Cryptotica😺🟠✨'s avatar
Cryptotica😺🟠✨
npub1nn9e...m37n
CryptoWorld since 2017, NostrWorld since 2023.
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 2 weeks ago
🟠 "เราจะสามารถมี Bitcoin ได้เท่าไร... ในยุคนี้ และยุคถัดๆไป?" "ซื้อตอนนี้ทันไหม?" "บิตคอยน์แพงเกินไปหรือยัง?" "คนอื่นเขามีกันหลายเหรียญ เรามาช้าไปไหม?" คำถามเหล่านี้มักวนเวียนอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนมาใหม่ แต่เชื่อเถอะ... ไม่ว่าราคาจะไปถึง 10 ล้าน หรือ 100 ล้านบาท คำถามเหล่านี้ก็จะยังอยู่ เพราะเราพยายาม "ไล่ตามอดีตคนอื่น" จนลืมมอง "โอกาสตัวเองปัจจุบัน" มันไม่สำคัญหรอก ว่าเราจะมาเจอ Bitcoin ในปีไหน สิ่งสำคัญคือเมื่อเรารู้จักมันแล้ว เข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน? มองเห็นความเสื่อมถอยของเงินเฟียตในกระเป๋าหรือไม่ และมองเห็นตัวเองอยู่ตรงไหนของระบบการเงินนี้? — เราจะมีบิตคอยน์ในราคาที่ตัวเอง "สมควรได้รับ" เสมอ เลิกตัดพ้อว่าทำไมไม่เจอบิตคอยน์ให้เร็วกว่านี้ เลิกเปรียบเทียบกับคุณปู่ที่ซื้อที่ดินใจกลางสุขุมวิทเพียงไม่กี่พันบาท ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว… เริ่มสร้าง "วิวัฒนาการทางความคิด" ของตัวเอง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจะเลิกวัดมูลค่า Bitcoin ด้วยเงินกระดาษ แต่จะวัดด้วย "สัดส่วนใน 21 ล้าน" หากเข้าใจและสะสมจนมี 0.21 BTC ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร สัดส่วน 1 ใน 100 ล้านนี้ จะเป็นของเราตลอดไป ไม่มีอำนาจใดมาสั่งขโมยมัน และไม่มีใครเสกเพิ่ม เพื่อมาเจือจางมูลค่ามันได้ 👇“บันไดวินัยและเวลา” ในมุมมองบิตคอยน์ ที่จะเปลี่ยนไปตามความเข้าใจในระบบเงินตรา และปริมาณการถือครอง จะได้รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน 😹🟠 🟠Bitcoin Time Discipline Ladder ——————————————————— - 0 BTC → สันดานเงินเฟียต (Fiat Reflex)🙀 ใช้ก่อน เหลือค่อยออม ชีวิตขับเคลื่อนด้วยบริโภคนิยม เงินได้มาต้องใช้ไป “เดี๋ยวก็ด้อยค่า” เวลา = สิ่งที่ต้องแลกเพื่อเงิน ——————————————————— - 0.001 BTC → การตื่นรู้ (Awareness) เริ่มสังเกตเห็นเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เริ่มตั้งคำถาม แต่ยังมีความคิดยึดติดกับระบบการเงินเดิม ยังมอง Bitcoin เป็น “ทางเสี่ยง” มากกว่า “ทางออก” ——————————————————— - 0.01 BTC → อดทนรอให้เป็น (Delay Tolerance) เริ่มเรียนรู้ที่จะเก็บออมท่ามกลางความน่าเบื่อ เสียงรบกวน ข่าวลบ ข่าวลือ เริ่มเข้าใจว่าการอยู่เฉย ก็เป็นกลยุทธ์รูปแบบหนึ่ง ——————————————————— - 0.05 BTC → ทนต่อความผันผวน (Volatility Endurance) ถือครองผ่านช่วงตลาดขาลงได้โดยไม่ใช้อารมณ์ตัดสินใจขาย เริ่มแยก “ราคา” ออกจาก “มูลค่า” ไม่หนีตลาดเพียงเพราะกราฟร่วง ——————————————————— - 0.1 BTC → เข้าใจวัฏจักร (Cycle Literacy) เข้าใจ Halving, Liquidity cycle, การหมุนของเงินทุน เลิกตกใจข่าวรายวัน มองภาพใหญ่ เข้าใจว่า Bitcoin เคลื่อนไปตามวงรอบเวลา ไม่ใช่เส้นตรง ——————————————————— - 🟧0.21 BTC → ความพอใจในปัจจุบันต่ำ (Low-Time Preference) Bitcoin