Mr.Note's avatar
Mr.Note
mrnote1709@siamstr.com
npub1g3p8...a07u
BTC is Digital Gold⚡️🧡 BTC is the Nuclear of Finance☢️💰 Stay Humble and Stack Sats🔑💰
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr ฝนตกปรอยๆตอนเช้า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเลย☔️..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันเสาร์ รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ❤️ “โยนหัวใจของเราข้ามขีดจำกัดไปก่อน แล้วร่างกายของเราจะตามไปเอง“…. The Power of Positive Thinking Book📖 image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr หนังสือ Propaganda (1928) ของ Edward Bernays ถือเป็นงานคลาสสิกที่อธิบายถึง “ศาสตร์และศิลป์ของการโน้มน้าวมวลชน” ผ่านแนวคิดเรื่อง การควบคุมความคิดเห็นของสาธารณะอย่างเป็นระบบ ผมขอสรุปเนื้อหาโดยย่อ ดังนี้👇 🧠 บทที่ 1: หลักการสร้างความอลหม่าน Bernays เริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ในสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ ประชาชนจำนวนมากจำเป็นต้องถูก “ชี้นำทางความคิด” โดยกลุ่มคนจำนวนน้อยที่เข้าใจกลไกของจิตมนุษย์และการสื่อสารมวลชน เขาเรียกกระบวนการนี้ว่า “การจัดการความคิดเห็นสาธารณะ” ซึ่งไม่ใช่การหลอกลวง แต่เป็นการสร้างระเบียบจากความวุ่นวายของข้อมูล Bernays เห็นว่าหากขาดระบบนี้ สังคมจะสับสนและไม่สามารถตัดสินใจร่วมกันได้ ดังนั้น “การโฆษณาชวนเชื่อ” จึงเป็นเครื่องมือจำเป็นในการบริหารระบอบประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพ 📰 บทที่ 2: การโฆษณาชวนเชื่อสมัยใหม่ บทนี้ชี้ให้เห็นว่าการโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) ในยุคใหม่ไม่ใช่การบังคับ แต่คือการใช้จิตวิทยาและข้อมูลเพื่อโน้มน้าวพฤติกรรมโดยสมัครใจ เทคโนโลยีและสื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โปสเตอร์ ทำให้สามารถสื่อสารกับคนจำนวนมากได้พร้อมกัน เขาเสนอให้ใช้เทคนิคเหล่านี้อย่างมีจรรยาบรรณ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ การสื่อสารสมัยใหม่จึงเป็น “เครื่องมือจัดระเบียบสังคม” มากกว่าการบิดเบือนข้อเท็จจริง 👔 บทที่ 3: นักโฆษณาชวนเชื่อสมัยใหม่ กล่าวถึงบทบาทของ “นักโฆษณาชวนเชื่อมืออาชีพ” ซึ่งควรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา สังคม และการสื่อสาร บุคคลนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างองค์กรกับสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ดี เขายกตัวอย่างว่าการเมือง ธุรกิจ และสังคมต่างพึ่งพาคนกลุ่มนี้โดยไม่รู้ตัว เป้าหมายไม่ใช่การหลอกลวง แต่คือการนำเสนอความจริงในรูปแบบที่โน้มน้าวใจและสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้คน 🧩 บทที่ 4: จิตวิทยาการประชาสัมพันธ์ บทนี้อธิบายว่า เบื้องหลังการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จคือ “ความเข้าใจในจิตใต้สำนึกของมนุษย์” ผู้คนมักตัดสินใจจากอารมณ์ ความเชื่อ และค่านิยมมากกว่าข้อเท็จจริง นักประชาสัมพันธ์จึงต้องเรียนรู้วิธี “กรอบความคิด” (framing) เพื่อสร้างการยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติ การเข้าใจจิตวิทยาคือ หัวใจของการโน้มน้าวมวลชนอย่างมีประสิทธิผล 💼 บทที่ 5: ว่าด้วยธุรกิจกับประชาชน ธุรกิจไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากขาดการสนับสนุนจากสังคม บริษัทต้องใช้หลัก PR เพื่อสร้างความไว้วางใจ ความโปร่งใส และความสัมพันธ์กับผู้บริโภค Bernays ยกตัวอย่างแคมเปญที่ทำให้คนรู้สึกว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณค่าทางสังคม เช่น เชื่อมโยงแบรนด์กับสุขภาพหรือความมั่นคง ธุรกิจที่เข้าใจจิตสำนึกของสาธารณะจะเติบโตได้ยั่งยืนกว่า 🗳️ บทที่ 6: การโฆษณาชวนเชื่อกับผู้นำทางการเมือง Bernays มองว่าการเมืองคือ “การจัดการความคิดเห็นของประชาชนในระดับชาติ” ผู้นำต้องเข้าใจวิธีใช้สื่อเพื่อสื่อสารนโยบายและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ การโฆษณาชวนเชื่อช่วยให้ประชาชนเห็นทิศทางเดียวกัน และยอมรับนโยบายโดยสมัครใจ เขาเตือนว่าหากใช้โดยไม่มีจรรยาบรรณ ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือเผด็จการได้ 👩 บทที่ 7: การเคลื่อนไหวของสตรีกับการโฆษณาชวนเชื่อ บทนี้ยกกรณีศึกษาการปลดปล่อยสตรีและสิทธิเลือกตั้งหญิงว่าเป็นผลของการโฆษณาชวนเชื่อเชิงบวก เขาอธิบายว่าการสื่อสารที่วางกลยุทธ์ดีสามารถเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมได้อย่างถาวร ผู้หญิงกลายเป็นพลังทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ การเปลี่ยนทัศนคติของคนจำนวนมากต้องอาศัยทั้งอารมณ์ เรื่องราว และสัญลักษณ์ทางสังคม 🎓 บทที่ 8: การโฆษณาชวนเชื่อทางการศึกษา สถาบันการศึกษาก็ใช้การโฆษณาชวนเชื่อได้ เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดี เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคมและความคิดเชิงวิพากษ์ Bernays เห็นว่าการสื่อสารในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเข้าใจมนุษย์ ระบบการศึกษาที่ไม่ใส่ใจจิตวิทยาสังคมจะล้มเหลวในการสร้างพลเมืองคุณภาพ การเรียนรู้จึงควรเป็นทั้ง “การให้ข้อมูล” และ “การจัดกรอบความคิด” ของเยาวชน 🤝 บทที่ 9: การโฆษณาชวนเชื่อในภาคสังคมสงเคราะห์ องค์กรสังคมและมูลนิธิต่าง ๆ ก็ต้องอาศัย PR เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ การสร้างแรงบันดาลใจให้คนบริจาคหรือร่วมกิจกรรมต้องเข้าใจอารมณ์และค่านิยมของผู้คน Bernays ชี้ว่าการสื่อสารอย่างมีเป้าหมายสามารถกระตุ้นความเห็นอกเห็นใจและความร่วมมือทางสังคม เขาเห็นว่าการโฆษณาชวนเชื่อไม่จำกัดอยู่ที่ธุรกิจหรือการเมือง แต่เป็นพลังแห่งความร่วมมือของมนุษย์ 🧬 บทที่ 10: ว่าด้วยวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีการเปรียบการโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นทั้ง “วิทยาศาสตร์” ที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล และ “ศิลปะ” ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ นักสื่อสารที่ดีต้องเข้าใจทั้งโครงสร้างของข้อมูลและอารมณ์ของมนุษย์ เขาเรียกร้องให้การโฆษณาชวนเชื่อพัฒนาอย่างมีจรรยาบรรณ ใช้เพื่อความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและมนุษยชาติ 🌐 บทที่ 11: ระบบการโฆษณาชวนเชื่อ บทสรุปของทั้งเล่ม การโฆษณาชวนเชื่อคือ “กลไกที่มองไม่เห็น” ที่ควบคุมสังคมสมัยใหม่ มันเป็นเครื่องมือของการบริหารประชาธิปไตย ไม่ใช่ศัตรูของมัน ผู้ที่เข้าใจระบบนี้สามารถนำสังคมไปสู่ทิศทางที่สร้างสรรค์ได้ หากมีจริยธรรม “ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีผู้ชี้นำที่เข้าใจศิลปะแห่งการสื่อสาร” ไม่ใช่เพียงเสียงข้างมากที่ขาดการจัดการ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้เนื้อหาหลายส่วนคล้ายคลึงกับเนื้อหาในหนังสือ Fiat Standard มากๆ อย่างน้อยเราต้องเป็นคนส่วนน้อยที่ตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ลองหาอ่านกันดูนะครับ 🙂…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️ image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr ลองเปลี่ยนแผนการเล่นใหม่ก็ไม่ดี เด็กลงก็โดนแดง ก็ไปลุ้นนัดต่อไปครับว่า เกมส์จะเปลี่ยนไหม เชียร์กันต่อไป⚽️🥅🐦‍🔥..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันพฤหัสบดี รักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจกันทุกๆท่านนะครับ❤️ “การยอมรับว่าสิ่งที่เราเชื่อว่าเรารู้นั้นก็อาจจะผิดได้ หากว่าเรามีความรู้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นไม่มีความคิดรวบยอด แนวคิด หรือทฤษฎีแบบใดเลยที่ศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจล้มล้างได้”…. Sapiens Book📖 image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr วันนี้วันพระ คิดดี ทำดี พูดดี กัน..