พ่อมดคริปโต's avatar
พ่อมดคริปโต
npub1l8dv...g6c8
สวัสดีสหาย ! ข้าชื่อ ชับบี้ เจ้าของเพจ พ่อมดคริปโต แต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ใน Nostr ก็จะออกแนวพ่อมดบิทคอยน์แทน55555 😂
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 1 month ago
image การ์ดจอธรรมดา... ขุดเจอ 25 #BTC !!! รุ่นเก๋าเขาทำกัน ! 😎 . เครื่องขุดหน้าตาประหลาด ที่เราเห็นในภาพประกอบ มันคือเครื่องขุด #Bitcoin ใช้ขุดได้จริง ๆ นะ !!! สมัยยุครุ่นเก๋าเขาขุดกัน . ถ้าใครเกิดสงสัยขึ้นมาว่า มันก็แค่ "การ์ดจอ" ธรรมดา ที่อยู่ในคอมเราไม่ใช่เหรอ ? คำตอบคือ... ใช่เลย !!! มันแค่ GPU คอมนี่แหละ . แต่อย่าทำเป็นเล่นไปนะ เพราะในบล็อกแรกสุด ของ Halving ปี 2012 (Halving ครั้งแรกของโลก) เคยมีคนใช้มันขุดสำเร็จ . ตอน Halving ครั้งแรก รางวัลของผู้ที่ปิดบล็อกได้ จากบล็อกละ 50 BTC จะลดลงไปครึ่งหนึ่ง เหลือ 25 BTC ต่อบล็อก . การ์ดจอธรรมดาอันเดียว ได้ 25 BTC ในบล็อกนั้น เปิด Halving ปุ๊บ... ปิดบล็อกแรกสำเร็จเลย และได้รางวัลทั้งหมด . แต่เพื่อความแฟร์นะสหาย ต้องบอกไว้ก่อนว่าสมัยนั้น ยังไม่ได้มีเครื่อง ASIC . คนส่วนใหญ่ก็ใช้แค่ GPU และก่อนหน้านั้นเป็น CPU บน Laptop ก็มีด้วยซ้ำ . จึงอาจนับว่าความสำเร็จนี้ ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือโชคดีนัก (หมายถึงในด้านกำลังขุด) เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่เอง ก็เป็นการ์ดจอเหมือนกัน . และไม่นานในปี 2013 ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกันมาก เครื่อง ASIC ค่อยมา . โดยรุ่นของการ์ดจอที่ใช้ คือซีรีส์ Radeon HD 5800 ซึ่งการ์ดจอนี้ราคา $500 หรือประมาณ 16,145 บาท ถือว่าก็แรงแล้วมั้ง สมัยนั้น . หลายคนอาจจะมองว่า... การ์ดจอสเปคแค่นี้ "แพงจัง" ก็คงไม่แปลก เพราะสมัยนั้น การ์ดจอยังราคาสูงมากกก รุ่นแรง ๆ ก็มีแค่ประมาณนี้ . ต่างกับสมัยนี้ที่มีแรงกว่ามาก แถมรุ่นเก่า ๆ ที่ออกมานาน... ก็ราคาตกจนถูกแบบทุกวันนี้ . แต่ความพีคที่ชวนเอาตกใจ คือการ์ดจอที่ว่าไปเครื่องนี้ พึ่งเริ่มขุดได้ไม่ถึงสัปดาห์ 🔥 . บางคนขุดมาทั้งชีวิตก็มี ยังไม่เคยปิดบล็อกได้สักครั้ง อันนี้ขุดไม่ถึงสัปดาห์ได้เลย . ซึ่งผู้ที่ขุดได้ตอนนั้นคือ Mining Pool ชื่อ "Slush" (มีข่าวประกาศไปทั่วเลย) . ใครไม่รู้จัก Mining Pool มันคือการเอาพลังขุด จากเครื่องขุดตัวเอง ส่งไปรวมกันเพื่อช่วยกันขุด แล้วแบ่งรางวัลที่ได้ร่วมกัน . เจ้าของการ์ดจอในตำนาน ที่ใช้ปิดบล็อกสำเร็จนี้ ใช้ชื่อเล่นว่า "laughingbear" . ภายหลัง (26 ส.ค. 2013) การ์ดจอนี้ได้ถูกขายให้กับ "ช้างน้อย" (Chaang Noi) สมาชิกชื่อดังคนหนึ่งใน... เว็บไซต์ BitcoinTalk . มีรูปภาพจำนวนหนึ่ง ของการ์ดจอเครื่องนี้ ถูกโพสต์ลงใน Bitmit เว็บซื้อขายของออนไลน์ หน้าตาคล้าย Ebay แต่ใช้ Bitcoin ซื้อขาย แต่ตอนนี้ภาพหายหมด . หวังว่าเรื่องนี้จะอ่านกัน แล้วสนุกสนานนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ . #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 1 month ago
