Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot
evilocelot@siamstr.com
npub17jcu...jxl3
A technology person who is interested in nutrition in the world of professional licenses
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
Not your keys, not your coins. ฝาก USDT ทิ้งไว้บน Aave ตั้งแต่ยังไม่ได้กินยาส้มเมื่อ 2 ปีก่อน วันดีคืนดีจะไม่ให้เราถอนก็ทำได้ defi ก็ defi เถอะ 😒 image #siamstr
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
เมื่อวานเพิ่งมีเปิดตัวสินค้าใหม่ 🍎 เหรอ ไม่รู้เรื่องเลย 55555 Happy White Paper Day jaaa #siamstr
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
# Nostr เป็นเครือข่ายโง่ แต่มันโคตรเจ๋งเลย Andreas Antonopoulos เคยพูดเรื่องคอนเซปต์ของ Smart Networks และ Dumb Networks ในการบรรยายในหัวข้อ "Dumb Networks, Innovation and the Festival of the Commons" ที่เปรียบเทียบความ​"โง่" ของเครือข่าย Bitcoin กับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตว่ามันคล้ายคลึงกันยังไง พอผมมาลองนึกภาพตามในมุมมองปัจจุบันที่มี Nostr เข้ามาในชีวิต มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันโคตรจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย ก็เลยอยากจะมาเล่าความรู้สึกให้ทุกคนฟัง ## เครือข่ายฉลาด vs เครือข่ายโง่ เวลาที่เราจะออกแบบเครือข่ายอะไรสักอย่าง หนึ่งในสองตัวเลือกที่ผู้ออกแบบเครือข่ายจะต้องเลือกก็คือ "จะออกแบบเครือข่ายให้ฉลาด เพื่อที่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับมันไม่ต้องฉลาดมากก็ได้" (Smart Network) หรือ "จะออกแบบเครือข่ายให้โง่ แต่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับมันต้องฉลาดหน่อย" (Dumb Network) เครือข่ายที่ฉลาด (Smart Network) มีข้อดีก็คือ สมมติว่าต้องมีการอัปเกรดระบบ ผู้ที่ใช้งานเครือข่าย (end user) ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ แค่อัปเกรดเครือข่ายตรงกลางแค่ที่เดียว ทุกคนที่ใช้เครือข่ายนั้นก็จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ทันที ในขณะที่เครือข่ายที่โง่ (Dumb Network) ต่างคนต่างต้องอัปเกรดอุปกรณ์ของตัวเองเพื่อให้รองรับฟีเจอร์ใหม่ได้ ถ้ามองแบบผิวเผินแล้ว Smart Network ก็ดูจะง่ายและตอบโจทย์กว่า เราจึงพบการออกแบบเครือข่ายแบบ Smart Network ได้บ่อยๆบนเครือข่ายยุคเก่าๆ ## เครือข่ายโทรศัพท์ vs เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราจะยกตัวอย่างการเปรียบเทียบความเป็น Smart Network ของเครือข่ายโทรศัพท์ กับความเป็น Dumb Network ของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตกัน ผมอยากให้ลองนึกย้อนไปตั้งแต่ยุคที่โทรศัพท์ที่ยังมีสายอยู่ สาเหตุที่เครือข่ายโทรศัพท์เป็นเครือข่ายที่ฉลาดก็เพราะว่าตัวเครื่องโทรศัพท์เองเป็นอุปกรณ์ที่โง่มาก อุปกรณ์ภายในไม่ต้องซับซ้อน ขอแค่มีไมโครโฟน ลำโพง และมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่พอจะส่งสัญญาณง่ายๆได้ก็เพียงพอ โทรศัพท์แต่ละเครื่องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเบอร์โทรศัพท์อะไร เบอร์โทรศัพท์เป็นฟีเจอร์ของเครือข่าย เสียงรอสายเป็นฟีเจอร์ของเครือข่าย โทรศัพท์แทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากส่งหมายเลขโทรศัพท์ปลายทางกับรับ/ส่งเสียงจากสายเท่านั้น