเหมือนสิ่งที่พวกเรากำลังทำมาก ๆ แถม Right Shift ยังมีตัวมาสคอตที่อาจจะเป็นคู่แข่งกับเจ้า “แบดเจอร์คุง” ของเราอีกด้วย! ฮ่าๆๆๆๆ ผมสัมผัสได้เลยว่ามันมีความพิเศษบางอย่าง (เพราะผมเองก็อยากมีสินค้าของเจ้าแบดเจอร์คุงเหมือนกัน…) ............... #ประเทศไทยคือเป็นขุมพลังบิตคอยน์ที่ซ่อนกายอยู่ ? จากจำนวนคนมาร่วมงานอีเวนท์จำนวนมหาศาล แทบทุกคนตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ไปจนถึงตั้งใจเต็มที่ในงาน Workshop วันที่ 2 ผมสัมผัสได้เลยว่าความสนใจบิตคอยน์ของคนไทยนั้นเป็นไปในลักษณะ bottom-up จำนวนคนไทยที่มาร่วมงานและสนใจบิตคอยน์ถือเป็นความได้เปรียบอย่างมากของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย แถมในไทยยังมีธุรกิจมากมายที่พร้อมให้บริการบิตคอยน์และไลท์นิ่ง ผมจะไม่ฟันธงในเรื่องคุณภาพของบริการนะครับ แต่เอาแค่ในแง่ของจำนวนที่เห็น แค่นี้ก็ล้ำหน้าแซงประเทศญี่ปุ่นไปไกลแล้ว เพราะแม้กิจกรรมให้ความรู้บิตคอยน์จะสำคัญ แต่การที่มีธุรกิจมากมายรับชำระด้วยไลก์นิ่งหรือมีสินค้าและบริการเกี่ยวกับไลท์นิ่งให้ใช้งานก็คือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อีกเรื่องที่สำคัญคือชาวต่างชาติในประเทศไทย เช่น ผู้ก่อตั้ง Umbrel ก็อาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีนักธุรกิจและนักพัฒนาชื่อดังอีกหลายคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเช่นกัน เท่านั้นไม่พอ ชาวต่างชาติเหล่านี้และคนไทยเองดูจะเริ่มผสานเข้ากันเป็นอย่างดี ผมประทับใจมากที่ BOB Space กลายเป็นแหล่งรวมพลและพบปะกันระหว่างนักธุรกิจและนักพัฒนาบิตคอยน์ในกรุงเทพฯ สถานที่แห่งนี้สำคัญจริง ๆ ในการเชื่อมธุรกิจท้องถิ่นกับกลุ่มคนจากต่างชาติเข้าด้วยกัน ที่ญี่ปุ่นเองมีนักพัฒนาดัง ๆ อย่าง Nicola จาก BTCPayserver แต่ผมกลับรู้สึกว่าคอมมูนิตี้บิตคอยน์ที่ญี่ปุ่นยังเชื่อมกับนักพัฒนาไม่ติด เรียกว่าเทียบกับประเทศไทยไม่ได้เลยล่ะครับ มุมมองนี้ทำให้ผมยิ่งคิดว่าตลาดเมืองไทยนั้นมีศักยภาพและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่การจะเทียบให้เห็นความต่างระหว่างในญี่ปุ่นและไทยจะเป็นเรื่องที่ยาวจนเกินไป ผมขอพูดถึงประเด็นนี้ในภายหลังนะครับ วงการบิตคอยน์ในไทยล้ำหน้าไปกว่าที่ผมคิด เพราะแต่ก่อนญี่ปุ่นอาจนำหน้าชาติอาเซียนในแง่มูลค่าการซื้อขายแลกเปลี่ยน จำนวนผู้ใช้งาน และความเข้าใจในบิตคอยน์ แต่ถ้าเราพอใจอยู่แค่นั้น ก็ไม่แปลกใจเลยครับถ้าเราจะตกเป็นฝ่ายตามหลังประเทศอื่น ๆ ฉะนั้นการรู้สึกถึงความวิกฤติบ้างเล็กน้อยอาจจะเป็นผลดีกับคอมมูนิตี้ในญี่ปุ่นเองทั้งหมดครับ ............... #สรุปเรื่องจิปาถะที่ผมพบ . 1. อาหารไทยอร่อยมาก แต่ของหวานไม่ค่อยอร่อย โดยเฉพาะไอศกรีมทุเรียนที่ผมตั้งใจชิมด้วยความตื่นเต้น แต่สุดท้ายมันแย่เหลือเชื่อ ฮ่าๆๆๆ . 