กลายเป็นเงินออม ไม่ใช่เครื่องมือเก็งกำไร ยอมแลกความสุขวันนี้ เพื่อเสถียรภาพในอนาคต เวลาเริ่มมีค่ามากกว่า “ผลตอบแทนฉาบฉวย” ——————————————————— - 0.5 BTC → ความอดทนของการทบต้น (Compounding Patience) ปล่อยให้ความหายากทำงาน ไม่เข้าแทรกแซง ไม่จับจังหวะทำกำไร เข้าใจว่าการเติบโตที่แท้จริง “มักเงียบ และใช้เวลา” ——————————————————— - 1 BTC → อธิปไตยทางเวลา (Temporal Sovereignty) เริ่มควบคุม “การใช้เวลา” ในชีวิตได้ ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องไล่ ไม่ต้องขายชีวิตให้ระบบ มีอิสระในการเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ——————————————————— - 3+ BTC → นักคิดหมื่นวัฏจักร (Multi-Cycle Thinker) วางแผนชีวิตเป็นสิบปี ก้าวข้ามกราฟราคารายวัน เข้าใจว่าโลก เศรษฐกิจ และเงิน เปลี่ยนเป็นรอบ มอง Bitcoin เป็นโครงสร้าง ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไร ——————————————————— - 10+ BTC → สถาปนิกแห่งกาลเวลา (Time Architect) ออกแบบชีวิต ทุน และมรดก บนฐานเงินที่แข็งแกร่ง ออกแบบ และสร้างระบบของตัวเอง, Bitcoin คือ “แกนหลักของแผนชีวิตระยะยาว” ——————————————————— ปล. เมื่อรู้แล้ว อยากได้เป้าหมายไว้วางแผนเก็บบิตคอยน์ เชิญที่ตารางนี้ 👇 —— Source: @0_21_BTC #bitcoin #21million #nostr #siamstr #damus image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 0 months ago
Thank you, Hal…😭🟠 #bitcoin #siamstr #nostr #halfinney image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 2 months ago
image #ประวัติย่อของการเปลี่ยนผ่านสู่ “เงินตราพลังงาน” ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมมีความคิดหนึ่งก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ: พลังงาน — ไม่ใช่บิตคอยน์ ไม่ใช่เงินหยวน และไม่ใช่การกลับไปสู่ทองคำ — อาจเป็น “หน่วยมูลค่าหลักของโลก” ตัวถัดไป หรือจริง ๆ แล้ว มันอาจไม่ใช่ “ตัวถัดไป” ด้วยซ้ำ.. แต่เป็น เพียงสิ่งเดียวที่เป็นเงินตราอย่างแท้จริง — เพราะมันมี “ความหมาย” อยู่จริง ลองนึกถึงสเตเบิลคอยน์ที่มีหน่วยค้ำประกันเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง สิ่งที่ผมเรียกเล่น ๆ ว่า “wattcoin” จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้: ไอเดียที่ถูกลืมของเฮนรี่ ฟอร์ด ในปี 1921 เฮนรี่ ฟอร์ด เคยเสนอให้สร้าง “เงินตราพลังงาน” เขาต้องการแทนที่ระบบ Gold Standard ด้วยระบบที่ใช้ “หน่วยไฟฟ้า” (kWh) เป็นตัวกำหนดมูลค่า ฟอร์ดเชื่อว่า หากเงินตราผูกกับกำลังการผลิตไฟฟ้าของโลก — ที่เขาเรียกว่า “โรงงานพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ” สังคมจะหลุดพ้นจากการควบคุมของชนชั้นการเงิน และหยุดสงครามที่เกิดจากความโลภได้ แนวคิดนี้เคยตีพิมพ์ใน New York Tribune วันที่ 4 ธันวาคม 1921 ในหัวข้อ: “Ford to Replace Gold with Energy Currency and Stop Wars.” หนึ่งศตวรรษต่อมา ไอเดียนี้ก็ไม่ได้ฟังดูเพ้อฝันอีกต่อไป สะท้อนสู่ยุคปัจจุบัน✨ ไม่นานมานี้ Elon Musk กล่าวไว้ว่า: “Bitcoin ขึ้นอยู่กับพลังงาน — รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินปลอมได้ แต่พวกเขาปลอมพลังงานไม่ได้” นี่คือเหตุผลที่โต้แย้งแทบไม่ได้ เพราะพลังงานคือ “proof-of-work” ขั้นสุดท้ายในจักรวาล สิ่งเดียวที่ไม่มีใครปลอมแปลงหรือทำให้เสื่อมค่าลงได้ และหากมองลึกลงไป จะเห็นว่าระบบเงินตราที่อิงพลังงานเริ่มโผล่มาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว พื้นฐานของโทเคนพลังงานรุ่นแรก ปี 2014 เรามี SolarCoin ($SLR) คริปโตตัวแรกที่ “ค้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” 1 SLR แทน 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมงของพลังงานแสงอาทิตย์ และในปี 2018 มีการโทเคไนซ์พลังงานไปกว่า 15 เทรา วัตต์-ชั่วโมง ใน 83 ประเทศ จากระบบมากกว่า 7,000 จุดติดตั้ง จากนั้นปี 2017 — ยุค ICO ที่วุ่นวาย แต่ก็มีโปรเจกต์จริงจังเกิดขึ้น เช่น • PowerLedger (POWR): ระบบเทรดพลังงานแบบ P2P • WePower (WPR): โทเคไนซ์พลังงานหมุนเวียน 1 kWh ต่อ 1 โทเคน • Grid+ (GRID): โครงการจาก Consensys ที่เปิดทางให้เข้าถึงตลาดพลังงานแบบ wholesale แม้พื้นที่นี้ยังไม่สุกงอม แต่ “แนวคิดพื้นฐาน” มาถูกทางแล้ว — การเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องที่เทรดได้จริง การเกิดขึ้นและล่มสลายของโปรโตไทป์รุ่นแรก ปี 2021 BitRiver เปิดตัวโทเคน $BTR ผูกไว้กับ “ต้นทุนไฟฟ้าต่อหนึ่งวัตต์ต่อปี” โดยมี Data center ขนาด 100 MW เป็นหลักประกันในรัสเซีย แม้โปรเจกต์จะล้มเหลว แต่ ไอเดียยังอยู่ ปี 2022 นักวิจัยจาก Lawrence Livermore National Laboratory เสนอแนวคิด E-Stablecoin คริปโตที่ค้ำ 1:1 ด้วย kWh จุดพลิกเกมคือ — มันอาจ “ส่งพลังงาน” แบบไร้สายผ่านบล็อกเชนได้ในอนาคต และในเดือนตุลาคม 2025 สถาบันดังกล่าวกลับมาศึกษาโครงการนี้อีกครั้ง พร้อมย้ำศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีพลังงานหนุนหลัง อวกาศ, พลังงาน และการกระโดดครั้งใหม่ เพียงเดือนก่อน Elon Musk ถูกกล่าวว่าพูดถึงโครงการลับ “Solaris” กับประธานาธิบดี Donald Trump Solaris คือเครือข่ายดาวเทียม 900 ดวง ที่ออกแบบมาเพื่อ “ขุดเงินตราพลังงานจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ” โดยตรง ถ้า SolarCoin คือก้าวแรกแบบสัญลักษณ์ Solaris อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริงของ “มาตรฐานพลังงาน” เงินตราที่ไม่ได้ผูกกับความเชื่อใจ แต่ผูกกับ กฎฟิสิกส์ อนาคตที่วัดด้วยหน่วยวัตต์ Musk เคยคาดการณ์ว่า ในอนาคตเงินอาจ “หายไป” ถูกแทนด้วยตัวชี้วัดมูลค่าล้วน ๆ เช่น วัตต์ หรือจูล และบางที นั่นอาจเป็นทิศทางที่มนุษย์กำลังมุ่งหน้าไปจริง ๆ โลกที่การบัญชี การค้า และความมั่งคั่ง ล้วนถูกกำหนดด้วย พลังงานที่ใช้งานได้จริง ในภาพนี้ “wattcoin” ไม่ได้ฟังดูเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันดูเหมือน จุดหมายสุดท้ายของบล็อกเชนและระบบเศรษฐกิจมนุษย์ จุดบรรจบระหว่าง การเงิน และ ฟิสิกส์ อย่างแท้จริง source #bitcoin #energy #siamstr #nostr
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 3 months ago
image S2F Bitcoin GOLD and Dollar #Bitcoin #Nostr #Siamstr #s2f
