เพิ่งเห็นเลย มาแบบเงียบๆ ปกก็ไม่มี ชื่อก็ไม่มี รู้ได้ด้วยคำว่า "เฟียต"! #siamstr
Evil Ocelot
evilocelot@siamstr.com
npub17jcu...jxl3
A technology person who is interested in nutrition in the world of professional licenses
ชอบความที่ Nostr ใช้ Animated GIF เป็นรูปโปรไฟล์ได้ ชอบ animation อันนี้ก็เอามาใส่ซะเลย แต่เสียดาย พอ avatar มันเป็นวงกลมแล้วตัวอักษรตกขอบไปหน่อย 

ไลค์เพจ Naomi ไป แล้ววันนี้มันเด้ง Messenger ขึ้นมาราวกับว่า Naomi ทักมาอะ ตกใจ ไม่เคยมีแบบนี้อยู่ใน Messenger 555555 #siamstr 

ตามตำราเขาสอนกันว่า ถ้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่จะมีเงินทุนไหลออกเข้าไปสู่พันธบัตรรัฐบาลแทน เพราะพันธบัตรรัฐบาลเป็นจุดสูงสุดของพีระมิดการเงิน และถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยกลับไปเท่ากับช่วงก่อนโควิด แต่ทำไมหุ้นก็ยังขึ้น คริปโตก็ยังขึ้น?
เพราะที่ผ่านมาเราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้เลย เดือนหน้าอัตราดอกเบี้ยจะเป็นยังไง จะเพิ่มขึ้น ลดลง หรือคงไว้เท่าเดิมก็ไม่รู้ นั่นหมายความว่าการวางแผนการเงินล่วงหน้าในอนาคตเป็นไปได้ยากมาก ก็เลยทำให้นักลงทุนเริ่มเห็นว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยงกว่าสินทรัพย์อื่นๆที่เคยถูกมองว่าเสี่ยงไปแล้ว แผนงานของบริษัทต่างๆ หรือแม้แต่นโยบายการเงินของคริปโตบางโปรเจกต์ ก็อาจจะมั่นคงและคาดเดาได้มากกว่านโยบายการเงินของ FED ซะอีก
มันยิ่งตอกย้ำความเข้าใจที่ว่า Bitcoin ไม่ได้เหวี่ยง แต่เงินดอลลาร์ต่างหากที่เหวี่ยง เพราะนโยบายการเงินของ Bitcoin มันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด และนี่เป็นสเน่ห์ของการเก็บ wealth เป็นเงินที่นโยบายการเงินไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ถ้าเราเก็บเงินเฟียต เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเงินเท่านี้ที่เรามีอยู่จะสามารถเลี้ยงดูตัวเราเองได้จนตาย แบงก์ชาติจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังเมื่อไรก็ไม่รู้ จะเกิด hyperinflation ไหมก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้านโยบายการเงินไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เราสามารถวางแผนได้ว่าต้องเก็บเงินเท่าไรให้อยู่ได้จนตาย แล้วที่เหลือก็เอาไปสร้างโลกที่ดีขึ้นให้กับลูกหลานต่อไป
#siamstr
@Fastingfatdentist
พอดีเพิ่งได้ฟังหมอบ่นเฟียตย้อนหลังมาแล้วมีประเด็นที่อยากจะ verify นิดหน่อย อันนี้เป็นเรื่องเล็กๆที่คุณหมออ้างถึงอยู่ในประเด็นใหญ่อีกที ผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมเคยรู้ผมมันถูกไหม แต่ก็อยากจะนำเสนอสิ่งที่เคยได้เรียนรู้มา ถกเถียงกันได้ครับ
เรื่องจุดเตาอั้งโล่หรือต่อท่อไอเสียเข้าไปในรถที่ทำให้ตาย “คาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้ทำให้คนตาย” อันนี้ผมเห็นด้วย “การขาดออกซิเจนทำให้คนตาย” อันนี้ผมก็เห็นด้วย แต่ “สาเหตุ” ที่ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในร่างกาย ผมมีข้อโต้แย้งนิดหน่อย
ในการเผาไหม้ หรือการจุดเครื่องยนต์สันดาปภายในก็ตาม การเผาไหม้สมบูรณ์ 100% มันเกิดขึ้นได้ยากมาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนน้อย ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ก็จะมีคาร์บอนไดออกไซด์บ้าง (CO2) คาร์บอนมอนออกไซด์บ้าง (CO) ตัว CO2 ไม่เป็นปัญหาเพราะร่างกายมี detector อยู่แล้ว ลองนึกถึงตอนเรากลั้นหายใจแล้วจะรู้สึกทรมาน ร่างกายทรมานเพราะปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูง ไม่ใช่เพราะปริมาณออกซิเจนที่ต่ำ ดังนั้นปริมาณ CO2 ที่สูงเกินไปในร่างกาย