GN
863816/10022024/8:04PM/วันที่ 10 ณ ห้วยผึ้ง เหลือเวลา 1,819 วัน
เสียงนาฬิกาปลุกดังราวๆ ตี 4.25 นาที พร้อมกับเสียงฝนห่าใหญ่ เป็นเพราะผมนอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม เวลาตีสี่จึงครบแปดชั่วโมงพอดี ด้วยบรรยากาศนอนต่อละกันว่าจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักหน่อย ตั้งปลุกไปอีกที ตี 5.20 คราวนี้ตื่นจริงนั่งทำอะไรเล็กๆน้อยๆ วันนี้มีนัดพายายพูลไปลงวัดประจำอำเภอ ด้วยความที่ฝนเพิ่งหยุดบวกกับอากาศที่เย็นกว่าหลายวันที่ผ่านมา ความคิดปลายฝนต้นหนาวลอยมาพร้อมกับอาการสั่นของกล้ามเนื้อขณะขับมอไซต์ ผมใส่เสื้อคลุมไปด้วยแหละไม่งั้นสั่นกว่านี้
หกโมงกว่าพายายพูลไปถึงวัด แกเดินไม่ได้เพราะกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ต้องนั่งรถเข็นเวลาจะออกไปไหน วันพระใหญ่ปกติลูกสาวแกจะพาไป แต่วันนี้ลูกสาวแกไม่ค่อยสบายเลยโทรมาไหว้วานให้เป็นหน้าที่เรา พายายลงศาลาวัดเรียบร้อยผมเลือกเดินไปนั่งหลังสุด และหยิบมือถือขึ้นมาอ่าน e-book ไปพลางๆ จนเวลาประมาณ 8 กว่าก็เสร็จ พายายกลับบ้านและลงมาเปิดร้านตามปกติ
ส่วนแม่ก็อดดื่มกาแฟไปตามระเบียบเพราะกลับมาทำกาแฟให้แม่ไม่ทัน มีพี่ซูได้ดื่มตอนเช้าตามปกติ พอไม่มีคนมาดื่มกาแฟ ก็เลยใช้เวลาโน้ตบันทึกของเมื่อวาน ใช้เวลา เยอะเหมือนกันแฮะ จากนั้นก็ทำกาแฟดื่มเอง พร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วย เสียงจากดิสคอสห้อง หลังจากที่ GM ในห้องตอนเช้าของ CO-Rightshift แล้ว วันนี้เสียงเด้งเป็นระยะๆ เลยแวะเข้าไปดูนิดหน่อย โหวววววใยเต็มไปหมด ได้แต่ให้กำลังใจพี่ๆทุกคนที่อยู่ในนั้น "สู้ๆนะครับ" สักประมาณเวลาเดิมพี่ ตร แวะมาดื่มดริปเย็นแล้วก็เล่าเรื่องที่ไปกินข้าวกับ นายอำเภอ นายกเทศบาลคนใหม่ พูดถึงว่าแกจะทำนโยบายนั่นนี่ ได้แต่บอกแกไปว่า รอดูกันไปครับสักวันนายกใหม่แกคงมานั่งบ่นที่ร้านผม ให้แกได้ลองทำงานก่อน นั่งใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือซะส่วนใหญ่ แล้วก็วันนี้คิดว่าจะไปตั้งโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพที่ตลาด ปิดร้าน 4 โมงเย็นลงตลาดป้าๆน้าๆเห็นแล้วนึกว่าจะมาขายของ ฮ่าๆ แต่ก็บอกว่ามาหาคนคุย เขาเลยชี้ไปที่แผงล็อตเตอร์รี่ที่ว่างพอดี หยิบหนังสือไปอ่านด้วย แม่ค้าร้านขาหมูข้างๆ แกก็เป็นเบาหวานได้ 5 ปีละ แกบอกว่าไม่อยากกินยาแต่ไม่มีเวลาฟังเราเลย แกยุ่งมากๆ จริงๆ แกเป็นแม่ของเพื่อนสมัยประถมเราเองแหละ ได้แต่บอกไม่เป็นไรครับเดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่
