Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday
jakk@rightshift.to
npub1mqcw...nz85
#Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
จากความว่างเปล่าสู่ชีวิต.. #Aquascaping คือศาสตร์และศิลป์ในการย่อระบบนิเวศขนาดใหญ่ให้บรรจุอยู่ในตู้กระจกเล็กๆ image งานละเอียดที่ต้องการมากกว่าแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องมีองค์ความรู้เชิงลึก เข้าใจระบบนิเวศธรรมชาติอย่างแท้จริง ต้องใช้ความพยายาม ความใส่ใจในทุกรายละเอียด และสำคัญที่สุด.. ต้องมี Low Time Preference มองเห็นคุณค่าของเวลาในการรอคอยจนระบบสมบูรณ์แบบจากรากฐานที่เราวางไว้ จนเติบโตเป็นผลงานที่สวยงามและยั่งยืน มีไว้สักตู้ที่ลานฯ น่าจะดี #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
Anti-Fragile บางครั้งบททดสอบ ก็คือความรู้สึกด้านลบในใจเรา.. image ผมเคยเชื่อว่า คนที่สร้างอะไรบางอย่างต้องเป็นคนที่ลงมือทำเองทั้งหมด ต้องเป็นคนที่อยู่หน้าฉาก คอยรับผิดชอบทุกอย่าง และแสดงให้คนเห็นว่า "ฉันเป็นคนทำสิ่งนี้" แต่เมื่อเวลาผ่านไป.. เมื่อผมอายุมากขึ้น ผมได้เรียนรู้ว่า บางครั้ง.. การสร้างสิ่งที่ยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการทำเองทุกอย่าง แต่มันคือการสร้างพื้นที่ให้คนอื่นได้เติบโตไปด้วย ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผมเลือกที่จะลงทุนลงแรงกับความรู้ ประสบการณ์ของตัวเอง และ "คน" มากกว่างานบางชิ้น ผมให้แนวคิด ให้คำแนะนำ สร้างสภาพแวดล้อมที่พวกเขาจะได้ลองผิดลองถูก และค้นพบศักยภาพของตัวเอง บางครั้ง.. ผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนพวกเขาได้รับการยอมรับ มีชื่อเสียง และเติบโตไปไกลกว่าที่ผมคาดคิด ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าใครจะต้องหันกลับมาชื่นชมผม ผมแค่ต้องการให้สิ่งที่สร้างขึ้นมีความหมายจริงๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ… ไม่ใช่ทุกคนที่จะมองเห็นสิ่งเดียวกัน โลกไม่ได้สวยงามอย่างที่เราอยากจะให้มันเป็น บางคนอาจจะมองว่าผมก็เป็นเพียงคนที่ "สั่งให้คนอื่นทำ" โดยที่ตัวเองไม่เคยลงมือทำอะไรเลย พวกเขาอาจบอกว่าผมแค่ใช้คำพูด ชักนำให้คนอื่นทำงานแทน ผมไม่เคยอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าผมไม่เคยได้ทำอะไรเลย ผมเคยคิดเหมือนกันว่ามันน่าหงุดหงิด แต่พอทบทวนดู ผมกลับพบว่า... นี่คือธรรมชาติของการทำงานที่ไม่ใช่แค่การ "ทำ" แต่มันคือการ "สร้าง" เราสามารถเลือกได้ว่าอยากเป็นคนที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือเป็นคนที่สร้างระบบให้คนอื่นสามารถทำงานและเติบโตไปด้วยกันได้ ผมมองว่าผู้นำในแบบที่ผมอยากเป็นนั้น ไม่ใช่คนที่ต้องทำทุกอย่างเอง แต่มันควรเป็นคนที่รู้ว่า "อะไรคือสิ่งที่ตัวเองควรทำ" และ "อะไรคือสิ่งที่ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำ" ถ้าผมต้องลงไปทำทุกอย่างด้วยตัวเอง นั่นไม่ได้แปลว่าผมขยัน แต่มันอาจหมายถึงว่า ผมกำลังเป็น "คอขวด" ที่ทำให้ทุกอย่างติดอยู่ที่ตัวผม ผมเลือกที่จะให้พื้นที่ ให้อิสระ ให้เครื่องมือ คำแนะนำ แล้วดูว่าพวกเขาจะนำมันไปสร้างอะไรขึ้นมาได้ ผมเชื่อว่าการทำงานไม่ได้วัดกันที่ว่าใครใช้แรงมากกว่าใคร แต่คือ.. "เราทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มีความหมายหรือเปล่า" และแน่นอน… คงไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ผมยอมรับว่ามุมมองของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน บางคนอาจชื่นชม บางคนอาจตั้งคำถาม บางคนอาจไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ผมทำ และบางคนอาจเลือกวิจารณ์ นั่นเป็นสิทธิ์ของพวกเขา ผมไม่คาดหวังว่าทุกคนจะเข้าใจหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ และผมก็ไม่ได้พยายามเอาชนะใจทุกคน เพราะผมรู้ว่า ไม่มีใครสามารถทำแบบนั้นได้ แต่สุดท้ายแล้ว ผมไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจผม แต่ผมทำมันเพราะเชื่อว่า นี่คือสิ่งที่มีความหมาย และนี่คือเส้นทางที่ผมเลือกเอง #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
JAKK | Journey of Awakening, Knowledge, and Kinship “เส้นทางสู่การตื่นรู้ ความรู้ และเครือข่ายแห่งสายสัมพันธ์” image เราเคยสงสัยกันไหมว่าระบบรอบตัวเราถูกออกแบบมาเพื่อให้เรา “เชื่อฟัง” มากกว่าตั้งคำถามหรือเปล่า? ตั้งแต่โครงสร้างการศึกษา การเงิน สื่อ ไปจนถึงวิถีชีวิต หลายสิ่งคล้ายจะคอยกำหนดเส้นทางที่เราควรเดิน และบางครั้งก็ทำให้เราต้องมองหา “ผู้นำ” แทนที่จะเป็นผู้นำด้วยตัวเอง แต่ถ้าวันหนึ่ง… เรามีโอกาสเลือก “วิธีคิด” และ “วิถีทาง” ด้วยตัวเอง เราจะลองออกแบบชีวิตในแบบที่เราเป็นคนกำหนดได้ไหม? นี่คือจุดเริ่มต้นที่ผมอยากชวนพวกเราสำรวจ ผมไม่ได้มาชี้ทางให้ใคร แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้พวกเราได้ค้นพบว่า “เราอาจมีพลังในตัวเองมากกว่าที่คิด” The JAKK Protocol J = Journey (การเดินทาง) การเปลี่ยนแปลงในชีวิตอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่เกิดจากเส้นทางที่แต่ละคนเลือกเดิน ผมอยากชวนให้เราลองก้าวออกจากเงื่อนไขที่เคยกดทับ.. ไม่ว่าจะเป็นเสียงบอกเล่าในสังคม หรือการคาดหวังของผู้อื่น แล้วมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในแบบของ้ราเอง เพราะบางที… เราอาจค้นพบว่า สิ่งที่กำหนดชีวิตเราไม่ใช่ระบบ หากแต่เป็น ‘มุมมอง’ ที่เราเลือกใช้ --- A = Awakening (การตื่นรู้) เคยไหมที่เราตั้งคำถาม… “สิ่งที่เราเคยเชื่อมาตลอด ถูกออกแบบมาให้เรายอมรับง่าย ๆ โดยไม่ตั้งข้อสงสัยหรือเปล่า?” ผมไม่ได้อยากบอกว่าต้องเชื่ออะไรหรือใคร แต่เขาอยากให้เราได้ “ตื่น” … ตื่นขึ้นจากวงจรเดิม ๆ ที่ไม่เคยถูกตั้งคำถาม และเริ่มสำรวจว่าความจริงในชีวิตเรานั้น ถูกกำหนดโดยใคร.. ตัวเราเอง หรือระบบที่รายล้อมอยู่? --- K = Knowledge (ความรู้) หลายคนมี “ความฉลาด” ในหลากหลายรูปแบบ แต่เรามักใช้ความรู้เพื่อแค่เอาตัวรอดในระบบเดิม ๆ จะเป็นอย่างไร… ถ้าความรู้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ “ปลดล็อก” เส้นทางของเราเอง? ผมเชื่อว่า “ผู้นำที่แท้จริง” ไม่ได้สร้างผู้ตาม แต่เลือกส่งต่อความรู้ และ “เปิดพื้นที่” ให้คนรอบข้างได้สร้างทางเลือกใหม่ ๆ ในชีวิต อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะหยุดเป็น “หมาก” ในเกมของใคร แต่ลุกขึ้นมาสร้างเกมของตัวเอง ด้วยความรู้ที่ใช่สำหรับเรา --- K = Kinship (เครือข่ายสายสัมพันธ์) ไม่มีใครเปลี่ยนโลกเพียงลำพัง และการเดินทางไกล ๆ มักสนุกกว่าเมื่อมีเพื่อนร่วมทาง JAKK ชื่อนี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น “ลัทธิ” หรือ “องค์กรรวบอำนาจ” แต่มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำ… ผู้นำที่เลือกแบ่งปันพลังและความรู้ คอยเติมเต็ม สนับสนุน และชวนกันไปต่อ เรายืนข้างกัน ไม่ใช่เพื่อสู้กับใคร แต่เพื่อสร้างโครงสร้างใหม่ที่ไม่มีใครต้องตกเป็นเบี้ยล่างของระบบ --- JAKK คือโปรโตคอลของคนที่พร้อมจะ Take Off ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่… เริ่มสงสัยว่าระบบที่เห็นอยู่มันมีอะไรบางอย่างที่ “ผิดแปลก” ไป อยากลองออกแบบชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอให้ใครมาออกแบบให้ เชื่อว่า “เสรีภาพ” ไม่ใช่สิ่งที่ต้องขอ แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ เรากำลังอยู่บนเส้นทางเดียวกัน “True leadership is not about ruling others, but empowering them to lead their own path.” ในที่สุด… ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางไหน ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำของตัวเอง และหากคุณมองหาใครสักคนที่เข้าใจความฝันนี้ JAKK พร้อมจะเดินเคียงข้าง เพราะนี่… คือการเดินทางของคุณ #JAKK #JourneyOfAwakening #LifeShift #Empowerment #TrueLeadership #TakeOff #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
"แล้วชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป.." image 8 ชั่วโมงของการสนทนา กับการเดินทางที่เพิ่งเริ่มต้น เหตุเกิดเมื่อ 2 ธันวา 2023 ผมไม่รู้หรอกว่าการนั่งพูดคุยกันจนถึงตี 4 ในวันนั้น จะนำพาเราสองคนมาถึงจุดนี้ ครั้งแรกที่ แชมป์ เจอผมตัวเป็น ๆ เขาคงไม่คิดว่าจะต้องนั่งฟังผมยาว 8 ชั่วโมง ผมก็เป็นแค่ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง มีเพียง "เรื่องราวในอดีต" เป็นสิ่งแปลกใหม่ให้เขารับฟัง ผมพูดในสิ่งที่หลายคนอาจคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นเลย แต่.. ความฝันและความปรารถนา ที่ผมได้ส่งต่อไปวันนั้น มันกลับมีพลังมากกว่าที่ตัวผมเองจะคาดคิด --- จากคำถาม... สู่ความเชื่อมั่น วันนั้น.. แชมป์อาจเต็มไปด้วยคำถาม เขาอาจยังมีความสงสัย ยังลังเล ว่าสิ่งที่เราคุยกันมันเป็นไปได้จริงหรือ? แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาเลือกที่จะลงมือทำ เลือกที่จะพิสูจน์มันด้วยตัวเอง และจากสิ่งที่เคยเป็นเพียง "ความคิด" มันค่อย ๆ กลายเป็น "ความเชื่อมั่น" วันนี้.. เขาตัดสินใจแล้ว ที่จะเสียสละหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อ Take Off เพื่ออนาคตที่เขาต้องการจริง ๆ และในจังหวะที่สำคัญที่สุดของชีวิต ผมกลับเป็นคนแรก ๆ ที่เขานึกถึง เป็นคนที่เขาเลือกให้ก้าวไปด้วยกันในเส้นทางนี้ เส้นทางแห่ง @ลานกรองมันส์ --- ความสำเร็จข้างหน้า กับมิตรภาพที่ไม่ต้องอธิบาย ผมรู้สึกขอบคุณนะครับ เราทั้งคู่คงไม่รู้หรอกว่าท้ายที่สุดแล้ว มันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจเสมอ คือ "มันเป็นไปได้" ตราบใดที่เราเลือกจะทำมันจริง ๆ ในวันที่ แชมป์ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ผมจะยังคงอยู่ข้าง ๆ เขาเสมอ ผมคงไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ เพื่ออธิบาย เพราะมันคงไม่งดงามเท่ากับ "ความรู้สึกในใจ" ที่มีอยู่ตอนนี้ ขอบคุณมาก ๆ นะ @PIGROCK #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