image "พื้นฐาน" ของ #Bitcoin ไม่เคยเปลี่ยนไป... มีแต่ "ใจคน" ที่เปลี่ยน... (ตามราคา555) 🧙‍♂️ #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image ครบรอบ 15 ปี "#Bitcoin Logo Day" !!! 🎉 วันกำเนิดโลโก้ #BTC ที่ใช้กันมาจนวันนี้ 🎂 วันนี้ (1 พ.ย.) แต่เป็นเมื่อปี 2010 ถือเป็น... วันเกิดโลโก้ Bitcoin สีส้มอ้วนกลมที่ใช้กัน ซึ่งมันก็คือโลโก้อันปัจจุบันนี้แหละ !!! 🥳 ภาพโลโก้ BTC ที่พวกเราใช้กันทุกวันนี้นั้น... ถูกสร้างขึ้นและเผยแพร่โดยศิลปินท่านหนึ่ง ที่ใช้นามแฝงบนโลกออนไลน์ว่า "bitboy" ซึ่งเป็นนามแฝงบนเว็บ Bitcointalk forum ซึ่งก็คือเว็บที่โลโก้นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรก 🖼 โลโก้นี้ถูกระบุรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ชัดเจน เช่น "ภาพนี้ปรับเอียง 14% ตามเข็มนาฬิกา" เป็นภาพตัดพื้นหลังโปร่งใส สกุลไฟล์ PNG ก่อนที่จะมีแบบ vector ให้โหลดภายหลัง มีลองวางให้ดูทั้งบนพื้นหลังสว่างและมืด 😲 และในหัวข้อกระทู้เดียวกันที่โพสต์เอาไว้... bitboy ก็ยังแปะภาพอื่น ๆ อีกมากมายเลย ตัวอย่าง เช่น "Bitcoin Accepted Here", "Love Bitcoin", และ "Bitcoin wallet" 👏 แต่ภาพที่ชุมชนชอบมาก เสียงตอบรับดีสุด จนถูกยกให้เป็นภาพแบรนด์ดิ้งของ Bitcoin ที่ "ดีที่สุดตลอดกาล" ก็คือ "Bitcoin Logo" และมันก็ถูกใช้งานมาจนถึงวันนี้นั่นเอง ! 💖 นี่ก็คือที่มาของภาพโลโก้ Bitcoin นั่นเอง เหรียญสีส้ม กลม ๆ ที่เอียงตามเข็ม 14% กระทู้ดังกล่าวยังอยู่เลยนะสหาย ไปดูได้ เดี๋ยวแปะวาร์ปให้ แค่ภาพอาจหายหมด... คงหมดอายุ ไม่ก็เซิร์ฟเวอร์ที่รับฝากภาพ คงจะปิดตัวหรือบินไปแล้ว ไม่แน่ใจแฮะ หวังว่าจะอ่านสนุกนะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image ครบรอบ 49 ปี !!! วันกำเนิด Public/Private Key !!! ถ้าไม่มีสิ่งนี้ #Bitcoin และคริปโตก็ไม่เกิด 👏 1 พ.ย. ของทุกปี ถูกตั้งให้เป็นวัน "Diffie-Hellman day" เพื่อรำลึกถึง Whitfield Diffie และ Martin E. Hellman ผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่องคู่ Public Key และ Private Key ซึ่งมันทำให้ศาสตร์ Cyptography ก้าวผ่านกำแพงด่านสำคัญของมนุษยชาติมาได้จนวันนี้ !!! คารวะจากใจจริงขอรับ 🙏 ในสมัยก่อน ศาสตร์ Cryptography เคยติดปัญหาใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา นั่นคือการที่ "ผู้รับและผู้ส่ง ต้องใช้ Secret Key เดียวกัน" 🗝 Secret Key เปรียบเสมือนเป็น "กุญแจลับ" ที่ใช้สำหรับ "เข้ารหัสข้อความ" (encrypt) ดังนั้นหากเราอยากจะสื่อสารกับใครแบบลับ ๆ เราจำเป็นจะต้องมี Secret Key เพื่อใช้เข้ารหัสข้อความเสียก่อน 👍 แต่ประเด็นคือ... ไอเจ้า Secret Key มันดันจำเป็นต้องใช้เพื่อ "ถอดรหัสข้อความ" (decrypt) ด้วยเช่นกัน !!! ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายไม่มี Secret Key ของเรา ก็จะไม่สามารถอ่านข้อความที่เราสื่อสารไปหาได้ !!! เอ้า !!! ง่าย ๆ คือคนสองคนจะต้องใช้ Secret Key เดียวกัน เพื่อเข้ารหัสข้อความและถอดรหัสข้อความกันไปมา ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถสื่อสารกันลับ ๆ สองคนได้ (แค่ฟังก็นึกภาพงานงอกออกเต็มเลย) 🤣 ตอนนี้ถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ ... เราต้องใช้ Secret Key ในการล็อค และต้องใช้มันในการปลดล็อคด้วยเช่นกัน ตอนนี้จึงเหมือน Secret Key มันเป็นทั้ง "แม่กุญ+ลูกกุญแจ" ในอันเดียว ถ้าเราอยากสื่อสารกับใคร ก็ต้องยอมให้เขารู้ Secret Key ของเราด้วย ทีนี้พอจะจินตนาการปัญหาที่จะตามมาได้ไหมสหาย ? 🙃 ❌ ปัญหาที่ตามมา คือ... ก็ในเมื่อทั้งผู้รับและผู้ส่งมี Secret Key เดียวกัน หมายความว่าเขาก็จะแอบอ่านข้อความที่เราคุยกับคนอื่นโดยใช้ Secret Key นี้ได้เช่นกัน (ถ้าเราแบ่ง Secret Key ให้คนอื่นใช้มากกว่า 1 คน) นี่คือปัญหาแรก !!! ❌ ไม่พอนะ... เราจะไว้ใจได้ยังไง ว่าผู้รับจะเอา Secret Key เราไปเพื่อใช้ถอดรหัสอ่านข้อความอย่างเดียว ในเมื่อมันคือ Secret Key เดียวกันกับที่เขาสามารถใช้เข้ารหัสข้อความและเป็นผู้ส่งได้เหมือนกัน ผู้รับจึงจะแกล้งตีเนียนเป็นผู้ส่งก็ได้ ส่งข้อความและตีเนียนเป็นอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ ก็ไม่รู้อยู่แล้วนิว่าใครรับใครส่ง เพราะคนเข้ารหัสกับคนถอดรหัสมันคือคนที่มี Secret Key เดียวกัน ทีนี้... ถ้าโลกยังฝืนดันทุรังใช้ศาสตร์ Cyptography ที่มีช่องโหว่ใหญ่ขนาดนี้กันต่อไป จนถึงขั้นเข้าสู่ยุค Cryptocurrency ขึ้นมา ไม่อยากจะนึกภาพเลย... ในโลกที่คนโอนเงินและคนรับเงินต้องใช้ Secret Key เดียวกัน 😱 ผู้รับเงินที่รู้ Secret Key ของผู้โอน ก็จะสามารถใช้จ่ายเงินในกระเป๋าได้โดยไม่ต้องขออนุญาต สามารถเซ็นธุรกรรมต่าง ๆ หรือ Sign Smart Contract ใด ๆ ก็ได้ จะโยกเงินเราไปที่อื่นเล่น ๆ ยังไงก็ได้ อลม่านกันหมดแน่นอนทีนี้ ต้องขอบคุณนักนวัตกรรมยุคก่อน ๆ ที่ใส่ใจกับปัญหานี้ ไม่ทู่ซี้จะมองข้ามปัญหาและพัฒนาอะไรต่อไปมั่ว ๆ ซั่ว ๆ (เข้าใจเนอะว่าจะสื่ออะไร หึหึ...) เราจึงไม่ต้องประสบกับพหุจักรวาลนั้นกัน ฮู้เร่ !!! 