🟠 "เราจะสามารถมี Bitcoin ได้เท่าไร... ในยุคนี้ และยุคถัดๆไป?"
"ซื้อตอนนี้ทันไหม?"
"บิตคอยน์แพงเกินไปหรือยัง?"
"คนอื่นเขามีกันหลายเหรียญ เรามาช้าไปไหม?"
คำถามเหล่านี้มักวนเวียนอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนมาใหม่ แต่เชื่อเถอะ... ไม่ว่าราคาจะไปถึง 10 ล้าน หรือ 100 ล้านบาท คำถามเหล่านี้ก็จะยังอยู่ เพราะเราพยายาม "ไล่ตามอดีตคนอื่น" จนลืมมอง "โอกาสตัวเองปัจจุบัน"
มันไม่สำคัญหรอก ว่าเราจะมาเจอ Bitcoin ในปีไหน สิ่งสำคัญคือเมื่อเรารู้จักมันแล้ว เข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน? มองเห็นความเสื่อมถอยของเงินเฟียตในกระเป๋าหรือไม่ และมองเห็นตัวเองอยู่ตรงไหนของระบบการเงินนี้?
— เราจะมีบิตคอยน์ในราคาที่ตัวเอง "สมควรได้รับ" เสมอ
เลิกตัดพ้อว่าทำไมไม่เจอบิตคอยน์ให้เร็วกว่านี้ เลิกเปรียบเทียบกับคุณปู่ที่ซื้อที่ดินใจกลางสุขุมวิทเพียงไม่กี่พันบาท ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว…
เริ่มสร้าง "วิวัฒนาการทางความคิด" ของตัวเอง
เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจะเลิกวัดมูลค่า Bitcoin ด้วยเงินกระดาษ แต่จะวัดด้วย "สัดส่วนใน 21 ล้าน" หากเข้าใจและสะสมจนมี 0.21 BTC ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร สัดส่วน 1 ใน 100 ล้านนี้ จะเป็นของเราตลอดไป ไม่มีอำนาจใดมาสั่งขโมยมัน และไม่มีใครเสกเพิ่ม เพื่อมาเจือจางมูลค่ามันได้
👇“บันไดวินัยและเวลา” ในมุมมองบิตคอยน์ ที่จะเปลี่ยนไปตามความเข้าใจในระบบเงินตรา และปริมาณการถือครอง จะได้รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน 😹🟠
🟠Bitcoin Time Discipline Ladder
———————————————————
- 0 BTC → สันดานเงินเฟียต (Fiat Reflex)🙀
ใช้ก่อน เหลือค่อยออม
ชีวิตขับเคลื่อนด้วยบริโภคนิยม เงินได้มาต้องใช้ไป “เดี๋ยวก็ด้อยค่า”
เวลา = สิ่งที่ต้องแลกเพื่อเงิน
———————————————————
- 0.001 BTC → การตื่นรู้ (Awareness)
เริ่มสังเกตเห็นเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
เริ่มตั้งคำถาม แต่ยังมีความคิดยึดติดกับระบบการเงินเดิม
ยังมอง Bitcoin เป็น “ทางเสี่ยง” มากกว่า “ทางออก”
———————————————————
- 0.01 BTC → อดทนรอให้เป็น (Delay Tolerance)
เริ่มเรียนรู้ที่จะเก็บออมท่ามกลางความน่าเบื่อ เสียงรบกวน ข่าวลบ ข่าวลือ
เริ่มเข้าใจว่าการอยู่เฉย ก็เป็นกลยุทธ์รูปแบบหนึ่ง
———————————————————
- 0.05 BTC → ทนต่อความผันผวน (Volatility Endurance)
ถือครองผ่านช่วงตลาดขาลงได้โดยไม่ใช้อารมณ์ตัดสินใจขาย
เริ่มแยก “ราคา” ออกจาก “มูลค่า” ไม่หนีตลาดเพียงเพราะกราฟร่วง
———————————————————
- 0.1 BTC → เข้าใจวัฏจักร (Cycle Literacy)
เข้าใจ Halving, Liquidity cycle, การหมุนของเงินทุน
เลิกตกใจข่าวรายวัน มองภาพใหญ่ เข้าใจว่า Bitcoin เคลื่อนไปตามวงรอบเวลา ไม่ใช่เส้นตรง
———————————————————
- 🟧0.21 BTC → ความพอใจในปัจจุบันต่ำ (Low-Time Preference)
Bitcoin กลายเป็นเงินออม ไม่ใช่เครื่องมือเก็งกำไร
ยอมแลกความสุขวันนี้ เพื่อเสถียรภาพในอนาคต
เวลาเริ่มมีค่ามากกว่า “ผลตอบแทนฉาบฉวย”
———————————————————
- 0.5 BTC → ความอดทนของการทบต้น (Compounding Patience)
ปล่อยให้ความหายากทำงาน ไม่เข้าแทรกแซง ไม่จับจังหวะทำกำไร