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 8 months ago
How many pizzas for 10,000 #BTC can buy each year of Bitcoin pizza day since 2010. 🙀🟠🍕 10,000 บิตคอยน์ ซื้อพิซซ่าได้กี่ถาด ในแต่ละปี ในวัน บิตคอยน์ พิซซ่า เดย์ 😹🙀 #bitcoin #nostr #pizzaday #siamstr #damus image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 8 months ago
Sminton’s Bitcoin Retirement Guide (in Thailand) 🟠 โมเดลคำนวณรายได้หลังเกษียณ (ปรับตามเงินเฟ้อ 7%) ว่าต้องมี “บิตคอยน์” เท่าไรในแต่ละช่วงอายุ และปีที่ต้องการเกษียณ พี่แมวแปลงค่าให้เหมาะกับค่าครองชีพของบ้านเรา สำหรับใครที่อยากเกษียณอายุอยู่ในเมืองไทย😻 ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าเพื่อเกษียณ แต่เริ่มต้นให้ไว กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และเชื่อมั่นในพลังของการสะสมมูลค่าของบิตคอยน์ในระยะยาว” 🫸🟠🫷 Thanks for the model👇 #Bitcoin #Retirement #Sminton #siamstr #Nostr
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 10 months ago
Nostalgic time 😽😹 Bitcoin Center​ Bangkok 2018 ใครเคยไปใช้บริการบ้าง 🙀😻 #Bitcoin​ #Thailand #Nostr #siamstr
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 11 months ago
ใช่ครับ บิตคอยน์ คือ "การพนัน" และมันคงเป็นการพนันที่น่าเดิมพันที่สุดที่เคยมีมา .. 🟠เป็นการเดิมพันกับระบบการเงินที่แฟร์ และไม่เลือกปฏิบัติ 🟠เป็นการเดิมพันว่ามูลค่าจะถูกกำหนดโดยอุปสงค์-อุปทานจริง ไม่ใช่การพิมพ์เงินแบบไร้ขอบเขต 🟠เป็นการเดิมพันว่าทรัพย์สินที่มีจำนวนจำกัด ย่อมรักษามูลค่าได้ดีกว่าสกุลเงินที่เสื่อมค่าลงทุกวัน 🟠เป็นการเดิมพันกับที่วันนึงคุณจะมีชีวิตที่ดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น สอดคล้องกับน้ำพักน้ำแรงที่คุณเสียไป .. ทำไมคนถึงเข้าบ่อนไปเล่นพนัน? -- เขาต้องการโอกาสที่จะทำเงิน และจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ใช่ไหม? .. ถ้าจะมองอีกมุม ทุกอย่างที่คุณเรียกว่า “การลงทุน” ก็คือ การพนัน ดีๆนี่เอง 👑ทองคำ? การพนันกับความเชื่อว่ามนุษย์จะให้ค่ามันตลอดไป 📈หุ้น? การพนันกับศักยภาพของบริษัทและสภาวะเศรษฐกิจ 🏘อสังหาริมทรัพย์? การพนันกับอุปสงค์ของตลาดและดอกเบี้ยที่กำหนดโดยรัฐบาล 📊กองทุนรวม? การพนันกับความสามารถของผู้จัดการกองทุน เพียงแต่มันเป็น "การพนันที่ควบคุมความเสี่ยงได้" บนหลักวิชาการ และมีเหตุผลรองรับ .. แล้วทำไมทุกวันนี้ คนต้องต่อสู้ดิ้นรนกันขนาดนี้? เราถูกสอนให้เชื่อว่า “เงินสด” ปลอดภัย แต่ “เงินเฟ้อ” คือหลักฐานว่า "การถือเงินสด" คือการพนันที่การันตีว่าคุณจะแพ้.. ถ้าระบบการเงินที่คุณเชื่อว่าดี มันดีจริง มันรักษามูลค่าได้จริง 👷‍♂️ทำไมเราต้องทำงานหนักขึ้นทุกปีเพื่อให้ใช้ชีวิตได้เท่าเดิม? 🍜ทำไมค่าครองชีพสูงขึ้นเร็วกว่าค่าแรงเสมอ? 🎩ทำไมคนที่รวยแล้ว ยังต้องกระจายความมั่งคั่งไปทั่วสารพัดสินทรัพย์ แทนที่จะถือเงินสดไว้เฉยๆ? 