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันพุธ รักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจกันดีๆนะครับ❤️ “เงื่อนไขที่จะช่วยให้ช่วงสุดท้ายของชีวิต เป็นชีวิตที่ไม่รู้สึกเสียใจ และเป็นชีวิตที่ดี มีดังนี้ 1. ไม่ด้อยค่าตัวเอง 2. ลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ 3. แสดงความรักกับคนในครอบครัวและคนสำคัญด้วยใจจริง 4. ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเต็มที่ …. หนังสือถ้าอีก 1 ปีฉันจะต้องตาย📖 image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr ตื่นเช้ามารับอากาศดีๆกับกาแฟร้อนๆกันครับ☕️..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันอังคาร มีสุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรงด้วยกันทุกท่านนะครับ❤️ “กฎ 10 ข้อจะช่วยคุณกระจัดความยุ่งยากและสามารถทำงานได้อย่างผ่อนคลาย ช่วยให้คุณมีพลังที่เพิ่มขึ้นได้อย่างง่ายดาย มีดังนี้ 1. อย่าคิดว่าตัวเองแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า อย่าเครียดหรือจริงจังกับตัวเองจนเกินไป 2. รักในสิ่งที่คุณทำ มันจะกลายเป็นความสุข ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อหน่าย บางทีคุณอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนงาน ลองเปลี่ยนตัวเองดู แล้วงานของคุณจะดูแตกต่างไป 3. วางแผนล่วงหน้า และทำตามแผนนั้น หากคุณทำอะไรอย่างไม่เป็นระบบ คุณจะรู้สึกว่า “ งานล้นมือ” 4. อย่าพยายามทำทุกอย่างในครั้งเดียว นั่นคือเหตุผลว่าทำไม คุณจึงทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง 5. จงมีทัศนคติที่ถูกต้อง จำไว้ว่าความง่ายหรือยากของงานคุณขึ้นอยู่กับวิธีการที่คุณนึกถึงมัน คิดว่ายากมันก็ยาก ถ้าคิดว่าง่ายมันก็ง่าย 6. จงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ “ ความรู้คือพลัง” หากคุณมีความรู้ในเรื่องงานที่คุณทำ คุณก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. ฝึกที่จะผ่อน ทำตามสบาย อย่ากดดันตัวเอง 8. มีวินัยในตัวเอง อย่าผลัดวันประกันพรุ่งหากคุณทำมันได้ในวันนี้ การสะสมงานไว้ทำให้คุณต้องทำงานหนักขึ้น ทำงานให้เสร็จตามกำหนดการ 9. สวดภาวนาถึงงานของคุณ การทำเช่นนั้นจัดทำให้คุณผ่อนคลายยิ่งยิ่งขึ้น 10. จงมี “ หุ้นส่วนที่มองไม่เห็น” เลื่อมใสใน พระพุทธ, พระองค์, พระศาสดา หรือสิ่งที่เราศรัทธา สิ่งนั้นสามารถช่วยคุณให้ผ่อนคลายได้อย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งนั้นอยู่ในสำนักงาน ในโรงงาน ในร้าน และในครัว สิ่งนั้นจะรู้เรื่องงานของคุณมากกว่าที่คุณรู้ สิ่งนั้นจะช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้น “…. The Power of Positive Thinking Book📖 image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรชีวิต ..แต่เกิดมา 1 ครั้ง ต้องสร้างคุณค่าดีๆ ทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้ด้วยนะครับ🌎🙂..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันจันทร์ รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ❤️ “อย่าเสียเวลาและพลังงานไปกับความผิดหวัง อย่าด่าว่าตัวเอง วางแผนที่จะเอาชนะในคราวต่อไป”….เบนจามิน แฟร์เลส image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr คนเก่า-ใหม่เล่นไม่เข้าขากัน จ่ายบอลกันติดๆขัดๆ ไม่รู้ว่าจะจูนเข้ากันที่เมื่อไร แต่ยังคงเชียร์กันต่อไป😅..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุด สุขภาพกาย สุขภาพใจ แข็งแรงกันทุกท่านนะครับ❤️ “บางครั้งชีวิตก็เหมือนมีใครเอาก้อนหินมาฟาดหัวคุณ แต่อย่าพึ่งหมดศรัทธาเป็นอันขาด”….Steve Jobs image
Mr.Note's avatar
Mr.Note 2 months ago