่ผ่านไปสักพักลุงคนหนึ่งเดินผ่านมาอ่านแล้วเออน่าสนใจดี ไม่ต้องใช้ยา แม่ต้อย(ขายขาหมู) เลยชวนให้แกถามเราเพราะแม่ก็ก็อยากฟัง เราก็เลยถามลุงว่าเป็นเบาหวานหรอครับ กินยาอยู่รึเปล่า แกบอกไม่ได้กิน ฉีดเอา เราก็เอ๊ะถามต่อว่า เป็นเบาหวานชนิดที่หนึ่งหรอครับ ลุงบอกว่าป่าวผมไม่อยากกินยาหมอเลยให้ฉีดเอา ก็เลยเริ่มอธิบายว่ามันเป็นเรื่องของอาหารและพฤติกรรม ส่วนแกก็รับฟังแปปๆและตอบกลับทันทีว่าทำไม่ได้ๆ ก็อืมมม คนมันไม่ได้อยากฟังอยากแก้ไขจริงๆ ก็ปล่อยเขาไป นั่งๆอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ หลานของลุงสมศีมาพร้อมกับแม่(เป็นเภสัชรพอำเภอนี่แหละ) ด้วยความที่รู้จักกันแกเลยถามว่าทำไมถึงเน้นไปที่การสื่อสารแบบตัวต่อตัว สนใจบรรยายให้หลายๆคนฟังมั้ย แล้วทำไมถึงสนใจเรื่องนี้ ก็อธิบายแกไปว่า คนที่อยากหายหรือเจอความทุกข์จริงๆนั่นแหละเขาถึงจะฟัง เราไปจับคนมาฟัง เขาก็ไม่สนใจหรอก ผมเริ่มสนใจเรื่องนี้เพราะคนในครอบครัว พอมันเห็นผลก็อยากช่วยคนอื่นๆในชุมชนต่อ พี่เภสัชแกก็พูดถึงโรงเรียนเบาหวาน เท่าที่ทำมา(ไม่รู้นานยังนะ) ได้คีย์แมนมา 1 คน ไม่ได้คุยกันยาวแกก็ขอตัวไปละ แล้วก็บอกทำงานไม่กดดันดีจัง ในส่วนของราชการคงมีอะไรหลายเรื่องแหละ 2 ชั่วโมงผ่านไป น้าอ้วนที่ขายลาบชวนกลับบ้านเพราะแกขายหมดแล้ว ดูเวลา 2 ชั่วโมงพอดี กลับๆ แล้วก็บอกแม่ต้อยว่า ไม่ว่างวันนี้ไม่เป็นไรครับเจอกันวันหลัง เก็บของเดินมาคุยกับน้าอ้วนว่า ถึงเวลาของน้ารึยัง ฮ่าๆ แกได้แต่หัวเราะ ขากลับแวะคุยกับน้องเฟย์ที่แฟนแวะมาซื้อม็อคค่าเย็นให้เมื่อวาน ปัญหาของน้องเยอะจริงๆ สุขภาพด้วย การทำงานด้วย มันคือคนที่ต้องทำงานจนไม่มีโอกาสได้พักผ่อน แถมมองภาพชีวิตตัวเองแค่ 40-50 ทีแรกจะอธิบายเรื่องการกินให้น้องเพราะติดไว้ตั้งแต่ก่อนไป กทม แต่พอน้องเริ่มพูด เราก็เงียบรับหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ก่อนที่น้องจะไปกินข้าวเย็นก็เลยบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะ ทั้งสุขภาพละเรื่องเงินพี่มีข้อมูลให้แกทั้งสองอย่าง ไว้พรุ่งนี้ถ้าว่างทักมาเดี๋ยวพี่ปิดร้านมานั่งคุยด้วย ระหว่างนั้นก็โพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัว สงสัยขายหวยจะรุ่งกว่า บางคนอาจจะได้เห็นพร้อมกับรูป จังหวะพอดีมากๆที่ผม เดินกลับมาถึงร้านแล้วพี่หมอเอกโทรมาหาทางดิสคอส (ปกติผมจะไม่มีเน็ต) เตือนสติถึงสิ่งที่โพสต์ลงไปว่ามันจะส่งผลกระทบยังไงกับเราบ้าง แล้วก็พี่ตาลก็คุยด้วย ขอบคุณพี่ๆทั้งสองมากๆครับ ผมมั่นใจกับการที่เป็นคนที่โตมาในพื้นที่แห่งนี้ และไม่ได้คิดให้รอบคอบว่ากำลังทำตัวเป็นสายล่อฟ้า เพราะระบบเฟี๊ยสๆ คนเฟี๊ยสๆ มันสามารถทำอะไรเราได้มากกว่าที่คิด (เกลียดระบบนี้จัง) แล้วพี่ตาลกับพี่หมอก็ให้แนวทางมาเยอะเลย "ทำตัวเองให้ใหญ่ และมีร่มคุ้มกันที่มากพอ" ผมลบโพสต์นั้นทันทีและเปลี่ยนข้อความบางส่วนในเพจเพื่อลงใหม่ ทักไปบอกน้องที่เพิ่งไปคุยเรื่องสุขภาพให้พ่อน้องฟัง น้องถึงกับงง และเสียดายว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชน แล้วก็ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้ น้องมันอยู่กรมควบคุมโรค แต่ไม่ได้อธิบายต่อมาก
เรื่องราวบางส่วนของวันนี้หมดแล้วครับ ยังไม่อีกเยอะเลยที่อยากจะเล่า อยากจะบันทึกไว้ #siamstr #สุญญไม่ใช่ร้านกาแฟ #slowlife #lowtime #stayhumble #local #thailand #diary #บันทึกพ่อออกมิค
หกโมงกว่าพายายพูลไปถึงวัด แกเดินไม่ได้เพราะกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ต้องนั่งรถเข็นเวลาจะออกไปไหน วันพระใหญ่ปกติลูกสาวแกจะพาไป แต่วันนี้ลูกสาวแกไม่ค่อยสบายเลยโทรมาไหว้วานให้เป็นหน้าที่เรา พายายลงศาลาวัดเรียบร้อยผมเลือกเดินไปนั่งหลังสุด และหยิบมือถือขึ้นมาอ่าน e-book ไปพลางๆ จนเวลาประมาณ 8 กว่าก็เสร็จ พายายกลับบ้านและลงมาเปิดร้านตามปกติ
ส่วนแม่ก็อดดื่มกาแฟไปตามระเบียบเพราะกลับมาทำกาแฟให้แม่ไม่ทัน มีพี่ซูได้ดื่มตอนเช้าตามปกติ พอไม่มีคนมาดื่มกาแฟ ก็เลยใช้เวลาโน้ตบันทึกของเมื่อวาน ใช้เวลา เยอะเหมือนกันแฮะ จากนั้นก็ทำกาแฟดื่มเอง พร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วย เสียงจากดิสคอสห้อง หลังจากที่ GM ในห้องตอนเช้าของ CO-Rightshift แล้ว วันนี้เสียงเด้งเป็นระยะๆ เลยแวะเข้าไปดูนิดหน่อย โหวววววใยเต็มไปหมด ได้แต่ให้กำลังใจพี่ๆทุกคนที่อยู่ในนั้น "สู้ๆนะครับ" สักประมาณเวลาเดิมพี่ ตร แวะมาดื่มดริปเย็นแล้วก็เล่าเรื่องที่ไปกินข้าวกับ นายอำเภอ นายกเทศบาลคนใหม่ พูดถึงว่าแกจะทำนโยบายนั่นนี่ ได้แต่บอกแกไปว่า รอดูกันไปครับสักวันนายกใหม่แกคงมานั่งบ่นที่ร้านผม ให้แกได้ลองทำงานก่อน นั่งใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือซะส่วนใหญ่ แล้วก็วันนี้คิดว่าจะไปตั้งโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพที่ตลาด ปิดร้าน 4 โมงเย็นลงตลาดป้าๆน้าๆเห็นแล้วนึกว่าจะมาขายของ ฮ่าๆ แต่ก็บอกว่ามาหาคนคุย เขาเลยชี้ไปที่แผงล็อตเตอร์รี่ที่ว่างพอดี หยิบหนังสือไปอ่านด้วย แม่ค้าร้านขาหมูข้างๆ แกก็เป็นเบาหวานได้ 5 ปีละ แกบอกว่าไม่อยากกินยาแต่ไม่มีเวลาฟังเราเลย แกยุ่งมากๆ จริงๆ แกเป็นแม่ของเพื่อนสมัยประถมเราเองแหละ ได้แต่บอกไม่เป็นไรครับเดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่
่ผ่านไปสักพักลุงคนหนึ่งเดินผ่านมาอ่านแล้วเออน่าสนใจดี ไม่ต้องใช้ยา แม่ต้อย(ขายขาหมู) เลยชวนให้แกถามเราเพราะแม่ก็ก็อยากฟัง เราก็เลยถามลุงว่าเป็นเบาหวานหรอครับ กินยาอยู่รึเปล่า แกบอกไม่ได้กิน ฉีดเอา เราก็เอ๊ะถามต่อว่า เป็นเบาหวานชนิดที่หนึ่งหรอครับ ลุงบอกว่าป่าวผมไม่อยากกินยาหมอเลยให้ฉีดเอา ก็เลยเริ่มอธิบายว่ามันเป็นเรื่องของอาหารและพฤติกรรม ส่วนแกก็รับฟังแปปๆและตอบกลับทันทีว่าทำไม่ได้ๆ ก็อืมมม คนมันไม่ได้อยากฟังอยากแก้ไขจริงๆ ก็ปล่อยเขาไป นั่งๆอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ หลานของลุงสมศีมาพร้อมกับแม่(เป็นเภสัชรพอำเภอนี่แหละ) ด้วยความที่รู้จักกันแกเลยถามว่าทำไมถึงเน้นไปที่การสื่อสารแบบตัวต่อตัว สนใจบรรยายให้หลายๆคนฟังมั้ย แล้วทำไมถึงสนใจเรื่องนี้ ก็อธิบายแกไปว่า คนที่อยากหายหรือเจอความทุกข์จริงๆนั่นแหละเขาถึงจะฟัง เราไปจับคนมาฟัง เขาก็ไม่สนใจหรอก ผมเริ่มสนใจเรื่องนี้เพราะคนในครอบครัว พอมันเห็นผลก็อยากช่วยคนอื่นๆในชุมชนต่อ พี่เภสัชแกก็พูดถึงโรงเรียนเบาหวาน เท่าที่ทำมา(ไม่รู้นานยังนะ) ได้คีย์แมนมา 1 คน ไม่ได้คุยกันยาวแกก็ขอตัวไปละ แล้วก็บอกทำงานไม่กดดันดีจัง ในส่วนของราชการคงมีอะไรหลายเรื่องแหละ 2 ชั่วโมงผ่านไป น้าอ้วนที่ขายลาบชวนกลับบ้านเพราะแกขายหมดแล้ว ดูเวลา 2 ชั่วโมงพอดี กลับๆ แล้วก็บอกแม่ต้อยว่า ไม่ว่างวันนี้ไม่เป็นไรครับเจอกันวันหลัง เก็บของเดินมาคุยกับน้าอ้วนว่า ถึงเวลาของน้ารึยัง ฮ่าๆ แกได้แต่หัวเราะ ขากลับแวะคุยกับน้องเฟย์ที่แฟนแวะมาซื้อม็อคค่าเย็นให้เมื่อวาน ปัญหาของน้องเยอะจริงๆ สุขภาพด้วย การทำงานด้วย มันคือคนที่ต้องทำงานจนไม่มีโอกาสได้พักผ่อน แถมมองภาพชีวิตตัวเองแค่ 40-50 