แต่จากที่เราเห็นกันเป็นเวลานานก็พบว่า Smart Network มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ข้อหนึ่งก็คือ การพัฒนาต้องเกิดจากส่วนกลาง ดังนั้นการพัฒนาจะเชื่องช้าเพราะมีผู้พัฒนาแค่ไม่กี่คน (ซึ่งก็คือพนักงานที่ทำงานให้กับเครือข่ายนั้น) และการจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่เกิดขึ้น ก็ต้องมีคนอยากได้ฟีเจอร์นั้นมากพอที่การพัฒนาจะคุ้มค่า ในขณะเดียวกัน อินเตอร์เน็ตเป็น Dumb Network สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ 1. ไม่มีการจองสายสัญญาณเหมือนเครือข่ายโทรศัพท์ ถ้าข้อมูลส่งได้ก็ส่ง ส่งไม่ได้ก็ทิ้ง 2. เครือข่ายไม่สนใจว่าต้นทางส่งข้อมูลอะไรมา หน้าที่ของ router ก็แค่นำข้อมูลจากสายไฟเส้นหนึ่งไปวางไว้บนสาย​ไฟอีกเส้นหนึ่งตามปลายทางที่อยากจะไปเท่านั้น 3. เครือข่ายไม่สนใจว่า router แต่ละตัวจะคุยกันด้วยวิธีไหน จะ fiber, สายแลน, สายโทรศัพท์, หรือไร้สาย ขอแค่คุยกันได้ก็พอ 4. เครือข่ายไม่สนใจว่าอุปกรณ์อะไรเชื่อมต่ออยู่ ไม่สนใจว่าอุปกรณ์ปลายทางจะรองรับได้ไหม และมันปฏิบัติต่อทุกอุปกรณ์อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นความฉลาดของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาที่ end user ทั้งหมดโดยไม่ได้ไปยุ่งกับเครือข่ายเลย และสิ่งที่เราได้เห็นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาคือบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากเครือข่ายที่ส่งได้แต่ข้อความก็เริ่มส่งไฟล์ได้ โทรศัพท์ได้ วิดีโอคอลได้ ดูหนังได้ โอนเงินได้ เล่นเกมออนไลน์ได้ ไลฟ์สดได้ ในขณะที่เครือข่ายโทรศัพท์สมัยใหม่นี้แทบจะเลิกพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆแล้วไปมุ่งพัฒนาความเร็วอินเตอร์เน็ตเป็นหลักซะแล้ว และข้อเสียที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งของ Smart Network คืออุปกรณ์ต้อง "เชื่อ" เครือข่าย เคยเห็นข่าวที่มีคนตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ปลอมแล้วส่ง SMS เข้าไปในกล่องข้อความเดียวกับ SMS จากธนาคารไหม? หรือเคยเห็นเบอร์โทรศัพท์จากแก๊ง call center ที่โทรกลับไม่ได้ไหม? พออุปกรณ์ไม่ต้องฉลาดมากก็ได้ก็ไม่ได้มีการเข้ารหัสข้อมูลแบบ end-to-end (จนกระทั่งถึงยุค 5G) มิจฉาชีพก็เลยนำช่องโหว่นี้ไปใช้โจมตีเหยื่อได้ ที่อินเตอร์เน็ตทำทุกอย่างเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วเป็นเพราะทุกคนไม่จำเป็นต้องรอ "ส่วนกลาง" มาพัฒนาความสามารถเหล่านั้น ใครอยากได้อะไรก็ทำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค open source แบบนี้ ถ้าใครเห็นว่า solution ของใครเข้าท่า ก็ใช้ร่วมกันเป็นมาตรฐานเดียวกันได้เลย ยิ่งเร่งให้การพัฒนาเร็วขึ้นไปอีก ## ระบบธนาคารแบบดั้งเดิม vs บิตคอยน์ เช่นเดียวกับระบบการเงินดิจิทัล ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมก็เปรียบเหมือนกับ "เครือข่ายฉลาด" ส่วนบิตคอยน์เปรียบเหมือนกับ "เครือข่ายโง่" โค้ดบิตคอยน์ในช่วงเริ่มต้นยาวไม่ถึง 20000 บรรทัด แต่โค้ดโปรแกรมของระบบธนาคารซับซ้อนกว่านั้นอย่างแน่นอน เครือข่ายบิตคอยน์ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมตาม script ที่ได้เขียนไว้ บิตคอยน์ไม่ได้มีบริการให้เราใช้งานมากมายอย่างการให้ดอกเบี้ย กู้เงิน ดูรายงานการเคลื่อนไหวบัญชี หรือแจ้งเตือนธุรกรรม บิตคอยน์ไม่รู้จัก