เข้าใจว่าการเติบโตที่แท้จริง “มักเงียบ และใช้เวลา”
———————————————————
- 1 BTC → อธิปไตยทางเวลา (Temporal Sovereignty)
เริ่มควบคุม “การใช้เวลา” ในชีวิตได้
ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องไล่ ไม่ต้องขายชีวิตให้ระบบ
มีอิสระในการเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร
———————————————————
- 3+ BTC → นักคิดหมื่นวัฏจักร (Multi-Cycle Thinker)
วางแผนชีวิตเป็นสิบปี ก้าวข้ามกราฟราคารายวัน
เข้าใจว่าโลก เศรษฐกิจ และเงิน เปลี่ยนเป็นรอบ
มอง Bitcoin เป็นโครงสร้าง ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไร
———————————————————
- 10+ BTC → สถาปนิกแห่งกาลเวลา (Time Architect)
ออกแบบชีวิต ทุน และมรดก บนฐานเงินที่แข็งแกร่ง
ออกแบบ และสร้างระบบของตัวเอง, Bitcoin คือ “แกนหลักของแผนชีวิตระยะยาว”
———————————————————
ปล. เมื่อรู้แล้ว อยากได้เป้าหมายไว้วางแผนเก็บบิตคอยน์ เชิญที่ตารางนี้ 👇
——
Source: @0_21_BTC
#bitcoin #21million #nostr #siamstr #damus


Cryptotica
ต้องมีบิตคอยน์​เท่าไร...


#ประวัติย่อของการเปลี่ยนผ่านสู่ “เงินตราพลังงาน”
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมมีความคิดหนึ่งก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ:
พลังงาน — ไม่ใช่บิตคอยน์ ไม่ใช่เงินหยวน และไม่ใช่การกลับไปสู่ทองคำ — อาจเป็น “หน่วยมูลค่าหลักของโลก” ตัวถัดไป
หรือจริง ๆ แล้ว มันอาจไม่ใช่ “ตัวถัดไป” ด้วยซ้ำ.. แต่เป็น เพียงสิ่งเดียวที่เป็นเงินตราอย่างแท้จริง — เพราะมันมี “ความหมาย” อยู่จริง
ลองนึกถึงสเตเบิลคอยน์ที่มีหน่วยค้ำประกันเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง
สิ่งที่ผมเรียกเล่น ๆ ว่า “wattcoin”
จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้: ไอเดียที่ถูกลืมของเฮนรี่ ฟอร์ด
ในปี 1921 เฮนรี่ ฟอร์ด เคยเสนอให้สร้าง “เงินตราพลังงาน”
เขาต้องการแทนที่ระบบ Gold Standard ด้วยระบบที่ใช้ “หน่วยไฟฟ้า” (kWh) เป็นตัวกำหนดมูลค่า
ฟอร์ดเชื่อว่า หากเงินตราผูกกับกำลังการผลิตไฟฟ้าของโลก — ที่เขาเรียกว่า
“โรงงานพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ”
สังคมจะหลุดพ้นจากการควบคุมของชนชั้นการเงิน และหยุดสงครามที่เกิดจากความโลภได้
แนวคิดนี้เคยตีพิมพ์ใน New York Tribune วันที่ 4 ธันวาคม 1921
ในหัวข้อ:
“Ford to Replace Gold with Energy Currency and Stop Wars.”
หนึ่งศตวรรษต่อมา ไอเดียนี้ก็ไม่ได้ฟังดูเพ้อฝันอีกต่อไป
สะท้อนสู่ยุคปัจจุบัน✨
ไม่นานมานี้ Elon Musk กล่าวไว้ว่า:
“Bitcoin ขึ้นอยู่กับพลังงาน — รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินปลอมได้ แต่พวกเขาปลอมพลังงานไม่ได้”
นี่คือเหตุผลที่โต้แย้งแทบไม่ได้
เพราะพลังงานคือ “proof-of-work” ขั้นสุดท้ายในจักรวาล
สิ่งเดียวที่ไม่มีใครปลอมแปลงหรือทำให้เสื่อมค่าลงได้
และหากมองลึกลงไป จะเห็นว่าระบบเงินตราที่อิงพลังงานเริ่มโผล่มาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว
พื้นฐานของโทเคนพลังงานรุ่นแรก
ปี 2014 เรามี SolarCoin ($SLR)
คริปโตตัวแรกที่ “ค้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์”
1 SLR แทน 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมงของพลังงานแสงอาทิตย์
และในปี 2018 มีการโทเคไนซ์พลังงานไปกว่า 15 เทรา วัตต์-ชั่วโมง ใน 83 ประเทศ จากระบบมากกว่า 7,000 จุดติดตั้ง
จากนั้นปี 2017 — ยุค ICO ที่วุ่นวาย แต่ก็มีโปรเจกต์จริงจังเกิดขึ้น เช่น
• PowerLedger (POWR): ระบบเทรดพลังงานแบบ P2P
• WePower (WPR): โทเคไนซ์พลังงานหมุนเวียน 1 kWh ต่อ 1 โทเคน
• Grid+ (GRID): โครงการจาก Consensys ที่เปิดทางให้เข้าถึงตลาดพลังงานแบบ wholesale
แม้พื้นที่นี้ยังไม่สุกงอม แต่ “แนวคิดพื้นฐาน” มาถูกทางแล้ว —
การเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องที่เทรดได้จริง
การเกิดขึ้นและล่มสลายของโปรโตไทป์รุ่นแรก
ปี 2021 BitRiver เปิดตัวโทเคน $BTR
ผูกไว้กับ “ต้นทุนไฟฟ้าต่อหนึ่งวัตต์ต่อปี”
โดยมี Data center ขนาด 100 MW เป็นหลักประกันในรัสเซีย
แม้โปรเจกต์จะล้มเหลว แต่ ไอเดียยังอยู่
ปี 2022 นักวิจัยจาก Lawrence Livermore National Laboratory เสนอแนวคิด E-Stablecoin
คริปโตที่ค้ำ 1:1 ด้วย kWh
จุดพลิกเกมคือ —
มันอาจ “ส่งพลังงาน” แบบไร้สายผ่านบล็อกเชนได้ในอนาคต
และในเดือนตุลาคม 2025 สถาบันดังกล่าวกลับมาศึกษาโครงการนี้อีกครั้ง
พร้อมย้ำศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีพลังงานหนุนหลัง
อวกาศ, พลังงาน และการกระโดดครั้งใหม่
เพียงเดือนก่อน Elon Musk ถูกกล่าวว่าพูดถึงโครงการลับ “Solaris” กับประธานาธิบดี Donald Trump
Solaris คือเครือข่ายดาวเทียม 900 ดวง
ที่ออกแบบมาเพื่อ “ขุดเงินตราพลังงานจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ” โดยตรง
ถ้า SolarCoin คือก้าวแรกแบบสัญลักษณ์
Solaris อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริงของ “มาตรฐานพลังงาน”
เงินตราที่ไม่ได้ผูกกับความเชื่อใจ แต่ผูกกับ กฎฟิสิกส์ อนาคตที่วัดด้วยหน่วยวัตต์
Musk เคยคาดการณ์ว่า ในอนาคตเงินอาจ “หายไป”
ถูกแทนด้วยตัวชี้วัดมูลค่าล้วน ๆ เช่น วัตต์ หรือจูล
และบางที นั่นอาจเป็นทิศทางที่มนุษย์กำลังมุ่งหน้าไปจริง ๆ
โลกที่การบัญชี การค้า และความมั่งคั่ง
ล้วนถูกกำหนดด้วย พลังงานที่ใช้งานได้จริง
ในภาพนี้ “wattcoin” ไม่ได้ฟังดูเป็นนิยายวิทยาศาสตร์
แต่มันดูเหมือน จุดหมายสุดท้ายของบล็อกเชนและระบบเศรษฐกิจมนุษย์
จุดบรรจบระหว่าง การเงิน และ ฟิสิกส์ อย่างแท้จริง
source 
#bitcoin #nostr #siamstr
Bitcoin is not crypto. It is money.
S2F Bitcoin GOLD and Dollar
#Bitcoin #Nostr #Siamstr #s2f


#Bitcoin #Nostr #Siamstr


---
🤔เปรียบเทียบ BTC และ ETH
-ตลาดกระทิงรอบนี้ BTC ทำผลงานดีกว่า ETH ✨
-อย่างไรก็ดี จะเห็นว่า 67% ของผู้ถือ ETH ยังคงมีกำไรอยู่💰
-Ethereum มีการกระจุกตัวของอุปทานมากกว่า โดยกลุ่มผู้ถือรายใหญ่ (ที่ถือมากกว่า 0.1% ของอุปทานทั้งหมด) ควบคุมอยู่ที่ 54% ของอุปทาน 🤷
ในขณะที่ BTC กระจายตัวมากกว่า โดยกลุ่มผู้ถือรายใหญ่ถือเพียง 11% เท่านั้น 😽
ปล.
แม้จะมีการพูดกันว่า Ethereum กำลัง กำจัดพวกมือไม้อ่อน (weak hands) ออกไป แต่ถ้าดูโครงสร้างผู้ถือครองของ #BTC และ #ETH ในระยะยาว ก็ยังคงคล้ายกันอยู่ฮะ
แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ ในมุมมองระยะยาว คำตอบคงอยู่ในใจ แม้กระทั่งในแผนของแทบทุกพอต ว่าควรเลือกถือ อะไรในระยะยาวนะฮะ 😸✨🟠
#Bitcoin #Ethereum #Cryptorank #nostr #siamstr