"แล้วชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป.." การเดินทางของความฝัน.. จากวันนั้นถึงวันนี้ image 21 กันยายน ปีที่ผ่านมา เป็นวันที่เริ่มต้นของเรื่องราวนี้ วันนั้น มิก @OrangepillmasteR โทรหาผมล่วงหน้า บอกว่าจะเดินทางมาหาถึงบ้าน เราไปหาน้ำเก๊กฮวยกัน นั่งคุยสัพเพเหระ กินข้าวกันนิดหน่อย หลายคนอาจคิดว่าเขามาหาผมเพื่อจะขอ "ใย" แต่จริง ๆ แล้ว เขาไม่ได้มา "รับ" อะไรจากผมเลย เขาแค่เอาสิ่งที่เขามีอยู่แล้วมาให้ผมดู แล้วถามว่า "มันเป็นอย่างไรบ้าง?" ผมไม่ได้ให้คำแนะนำที่ซับซ้อนอะไรเลย แค่บอกไปว่า "มึงก็แค่ต้องยิงมันออกไปก็เท่านั้น" บทสนทนาอื่น ๆ คงเล่ารายละเอียดไม่ได้ เพราะความเมาในวันนั้นก็ได้พาทุกอย่างหายไปเรียบร้อยแล้ว --- จากฝันเล็ก ๆ สู่เวทีระดับโลก วันนี้ มิก กลายเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในไทย และใน community ต่างประเทศ ผลงานของเขากำลังถูกพูดถึง ได้รับการชื่นชม และสิ่งที่อยากบอกก็คือ ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผม แต่มันเกิดจาก ตัวเขาเอง เขากล้าฝัน เขากล้าทำ เขาเลือกที่จะลงมือ ไม่ใช่แค่คิด เส้นทางยังอีกยาวไกล แต่วันนี้เขาได้ออกเดินทางแล้ว สู้ต่อไปนะ 🚀 #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
เมื่อกระบี่มิใช่เพียงอาวุธ... แต่เป็นสายน้ำที่ไร้ขอบเขต "มังกรหยก" ตอนพิเศษ เอียก้วย ปะทะใย (เขียนเอามันส์) image View article → อ่าน : กลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เอี้ยก้วย ยืนเดียวดาย หัวใจแหลกสลายหลังการจากไปของเซียวเหล่งนึ่ง แต่ในค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด—เขากลับพบกับเงาหนึ่งที่เดินออกมาจากม่านฝน JAKK Goodday — ชายลึกลับผู้สงบนิ่งดุจมหาสมุทร แต่ภายในกลับแฝงไปด้วยพลังที่มิอาจหยั่งถึง “พลังที่แข็งแกร่งที่สุด... มิใช่พลังที่เผชิญหน้า แต่คือพลังที่อยู่เหนือการเผชิญหน้า” การประลองครั้งนี้ จะเปลี่ยนทุกสิ่งที่เอี้ยก้วยเคยเชื่อ จากเปลวไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง... สู่สายธารที่ไม่มีวันแตกสลาย #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
"น้ำลึกย่อมไหลนิ่ง.. ผู้มีปัญญาย่อมสงบ" image คืนหนึ่งในหมู่บ้านกลางหุบเขา... มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "อิสร" เขานอนไม่หลับ เพราะเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับชีวิต เสียงลมพัดผ่านกระท่อมไม้ไผ่ข้างบ้าน ทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหา "ปู่เป็ด" ผู้เฒ่าผู้มีปัญญาที่สุดในหมู่บ้าน “ปู่ขอรับ… ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าในใจข้ามันไม่เคยสงบเลย?” อิสรถามขณะนั่งลงข้างกองไฟ ปู่เป็ดเหลือบตามองหลานชาย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เจ้ารู้ไหม ในป่าลึกมีแม่น้ำสายหนึ่ง ชาวบ้านเรียกมันว่า ‘กระจกแห่งปัญญา’ ว่ากันว่าใครก็ตามที่สามารถทำให้แม่น้ำนั้นสงบได้ จะมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน” “แม่น้ำจะสงบได้อย่างไรหรือขอรับ?” อิสรถามอย่างสงสัย ปู่บุญยิ้ม.. แล้วหยิบก้อนหินขึ้นมาก่อนจะโยนลงไปในอ่างน้ำใกล้ตัว น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้าง.. “เจ้าลองบอกข้าสิ ตอนนี้เจ้ามองเห็นเงาของเจ้าเองในน้ำไหม?” อิสรส่ายหัว “ไม่เลยขอรับ.. น้ำมันขุ่นมัวไปหมด” ปู่บุญพยักหน้า “นั่นแหละ อารมณ์ของเจ้าก็เหมือนน้ำนี้ ยิ่งเจ้าหงุดหงิด โกรธ หรือลนลาน น้ำก็จะยิ่งปั่นป่วนจนเจ้ามองอะไรไม่เห็น" "แต่ถ้าเจ้าอยู่นิ่งพอ ให้เวลากับมัน… สุดท้ายแล้วน้ำก็จะกลับมาใสราวกระจก” อิสรครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องทำให้ใจสงบใช่ไหมขอรับ? แล้วข้าจะตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น?” ปู่เป็ดหัวเราะเบา ๆ “เจ้าช่างฉลาดนัก” แล้วปู่ก็เริ่มเล่าบทเรียนที่ได้รับจากแม่น้ำแห่งปัญญา “จงจำไว้อิสร… เมื่อใจสงบ ดั่งน้ำในบึงฤดูแล้ง เจ้าจะมองเห็นพื้นน้ำกระจ่างใส เช่นเดียวกัน เมื่อความคิดไร้คลื่นอารมณ์ เจ้าจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดขึ้นกว่าที่เคย การตัดสินใจที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากความเร่งรีบ แต่มันเริ่มจากการหยุด ตั้งสติ และเฝ้าสังเกต อย่าให้เพียงอารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำแล้วพาเจ้ากระโจนลงแม่น้ำโดยไม่ได้มองว่ามันเชี่ยวกรากเพียงใด เสือไม่ล่าเหยื่อโดยการพุ่งเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันซุ่ม.. มันรอ.. และมันเลือกจังหวะที่แม่นยำ เจ้าจงเป็นเช่นนั้น.. วางแผนก่อนลงมือทำ เพราะชัยชนะไม่ได้เป็นของผู้ที่เร็วที่สุด แต่เป็นของผู้ที่มองไกลกว่าคนอื่น หากเจ้าปล่อยให้อารมณ์นำทาง ชีวิตของเจ้าจะเหมือนใบไม้ที่ปลิวไปตามลม มิรู้ทิศทาง