address ด้วยซ้ำ และบิตคอยน์ก็ไม่ได้สนใจว่าคนที่ทำธุรกรรมจะมาจากประเทศไหน เชื้อชาติอะไร หรือธุรกรรมที่กำลังทำอยู่จะเล็กหรือใหญ่ ความโง่ที่ทำให้บิตคอยน์เหนือกว่าก็คือ บิตคอยน์ไม่สนใจว่าคนที่ทำธุรกรรมจะเป็นบุคคลธรรมดา บริษัท หรือโปรแกรมอัตโนมัติ ซึ่งมันเปิดโอกาสให้ใครๆก็สามารถให้บริการทางการเงินบนเครือข่ายบิตคอยน์ได้ เราไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัท ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตใดๆ ทำให้เกิดนวัตกรรมมากมายในระบบนิเวศของบิตคอยน์ เช่น - โปรแกรมกระเป๋าเงิน Bitcoin มากมายที่ต่างคนก็ต่างพัฒนาให้สวยงามและใช้งานง่าย แถมยังใช้งานร่วมกันได้ด้วย - มาตรฐาน BIP ต่างๆที่ช่วยให้การใช้งานบิตคอยน์สะดวกมากขึ้น อย่าง BIP-32 และ BIP-39 ที่ทำให้เราแค่จำคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่กี่คำก็สามารถสร้างบัญชีบิตคอยน์ได้เป็นล้าน - โปรโตคอล Electrum และ Stratum ที่มุ่งพัฒนาประสบการณ์ที่ดีขึ้นตามวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงต่างๆ - บริการอื่นๆที่ใช้บิตคอยน์เป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน กู้เงิน เกมที่เล่นแล้วได้เงิน ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆในระบบธนาคารดั้งเดิม ลองคิดแค่ว่าถ้าอยากสร้างเกมที่เล่นแล้วได้เงิน เราต้องขอ API เพื่อโอนเงินจากบัญชีตัวเองไปบัญชีคนอื่น ต้องตั้งบริษัท ต้องขอใบอนุญาต แค่นี้เราต้องผ่านกระบวนการยุ่งยากแค่ไหน ต้องเสียเงินและเสียเวลามากกับกระบวนการที่ไม่ได้สร้าง productivity อะไรเลย ## แล้ว Nostr ล่ะ? มาถึงตรงนี้ก็คงเดาได้ไม่ยากแล้วว่า Social Network แบบดั้งเดิมก็คือ Smart Network ส่วน Nostr เป็น Dumb Network ว่าแต่ Nostr มันโง่แค่ไหนเหรอ? Nostr มันรู้แค่ NIP-01 เท่านั้นแหละ ขอแค่รู้ว่าโครงสร้างข้อมูลเป็นยังไง client กับ relay คุยกันยังไง relay ต้องทำอะไรได้บ้าง ที่เหลือก็คือส่วนเสริมทั้งหมดแล้ว การที่โครงสร้างมันเรียบง่ายแต่ยืดหยุ่นมากพอ ประกอบกับความ decentralized และ permissionless ที่เปิดโอกาสให้ใครๆก็สามารถพัฒนาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ทำให้มีคนเข้ามาร่วมพัฒนามากมาย พัฒนาไปทั่วทุกแง่มุมที่จะจินตนาการได้ ทั้งตัวโปรโตคอลเอง (NIP ต่างๆ) รวมถึง content ที่สามารถสร้างขึ้นจากโปรแกรมอัตโนมัติได้ และที่สำคัญ เนื่องจากการพัฒนา Nostr โดยส่วนใหญ่สามารถทำได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องมีฉันทามติที่ต้องยอมรับกันทั้งเครือข่ายเหมือนกับ Bitcoin ทำให้ยิ่งเร่งการพัฒนาให้เร็วขึ้นไปได้อีกจนเรียกได้ว่า "ตามไม่ทันแล้ว" ลองกลับมาเปรียบเทียบ Nostr กับ Social Network แบบดั้งเดิมดูก็จะพบว่า Nostr ทำได้แทบทุกอย่างที่ Social Network แบบดั้งเดิมเคยทำได้แล้ว แถมบางเรื่องยังทำได้ดีกว่า จะโพสต์สั้นๆ, โพสต์บทความ, แปะรูป, แปะวิดีโอ, ไลฟ์สตรีม, ขายของ, หางาน ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 ปีเท่านั้น และมันคงไม่จบเพียงเท่านี้ ในอนาคตเราคงจะได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่และแตกต่างในแบบที่ Social Network ดั้งเดิมพัฒนาตามไม่ทันแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ก็ยังถือเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ในระบบนิเวศของ Nostr ยังคงมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก เนื่องจาก NIP ใหม่ๆมาเยอะและเร็วแบบนี้ client ก็คงมีพัฒนาตามไม่ทันบ้าง และ NIP ที่มีอยู่ก็อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างซึ่งสามารถถูกแทนที่ด้วย NIP ใหม่ๆที่ดีกว่าได้เสมอ ในตอนนี้มันอาจจะยังไม่เสถียรมาก ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าความรวดเร็วในการพัฒนานี้ ประกอบกับความ permissionless จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้งาน Nostr ได้อย่างแน่นอน ## อ้างอิง - Dumb Networks, Innovation and the Festival of the Commons: - NIP-01:
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
GM ครับ นานๆทีจะตื่นก่อนนาฬิกาปลุกในวันทำงานแบบนี้
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
"เราได้ค้นพบว่าแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ Twitter มันมีผลต่อตัวตน ความรู้สึกนึกคิด และการให้คุณค่าของสิ่งต่างๆ ของเราเยอะมากๆโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วพอเราตัดมันออกไปจากชีวิตเรา มันทำให้เราพบว่าแพลตฟอร์มเหล่านั้นมันสร้างอารมณ์ที่เราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น โดยที่เราควบคุมไม่ได้ แล้วเราก็ไม่รู้ตัวเพราะเราเสพมันทุกวันๆ พอเรามาอยู่บน Nostr ข้อดีคือมันไม่มีอัลกอริทึม เพราะฉะนั้นเราจะตามหาความสัมพันธ์กับคนอื่น ข้อความ บทความที่เราอยากอ่าน และ value ที่เราอยากได้ด้วยตัวเราเอง มันเหนื่อยหน่อยแต่ว่ามันต่างกันเยอะมากๆ" บันทึกและเรียบเรียงข้อความที่ประทับใจจากรายการ Bitcoin Talk เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมานี้ #siamstr
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
อ่าน sample แล้วอดใจไม่ไหว จัดเลยละกัน!! #siamstr #fiatfood image
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
# ทดสอบ Markdown ## Heading 2 ### Heading 3 #### Heading 4 This text can be *italic* and **bold**. - Unordered list 1 - Unordered list 2 1. Ordered list 1 2. Ordered list 2 > Quote You can write `code` and $math$. Link to [https://google.com](Google) ```c int main() { printf("Code block\n"); } ``` $$$ \int_0^\infty e^{x}dx $$$
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
กำลังฟังไลฟ์ อ. ป๊อป อ. บอกว่า ยิ่งเรียนสูงขึ้นๆ อ. ยิ่งถูกสอนให้ไม่ไว้วางใจสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้น แต่ให้ไปไว้ใจสิ่งที่ร่างกายไม่ได้สร้างขึ้น "อย่าไว้วางใจคอเลสเตอรอลที่เราสร้างขึ้นเองได้ แต่จงไว้วางใจ sterol ที่มาจากพืชอย่าง phytosterol ว่ามันจะปกป้องเรา" แค่ฟังก็ขัดหูละ 555 วิทยาศาสตร์มันแปล๊กแปลก #siamstr #nutrition #cholesterol #phytosterol
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
พี่ @Jakk Goodday หล่อมากเลยครับ เสียงหล่อ หน้าตาคมเข้ม ผมชอบพี่เขามากเลยครับ #siamstr #ThailandZapathon
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
พอดีมีโดเมน beefandsteakhub.com แต่ไม่ได้ใช้ ระหว่างที่โดเมนมันอยู่เฉยๆ ก็เลยเอามาลองทำ NIP-05 ดู ในที่สุดตอนนี้ข้าพเจ้าก็มี Nostr address แล้ว! ไหนๆก็ไม่ได้ใช้งานมันอยู่แล้ว ใครสนใจอยากเป็นสายสเต็กเนื้อเหมือนกัน ก็บอกได้ครับ 😁 #siamstr
Evil Ocelot's avatar
Evil Ocelot 2 years ago