ทีแรกจะอธิบายเรื่องการกินให้น้องเพราะติดไว้ตั้งแต่ก่อนไป กทม แต่พอน้องเริ่มพูด เราก็เงียบรับหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ก่อนที่น้องจะไปกินข้าวเย็นก็เลยบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะ ทั้งสุขภาพละเรื่องเงินพี่มีข้อมูลให้แกทั้งสองอย่าง ไว้พรุ่งนี้ถ้าว่างทักมาเดี๋ยวพี่ปิดร้านมานั่งคุยด้วย ระหว่างนั้นก็โพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัว สงสัยขายหวยจะรุ่งกว่า บางคนอาจจะได้เห็นพร้อมกับรูป จังหวะพอดีมากๆที่ผม เดินกลับมาถึงร้านแล้วพี่หมอเอกโทรมาหาทางดิสคอส (ปกติผมจะไม่มีเน็ต) เตือนสติถึงสิ่งที่โพสต์ลงไปว่ามันจะส่งผลกระทบยังไงกับเราบ้าง แล้วก็พี่ตาลก็คุยด้วย ขอบคุณพี่ๆทั้งสองมากๆครับ ผมมั่นใจกับการที่เป็นคนที่โตมาในพื้นที่แห่งนี้ และไม่ได้คิดให้รอบคอบว่ากำลังทำตัวเป็นสายล่อฟ้า เพราะระบบเฟี๊ยสๆ คนเฟี๊ยสๆ มันสามารถทำอะไรเราได้มากกว่าที่คิด (เกลียดระบบนี้จัง) แล้วพี่ตาลกับพี่หมอก็ให้แนวทางมาเยอะเลย "ทำตัวเองให้ใหญ่ และมีร่มคุ้มกันที่มากพอ" ผมลบโพสต์นั้นทันทีและเปลี่ยนข้อความบางส่วนในเพจเพื่อลงใหม่ ทักไปบอกน้องที่เพิ่งไปคุยเรื่องสุขภาพให้พ่อน้องฟัง น้องถึงกับงง และเสียดายว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชน แล้วก็ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้ น้องมันอยู่กรมควบคุมโรค แต่ไม่ได้อธิบายต่อมาก
เรื่องราวบางส่วนของวันนี้หมดแล้วครับ ยังไม่อีกเยอะเลยที่อยากจะเล่า อยากจะบันทึกไว้ #siamstr #สุญญไม่ใช่ร้านกาแฟ #slowlife #lowtime #stayhumble #local #thailand #diary #บันทึกพ่อออกมิค


แปดโมง แม่ก็แวะมารับกาแฟ และจ่ายค่าค่าแฟล่วงหน้า 1 วัน ฝนตกหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ก็แปลกแฮะพี่ซูไม่ยักจะสั่งกาแฟ ฮ่าาเก้าโมงก่อนแกไปทำงาน พี่นางเดินมาเห็นว่าเราเปิดร้านแล้วก็บอกว่าเอ้าามาแต่โดนล่ะเบาะ คึบ่เฮ็ดกาแฟให้พี่ซู ไอ้เราก็ครับๆเดี๋ยวทำให้นะ ปกติแกจะทักมาสั่งก่อนแต่เมื่อเช้าไม่มี