2. ค่าครองชีพที่นี่ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้ออะไรบ้าง แต่ก็ยังถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น แต่ผมก็รู้สึกว่าราคาข้าวของแพงกว่าแต่ก่อนมาก ๆ อยู่ดีครับ . 3. กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่หลายสิ่งหลายอย่างมารวมตัวกันได้แบบพิลึกดี กรุงเทพฯ มีชื่อเสียงเรื่องความอิสระ ทั้งในแง่ดีและแง่ไม่ดี และมันก็เป็นเมืองที่วุ่นวายใช้ได้ กรุงเทพฯ มีความน่าสนใจในแบบของมัน แต่ถ้าอยู่นานเกินไป คุณจะเริ่มรู้สึกว่ามันเริ่มไม่ค่อยดีกับคุณเท่าไหร่ ฮ่าๆๆๆ (ผมเจอป้ายร้านที่ใช้ชื่อได้สุดฮาเต็มเมืองไปหมดเลย) . 4. เชียงใหม่น่าอยู่ดีนะ มีนักพัฒนาและผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับบิตคอยน์อาศัยที่เชียงใหม่หลายคนเดินทางมาร่วมงานอีเวนท์นี้ หลายคนตื่นเต้นมาก ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเชียงใหม่ ผมเองก็อยากไปเยือนที่นั่นหนหน้าที่ผมบินมาไทย . 5. เขาบอกว่าใช้จ่ายด้วยบิตคอยน์นั้นผิดกฎหมาย แต่ก็ทำได้แบบไร้ปัญหานะ ในเชิงเทคนิคแล้วการใช้บิตคอยน์ซื้อของนั้นผิดกฎหมาย แต่มันก็เป็นวิธียอดฮิตเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่ค่อยมีร้านค้าทั่วไปที่รับชำระด้วยไลท์นิ่ง ส่วนร้านที่รับก็ทำเงียบ ๆ ของเขาเองด้วยท่าทีในแบบ “ไม่เป็นไรหรอกน่าพ่อหนุ่ม” ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นลักษณะเฉพาะของคนไทยและมันเจ๋งมาก เพราะที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเคร่งเครียดเกินไป ผมอยากให้พวกเราชิลล์กว่านี้หน่อย . 6. “กัญชา Adoption” เกิดก่อน “Bitcoin Adoption” กัญชาเคยผิดกฎหมายในไทยมายาวนาน แต่ตอนนี้คุณมีร้านให้ดูดปุ๊นได้ทุกที่ เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่ผมมากรุงเทพฯ ผมไม่เคยเห็นร้านอะไรพวกนี้เลย และผมจำได้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับกัญชานั้นรุนแรงมาก มาหนนี้เลยเซอร์ไพรส์จริง ๆ ครับ บิตคอยน์ดูจะแพ้กัญชาอยู่นะตอนนี้ ฮ่าๆๆๆ --------------------------------- @Jingjo จิงโจ้ไรท์ชิฟต์เรียบเรียงจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นที่แปลเป็นอังกฤษด้วยการใช้คำสั่ง Prompt บน GPT สุดอลังการโดยคุณ @Jakk Goodday Jakk Goodday ก่อนจะผ่านการตรวจความถูกต้องจาก @koji Koji Higashi อีกครั้ง และมีแอดมินสมนึก ช่วยพิสูจน์อักษรภาษาไทย (ซับซ้อนดีแท้น้ออออ)
Right Shift's avatar
Right Shift 2 years ago