ช่วงนี้กำลังทำแอปพลิเคชันลงโทรศัพท์มือถือ อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือกับรัฐก็ดูมีความคล้ายกันหลายอย่าง รัฐสามารถออกกฎหมายควบคุมประชาชนได้ เก็บภาษีได้ ในขณะเดียวกัน ระบบปฏิบัติการมือถือก็มีกฎได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกระบวนการในการติดตั้งแอปพลิเคชัน และค่าธรรมเนียมการทำสิ่งต่างๆบน platform นั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติต่างๆเหล่านั้นการถูกควบคุมโดยบริษัท ไม่ใช่รัฐบาล ดังนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง Android เป็นเหมือนประเทศที่มีกฎหมายอ่อนๆและเก็บภาษีต่ำกว่า ถึงแม้ว่าการตั้งค่าแอปพลิเคชันใหม่บน Google Play จะน่าเบื่อบ้าง แต่เนื่องจากมันไม่ได้มีกฎที่เข้มงวดมาก ถ้าเราไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีก็อาจจะไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้า Google ปฏิเสธแอปที่ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอะไร ผู้ใช้ก็ยังมีทางเลือกที่จะติดตั้งจาก store อื่นๆ หรือจากไฟล์ APK โดยตรงเลยก็ได้ แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง ในทางตรงกันข้าม iOS เปรียบเสมือนประเทศที่มีกฎหมายที่เข้มงวดกว่าและเก็บภาษีสูงกว่า แม้แต่แอปพลิเคชันที่ยังพัฒนาไม่เสร็จ ถ้าต้องการเอามาทดสอบบนอุปกรณ์จริงก็ต้องจ่าย $99 ต่อปีก่อน แถมยังต้องทำขั้นตอนที่น่าเบื่ออีกหลายอย่างเพื่อให้แอปนั้้นๆติดตั้งบนอุปกรณ์จริงได้ (แถมยังได้แค่บางเครื่องด้วย) ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผู้ใช้งาน iOS ปลอดภัยจากมัลแวร์ต่างๆ แต่มันก็จำกัดเสรีภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เป็นนวัตกรรม อย่างที่ได้เห็นกับแอป Damus อีกแง่มุมนึงที่อยากจะพูดถึงคือค่าธรรมเนียมที่แต่ละค่ายเก็บในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเปรียบเสมือนการเก็บภาษีของรัฐ ถ้าเราขายแอปหรือ in-app purchase ได้ platform ก็จะเก็บค่าธรรมเนียมในราคาที่แตกต่างกัน โดย Android เก็บ 15% และ iOS เก็บ 30% นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมสินค้าบางอย่างบน Android ราคาถูกกว่า iOS แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาด้วยว่าจะตั้งให้ราคาต่างกันไหม ถึงแม้ว่า Android จะให้เสรีภาพมากกว่า และเก็บค่าธรรมเนียมถูกกว่า แต่จำนวนผู้ใช้งาน iOS ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็คงจะมีอีกหลายเหตุผลสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นความเสถียร ความเป็นส่วนตัว หรือ ecosystem ที่ไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ iOS ต่างๆ นี่ไม่ใช่รัฐที่จะบังคับว่าเราต้องอยู่ในกฎที่พวกเขาวางไว้ตลอดไป และผู้ใช้ก็มีอิสระในการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการเมื่อไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ ดังนั้นเราก็คงแย้งไม่ได้ว่า Apple ก็คงจะนำเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บได้ไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้อาจจะยอมจ่ายเงินที่มากกว่าเพื่อประสบการณ์บางอย่างที่ Android ให้ไม่ได้ มันก็คงจะคล้ายๆกับการจ่ายเงินจ้าง bodyguard ก็ได้มั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าต้องการแบบไหน #Siamstr #ThaiNostrich