AM I's avatar
AM I
Introspection@siamstr.com
npub1axsv...n4z5
Goodbyes never existed. with people who have never met
AM I's avatar
AM I 2 years ago
คลอดออกมาอย่างง่ายดาย ยังไม่ทันได้รอเลย สนุกสนาน อ่านช่วงแรกนึกถึงไก่แม่สาวเลี้ยงลูกในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝูงเหยี่ยวฝูงกาทุกย่างก้าวคือความเป็นความตาย พอเริ่มเข้าที่เข้าทางเริ่มมีพื้นที่ได้สนุกบ้างตอนนี้เติบโตปีกกล้าขาแข็งกลายเป็นไก่ชนที่แข็งแกร่ง เหมือนดูหนังเรื่องราวว่าสนุกแล้วเบื้องหลังสนุกกว่า
AM I's avatar
AM I 2 years ago
แชร์เรื่อง ความรักตัวเอง เพราะทุกคนมีตัวเองเป็นที่รัก #siamstr #ทีมตรู่ Self-love เป็นสภาวะของการชื่นชมตัวเองเมื่อเติบโตจากการกระทําที่สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกของเรา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความสุขในสิ่งที่ต้องการอยากจะทำ . หากเราไม่รักตัวเองก็จะทำให้เราเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง มีความบกพร่องทางความคิด อารมณ์แปรปรวน สุขภาพจิตใจย่ำแย่จนส่งผลกระทบให้ร่างกายดูเสื่อมโทรม . ดร. Deborah Khoshaba, Psy.D. ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความยืดหยุ่น สุขภาพ และความสัมพันธ์ ได้ให้แนวทางวิธีฝึกปฏิบัติปลูกฝังการรักตัวเอง ไว้ดังนี้ . 1.ทำความรู้จักกับตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อะไรที่มีความถนัดและทำได้ดี เพื่อหาจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง . 2.ชื่นชมทุกอย่างที่อยู่รอบข้าง การที่เรามีทัศนคติในทิศทางบวก แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์เชิงลบ ไม่ใช่การโลกสวย แต่เป็นการฝึกฝนให้เรารู้จักโอบกอดความรู้สึกดีไม่กล่าวโทษใคร . 3.เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง รู้จักการเมตตาต่อร่างกายกินอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งการแต่งตัว รวมถึงวิธีจัดการกับอารมณ์ภายในซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ . 4.รู้จักอ่อนโยนให้อภัยตัวเองให้เป็น ต้องยอมรับว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คนเราทุกคนล้วนมีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น . 5.รู้จักเคารพตนเองมากพอ โดยการปฏิเสธเสียบ้าง เมื่อไม่ได้ต้องการฝืนความรู้สึกที่แท้จริง เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิ์ของตัวเราเอง . นอกจากนี้การรักตัวเองไม่ได้หมายถึงการดูแลสุขภาพเพียงเท่านั้น เหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างก็ออกมายอมรับว่า ก่อนที่คนเราจะมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดีได้ ต้องเริ่มจากการยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และมีความคิดทัศนคติเชิงบวก เพราะการคิดลบ คือการฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็น . การรักตัวเองคือบันไดขั้นพื้นฐานของความสุข ดังนั้น คนที่รักตัวเองเป็น และใช้ชีวิตมีความสุขกับตนเองได้ จะไม่มีวันบาดเจ็บจากอะไรทั้งสิ้น . Refer : - - -
AM I's avatar
AM I 2 years ago
การเรียนรู้ตัวเองจนรู้จักตัวเองได้พอๆกับการหยั่งความลึกของมหาสมุทร
AM I's avatar
AM I 2 years ago
ความจริงแม่งช้า(เสียงพี่ชิต)
AM I's avatar
AM I 2 years ago
ผู้ชมเบื้องหน้าได้รับรู้เรื่องราวยังยิ้มไม่หยุด แล้วผู้สร้างที่อยู่เบื้องหลังจะถ่ายทอดความรู้สึกเป็นตัวหนังสือได้ลึกซึ้งแค่ไหน ถ้าไม่ใช้ใจสัมผัสมัน ภาษามีไม่พอกับการถ่ายทอด
AM I's avatar
AM I 2 years ago
สุขทุกข์ดีชั่วไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมทางกาย ขึ้นอยู่กับจิตใจและสิ่งแวดล้อมภายนอก หรือเปล่า? #siamstr #ทีมตรู่ Gm
AM I's avatar
AM I 2 years ago