ถ้าเจ้าต้องเลือกระหว่างปล่อยอารมณ์หรือใช้ปัญญา จงเลือกใช้ปัญญาเสมอ มีคำกล่าวว่า... หากเจ้ารู้สึกติดอยู่ในปัญหาที่แก้ไม่ออก จงหยุด… สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้เวลาใจเจ้าได้คลาย พึงระลึกไว้เสมอว่าผืนน้ำจะกลับมาใสได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีสิ่งใดมากวนมัน ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมเสียงที่ดังกึกก้อง แต่แท้จริงแล้ว... พลังที่ทรงอิทธิพลที่สุด คือพลังแห่งความสงบ ไม่ใช่ทุกคลื่นที่ซัดเข้ามา ต้องมีการโต้ตอบ บางครั้งเพียงแค่ยืนหยัดมั่นคง ก็คือชัยชนะแล้ว แม้มีใครยั่วเย้า.. จงอย่าปล่อยให้เพลิงโกรธแค้นเผาไหม้ตัวเจ้าเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ คือคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะศึกที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ศึกภายนอก แต่เป็นศึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจตนเอง ความเยือกเย็นมิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด นักรบที่แท้จริงมิใช่ผู้ที่ชักดาบได้เร็วที่สุด แต่คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรชักดาบ และเมื่อใดควรเก็บมันกลับเข้าฝัก สิ่งที่เจ้าสร้างมาทั้งชีวิต อาจพังทลายลงได้ภายในพริบตาเพียงเพราะอารมณ์ที่ขาดการควบคุม ดังนั้น... อิสรเอ๋ยยย จงอย่าทำลายสิ่งที่เจ้ารัก เพียงเพราะพายุโหมกระหน่ำในใจชั่วครู่ จำไว้อิสร… ปัญหามีไว้ให้แก้ มิใช่ให้เจ้าคร่ำเคร่งไปกับมัน น้ำที่ไหลแรงที่สุด มันไม่หยุดเพียงเพราะมีก้อนหินขวางทาง แต่มันเลือกที่จะไหลอ้อมไปแทน เจ้าจะเดินทางไกลกว่าผู้อื่น หากเจ้ารู้จักคิดเป็นระบบ ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด จะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด บางครั้งความรีบร้อน อาจพาเจ้าไปสู่หนทางที่เต็มไปด้วยหลุมพราง ในสนามรบ.. มิใช่ผู้ที่เหวี่ยงดาบเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะเสมอไป แต่เป็นผู้ที่รู้จักจับจังหวะและอดทนรอ เจ้าอย่าผลีผลามเร่งเดินไปข้างหน้า จนมองไม่เห็นกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน และสุดท้าย… จงอย่าหลงคิดว่าความสำเร็จมาจากความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เดินช้าแต่มั่นคง ย่อมไปถึงจุดหมายได้แน่นอนกว่าผู้ที่วิ่งโดยไร้ทิศทาง" อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย.. ความเงียบระหว่างเขากับปู่เป็ด เต็มไปด้วยคำตอบที่เสียงไม่จำเป็นต้องอธิบาย อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย “ขอรับปู่… แล้วข้าจะทำยังไงให้ใจสงบเหมือนแม่น้ำแห่งปัญญานั่น?” ปู่เป็ดวางมือลงบนหัวของนาค แล้วยิ้มอ่อนโยน.. “จงหายใจให้ลึก ฟังเสียงหัวใจของเจ้าเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นนายของเจ้า แต่จงให้ปัญญาเป็นผู้ชี้นำ” คืนวันนั้น.. อิสรนั่งมองกองไฟที่ลุกโชนก่อนจะค่อย ๆ เบาลงในความเงียบสงบ ในใจของเขา... เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ไม่ใช่ทุกไฟที่ต้องรีบดับ บางเปลวไฟ ต้องปล่อยให้มันเผาไหม้ไปตามธรรมชาติ และบางครั้ง… คำตอบของชีวิต อาจซ่อนอยู่ในความสงบที่เราสร้างขึ้นเอง หากชีวิตของเรายังสับสน ลนลาน หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ อาจถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้จาก "แม่น้ำแห่งปัญญา" และเริ่มต้นเดินทางไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสติ และการตัดสินใจที่มั่นคง ท้ายที่สุดแล้ว… เราทุกคนล้วนเป็นทั้ง "เด็กอืสร" และ "ปู่เป็ด" ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราเลือกจะเป็นใคร #LifeShift #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
มองคนเป็น "กระจก" ไม่ใช่ "บันได" "The way you see others is a reflection of how you see yourself." image เวลาเราเจอใครสักคน... เรามักจะมองพวกเขาผ่านกรอบบางอย่างของเราเอง อาจเป็นกรอบของความสามารถ ความสำเร็จ หรือสถานะทางสังคม และบางครั้งเราก็เผลอวัดเขากับตัวเราเอง เราเจอคนที่ดูเหมือน “ก้าวหน้า” กว่าเรา แล้วเรารู้สึกอิจฉา หรือรู้สึกว่าต้องแข่งขัน เราเจอคนที่ “อยู่ในจุดเดียวกัน” แล้วอดเปรียบเทียบไม่ได้ว่าใครจะไปไกลกว่า เราเจอคนที่ “ยังมาไม่ถึงจุดที่เราอยู่” แล้วรู้สึกอยากให้คำแนะนำ หรือบางครั้งก็รู้สึกเหนือกว่า แต่ความจริงก็คือ... ไม่มีใครอยู่สูงหรือต่ำกว่าใคร ทุกคนเพียงแต่เดินอยู่บนเส้นทางของตัวเองในจังหวะที่ต่างกัน ลองนึกภาพการปีนเขา... คุณมองขึ้นไป เห็นคนที่อยู่สูงกว่าคุณ คุณอาจรู้สึกว่าเขาเก่งกว่า แต่แท้จริงแล้ว เขาแค่เริ่มต้นก่อนคุณ หรือเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป ในขณะเดียวกัน เมื่อคุณมองลงมา เห็นคนที่อยู่ต่ำกว่าคุณ คุณอาจคิดว่าเขายังมาไม่ถึง แต่คุณรู้ได้อย่างไรว่าเส้นทางของเขาไม่ได้ยากลำบากกว่าของคุณหลายเท่า ดังนั้น... แทนที่จะใช้สายตาแห่งการเปรียบเทียบ ลองใช้สายตาแห่งการเรียนรู้.. เมื่อคุณเจอคนที่อยู่ข้างหน้า อย่าอิจฉา แต่จงถามตัวเองว่า “เขาเดินทางมายังจุดนี้ได้อย่างไร?” เพราะบางครั้ง คนที่ดูเหมือนเดินไปได้ไกลกว่า อาจไม่ใช่เพราะเขาเหนือกว่า แต่เพราะเขารู้จักเส้นทางดีกว่า หรืออาจผ่านการลองผิดลองถูกมาอย่างยาวนาน บิตคอยเนอร์ ที่เข้าตลาดตั้งแต่ปี 2012 อาจดูเหมือน “ฉลาด” และ “มองเห็นอนาคตก่อนใคร” แต่หากคุณถามพวกเขาว่า “มีช่วงไหนที่คุณเกือบขายมันหมด” คุณอาจพบว่าพวกเขาต้องผ่านบททดสอบแห่งความเชื่อมั่นนับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะมายืนอยู่จุดนี้ การเรียนรู้จากเส้นทางของคนที่เดินมาก่อน ช่วยให้คุณเข้าใจเกม โดยไม่ต้องพลาดซ้ำในจุดที่พวกเขาเคยพลาด เมื่อคุณเจอคนที่เดินข้างๆ กัน... อย่ามองว่าเขาเป็นคู่แข่ง แต่จงถามตัวเองว่า “เราจะช่วยกันไปได้อย่างไร?” เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากการเอาชนะกัน แต่จากการสร้างบางสิ่งไปด้วยกัน คนที่เริ่มทำธุรกิจพร้อมคุณ... อาจโตเร็วกว่า หรือช้ากว่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ใครดีกว่าใคร การแข่งขันกันอาจทำให้คุณมีแรงผลักดัน แต่การร่วมมือกันจะพาคุณไปได้ไกลกว่าเสมอ เครือข่ายบิตคอยเนอร์ที่เติบโตขึ้น... ไม่ใช่เพราะใครบางคนพยายามกอบโกยมากกว่าคนอื่น แต่เพราะพวกเขาแบ่งปันความรู้และช่วยกันสร้างระบบที่แข็งแกร่งขึ้น เมื่อคุณเจอคนที่ยังมาไม่ถึงจุดที่คุณอยู่... อย่ามองว่าเขาด้อยกว่า แต่จงถามตัวเองว่า “เขาสะท้อนอะไรให้ฉันเห็นเกี่ยวกับเส้นทางของฉัน?” เพราะบางครั้ง... คนที่ยังไม่ได้เดินทางไกลเท่าเรา อาจเป็นภาพสะท้อนของตัวเราก่อนหน้านี้ แทนที่จะสอนเขาแบบ “ฉันรู้ดีกว่า” ลองถามว่า “ถ้าฉันย้อนกลับไปตอนที่ฉันอยู่จุดนั้น ฉันอยากได้รับคำแนะนำแบบไหน?” อย่าพยายามเปลี่ยนเขา... แต่จงให้เครื่องมือที่เขาเลือกใช้ได้เอง คนที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่อง Hard Money อาจยังลังเลที่จะก้าวออกจากระบบเดิมของเขา ดังนััน... แทนที่จะบอกว่า “ทำไมคุณยังเก็บเงินเฟียตอยู่?” ลองเล่าเรื่องของตัวเองตอนที่เคยมีความกลัวแบบเดียวกัน นั่นจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เขาเปิดใจได้มากกว่าการบอกให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณเลิกเปรียบเทียบ โลกจะเป็นพื้นที่ที่กว้างขึ้น คุณจะไม่ต้องรู้สึกว่าต้องวิ่งแข่งกับใคร คุณจะเห็นโอกาสในการเรียนรู้จากทุกคนที่คุณพบเจอ คุณจะสร้างเครือข่ายของพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง คุณจะให้คำแนะนำที่ไม่ได้มีอีโก้แฝงอยู่ ชีวิตไม่ใช่สนามแข่ง แต่คือการเดินทาง และเมื่อคุณเข้าใจว่าแต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง คุณจะพบว่า... คุณเองก็มีเส้นทางของคุณ ที่ไม่ต้องเทียบกับใครเช่นกัน #LifeShift #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
"EXIT THE RAT RACE" Own Your Future, Secure Your Tomorrow เลิกเป็นหนูถีบจักร แล้วกลับมาเป็นเจ้าของชีวิต image เรากำลังติดอยู่ใน “Rat Race” หรือเปล่า? 🌀 มีชายคนหนึ่ง... เขาเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา พ่อแม่บอกเขาว่า.. “ตั้งใจเรียนให้ดีนะลูก จะได้มีอนาคตที่มั่นคง” เขาทำตามอย่างเคร่งครัด เขาเรียนหนัก เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาได้งานที่มั่นคงในบริษัทที่ใครๆ ก็อยากเข้าไปทำงาน ชีวิตดูเหมือนจะเป็นไปตาม "สูตรสำเร็จ" ทุกอย่าง... เขาทำงานหนักขึ้นทุกปี… เงินเดือนเขาเพิ่มขึ้น… เขาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีวันหยุดพักร้อน แต่แล้ววันหนึ่ง... เขานั่งอยู่ในรถติดตอน 6 โมงเย็น มองเห็นคนเดินออกจากออฟฟิศ ทุกคนดูเหนื่อยล้าเหมือนกัน รอวันเงินเดือนออกเหมือนกัน จ่ายค่าครองชีพเหมือนกัน ผ่อนหนี้เหมือนกัน แล้วเขาก็คิดในใจ... "นี่เหรอ… สิ่งที่เขาเรียกว่าอนาคตที่มั่นคง?" "ฉันกำลังใช้ชีวิต หรือฉันแค่รอให้ชีวิตผ่านไป?" 🌀 อะไรคือ Rat Race? Rat Race ไม่ใช่แค่การทำงานหนัก แต่มันคือ “กลไกที่ออกแบบมาเพื่อให้เราไม่มีวันชนะ” คนส่วนใหญ่นึกว่า Rat Race คือแค่ “ต้องทำงานซ้ำซาก” แต่ความจริงมันลึกซึ้งกว่านั้น มันคือระบบที่บีบบังคับให้เราต้องวิ่งอยู่บนล้อที่ไม่มีวันหยุด มันเริ่มจากการศึกษา >> เราถูกสอนให้เรียนหนัก เพื่อให้ได้งานที่ดี มันขยายไปสู่อาชีพ >> เราทำงานหนักเพื่อเงินเดือน แต่เงินเดือนนั้นถูกกัดกินโดยเงินเฟ้อ มันจบที่การใช้ชีวิต >> เราวิ่งไล่ “ความมั่นคง” ที่ไม่มีอยู่จริง เรารู้สึกไหมว่า... เราทำทุกอย่างถูกต้อง แต่เรายังไม่เป็นอิสระเลย? 