GM #siamstr Review of holiday trip with family – Northeastern Thailand (5 Days 4 Nights) Day 1: Travel to Kalasin Province - Depart from Lopburi and visit Wat Pa Wang Nam Yen (Wat Phutthawanaram) in Maha Sarakham. The temple features the magnificent golden Phra That Si Maha Sarakham Chedi, visible from afar, and Thailand’s largest wooden sermon hall built with 112 giant pillars. Inside enshrines a gold-adorned Buddha image made of pure gold. - Visit Phra That Yakhu, a sacred pagoda containing relics of a highly revered monk. “Yakhu” refers to the title of an esteemed monk in ancient Isan. An annual bathing ceremony is held here every May. - Enjoy lunch at Suk Plai Na Restaurant, surrounded by natural scenery. - Check in at Suan Plai Tawan Resort, Kalasin — a cozy resort with a café and plenty of photo spots. Day 2: Travel to Bueng Kan Province - Visit Wat Phra That Muen Hin (Wat Luang Pu Sila) in Kalasin, founded by Luang Pu Sila Sirichanto, who named the temple after a vision of thousands of stones underground. The temple houses Phra That Muen Hin Wachirasophon Yan, containing 11 relics of the Lord Buddha. - Continue to Wat Phra That Choeng Chum, Sakon Nakhon — an important sacred stupa built to enshrine the footprints of four Buddhas. Inside houses Luang Pho Phra Ong Saen, a beautiful Chiang Saen-style Buddha image. - Check in at Lake House Naka Cave, a peaceful accommodation by Bueng Khong Long Lake, offering a stunning sunset view and close proximity to Naka Cave. Day 3: Naka Cave & Travel to Nong Khai Province - Explore Naka Cave, located in Phu Langka National Park. The cave connects the legend of Phaya Naga (Serpent King) with geological phenomena. Local lore says it is the resting place of Grandfather Ululu, a cursed Naga turned to stone, with the curse to be lifted after 10 years — coinciding with Bueng Kan’s 10th anniversary in 2020. Scientifically, the “Sun Crack” phenomenon caused serpent-like rock patterns resembling scales, making the cave a sacred and famous destination. - Visit Wat Kham Chanod, a mythical “floating forest” believed to be the entrance to the Naga Underworld — the realm of Phaya Sri Sutho and Nang Sri Pathumma. Visitors come here to worship and make wishes for prosperity. - Check in at Amanta Hotel, Nong Khai — located in the city near the Mekong River, across from Laos. Day 4: Travel to Chiang Khan, Loei Province - Visit Wat Pho Chai, home to Luang Pho Phra Sai, the revered Buddha image of Nong Khai, and recognized as a third-class royal temple. - Visit Phra That Klang Nam, also known as Phra That La Nong, originally built on the Mekong bank but collapsed into the river in 1847 due to erosion. The pagoda remains visible when water levels drop; a replica has been rebuilt on land. - Visit Wat Pha Tak Suea, founded in 1934 by Luang Pu Phet Patheepo. It features a Skywalk viewpoint overlooking the Mekong and houses the Buddha’s relics. - Visit Wat Pa Phu Kon, a stunning temple surrounded by mountains, renowned for its Reclining Buddha Image (Phra Phuttha Saiyas Lokanat Sattha Maha Muni) and sacred relics. - Check in at Chiangkhan Riverwalk Hotel, located by the Mekong and the Walking Street — perfect for evening strolls and river views. Day 5: Return to Lopburi - Early morning almsgiving to monks. - Drive back to Lopburi safely — End of the trip. “Amazing Thailand - A land of Smile”⛰️🛕🌞🙏🇹🇭❤️