💰ทำไมแค่เก็บความมั่งคั่งไว้ในสินทรัพย์เดียวไม่ได้? เราอาจอยู่ในเกมที่กติกาถูกเขียนขึ้นมาให้มีแต่แพ้ และถ้าเกมมันแฟร์จริง “ซาโตชิ” คงไม่ต้องเสียเวลาคิดหัวแทบแตก เพื่อสร้าง “บิตคอยน์” ขึ้นมาหรอก 🟠🤷‍♀️ ... ใช่ บิตคอยน์ คือ การพนัน “แต่เป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดที่มนุษย์เคยมี” เป็นการพนันที่มีหลักการ มีความเป็นไปได้ และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักการเศรษฐศาสตร์ แล้วแต่นะ… จะเดิมพันกับเกมที่ไม่มีวันชนะ หรือเดิมพันกับสิ่งที่มีโอกาสให้ความเป็นธรรมได้ 🟠✨โอกาสมีค่า ศึกษา“บิตคอยน์” ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสได้เดิมพันอะไรเลย #Bitcoin #cryptotica #siamstr #Nostr #storytelling #CEOBranding #โค้ชกิ๊ก #clubgig #business #ธุรกิจ #การตลาด #เรื่องนี้ต้องรู้ image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 11 months ago
😵‍💫เมื่อความหิวโหยครอบงำตลาดคริปโต..🤔 อย่าว่าแต่มีมคอยน์ เหล่าแอร์ดรอปน้ำดีทั้งหลายก็เละ.. แต่ก็เป็นอะไรที่โลกคริปโตมีมาตลอด ยุค ico , ido, token mania ช่วง Defi จนมาถึง memecoin..🤕 แต่ละยุคสมัย การแสวงหาความมั่งคั่ง​ นั้นแตกต่างกันไป แต่รากเหง้าที่เป็นแรงผลักดันนั้น มาจาก สิ่งเดียวกัน... "ความหิวโหยของผู้คน"🥣 🙈 ผู้คนไม่ได้แสวงหานวัตกรรม​ แต่แสวงหาปัจจัยพื้นฐาน.. โลกอาจเต็มไปด้วยความเจริญทางเทคโนโลยี แต่ผู้คนกลับไม่สนว่าอะไรคือ "อนาคตของระบบการเงิน" ​ พวกเขาไม่ได้มองหา บล็อกเชนที่ดีที่สุด หรือ smart contract ที่ล้ำที่สุด.. พวกเขามองหาแค่ "เงิน" เพื่อความอยู่รอด ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญ​ภาวะเศรษฐกิจ​ที่เลวร้าย​ เงินเฟ้อพุ่งสูง ข้าวของแพงขึ้น รายได้ไม่ทันค่าใช้จ่าย พวกเขากำลังยากจนลงเรื่อยๆ ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว 🐑 เมื่อความอดอยากขับเคลื่อนพฤติกรรม​เศรษฐกิจ​ ตลาดลงทุนจะเต็มไปด้วยการแสวงหากำไรระยะสั้น การเก็งกำไรแบบไม่สมเหตุสมผล​ กลายเป็นทางออกที่คนเลือกเป็นทางลัดสำหรับเพิ่มพูนทรัพย์สิน​ของตน.. แตกต่างจากการสร้างธุรกิจ​หรือการพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ต้องใช้เวลา และความพยายาม..🏊 🔱 ดิ้นรน แก่งแย่ง และวงจรแห่งความโลภ🍸 คริปโตถูกสร้างขึ้นมาเป็นทางเลือกจากระบบการเงินดั้งเดิมที่ผูกขาดโดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่ แต่กลับกลายเป็นสนามต่อสู้เพื่อการดิ้นรน ผู้คนแสวงหาความร่ำรวยในตลาดมากกว่าที่จะใช้มันเพื่อสร้างประโยชน์​ในระยะยาว ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า...🛞 🔷ระบบสอนให้คนเป็นหนี้ มากกว่าคิดสร้างอนาคต🎫 มันเป็นปัญหาที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อระบบการเงินโลกสอนให้คนเป็นหนี้ มากกว่าสอนให้สร้างคุณค่า​ สนับสนุนให้คนกู้เงิน ใช้เครดิต​ และเป็นหนี้ตลอดชีวิต คริปโตกลับมาใช้คอนเซปที่คล้ายกัน หลายโปรเจค​สร้างแรงจูงใจให้คน "กู้ยืม" เพื่อมาลงทุน โดยให้ความหวังว่าอนาคตจะรวยขึ้น และจะได้มาจ่ายหนี้..😅 สุดท้าย คนที่รวยกลับไม่ใช่พวกเขา กลับเป็นคนวงใน วาฬ และคนเชียร์​ (influencer)🎩 🔶 ทิศทางนี้ จะถูกที่ถูกทางได้อย่างไร.. จริงๆแล้ว บิตคอยน์​ จนถึงคริปโตทั้งหลาย (ที่นำแนวคิดของบิตคอยน์​มา) รากฐานของมันคือการมาแก้ไข ให้ความหวังกับการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินเก่าที่ไม่แฟร์ เราต้องมั่นคง และยืนหยัดในหลักการที่ บิตคอยน์​ มอบไว้ ไม่หลงไปกับพฤติกรรม​เดิม ที่ระบบเดิมปลูกฝังเรามา...