ร่างกายสามารถจัดการได้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่น่าจะเป็นประเด็นก็คือคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) เพราะฮีโมโกลบินมันจับกับคาร์บอนมอนออกไซด์ได้ดีกว่าออกซิเจน ดังนั้นถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี CO สูง มันก็จะไปแย่งจับฮีโมโกลบินแทนออกซิเจน จนสุดท้ายเลยทำให้ร่างกายมีออกซิเจนไม่พอ ที่สำคัญ CO ไม่มี detector เหมือนกับ CO2 ดังนั้นคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ CO สูงก็เลยตายเพราะขาดออกซิเจนจริง แต่อาจจะไม่ได้ขาดออกซิเจนเพราะออกซิเจนหมด แต่เพราะ CO เข้ามาแทนที่ออกซิเจนในร่างกาย ก็จะเคลิ้มหลับแล้วตายไปเลย
แต่จริงๆผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าระหว่าง “ออกซิเจนหมด” กับ “CO poisoning” อันไหนมันมีผลกระทบเร็วกว่ากัน
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ว่าหมอเอกอะไรนะครับ ชีวะในโรงเรียนผมก็ย่ำแย่มาก 555 แค่มีประเด็นที่พอจะจำได้มาเล่าเฉยๆ จริงๆผมก็อาจจะผิดก็ได้ ผมยังรักหมอเอกอยู่เสมอนะครับ ขอบคุณที่มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆให้ฟังทุกสัปดาห์นะครับ ❤️
"People that use fiat food as a store of nutrition, we have a name for them. We call them diabetics." ชอบอะ เจ้าของโพสต์อยู่ในนี้ไหมครับ 55555
#siamstr
#siamstrHalving Party ครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะได้เป็นการเจอกันแบบ physical เหมือนที่ผมเคยไป #north101 มา แต่บรรยากาศและสิ่งที่ได้รับรู้มันต่างกันพอสมควร อาจจะด้วยที่มีพี่ต้นมาพูด บรรยากาศความ uncensored ค่อนข้างมาเต็มเลยทีเดียว
Keyword สำคัญที่ทำให้ผมรู้สึก impact มากที่สุดในวันนี้คือคำว่า "Cypherpunk" ในอดีตผมก็คงรู้แค่ว่ากลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Cypherpunk เป็นแค่เด็กเนิร์ดที่ชื่นชอบศาสตร์การเข้ารหัสโดยเฉพาะอย่างยิ่ง public-key cryptography ที่คิดแค่ว่า "มันน่าจะเอาไปสร้างประโยชน์บางอย่างได้" แต่พอได้ฟังเรื่องราวที่ uncensored แบบนี้ก็เหมือนโดน red pill ทำให้ตัวเองเอะใจขึ้นมาว่า "มันมีเหตุผลอะไรมากกว่านี้หรือเปล่าที่ทำให้คนกลุ่มนี้มีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาหรือต่อยอดเทคโนโลยีพวกนี้" ซึ่งก็เพิ่งทำให้เดาได้เหมือนกันว่าคนกลุ่มนี้อาจจะไม่ใช่แค่เนิร์ด แต่เขามีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีพวกนี้จริงๆ (คงต้องไปอ่านหนังสือเล่มที่พี่ต้นแนะนำ)
ผมก็ไม่แน่ใจว่าเดาถูกไหม แต่ถ้าผมเดาถูก การที่ Satoshi Nakamoto เผยแพร่ Bitcoin Whitepaper ลงในกลุ่ม Cypherpunk นี่มันตรง target สุดๆไปเลยนะ เพราะ Bitcoin ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันยังมีเศรษฐศาสตร์ สังคม การเมือง ที่รวมกันได้อย่างลงตัว ถ้ากลุ่ม Cypherpunk เขาสนใจในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว มันก็น่าจะช่วยให้ช่วงเริ่มต้นของ Bitcoin ในจุดที่มันยังไม่มีค่าอะไร สามารถผ่านไปได้ ซึ่งผมก็เดาว่าน่าจะเป็นเพราะอย่างนั้นถึฃทำให้ Bitcoin ผ่านพ้นช่วงเวลาเริ่มต้นแบบนั้นไปได้
แต่เอาจริงๆรู้สึกว่ามันถลำลึกมากๆเลย หลุมกระต่ายมันลึกและแตกกิ่งก้านสาขาเยอะมากจนไม่สามารถจะเรียนรู้ได้ทั้งหมดจริงๆ ใจหนึ่งก็อยากจะ verify เรื่องที่ได้ยินมาว่ามันจริงแค่ไหนเหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่ามันจำเป็นกับชีวิตเราแค่ไหนกันนะ เพราะทุกการ verify มันต้องใช้เวลา และส่วนตัวก็แอบรู้สึกว่ายาแดงมันแรงไปด้วย จิตใจอาจจะยังไม่เข้มแข็งพอ แกล้งๆทำเป็นไม่รู้ไปก็ได้ รู้แค่ว่า "เอาอำนาจการผลิตเงินออกจากมือรัฐ" ได้ก็พอแล้วเนอะ
และสุดท้าย Happy 4th Halving krub ☺️
#siamstr
จะถ่ายคลิปลงสตอรี่ไอจี มากับดวงสุดๆๆ!!!
