iPongphan ⚡️'s avatar
iPongphan ⚡️
npub1aah0...35eh
Just a daddy 👨‍👧‍👧
ถ้าชาติหน้ามีจริง และบาปบุญหนุนนำให้พบเจอบุพการีที่เป็นเชื้อสายจากเรา มันอาจจะเป็นการส่งผ่านความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นและผลบุญ ผลบาปนั้นได้สนองตามการกระทำที่ได้ทำไว้ ปรัชญา ศาสนา และบิตคอยน์ สำหรับผมอาจจะถือเป็นสรณะในการดำรงชีวิต
ความสนุกของการเรียนรู้ 🧡⚡️💜 image
เราขอแบ่งช่วงเวลาระหว่างวันสักเล็กน้อย นั่งเอนหลังในมุมของตัวเองกับหนังสือสักเล่ม 👧ลูกสาวคนโต: เงิน..เฟ้อ…..คือ..คะดี.อา.ยา คืออะไรอะพ่อ…คะดีอายา 👨พ่อ: คดีอาญาน่ะหรอ อืม..ก็คือเรื่องที่คนกล่าวหากันว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดตามกฎหมายของบ้านเมืองเราน่ะ 👧ลูกสาวคนโต: หนูไม่เข้าใจอะ เงิน.เฟ้อ 👨พ่อ: เคยได้ยินคำว่า “เงินเฟ้อ” มั้ยล่ะลูก? 👧ลูกสาวคนโต: ก็.เคยได้ยินนะพ่อ 👨พ่อ: เคยเห็นเกมเศรษฐีมั้ยล่ะ ลองคิดดูสิว่าถ้าพ่อแอบเอาเงินแบบเดียวกัน สีเดียวกันเข้ามาเพิ่มโดยที่หนูไม่รู้ตัว หนูว่าจะเป็นยังไง? 👧ลูกสาวคนโต: โห…พ่อก็รวยสิ สบายเลย 👨พ่อ: ใช่สิ (พร้อมหัวเราะเยาะ) แล้วแบบนี้ถือว่าพ่อทำผิดกฎของเกมมั้ยล่ะ? 👧ลูกสาวคนโต: ผิดสิ โกงกันชัดๆ 👨พ่อ: ทุกวันนี้โลกของเราก็เป็นแบบนี้แหล่ะลูก มีคนคดโกงกัน แอบเอาเงินเข้ามาใช้ 👧ลูกสาวคนโต: ใครอะพ่อ? 👨พ่อ: ก็รัฐบาล ธนาคารกลาง ธนาคารต่างๆแหล่ะลูก 👧ลูกสาวคนโต: แบบนี้ถ้าเรามีเงินเยอะๆได้ก็รวยเลยสิ 👨พ่อ: ใช่สิ แต่เค้าไม่ให้เราทำหรอก! 👧ลูกสาวคนโต: อ้าว..ทำไมอะ 👨พ่อ: ก็ผิดกฎหมายสิลูก 👧ลูกสาวคนโต: แล้วทำไมเค้าทำได้? 👨พ่อ: ก็เพราะเค้ามีอำนาจมากกว่าเรามั้ง image จากนั้นเราก็ไปหาซื้อเกมเศรษฐีมาเล่น พ่อก็รอเวลานี้ที่จะได้เริ่มสอนลูกเช่นกัน เล่นกันในวันที่น้องสาวยังไม่มากวน 😅 image #Siamstr
ลูกสาวคนโตเพิ่งขึ้นชั้นป.3 และคนเล็กก็เพิ่งขึ้นชั้นอ.3 ลูกสาวของผมทั้งสองอยู่กันคนละโรงเรียน สิ่งนี้คือความแตกต่าง โดยโรงเรียนของลูกสาวคนโตจะมีคู่มือในการเรียนการสอนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนจะเปิดภาคเทอม เป็นข้อดีของการวางแผนการเรียนให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง และยังบอกถึงหนังสือ/แหล่งอ้างอิงของข้อมูลเพื่อให้ไปค้นคว้าต่อได้อีก ยกตัวอย่างเช่นเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน ทั้งหมดอยู่ในวิชาสังคมศึกษา ประถม 1 การประหยัดอดออม ประถม 2 การเงินของฉัน (รายรับ-รายจ่ายและการออม) ประถม 3 สินค้าและบริการ, วางแผนใช้จ่ายเงิน, ภาษีและการแข่งขันทางการค้า 😮 คู่มือเหล่านี้คงถูกวิเคราะห์และพิจารณามาอย่างดีและถี่ถ้วนแล้วว่าการเรียนรู้เรื่องต่างๆจะเหมาะสมกับนักเรียนในระดับอายุใด ผมไม่สามารถเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ได้ แต่ถ้าใครมีบุตรหลานที่ยังอยู่ในวัยใกล้ๆกัน ทักทายมาพูดคุยกันได้นะครับ ด้วยความยินดีเลย ☺️ #Siamstr #SiamEducation #HomeSchool #Unshooling image
น่าไปทำงานด้วยจัง 😁 #Siamstr #bticino
หวังว่าจะได้พบกันนะครับ ☺️🧡 #Siamstr #BitcoinPizzaDay2025 image