ซักพักแหละพี่ตั้มเจ้าของร้านซ่อมมอไซต์ที่วันก่อนผมแวะทักทายขากลับจากบ้านลุงก็ขับมอไซต์มาและสั่งมอคค่าร้อน คุยเรื่องทั่วๆไป เรื่องงาน ขายของ จนแกพูดว่าทุกวันนี้ทำอาชีพเดียวไม่พอ (ผมเก็บไว้ละ1) ก็คุยๆ ไปจนถึงเรื่องที่ว่า เดี๋ยวผมไม่อยู่ละนะพี่อีก 5 ปี แกเลยบอกเออเห็นโพสต์ในกลุ่มอำเภออยู่ พี่ก็กำลังปรับการกินอยู่เหมือนกัน อ้าวพี่เป็นไรหรอครับ เป็นเก๊า ก็กินยาเก๊า ความดัน ไขมัน ในระหว่างที่ทำกาแฟให้แกก็ค่อยๆอธิบายเรื่องอาหารให้แกฟัง แกบอกว่าข้อมูลคนนั้นคนนี้มันเยอะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเราจะใช้ตรงไหน ถูกหรือผิด ไปหาหมอ หมอก็พูดคนละเรื่องกับน้องเลย นู้นนี่นั่นกินไม่ได้ เอางี้ครับพี่ ทำความเข้าใจระบบร่างกายก่อนแล้วเราจะเข้าใจว่า อาหารที่เราควรกินนั้นง่ายมากๆ อินดีเทลมันยาว เอาเป็นว่าแกได้วิธีไปปรับใช้ ผมไม่ลืมเรื่อง เกลือ แดด กราวดิ้ง แล้วก็แบ่งเกลือหิมาลัยไปให้แก ก่อนที่แกจะสั่งมากินเอง (มั่วแต่คุยไมไ่ด้ถ่ายรูปไว้) ช่วงอธิบายใกล้จบพี่ ตร ก็แวะมา
วันนี้ผมไม่มีกาแฟพิเศษ เลยบอกแกว่าขอต้อนรับกลับสู่ความธรรมดาครับ ทำดริปร้อนเมล็ดเบลนคั่วกลางที่ร้านเสิร์ฟให้แก นั่งคุยกันไปพักหนึ่งแหละ แล้วแกก็พูดขึ้นมาว่า ถ้า Bitcoin diploma ลงทะเบียนสอนส่วนของครูแจ้งพี่ด้วยนะ
แล้วแกก็ขอตัวไปทำงานต่อ แกหยิบใบร้อยออกมาแล้วถามราคา 50 บาท ครับ สงสัยแกจะลืมว่าผมก็คิดราคานี้แหละ แต่แกบอกว่ามันจะไปหากินที่ไหน ดริปร้อนราคานี้
พ่อใหญ่แรมขับสามล้อมาจอดทักทายแล้วก็ฝากเอาหัวไฟฉายที่ซื้อใหม่มาเสียบชาร์จ แกเลยถามว่า เอาตะไคร้มาปลูกมั้ยเดี๋ยวขุดมาให้ บอกแกว่ามีแล้วหลังบ้านอยากได้ผักเสี้ยนน่ะที่นั่นมีมั้ย แกบอกว่ามีเดี๋ยวขุดมาให้
ออความคิดวันนี้คือเราต้องโหยโปรตีนแน่ๆเลย เพราะเมื่อวานแทบจะไม่มี แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้นแฮะ สามารถอยู่ได้สบายๆทั้งวันเป็นปกติ อ่านหนังสือ ทำนั่นทำนี่ไป ชอบหมอบิ๊กจริงๆ เรียกทัวร์บ่อย มีลูกค้าอีกคนกำลังจะข้ามถนนไปขึ้นรถอีกฝั่งแต่น้องเห็นเรานั่งอยู่ เลยเดินเข้ามาถามว่าพี่ขายกาแฟใช่มั้ย ครับ ขอโน่น้ำผึ้งแก้วนึงค่ะ เออโน่ธรรมดาได้มั้ย มีแต่คั่วกลางนะ น้องก็บอกได้ๆค่ะออกเปรี้ยวๆใช่มั้ย เท่าไหร่คะ อย่าเพิ่งจ่าย เดี๋ยวรถฝั่งโน้นมาจะไม่ได้กาแฟแถมจ่ายเงินฟรี น้องก็ได้กาแฟไป เลยบอกน้องว่า พี่อยู่นี่แหละว่างๆก็แวะมาได้ครับ ใช้เวลาระหว่างนั้นแวะเข้าไปอ่านเมนสเตจหัวข้อศีลธรรมกับบิทคอยที่คุณคอฟฟี่ทำไว้กับ ACV ของเฮียโต้ง ในยากิฮอง
บ่ายสองครึ่งลงสมศรีโทรมาตามไปทาสี เลยบอกแกว่าแตกแดดแปปนึงนะ บ่ายสามเดี๋ยวออกไป งานทาสีวันนี้เสร็จแล้ว ไม่ได้กินข้าวบ้านลุง แต่ป้าพรก็ให้ปลาหมึกแห้ง ข้าวโพดต้มกับ กระเจี๊ยบเขียวมา ตอนกลับไม่ได้ปั่นจักรยานกลับเพราะไฟด้านหลังแบตหมดเลยขอยืมมอไซต์ลงกลับบ้าน ลุงยัดเงินสองร้อยใส่มือ