🪨 และ อีกครั้ง และ อีกหลายๆครั้ง ไม่ว่าคุณจะอยู่วงการนี้มานานแค่ไหน นานจนหลงไปสร้างสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ถ้ามันไม่เวิร์ค ขอให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ ที่นี่... "ศึกษา..บิตคอยน์​" 🟠🪄✨ #bitcoin #memecoins #Crypto #fiat #inflation #Nostr #siamstr image ---
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 11 months ago
image 🤔เปรียบเทียบ BTC และ ETH -ตลาดกระทิงรอบนี้ BTC ทำผลงานดีกว่า ETH ✨ -อย่างไรก็ดี จะเห็นว่า 67% ของผู้ถือ ETH ยังคงมีกำไรอยู่💰 -Ethereum มีการกระจุกตัวของอุปทานมากกว่า โดยกลุ่มผู้ถือรายใหญ่ (ที่ถือมากกว่า 0.1% ของอุปทานทั้งหมด) ควบคุมอยู่ที่ 54% ของอุปทาน 🤷 ในขณะที่ BTC กระจายตัวมากกว่า โดยกลุ่มผู้ถือรายใหญ่ถือเพียง 11% เท่านั้น 😽 ปล. แม้จะมีการพูดกันว่า Ethereum กำลัง กำจัดพวกมือไม้อ่อน (weak hands) ออกไป แต่ถ้าดูโครงสร้างผู้ถือครองของ #BTC และ #ETH ในระยะยาว ก็ยังคงคล้ายกันอยู่ฮะ แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ ในมุมมองระยะยาว คำตอบคงอยู่ในใจ แม้กระทั่งในแผนของแทบทุกพอต ว่าควรเลือกถือ อะไรในระยะยาวนะฮะ 😸✨🟠 #Bitcoin​ #Ethereum #Cryptorank #nostr #siamstr
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 0 years ago
Bitcoin 🙏🏻🟠⚡️Today sorry 😣 #nostr #siamstr #bitcoin image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 1 year ago
Bitcoiners ยุคนี้ (จริงๆไม่ใช่บิตคอยเนอร์แท้ๆหรอก) 😹🙀😹 ลืม หรือ ไม่ได้ศึกษา เนื้อแท้ของ บิตคอยน์ คืออะไร #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #siamstr #nostr #bitcoin #bitcoiner image
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 1 year ago
สรุป... บิตคอยน์🟠 ไม่ใช่ เครื่องมือวิเศษอะไร ”วิธีคิด”🪷 ต่างหากที่จะทำให้คุณ Exit (สบาย) จบแข่ว 😹😹😹 ได้แง่คิดเยอะ และหลากหลายดีฮะ ในเรื่องที่ มนุษย์ พยายามหนีออกจาก ระบบทุนนิยมที่เริ่มจะไม่เป็นธรรมขึ้นเรื่อย เอาเปรียบขึ้นเรื่อย บิตคอยน์ คือ ตัวช่วยสำหรับ "ทุกคน" เน้น เพราะว่า "ทุกคน" ไม่ได้เก่งเหมือนกันฮะ ทุกคนไม่สามารถเป็น อ.ตั๊ม เป็น ลิซ่า ได้ แต่ทุกคน สามารถมี Wallet และจด 24 คำ ซื้อ บิตคอยน์ และโอนไปเก็บได้ เท่านั้นก็เพียงพอ...🤫😺🟠✨ ปล. แนวคิด Exit มีมานานพอสมควร เท่าที่พี่แมวรู้จักก็ราว 20 กว่าปีมาแล้ว... คนที่ Exit กลุ่มแรกๆ ก็คือ พี่โจน จันได มาก่อน Bitcoin จะถือกำเนิดเสียอีก 🙀 โจน จันได คือ ใคร เผื่อว่าใครไม่รู้จัก เขาเป็นคนที่เริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมชีวิตมันยากขนาดนี้ เราทำงานแทบตาย ทำงานทั้งชีวิต เพื่อมาผ่อนบ้าน 30ปี ยังไม่ได้บ้านเป็นของตัวเองเลย ทำไมบ้านมันต้องแพงขนาดนั้น... เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง "บ้านดิน" และต่อยอด จุดกระแส