#siamstr
GM ครับ #siamstr
เมื่อคืนฝันว่าตื่นมาเลย halving แล้ว ก็เลยสะดุ้งตื่นของจริง 55555
ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนครับ
839996
Even though Nostr is more public than a private Facebook group "Siamese Bitcoiners", I feel that it makes me more comfortable and it feels like a better home for me here.
#siamstr
ถ้าอยากไปงาน Halving party ต้องลงทะเบียนที่ไหนยังไงนะครับ #siamstr
หลายๆคนก็คงมี wallet ที่เอาไว้เก็บเงินออมของตัวเองบ้าง ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่ช่วงนี้มีเรื่องที่ทำให้ผมตื่นเต้นมากๆอย่างนึง เมื่อคืนตอนจะนอนอยู่ๆไม่รู้อะไรดลใจ ผมก็นึกคำถามขึ้นมาได้ว่า "seed ของ wallet อันนั้นมันอยู่ไหนนะ"
ถ้าเรามี wallet เดียว seed เดียวมันก็คงจำง่าย แต่ถ้าเราเริ่มอยากลองเล่นอะไรแผลงๆ มีทั้ง hot wallet, hardware wallet, coinjoin wallet, lightning wallet แต่ละโปรแกรมก็ generate seed เป็นของตัวเอง ถ้าเราเก็บไม่เป็นระเบียบบางทีมันก็อาจจะทำให้เราลืมได้บ้าง
เช้าวันนี้ผมก็เลยพยายามคุ้ยหาดูว่า seed ของ wallet อันนั้นมันอยู่ไหน ปรากฏว่าก็หาไม่เจอเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมยังเข้าถึง wallet อันนั้นได้อยู่โดยไม่ต้องใช้ seed แต่ลองนึกภาพว่าถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นอยู่ๆก็ใช้ไม่ได้ขึ้นมา เงินใน wallet นั้นก็อาจจะกู้คืนไม่ได้เลยนะ
ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องทำคือรีบย้ายเงินออกจาก wallet นั้นให้เร็วที่สุด เราไม่มีทางรู้ว่าวันพรุ่งนี้คอมพิวเตอร์เราจะพังไหม อย่างน้อยมี backup ไว้ก็อุ่นใจกว่า
จึงเป็นอุทาหรณ์อยากจะเตือนทุกคน อยากให้ลองนึกดูว่าเรามี wallet อะไรอยู่บ้าง แล้วเรายังคงหา backup ของแต่ละ wallet เจออยู่ใช่ไหม ทุก wallet ควรมี backup อย่างน้อยก็ seed กับตัว software หรือ hardware ที่เข้าถึง wallet นั้นได้ อย่างน้อยถ้าอันใดอันหนึ่งหายไป เราก็จะยังกู้มันคืนได้อยู่
ส่วนผมนั้นพอจะกด "Broadcast" อยู่ดีๆคอมของผมก็ดับ harddisk เสีย แบตระเบิด บ้านไฟไหม้ seed ที่เหลือก็ไหม้หมด กู้คืนไม่ได้แล้วฮือ
#siamstr
ได้รับแล้วนะค้าบบบ
แปลยังไงให้เล่มเล็กลง บางลง แถมตัวอักษรใหญ่ขึ้น 55555
#siamstr 

ถึงขนาดมีคนเอามา Remix เลยนะ 555
#siamstr
Blockclock มันแพงไป DIY ทำเองซะเลย
*ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
#siamstr
#siamstr