เขียนได้ดีมาก ๆ เลยครับ สรุปรวบตึงครบทุกเหตุการณ์ ทุกมิติ
ปล. พวกเขาจะรู้มั้ยว่า การออกไปกู้ยืมเงินมันคือการช่วยรัฐผลิตเงิน และทำลายการเก็บออมของพวกเขาในทางอ้อม
พวกเขาจะรู้มั้ยว่า ทุกครั้งที่พวกเขาออกไปกู้ยืมเงินมาใช้ในการซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพียงเพราะความอยากได้อยากมี มันเป็นการทำลาย productivity ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
พวกเขาจะรู้มั้ยว่า เมื่อพวกเขาหยิบยืมมูลค่าในอนาคตมาใช้ โดยที่ไม่สร้าง productivty ในปัจจุบันให้เพียงพอหรือชดเชยกับอนาคตที่พวกเขาหยิบยืมมันมา มันมีค่าใช้จ่ายราคาแพงที่รอพวกเขาอยู่
ทุก ๆ สิ่งที่เลวร้ายเหล่านี้ที่พวกเขาก่นด่า ก็มาจากการหยิบยืมอนาคตมาใช้อย่างไร้ประโยชน์ของตัวพวกเขาเองนั้นแหละ
ความทุกข์ทรมานเหล่านี้เป็นเพียงการเอาคืนของอนาคต จากอดีตของการหยิบยืมโดยไม่ชั่งใจคิดให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจทำมันลงไป การแทรกแซงกลไกในเวลานี้เป็นเพียงแค่การยื้อเวลา พวกเขาจะยืนระยะอยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว
พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าหนี้ทุก ๆ หนี้ ล้วนต้องมีการชำระคืนเสมอ
ทั้งรัฐ ทั้งประชาชน ต่างก็เป็นลูกหนี้ของ “อนาคต” อย่าโทษกันเองเลย มันถึงเวลาชดใช้กรรมแล้ว :)
#siamstr
Login to reply
Replies (4)
อย่าเล่นกับเวลา เพราะเวลาจะเล่นเรากลับ การทดลองไร้ที่สิ้นสุดจนกว่าระบบนี้จะพังลง เราไม่สามารถช่วยทุกคนและก็ไม่ใช่ทุกคนจะอยากได้รับความช่วยเหลือ เราคงทำได้เพียงแค่เก็บออมและเป็นผู้อยู่รอดในยุคสมัยใหม่ สู่ยุคเรเนซองค์ 2.0 ของมนุษยชาติ
หลายคนรู้ทั้งรู้ แต่ก็เอาหน่า ตอนนี้ยังสบายดีนี่ เดี๋ยวไว้ว่ากัน ไปตายเอาดาบหน้า
น่าเศร้าที่ชีวิตถูกบีบบังคับให้ต้องใช้ชีวิตแบบ high-time preference โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะว่าเงินที่หามาได้มันระเหยออกไปอยู่ตลอดเวลา หาได้มากเท่าไรก็ไม่เคยพอ
ดาบหน้าก็ดาบหน้า แต่ดาบนั้นย่อมคืนสนอง
ออกจากห่วงโซของกรรมจากการเป็นหนี้ของระบบนี้ได้ง่าย ๆ แค่เปลี่ยนจากออมเฟียต (stack หนี้) มาเป็นออมบิตคอยน์ (stack hard money)