เรื่องการ Exit จากระบบทุนนิยม ครึ่งนึงก็ยังดี ลากยาวจนถึง การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เช่น การผลิตปัจจัยสี่ได้เอง โดยพึ่งพาระบบทุนนิยมให้น้อยที่สุด ซึ่งศาสตร์นี้ เป็นสากล ภายใต้ชื่อว่า Permaculture แต่อย่าสับสนกับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ของพระราชาของเรา พอเพียงนั้น อัปเกรด และยืนหยุ่นกว่า ใช้ได้ทุก เมทริกซ์ และเมื่อคุณนำไปปรับใช้ ก็จะอยู่กับมันได้โดยบางที่ก็ไม่จำเป็นต้อง Exit เลย... และแนวคิดดังกล่าว ก็คือ รากฐานสำคัญของการกำเนิด "บิตคอยน์" ฮะ 🙀😽🟠⚡ "ชีวิตมันต้องง่าย ถ้ามันไม่ง่าย แสดงว่ามันผิด" ------ พี่โจน จันได #nostr #siamstr #Bitcoin #NeoWealthClub
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 1 year ago
ครับ ธรรมะ ที่พระพุทธเจ้าค้นพบ มีคำตอบเดียว มีทางเดียว ถ้าเห็นเป็นทางอื่น ก็คือ มิจฉาทิฏฐิ คือ ทางที่ผิด.. พระพุทธเจ้าค้นพบว่าไฟมันร้อน ถ้ามีคนแย้งว่า ที่จริงแล้วไฟมันเย็น ก็คงเป็นความคิดที่ผิด เป็นความคิดที่ย้อนแย้งกับความเป็นจริง 😺
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 1 year ago
Only 21 Bitcoin no more but less 😹😸😹🌟🟠⚡ #bitcoin #nostr #siamstr
Cryptotica😺🟠✨'s avatar
cryptotica_ 1 year ago
BITS HISTORY: 🟠 Henry Ford Bitcoin concept !?? . "Ford would replace gold with energy currency and stop wars." . This was 103 years ago. . คอนเซปต์เกี่ยวกับ เงินแบบใหม่ คล้ายกับ "บิตคอยน์" ก็เริ่มมีการคิดกันตั้งแต่ 100 ปี ก่อน 🙀 . เขาใช้คำว่า "Energy Currency" ทำไมถึงคิดเช่นนั้น และคอนเซปต์นี้ยังคงมีอิทธิพลจนถึงการกำเนิด บิตคอยน์ในปัจจุบันได้อย่างไร... . ในปี ค.ศ. 1921 เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์ และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Ford Motor Company ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้าง "Energy Currency" หรือ "สกุลเงินพลังงาน" ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของสกุลเงินดิจิทัลอย่าง บิตคอยน์ . ฟอร์ดเชื่อว่าเงินที่อิงกับพลังงานสามารถแทนที่ทองคำได้ .. ช่วยลดความขัดแย้งได้บ้าง รวมถึงอาจจะยุติสาเหตุของสงครามที่มักเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากร และทองคำ . - แรงจูงใจเบื้องหลังของฟอร์ด 🏎️ 1. ผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจที่ผูกกับทองคำ:🪙 ในยุคนั้น ระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงผูกติดกับมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ซึ่งฟอร์ดมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเหลื่อมล้ำ เพราะทองคำมักถูกกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่มั่งคั่ง การขาดแคลนทองคำในบางพื้นที่ จึงนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ . ฟอร์ดเสนอว่า “พลังงาน” เนี่ยล่ะ คือทรัพยากรที่ทุกประเทศสามารถผลิตได้ และจะเป็นสื่อกลางที่ยุติธรรมกว่าในการวัดมูลค่า ✨ . 