Facebook: Bank's Scholarship's Students (Apr 8) ชวนมารู้จัก CBDC สกุลเงินดิจิทัลของแบงก์ชาติ อนาคตการเงินของไทย ที่ทำให้บิตคอยน์ยังไม่ได้เกิด : CBDC ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัลของแบงก์ชาติ อนาคตการเงินใหม่ของไทย จากข่าวในช่วงที่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ ออกมาเบรกความฝันของชาวคริปโตเนียนในการใช้สกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีในการชำระราคาสินค้าต่าง ๆ นำมาสู่ความไม่พอใจของคนที่รักและสนับสนุนรวมถึงคนที่เชื่อในอรรถประโยชน์ในอนาคตของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นอย่างมาก “ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ติดตามการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในรูปแบบที่เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ และขอย้ำว่าธนาคารแห่งประเทศไทย “ไม่สนับสนุน” การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ที่จะส่งผลต่อร้านค้า ผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความเสียหาย ในระยะต่อไป หากมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้างอย่างแพร่หลาย ความเสี่ยงข้างต้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการชำระเงิน เสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และความเสียหายแก่สาธารณชนทั่วไปได้” ถ้าจะพูดอย่างไม่เป็นทางการก็ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากหากมองให้ลึกจะพบว่า หน้าที่ของแบงก์ชาติคือการดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาทซึ่งเป็นสกุลเงิน เฟียส ของประเทศเรา คิดดูว่าหากเอาแค่คน 30% ของประเทศหันหลังให้เงินบาท เงินบาทจะอ่อนค่าลงมากแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่จะไปพูดถึง CBDC เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีถึงยังไม่สามารถจะทำหน้าที่เหมือนที่เงินบาททำได้ในตอนนี้ 1. การเป็น Store of Value ข้อนี้หลายเหรียญสอบตกเนื่องจากไม่ได้มีปริมาณเหรียญที่จำกัด ซึ่งตอนนี้มี BTC ที่มีปริมาณเหรียญจำกัด เพื่อที่จะสามารถรักษามูลค่าที่แท้จริงและไม่โดนเรื่อง Time Value of Money ทำให้มูลค่าลดลง 2. การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ก็ต้องยอมรับว่าคนไทยรวมถึงหลาย ๆ คนทั่วโลกก็มักจะถือคริปโทฯ เพื่อการเก็งกำไรเสียเป็นส่วนใหญ่ และมีส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะนำมาใช้ซื้อขายสินค้าในวงกว้าง โดยเฉพาะสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 3. มีมาตรฐานที่ใช้วัดมูลค่า พูดให้เข้าใจง่ายคือมูลค่าของสกุลเงินคริปโทฯ ต้องนิ่งไม่ผันผวน แต่จะสังเกตว่าราคาของคริปโทฯ ส่วนใหญ่ยังมีความผันผวนอย่างรุนแรงมากอยู่ จงทำให้แบงก์ชาติแสดงความกังวลออกมา ณ จุด นี้ มาทำความรู้จักกับCBDC CBDCหรือ Central Bank Digital Currency เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง จากข้อมูลของธนาคารของประเทศ บอกว่าCBDCถือเป็น “สกุลเงิน” ที่ออกโดยธนาคารกลางในแต่ละประเทศ แต่เราจะพูดถึงเฉพาะของไทยเรา เรื่องคุณสมบัติเทียบเท่าเงินบาทนั้นไม่ต้องห่วงเพราะทางแบงก์ชาติยืนยันออกมาเองว่า “มีครบ” ไม่ว่าจะเป็นการรักษามูลค่า (Store of Value) เป็นหน่วยวัดทางบัญชีได้ และสำคัญที่สุดคือการเป็นสื่อกลางเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ (การันตีโดย ธปท.) ซึ่งต่างจาก Bitcoin Ethereum หรือสกุลเงินอื่น ๆ ที่ออกโดยภาคเอกชน ที่มูลค่าผันผวนจากการเก็งกำไร CBDC มีกี่ประเภท CBDCมีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงิน (Wholesale CBDC) และสำหรับทำธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาชน หรือ Retail CBDC โครงการอินทนนท์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ ธปท. จับมือกับสถาบันการเงิน 8 แห่งได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาติ (ปัจจุบันเป็น ธนาคารทหารไทยธนชาติ) ธนาคารกรงศรีอยุธยา ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ธนาคาร HSBC และ R3 ซึ่งเป็นผู้ที่ทำระบบการชำระเงินโดยใช้CBDCให้กับแบงก์ชาติ โครงการอินทนนท์ มีขึ้นเพื่อเป็นแบบจำลองการใช้ระบบการชำระเงินของประเทศไทยในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ทดลองให้ธนาคารต่าง ๆ แปลงเงินที่ต้องนำมาฝากเป็นเงินทุนสำรองที่แบงก์ชาติให้อยู่ในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยแบงก์ชาติ นั่นก็คือCBDCโดยแล้วเสร็จแล้วในเดือนมกราคม 2562 ระยะที่ 2 สร้าง Smart Contract มาจำลองวงจรชีวิตของพันธบัตร (Bond) ตั้งแต่แปลงพันธบัตรให้อยู่ในรูปของ Token จนไปถึงการจ่ายคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย รวมถึงการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทของนักลงทุนต่างชาติ และระยะที่ 3 เชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินในต่างประเทศผ่านการใช้CBDC เพื่อลดการทำธุรกรรมผ่านตัวกลางหลายราย และพัฒนาไปสู่การโอนและชำระเงินตรงถึงกัน ถ้าอ้างอิงจากรายงานของ ธปท. ต้องบอกว่าตอนนี้โครงการอินทนนท์นั้นได้ผ่านการทดสอบระยะที่ 3 ไปตั้งแต่เมื่อปี 2562 แล้ว แต่ถ้าถามเรื่องการนำมาใช้กับภาคประชาชนจะเริ่มได้เมื่อใด ธปท. ก็ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากการจะนำCBDCมาใช้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบงก์ชาติแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่จะต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของภาคเอกชนและภาคประชาชนด้วย ในส่วนของประชาชนส่วนหนึ่งที่รู้เท่าทันเทคโนโลยีอาจจะมีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเนื่องจากเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหาก “บาทดิจิทัล” ถูกนำมาใช้จริง แบงก์ชาติเองก็จะสามารถแทร็กกิ้งธุรกรรมส่วนตัวของประชาชนได้ซึ่งขัดกับความตั้งใจของหลายคนที่อยากใช้สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่ทำงานอยู่บนบล็อกเชน ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ทำธุรกรรมได้ นี่ยังไม่นับรวมหลาย ๆ คนที่อาจจะไม่สามารถปรับตัวกับเทคโนโลยีที่รุดหน้าไปไกลมาก ๆ ในปัจจุบันได้ ก็อาจจะไม่สามารถใช้CBDCได้ ก็ต้องตามกันต่อว่าหลังจากนี้ท่าทีของ ธปท. ที่มีต่อสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นอย่างไร หลังมีกระแสต่อต้านค่อนข้างมากในโลกออนไลน์ Marketeer Team Source: #Siamstr
They laugh at me because I'm different; I 🙂 to them because they're all the same. image
เขาเป็นนักวางแผนและนักลงทุน นี่คือเส้นทางที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมคริบโตฯของอเมริกามุ่งหน้าไป ถ้าเราเชื่อไปตามพวกเขา เราก็จะติดกับเช่นเดิมดั่งที่เป็นกันมา image
ถ้าไม่ได้อยู่ภายใต้ Enhanced Regulatory Sandbox ล่ะ 🤔 เห็นเอกสารของธปท. จะมีระบุแนวปฏิบัติและแนวทางอยู่นะครับ #Siamstr image