กลับเข้าห้องแวะเข้าไปทุ่งข้าวโพดสักพักเพื่อดูซิว่ามีใครคุยอะไรกันอยู่ ก็เจอ หมออ่านกับคุณจิ๊บ เปิดห้องเล่นเกมใครพูดก่อนแพ้ แต่อยู่ได้ไม่นาน ขวัญก็โทรมา คุยกันปกติ แล้วก็พูดว่ารถยนต์แม่ถูกเสาไฟเล็กๆ ล้มใส่ เพราะลมแรง เอาเลขทะเบียนไปบอกแม่พี่มิคนะ พรุ่งนี้หวยออก ได้ค่าาาา แล้วขวัญก็ขอตัวไปทำงานต่อ
แวะกลับเข้าไปทุ่งข้าวโพดเพื่อบอกลาทุกคน เพราะสามทุ่มกว่าแล้วถึงเวลาฝึกของตัวเอง มีสมาชิกเพิ่มขึ้นสองสามคน แล้วก็มีคำพูดจากป้าคนนึงในนั้น ถามถึงสิ่งที่ผมกำลังฝึกอยู่ ใช่ครับ 3 ชั่วโมง ได้แต่บอกทุกคนที่ฟังอยู่ว่ามันไม่มีอะไรมาก นอกจากฝึกๆๆ (ถ้าแคทได้อ่านตรงนี้มันคงจะ) ไม่เป็นไรนะ แกฝึกของแกไป ผมขอตัวช่วงเที่ยงคืนกว่าๆ แต่มีบางคนยังอยู่ต่อ แน่นอนล่ะว่าเมื่อคืนผมไม่สามารถนั่งเขียนบันทึกต่อได้เลยยกยอดมาตอนเช้าแทน เออแฮะทีแรกว่าบันทึกคงไม่ยาว ไปๆมาๆ ก็ยาวว สรุปว่ารายรับรายจ่ายดีกว่า มีสั่งกาแฟ 4 ถุง 782 บาท ขายกาแฟ 5 แก้ว 290 บาท ลุงให้ค่าแรงทาสี 200 บาท รายรับ 290 จ่าย 782 บาท
#siamstr #สุญญไม่ใช่ร้านกาแฟ #slowlife #lowtime #stayhumble #local #thailand #diary #บันทึกพ่อออกมิค

เคลียร์ออเดอร์บ้านนั้นเสร็จแล้วผ่านไปราวชั่วโมงกว่า พี่บิ๋มเจ้าของร้านป้ายก็ขับมอไซต์มาจอดหน้าร้าน แล้วทักทายผมว่า วันนี้มาเปิดเช้าจัง เช้าอะไรล่ะพี่ 9 โมงกว่าแล้ว ซึ่งแกก็สั่ง เหมือนเดิม 2 แก้ว เหมือนเดิมของแกคือ ลาเต้เย็นใส่น้ำผึ้ง ความจริงผมขึ้นราคาเมนูนมเป็น 60฿ นานแล้ว แต่ไม่ได้บอกแก ยังคงคิด 50฿ เหมือนเดิม เออแฮะไม่ได้ถ่ายรูปไว้ พอเดินไปส่งก็เลยถามน้องที่กำลังทำงานอยู่ว่างานด่วนหรอทำไมได้มาทำวันนี้ ใช่พี่งานด่วน พี่อีกคนก็จอดรถแล้วก็พูดให้ฟังว่า เมื่อคืนมีลูกค้ารองานถึงเที่ยงคืน อืมมมในใจคิดว่าดีละที่กลับไปนอนบ้าน หลังจากลาเต้ 2 แก้วผมก็ว่างละ เขียนผนังต่อหน่อยดีกว่า
นั่งอ่านหนังสืออยู่พักหนึ่ง คิดขึ้นมาได้ว่า เริ่มงานของเราได้ละ เลยนั่งเขียนโพสต์ลงเพจ และแชร์ไปที่กลุ่มอำเภอ ดีหน่อยมีน้องเป็นแอดมินเพจ และขอให้มันปักหมุดโพสต์ไว้สัก 1 อาทิตย์