2. การลดทอนอิทธิพลของระบบธนาคาร:🏦 ฟอร์ดเริ่มไม่ไว้วางใจในระบบธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ควบคุมการไหลเวียนของทองคำ เขาเชื่อว่าระบบ "Energy Currency" จะช่วยคืนอำนาจทางการเงินให้กับคนทั่วไป และลดการพึ่งพาธนาคาร หรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ . 3. ระบบที่ยั่งยืน:🌲 พลังงาน โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงเวลานั้น ฟอร์ด มองว่า "การใช้พลังงานเป็นมาตรวัดมูลค่าจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเป็นการส่งเสริมโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น.." 🚀 . . หลักการของ “Energy Currency” ⚡ ฟอร์ดเสนอให้สร้างสกุลเงินที่มีหน่วยวัดมูลค่าจากพลังงาน เช่น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kilowatt-hour) ซึ่งสามารถแปลงค่าได้จากพลังงานที่ผลิตในโรงไฟฟ้า . แนวคิดนี้จะทำให้มูลค่าเงินถูกกำหนดโดยทรัพยากรที่จับต้องได้และสร้างได้จริง ไม่ใช่ทองคำที่มีข้อจำกัด - การสะท้อนกับแนวคิดบิตคอยน์ 🟠✨ สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของฟอร์ด เนื่องจากบิตคอยน์ใช้พลังงานในการ “ขุด” (mining) และมีระบบการจัดการมมูลค่าผ่านกระบวนการที่กระจายศูนย์ (decentralized system) โดยลดทอนการควบคุมจากรัฐ และธนาคารกลาง แนวคิดของฟอร์ดในการลดบทบาทของทองคำสะท้อนให้เห็นถึง "ปรัชญาของสกุลเงินดิจิทัล" ที่มุ่งสร้างระบบการเงินที่เป็นอิสระ และโปร่งใสมากขึ้น - แรงผลักดันจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคนั้น 🏚️ ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว หลายประเทศต้องเผชิญกับปัญหาภาระหนี้ และการขาดแคลนทรัพยากร แนวคิดของฟอร์ดถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่แปลกใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ค่อยจะเข้าตากลุ่มผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในระบบดั้งเดิม..🕴️ - ข้อจำกัดที่ทำให้แนวคิดนี้ไม่ถูกนำไปใช้ 🧱 ยุคนั้น เทคโนโลยีการสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้พลังงานเป็นหน่วยวัดมูลค่าสากล มีการต่อต้านจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเงินซึ่งได้ประโยชน์จากระบบมาตรฐานทองคำ🎩 . ท้ายที่สุด: แม้แนวคิด “Energy Currency” ของเฮนรี ฟอร์ด จะไม่ได้รับการพัฒนาในยุคนั้น แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามถึงระบบการเงินแบบดั้งเดิม แนวคิดนี้ยังสะท้อนถึงการมองการณ์ไกลของฟอร์ดที่เล็งเห็นความสำคัญของพลังงานในฐานะทรัพยากรที่ขับเคลื่อนโลก ซึ่งอาจคล้ายคลึงกับแนวคิดของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ผู้ให้กำเนิดบิตคอยน์ในปัจจุบัน.. เราจะเห็นว่า บิตคอยน์ ในปัจจุบันเริ่มให้ผลลัพธ์ ที่ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่ฟอร์ดเคยมองไว้ เช่น บิตคอยน์ ใช้พลังงานในการผลิต เท่ากับว่า บิตคอยน์ เปรียบเสมือน "มาตรวัดมูลค่าพลังงาน" และมันทำให้เกิดการพลักดัน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ถูกลง และสะอาดขึ้น เป็นต้น... 🫸🟠🫷⚡ . #bitcoin #bitshistory #cryptoschool #cryptocurrency #Blockchain #cryptotica image