"ความเท่าเทียมในบิตคอยน์" ความเท่าเทียมในบิตคอยน์นั้น.. มีทั้งด้านข้อดีและข้อเสีย มันเป็นสกุลเงินที่เปิดกว้างและเท่าเทียมสำหรับทุกคนที่ต้องการจะเข้าถึงและใช้งาน แต่ในการสะสมบิตคอยน์, คนที่เข้ามาก่อนจะได้รับประโยชน์มากกว่า ทว่าความเสี่ยงที่พวกเขาต้องรับก็มากกว่าด้วยเช่นกัน จากการค้นคว้าที่ได้จากหลายแหล่งข้อมูล ประเด็นถกเถียงเรื่องความเท่าเทียมในบิตคอยน์มีหลายมุมมอง ดังนี้.. 1. ความเท่าเทียมในโอกาสการเข้าถึง บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงและลงทุนในบิตคอยน์ได้เท่ากัน ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อหรือขายบิตคอยน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีทรัพยากรทางการเงินน้อยหรือมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการจัดการความเสี่ยงของแต่ละคน 2. ความเท่าเทียมในการสะสม คนที่เริ่มลงทุนในบิตคอยน์ในช่วงแรกๆ จะมีโอกาสสะสมบิตคอยน์ได้มากกว่าคนที่เริ่มลงทุนทีหลัง แต่ความเสี่ยงที่พวกเขาต้องรับก็สูงกว่ามาก เพราะบิตคอยน์ในตอนนั้นยังเป็นสิ่งใหม่และไม่แน่นอน ความเสี่ยงคือราคาที่พวกเขาต้องจ่าย ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเท่าเทียมในโอกาสที่ทุกคนมีโอกาสเข้ามาลงทุนในตอนที่ต้องการ 3. ความเท่าเทียมในการใช้งาน บิตคอยน์สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ สถานการณ์ได้ เช่น การส่งเงินไปยังประเทศที่มีการควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเงินอย่างเข้มงวด หรือในสถานการณ์ที่สกุลเงินของประเทศเกิดสภาวะเงินเฟ้อมาก ๆ บิตคอยน์สามารถใช้เป็นทางเลือกในการเก็บรักษามูลค่าได้ 4. ความเท่าเทียมในการสร้าง การทำเหมืองบิตคอยน์ เป็นกระบวนการที่ต้องการทรัพยากรทางการเงินและพลังงานอย่างมาก คนหรือองค์กรที่มีทรัพยากรเหล่านี้มากกว่าจะสามารถทำเหมืองและสร้างบิตคอยน์ได้มากกว่า ดังนั้น ความเท่าเทียมในบิตคอยน์จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีหลายมุมมอง แต่สิ่งที่สำคัญ คือ บิตคอยน์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถเข้าถึงและใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้มันมีความเป็นธรรมในบางมุมมอง ////////////////////////////// การรับมือกับบุคคลที่โต้แย้งเกี่ยวกับประเด็นความเท่าเทียมในการสะสมบิตคอยน์สามารถทำได้ดังนี้.. การเข้าใจและยอมรับความคิดเห็นที่ต่างกันเป็นสิ่งที่สำคัญ คุณสามารถใช้การรับฟังและเข้าใจวิธีคิดของคนที่โต้แย้ง แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยกับพวกเขา คุณก็ยังควรให้ความเคารพและยอมรับความคิดเห็นของพวกเขา ใช้ปัญญาในการตัดสินใจ คุณสามารถใช้การวิเคราะห์และตอบโต้ความคิดเห็นที่ต่างกัน คุณควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับบิตคอยน์และประเด็นที่ถูกโต้แย้ง แล้วใช้ความรู้นี้ในการสร้างการโต้แย้งที่มีเหตุผลและเป็นมิตร #Bitcoin #BitcionEquality #RightShift
Right Shift's avatar
Right Shift 2 years ago
"Alone we can do so little, together we can do so much." The strength of the Bitcoin network lies in the power of its community. #BTC2023 #BITCOIN #RIGHTSHIFT