ช่วงเกือบเที่ยงผมเริ่มมีอาการง่วงนอน แอบงีบไปนิดนึงด้วย ก็เลยลุกขึ้นมาเตรียมดริปกาแฟดื่ม จังหวะนั้น พี่ตร มาพอดี และถือแก้วเก็บความเย็นมา ผมเลยยกกสแฟเสิร์ฟนั้นให้แก พร้อมกับถามความต้องการว่าจะดื่มเย็นรึร้อน ผมจะได้ปรับสัดส่วนในการสกัด นั่งคุยกับแกพักนึง วันนี้แกเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานไปกินอาหารกับนายอำเภอมา แล้วก็รู้ว่านายอำเภอเป็นเก๊า แต่ก็เริ่มทำ if ด้วยตัวเอง ซึ่งแกก็มาปรึกษาว่า เราควรให้คำแนะนำเพิ่มเติมมั้ย รึว่าปล่อยให้เขาทำไป ผมเลยเสริมว่า ต้องไปดูอาหารที่แกกินทั้งหมดครับ ถ้ามีพวกผลไม้ด้วย แนะนำให้แกงดไปก่อนก็ได้ครับ คุยไม่นานพี่แกก็ขอตัวไปทำธุระต่อ ส่วนผมก็ไปหยิบกาแฟตัวเดียวกันที่ยกให้พี่แกไป มาดริปดื่มเอง ปรากฏว่า เห้ยยยย กลิ่นดี รสชาติดี มันคือกาแฟหมายเลข 1 ในงาน tbc นั่นแหละ ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้ เพราะครั้งแรกที่เทสก่อนแพคเข้าซองมันก็ so so เอาล่ะหายง่วง
บ่าย 2 ลุงสมศรีก็โทรมาถามว่าวันนี้ปิดร้านกี่โมง ปูนที่เฉียบไว้แห้งแล้ว ถ้าว่างวันนี้มาทาสีกัน ได้ครับบ่าย 3 เดี๋ยวไป แต่ไม่นานหลังจากวางสาย ลุงแกมาซื้อของและแวะขอดื่มกาแฟ เพราะแกบอกวันนี้ยังไม่ได้ดื่ม
ทำกาแฟดริปให้แกไป เรโชต่ำหน่อย เพื่อความเข้มข้น
บ่าย 3 ผมปิดร้านแล้วก็ปั่นจักรยานไปช่วยแกทาสี
2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เสร็จไป 1 ห้อง พรุ่งนี้น่าจะต้องไปทาอีกห้อง พอลงมาจากด้านบนจ๋อมแจ๋มกลับมาจากเมืองพอดี นางไปเลาะมากับเพื่อนสมัยป.ตรี นางก็เลยชวนกินข้าวเย็น และลุงก็บอกให้นั่งพักกินน้ำ กินผลไม้ไปก่อนกละบ โอเครก็ได้ไม่ปฏิเสธ ระหว่างรอนางก็จัดแจงแอปเปิ้ล กีวี่ บลูเบอรี่ เค้กกล้วยหอมมาให้กิน เอ่ออออเบรกฟาสติ้งด้วยคาร์บล้วนๆ ข้าวเหนียวเบิ้มๆ แล้วมื้อเย็นก็ตามภาพเลย ตอนนี้หนังตาจะปิดแล้วและคิดว่า พรุ่งนี้อาจจะโหยโปรตีนแน่นอน
ก่อนกลับลุงให้ค่าแรง 200฿ แล้วก็บอกว่าแผ่นฝ้ามีคนเอาไปแล้วนะ ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ไม่เป็นไรครับ^^
ปั่นจักรยานกลับ ผ่านพี่ๆร้านมอไซต์กับร้านแว่น นั่งคุยกันอยู่เลยแวะทักทายสวัสดี ผ่านมาอีกหน่อย เจอคู่สามีภรรยา ที่รู้จัก(รุ่นๆเดียวกัน) นั่งคุยกันอยู่ก็เลยแวะคุยกันนิดนึง แล้วก็ขอตัวกลับบ้าน วันนี้ก็นอนบ้านอีกวัน
วันนี้ขายไป 8 แก้ว เป็นเงิน 420฿ แล้วก็ค่าทาสีอีก 200฿ สรุปรายรับ 620฿ ไม่มีรายจ่าย
#siamstr #สุญญไม่ใช่ร้านกาแฟ #slowlife #lowtime #stayhumble #local #thailand #diary #บันทึกพ่อออกมิค