ความรู้และเทคโนโลยีที่มากมายกลับทำไห้มนุษย์ใช้ชีวิตได้ยากกว่าเดิม หลงลืมรากเหง้าและความเรียบง่ายของชีวิตไป เรียนรู้ชีวิตที่เรีบบง่ายที่เต็มไปด้วยการต่อสู้กับธรรมชาติจนเกิดทักษะและการเรียนรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อความรอดและดำรงไว้ของเผ่าพันธุ์ “เต่า” ผู้เชื่องช้า แต่มั่นคง เพราะความเชื่องช้ามันจึงถูกปรามาส ยิ่งในโลกที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็ว แต่เต่ากลับทำได้เพียงเดินต้วมเตี้ยมอย่างอืดอาด ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชักช้าเกินกว่าจะเท่าทันโลก . แต่ในความเอื่อยเฉื่อยก็ทำให้เต่าดูโดดเด่น อีกทั้งยังทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนที่สุดในโลกอีกด้วย . เต่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีวิวัฒนาการเก่าแก่หลายล้านปี มันคือผู้อยู่รอดจากยุคดึกดำบรรพ์ที่สามารถอาศัยอยู่ในโลกได้เกือบทุกสภาพอากาศ ไม่ว่ากลางทะเลทรายร้อนระอุ หรือแม้แต่ใต้ผิวทะเลอันหนาวเหน็บจนบาดลึกถึงกระดูกดำ . เต่ามีเปลือกที่แข็งแรงคอยปกป้องมันจากผู้ล่า และแม้จะเชื่องช้าไปบ้าง แต่มันก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ ที่ไม่เคยท้อแท้ต่อโชคชะตาสักครั้งเดียว . กล่าวกันว่า เต่าเป็นนักว่ายน้ำและนักเดินทางที่ทรหด เคยมีการบันทึกว่า “เต่ามะเฟือง” สามารถว่ายน้ำได้ไกลถึง 16,000 กิโลเมตร (10,000 ไมล์) หรือมากกว่านั้นในแต่ละปี โดยมันค่อย ๆ ว่ายน้ำไปตามคลื่นของมหาสมุทรอย่างใจเย็น เพื่อค้นหาแนวปะการังและแมงกะพรุน เสมือนว่ามันไม่เคยหมดหวังที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อใช้ชีวิตต่อไป . เต่าเป็นสัตว์ที่ชอบใช้ชีวิตโดดเดี่ยว และมักจะอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเฉพาะช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือตอนย้ายถิ่นฐานเท่านั้น . แน่นอนว่าปรัชญาการใช้ชีวิตของเต่ามีความเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวจนยากจะมีสัตว์อื่นมาลอกเลียนแบบได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเต่าก็คือ “ปรัชญาแห่งความสม่ำเสมอ” . ในยุคแห่งการแข่งขันอันดุเดือด เราต่างใช้ชีวิตด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นคนประสบความสำเร็จ และมีความเป็นไปได้สูงว่าความกระตือรือร้นจะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่เริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เราพบเจออุปสรรคที่ท้าทาย จิตใจเราเริ่มไขว้เขว ซึ่งบางคนก็ถึงขั้นล้มเลิกไปเลยก็มี . แต่เต่าไม่ทำอย่างนั้น มันคือสิ่งมีชีวิตที่สม่ำเสมอที่สุดในโลก เพราะครั้งใดก็ตามที่มันเริ่มแหวกว่ายท่องไปในท้องทะเลกว้าง มันจะไม่หยุดเดินทางเป็นอันขาด . ความสม่ำเสมอสำคัญอย่างไร ? . ลองนึกภาพของน้ำที่หยดลงหินทุกวัน ใครจะเชื่อว่าน้ำที่อ่อนแอและเปราะบางจะสามารถตัดหินที่แข็งแรงมั่นคงให้ขาดได้ เช่นเดียวกับการเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า ก็ทำให้เราไปถึงจุดหมายได้เช่นกัน . เต่าสามารถใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้าร่วมกับสัตว์อื่นได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งแม้บรรพบุรุษของพวกมันจะเกิดขึ้นหลายล้านปีมาแล้ว แต่เต่าก็ยังไม่สูญพันธุ์และยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ . ความสำเร็จของเต่าจึงอยู่ที่ความต่อเนื่องและความสม่ำเสมออย่างไม่ต้องสงสัย นั่นก็เพราะเต่าไม่เคยสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเองไป มันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะถึงเส้นชัยที่วาดหวังไว้นั้นแหละ! . วิถีชีวิตของเต่าจึงย้ำเตือนเราได้เสมอว่า “ไม่สำคัญว่าเราจะเดินได้เร็วหรือช้าอย่างไร สำคัญอยู่ที่ว่า เราต้องไม่หยุดเดินเสียก่อน แล้วชัยเส้นจะมาถึงในไม่ช้าอย่างแน่นอน” . Author: ณัฐพงศ์ อินต๊ะริด #siamstr #ทีมตรู่ . Refer: https://hubpages.com/literature/Power-of-Consistency-Turtle-and-Rabbit-Story . #นักคิดคำ #nakkhidkhom #ปรัชญา #เต่า #แรงบันดาลใจ #ความสม่ำเสมอ