🌀 ทำไมเราถึงติดอยู่ใน Rat Race? 1️⃣ เงินเฟียต ทำให้เราต้องวิ่งตลอดเวลา - เงินที่เราหามาได้ ลดมูลค่าลงทุกปี - ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น แต่พลังซื้อของเงินลดลง เราต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาระดับชีวิตเดิม “Fiat Money is the ultimate scam.” 2️⃣ วัฒนธรรมบริโภคเกินตัวและหนี้สิน - ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รูดบัตรเครดิต >> เป็นหนี้ - ได้เงินเดือนมา >> ใช้จ่าย >> เหลือเก็บนิดเดียว วนลูปต่อไปเรื่อยๆ 3️⃣ มายาคติของการทำงานหนัก - เราถูกสอนว่า “ขยันแล้วจะสำเร็จ” - แต่คนที่รวยจริงๆ ไม่ได้ทำงานหนักขึ้น พวกเขาเข้าใจเกมและเล่นมันต่างจากคุณ Rat Race เป็นเกมที่ถูกออกแบบมาให้เราไม่มีวันชนะตั้งแต่แรก คำถามก็คือ.. ทางออกจาก Rat Race อยู่ตรงไหน? "สิ่งที่รั้งคุณไว้ ไม่ใช่กำแพง แต่มันคือกรอบความคิดของคุณเอง" 🌀 กุญแจดอกแรก เปลี่ยนมายด์เซ็ต หยุดวิ่ง แล้วสร้างระบบของตัวเอง 1️⃣ เข้าใจกฎของเกม - เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น “พนักงานที่ดี” - เราเกิดมาเพื่อเป็น “เจ้าของชีวิตตัวเอง” หยุดคิดแบบ "คนที่ถูกบอกให้ทำ" แล้วเริ่มคิดแบบ "คนที่สร้างระบบของตัวเอง" 2️⃣ เปลี่ยนจาก "ทำงานเพื่อเงิน" เป็น "ให้เงินทำหร้าที่ของเงินที่ดีให้คุณ" - หยุด "แลกเวลาเป็นเงิน" - เริ่มสร้าง มูลค่าที่เป็นอิสระจากเวลา ลงทุนในสินทรัพย์ที่มี Appreciation ผ่านกาลเวลา ไม่ใช่เสื่อมค่าลงทุกวันๆ 3️⃣ เข้าใจ Hard Money ที่จะช่วยตัดคุณออกจากเกมที่ถูกโกง - ระบบเงินเฟียตทำให้คุณต้องวิ่งไปเรื่อยๆ - แต่โลกนี้มันมี “เงินที่ไม่ถูกลดมูลค่า” จงศึกษามัน เราไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่เงิน หากพวกเรารู้สึก Secure เพราะพวกเราถือสินทรัพย์ที่ช่วยปกป้องน้ำพักน้ำแรงให้เรา สื่งที่จะช่วยให้เรา “Exit the Rat Race” ได้จริง 1️⃣ Own Your Income 2️⃣ Own Your Time 3️⃣ Own Your Energy หยุดเสียพลังงานไปกับ งานที่ไม่มีอนาคต โฟกัสกับ สิ่งที่ให้ผลลัพธ์ที่ไม่จำกัด "Exit Strategy" แผนออกจาก Rat Raceที่ต้องเริ่มทำวันนี้ 1️⃣ “ลด Dependence ต่อ Fiat” หยุดฝากอนาคตไว้กับเงินที่เสื่อมค่า 2️⃣ “เริ่มสร้างระบบของตัวเอง” - หารายได้ที่เรา ควบคุมได้เอง - ลงทุนในตัวเอง – เรียนรู้สกิลที่ทำให้เราเป็น “เจ้าของ” 3️⃣ “อยู่ในเครือข่ายที่สนับสนุนแนวคิดเดียวกัน” - หลีกเลี่ยง กลุ่มคนที่ติดอยู่ในมายาคติของ Rat Race - สร้างการเชื่อมโยงกับคนที่คิดแบบเดียวกัน "เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานหนักไปตลอดชีวิต เราเกิดมาเพื่อสร้างเส้นทางของตัวเอง" มาร่วม Exit the Rat Race ไปด้วยกัน เลือกชีวิตที่คุณจะเป็นเจ้าของ… ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสเลือกมันอีกเลย #ExitTheMatrix #ExitTheRatRace #อยากหลุดพ้นหรือวนลูปเดิม #Siamstr อาจารย์พิริยะ ft. โค้ชหนุ่ม Money Coach ภาค 2 ชวนคุณหลุดพ้นจากสถานะ "หนูถีบจักร" ในงานเสวนา Own Your Future: Secure Your Tomorrow กับธีม Exit The Rat Race . วันที่ 23 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 - 17.00 น. สถานที่ MBK Center ชั้น G, Avenue A . ลงทะเบียนฟรี! (จำกัด 200 ที่นั่ง) เปิดลงทะเบียน ในวันศุกร์ที่ 7 มี.ค. 2568 เวลา 18.00 น.
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
"การเขียน.. ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา แต่มันคือศิลปะของการพาคนอ่านไปสู่คำตอบที่พวกเขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่" image การเขียนที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้คนอ่านเข้าใจ แต่ต้องทำให้ "รู้สึก" และ "จดจำ" หลายครั้ง.. คนที่สื่อสารได้ทรงพลัง ไม่ได้เก่งเพราะมีคำศัพท์หรูหรา หรือสำนวนอลังการ แต่เพราะเขารู้ว่าควรใช้ "วิธีเล่า" แบบไหน ให้โดนใจผู้อ่าน ลองมาดู 5 เทคนิคการเขียนบทความง่าย ๆ ที่ผมมักใช้ ทำให้เนื้อหาดูมีมิติ และสัมผัสใจคนอ่านมากขึ้น 1️⃣ Narrative Flow – เล่าเรื่องผ่านสถานการณ์ มนุษย์จดจำ "เรื่องราว" ได้ดีกว่า "ข้อเท็จจริงแห้งๆ" ลองคิดถึงเวลาเรานั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องสนุกๆ กับการฟังบรรยายข้อมูลในห้องเรียน ความแตกต่างคืออะไร? "เรื่องราว" ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมัน แทนที่จะเขียนว่า "คนที่ชอบชี้นิ้วออก มักจะไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง" ลองเปลี่ยนเป็นเล่าเหตุการณ์ "สมมติว่าคุณขับรถอยู่ แล้วมีคนแทรกเข้ามาในเลนแบบกระทันหัน คุณสบถออกมา ‘ไอ้นี่ขับรถห่วยแตก!’ แต่คุณเคยคิดไหม… ว่าตัวคุณเองก็อาจเคยเผลอทำแบบนี้ในวันที่รีบสุดๆ?" คนอ่านจะ "เห็นภาพ" และเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง 2️⃣ The Contradiction Challenge – ตั้งข้อขัดแย้งเพื่อกระตุ้นความคิด คนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่ "เคยชิน" แต่ถ้าเราโยนอะไรที่ตรงข้ามออกไปล่ะ? "บางครั้ง การไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน คือการเขียนที่ทรงพลังที่สุด" "เราเชื่อว่าคนดีต้องได้รับสิ่งดีๆ แต่เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งคนที่ขยันสุดๆ กลับไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนคนที่ดูไม่พยายามมาก กลับไปได้ไกล?" "ทุกคนอยากเป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ตัวเอง’ ถูกสร้างขึ้นมาจากกรอบสังคมตั้งแต่แรกล่ะ?" คนอ่านจะหยุด คิด และเริ่มสำรวจมุมมองใหม่ 3️⃣ Question-Driven Exploration – ตั้งคำถามให้ฉุกคิด คนเรามักอยากหาคำตอบ โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แทนที่จะบอกตรงๆ ให้คนอ่านทำอะไร ลองตั้งคำถามให้เขาต้อง "เลือก" "ถ้าคุณต้องเลือกระหว่าง ‘ชีวิตที่ปลอดภัยแต่ไม่มีความหมาย’ กับ ‘ชีวิตที่เสี่ยงแต่ถูกเติมเต็ม’ คุณจะเลือกอะไร?" "คุณบอกว่าต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าดูดีๆ สิ่งเดียวที่คุณทำคือตั้งเป้าหมายซ้ำๆ โดยไม่ลงมือทำ?" คนอ่านอาจจะสะดุด และหยุดอ่านแบบผ่านๆ แต่ก็อาจเริ่มถามตัวเองจริงๆ 4️⃣ Reverse Engineering – ถอดรหัสพฤติกรรม นี่คือเทคนิคที่ใช้การ "ย้อนกลับ" ว่าทำไมบางคนถึงคิดหรือทำอะไรบางอย่าง แทนที่จะบอกว่าต้องทำยังไง เราเริ่มจาก "ทำไมถึงเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก?" "ทำไมบางคนขยันแต่งานไม่เดินหน้า?" พวกเขายุ่งกับงานที่ ‘ดูเหมือนสำคัญ’ แต่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงๆ พวกเขาโฟกัสที่การ ‘ทำให้ดีที่สุด’ แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่า ‘สิ่งนี้จำเป็นจริงๆ หรือเปล่า’ "ทำไมบางคนประสบความสำเร็จเร็วกว่า?" เพราะพวกเขาไม่ได้รอให้ ‘พร้อม’ แต่เริ่มแม้ยังไม่รู้ทุกอย่าง เพราะพวกเขาเรียนรู้จากคนที่ทำสำเร็จแล้ว แทนที่จะพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง คนอ่านเริ่มเห็น "กลไกเบื้องหลัง" ของพฤติกรรม และสามารถนำไปใช้ได้จริง 5️⃣ Personal Letter Format – เขียนเหมือนจดหมายถึงผู้อ่าน นี่คือวิธีที่ทำให้เนื้อหาดู "ใกล้ชิด" เหมือนกำลังพูดกับเพื่อน ไม่ใช่แค่การสอนหรือบรรยาย มันใช้ "ความจริงใจ" และ "ความเป็นมนุษย์" ดึงให้คนอ่านรู้สึกว่า "นี่คือเรื่องของฉัน" "ถึงคุณที่กำลังรู้สึกเหนื่อย... ฉันเข้าใจนะว่ามันไม่ง่ายเลย บางวันคุณอยากล้มเลิก บางวันคุณสงสัยว่าตัวเองมาถูกทางไหม แต่ขอให้รู้ไว้อย่างหนึ่ง... การเดินไปช้าๆ ยังดีกว่าการยืนอยู่กับที่ เพราะการยืนอยู่กับที่ หมายความว่าคุณปล่อยให้ทุกอย่างรอบตัวกำหนดชีวิตคุณ แค่คุณอ่านถึงตรงนี้ ก็หมายความว่าคุณยังไม่ยอมแพ้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด" คนอ่านรู้สึกว่า "เราเข้าใจเขาจริงๆ" และอยากติดตามต่อ - - - - - "การเขียนที่ดี ไม่ใช่การยัดเยียดข้อมูล แต่เป็นการพาผู้อ่านเดินไปเจอคำตอบด้วยตัวเอง" #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
“ไม่มีใครมอบภาวะผู้นำให้เรา นอกจากเราเอง” "Self-Ownership Leadership" เป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ก่อนเป็นผู้นำของคนอื่น image ตอนนั้น… ผมคิดว่าผมต้องรอให้ใครบางคนมาชี้ทางให้ ก่อนปี 2021 ผมเริ่มสนใจ Bitcoin มันเป็นช่วงที่ข้อมูลในไทยยังมีน้อยมาก (มีเพียง อ.พิริยะ เท่านั้นที่ออกมาให้ความรู้แบบจับต้องได้เป็นภาษาไทยผ่านช่องทางต่าง ๆ) ถ้าอยากรู้เรื่องพวกนี้ให้มากขึ้น ผมต้องหาเอาเอง ไม่มีใครมาปูพรมแดงให้ ไม่มีระบบให้เรียนรู้ ผมนั่งรอ... คิดว่าเดี๋ยวคงมีคนออกมาสร้างฐานความรู้กันมากขึ้น คงมีหนังสือ มีคอร์สสอน คงมีคนมาชี้ทางให้ แต่วันแล้ววันเล่า... นอกจาก อ.พิริยะ แล้ว ก็ไม่มีใครมา "Nobody is coming to save you." ถ้าผมอยากเข้าใจมันจริง ๆ ผมคงต้องเป็นคนเรียนรู้เอง ถ้าผมอยากสร้างอะไรขึ้นมา ผมต้องเป็นคนลงมือทำเอง และผมคิดว่า.. มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ Bitcoin แต่มันคือ ทุกเรื่องในชีวิต ผู้นำที่แท้จริง มักเริ่มจากการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง เคยไหมครับ... - เราอยากเป็นผู้นำ แต่รู้สึกว่าเราไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ? - เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ยังรอ "โอกาส" หรือ "ใครบางคน" มาเปิดทางให้? - เราอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่กลับรู้สึกว่าถูกควบคุมโดยสภาพแวดล้อม? หากคำตอบของเราคือ "ใช่" แสดงว่าเราอาจยังไม่ได้เป็น “เจ้าของตัวเองอย่างแท้จริง” "คนที่เอาแต่รอ จะกลายเป็นผู้ตามตลอดไป" ภาวะผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากตำแหน่ง ไม่ได้มาจากการที่คนอื่นยอมรับ มันเริ่มจาก "Self-Ownership" มันคืออะไรล่ะ? Self-Ownership ไม่ได้หมายความว่า “ฉันอยากทำอะไรก็ทำ” มันหมายถึง “ฉันเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน” - เราเป็นเจ้าของการตัดสินใจของตัวเอง >> ไม่มีใครบังคับเราให้ทำอะไรได้ ถ้าเราไม่เลือกเอง - เรารับผิดชอบ 100% ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต >> ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีเหยื่อของโชคชะตา - เราสร้างเส้นทางของตัวเองได้ >> ไม่ต้องรอให้ระบบ หรือคนอื่นมานำทางให้ “เราไม่ได้ถูกกำหนดโดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา แต่เราเป็นเจ้าของสิ่งที่เราเลือกจะทำกับมัน” จาก "รอให้โอกาสมา" >> "สร้างโอกาสให้ตัวเอง" ถ้าผมรอให้มีใครมาสอนเรื่องการสร้างสิ่งต่างๆ บน Bitcoin ผมก็คงยังรออยู่จนวันนี้ แต่ผมเลือกเดินอีกทาง >> คิดเอง ลุยเอง ล้มเอง - ผมซื้อหนังสือมาอ่านเอง >> เพราะไม่มีใครสอน - ผมเข้าไปในกลุ่ม Bitcoin Community ทั้งในและต่างประเทศ >> เพราะต้องการเห็นมุมมองจริง ๆ จากผู้คนในชุมชน ผมอยากรู้จักพวกเขา - ผมเริ่มเขียนเนื้อหาเอง >> ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่มีใครอ่าน พอผ่านไป 6 เดือน ผมเริ่มรู้มากกว่าคนที่แค่รอให้ใครมาสอน พอผ่านไป 2 ปี ผมกลายเป็นคนที่คนอื่นมาถามหาแนวทาง "เราไม่ต้องรอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญก่อนถึงจะเริ่ม เราต้องเริ่มก่อน แล้วความเชี่ยวชาญจะตามมาเอง" ถ้าเราอยากเป็นผู้นำของคนอื่น จงเริ่มจากการเป็นผู้นำของตัวเองก่อน หยุดสิ่งเหล่านี้ก่อน ❌ หยุดรอให้ใครมาให้อนุญาต ❌ หยุดคิดว่าเราต้อง "สมบูรณ์แบบ" ก่อนถึงจะเริ่ม ❌ หยุดโทษปัจจัยภายนอก เช่น ทีมไม่ดี ทรัพยากรไม่มี เจ้านายไม่เข้าใจ และแทนที่ด้วย... ✅ เริ่มลงมือทำแม้ไม่มีตำแหน่ง >> คนที่มี Self-Ownership ไม่ต้องรอให้ใครแต่งตั้งเป็นผู้นำ ✅ สร้างโอกาสแทนที่จะรอโอกาส >> ทุกปัญหาคือโอกาสสำหรับผู้นำที่แท้จริง ✅ รับผิดชอบแม้ในเรื่องที่ดูเหมือนไม่ใช่หน้าที่ของเรา >> เพราะนี่คือสมบัติของผู้นำที่สร้างผลลัพธ์ "Leadership begins when you take full responsibility for everything in your life." วิธีฝึกฝน Self-Ownership ในชีวิตจริง 1️⃣ รับผิดชอบ 100% (No Excuses, No Victim Mindset) - ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นเพราะเราเลือกให้มันเป็นแบบนั้น - ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีการโทษสถานการณ์ 2️⃣ สร้างโอกาสเอง (Create Instead of Wait) - หยุดรอโอกาส เริ่มสร้างโอกาสเอง - ถ้าไม่มีแหล่งความรู้ >> ศึกษาเอง - ถ้าไม่มีทีมที่ดี >> ก็สร้างทีมและวัฒนธรรมที่ดีขึ้นมาเอง 3️⃣ ลงมือทำ แม้ไม่มีตำแหน่ง (Act Like a Leader, Even Without a Title) - เราไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งเพื่อเป็นผู้นำ - เริ่มเป็น "คนที่นำ" ในสิ่งที่เราเชื่อ 4️⃣ ทำงานเพื่อผลลัพธ์ ไม่ใช่เพื่อเครดิต (Impact Over Recognition) - ความเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของ "เครดิต" - เป็นเรื่องของ "การสร้างผลกระทบที่แท้จริง" "Self-Ownership is the foundation of all leadership." เราไม่ได้อยากเป็นผู้นำเพื่อให้ใครยกย่อง เราไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง หรือเพื่อให้คนมองว่าเราเก่ง แต่เรานำเพราะเรา.. ต้องการบรรลุเป้าหมาย เพราะเป้าหมายมันสำคัญกว่าตัวเรา เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่สนใจว่าใครจะได้รับเครดิต "ความเป็นผู้นำไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นหัวหน้า แต่อยู่ที่ว่าใครลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบางสิ่งให้เกิดขึ้นจริง" "Self-Ownership" ไม่ได้แปลว่า "ฉันต้องเป็นที่หนึ่ง" แต่มันคือ "ฉันรับผิดชอบ 100%" ✅ เราไม่ได้ทำเพื่อแสงไฟ เราทำเพื่อให้เป้าหมายมันเกิดขึ้นจริง ✅ เราไม่ได้แสวงหาการยอมรับ เราแสวงหาผลลัพธ์ ✅ เราไม่ได้สร้างเพื่อให้คนจดจำ แต่สร้างเพื่อให้สิ่งที่เราสร้างมันอยู่รอดโดยไม่มีเรา ลองสังเกตสิครับ… ผู้นำที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ คือคนที่ หายไปได้โดยที่ระบบยังทำงานต่อได้ "ถ้าสิ่งที่คุณสร้างพังลงทันทีที่คุณจากไป นั่นไม่ใช่ภาวะผู้นำ แต่มันคือภาวะพึ่งพิงตัวบุคคล" เราต้องการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินตัวเราเอง "เราไม่มีตัวตน เราก็ไปได้แบบไร้เพดาน" เมื่อเราไม่ต้องคอยกังวลว่า "นี่เป็นผลงานของฉันหรือเปล่า?" เมื่อเราไม่ต้องคอยกังวลว่า "ฉันได้รับเครดิตมากพอไหม?" เราจะทำงานได้เร็วกว่า คล่องตัวกว่า และ ไร้เพดาน เพราะเป้าหมายมันสำคัญกว่าตัวตน เพราะการเปลี่ยนแปลงมันสำคัญกว่าการได้รับการยอมรับ "และเมื่อคุณไม่แสวงหาตัวตน คุณจะไปได้ไกลกว่าที่ตัวคุณเองเคยคิดฝัน" - - - - Challenge > เรากำลังรออะไรอยู่? สิ่งที่ผมอยากให้เราถามตัวเองตอนนี้คือ - มีเรื่องอะไรที่เราอยากทำ แต่ยังไม่เริ่ม? - มีสิ่งไหนที่เรายังรอให้ใครสักคนมาบอกทางให้? - มีอะไรที่เราอยากเรียนรู้ แต่ยังรอให้ใครมาสอนอยู่? "ถ้าเรายังรอ เราจะรอต่อไปอีกนานแค่ไหน?" เพราะสุดท้ายแล้ว… "ไม่มีใครมอบภาวะผู้นำให้กับเรา นอกจากตัวเราเอง" #SelfOwnershipLeadership #BeTheCause #CreateOpportunities #LifeShift
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 1 year ago
I miss you. Just wanna chat about anything. Hit me up when you're free. @Don