55555555 🌌 และต้องขอขอบคุณ Diffie และ Hellman ที่ริเริ่ม "คู่ Public Key และ Private Key" ขึ้นมา ✅ โดยทั้ง Public Key และ Private Key จะมีความเชื่อมโยงกันในเชิงคณิตศาสตร์ ก็เลยเป็นที่มาที่หลายคนกลัวจะโดน Quantum Computer ย้อนรอยหา Private Key กันหนักหนานั่นแหละ คือมันก็ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความเสี่ยงหรอก ตอนนี้มันยังมี แต่ขอไม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ ขี้เกียจจะตอบแล้ว แหะ ๆ 😅 โดย Public Key จะมีไว้ใช้ encrypt ได้อย่างเดียว แต่ไม่สามารถใช้ decrypt ได้ เราจึงสามารถส่งในพื้นที่สาธารณะหรือให้ใครรับรู้ก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยในเชิงการเข้ารหัส เพราะต่อให้คนนอกเห็น "แม่กุญแจ" ของเรา แต่เขาก็ไม่มีอะไรมาไข ส่วน Private Key ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน "ลูกกุญแจ" อันนี้เราต้องเก็บไว้ให้ปลอดภัย เรารู้ได้คนเดียว ไม่ต้องทะลึ่งบ้องไปแชร์ให้ใครทั้งนั้น 🔐 ด้วยเหตุนี้ ศาสตร์ Cyptography จึงแก้ปัญหาคอขวดในอดีตได้ และทำให้เราได้มี #BTC รวมถึงพวกเหรียญคริปโตอื่น ๆ ใช้กันจนปัจจุบันนี้นั่นเองงงง ขอบคุณฮ้าฟฟู่ววว 🎉 และหากย้อนไปยังวันที่เปเปอร์เรื่องนี้ถูกปล่อยออกมา (1 พ.ย. 1976) วันนี้ก็ถือเป็นวันครบรอบ 49 ปีแล้ว หวังว่าจะอ่านสนุกกันนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image ฉลอง 17 ปี #Bitcoin Whitepaper Day ด้วย 17 Fun Facts เกี่ยวกับ Bitcoin White Paper !!! 🤩 🗓️ 1. วันนี้ เป็นวันครบรอบ 17 ปี ที่ White Paper ของเครือข่าย Bitcoin ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน โดย Satoshi Nakamoto ตัวผู้สร้าง #BTC เอง วันนี้ เดือนนี้ เมื่อ 17 ปีก่อน (31 ตุลาคม 2008) จึงนับเป็นวันปล่อย White Paper แบบทางการ ! (ผู้ที่ได้รับกลุ่มแรกคือเหล่า Mailing List) 📃 2. Bitcoin White Paper ยาวเพียง 2,736 คำ สั้นกว่าเปเปอร์วิชาการทั่วไปโดยเฉลี่ยราวครึ่งหนึ่ง (เปเปอร์วิชาการยาวเฉลี่ย 4,000 ถึง 10,000 คำ) 📛 3. มีคำว่า Bitcoin ในเปเปอร์เพียงแค่ 2 ครั้ง หลายคนเชื่อว่า Satoshi Nakamoto ไม่ได้คิดไว้ และอาจจะมาตั้งชื่อโปรเจ็กต์นี้ว่า Bitcoin ทีหลัง โดยมีหลักฐานปรากฎไว้ด้วยว่า ซาโตชิ "อาจจะ" ตั้งใจเรียก “Electronic Cash” หรือ “Netcoin” ในตอนเริ่มคิดโปรเจ็กต์ (เดี๋ยวแปะวาร์ปให้555) ⏲ 4. ใน White Paper ไม่มีคำว่า "blockchain" และไม่มีคำว่า "cryptocurrency" แม้แต่คำเดียว แต่ซาโตชิเรียกสิ่งที่ทำหน้าที่ blockchain ว่า... "เซิร์ฟเวอร์ประทับเวลา" (timestamp server) ส่วนเปเปอร์เวอร์ชั่นก่อนหน้า เรียก "timechain" 📦 5. คำที่ใช้บ่อยที่สุด คือ คำว่า "block" โดย "บล็อก" คือชุดธุรกรรมที่ได้รับการ... "ประทับเวลา" ลงบนบล็อกเชนแล้ว และได้รับ "การอนุมัติว่าถูกต้อง" จากเครือข่าย Bitcoin ซึ่งคำนี้ถูกใช้บ่อยถึง 48 ครั้งใน White Paper ทั้งนี้คือไม่ได้นับพวกที่เติม s ต่อท้ายนะสหาย เช่น คำว่า "transaction" กับ "transactions" จะนับว่าเป็นคนละคำกัน คำไหนถูกใช้กี่ครั้งว่าไป ทั้งสองคำจะไม่ถูกนับจำนวนการใช้รวมกันนะ 🔢 6. ไม่ได้มีสมการคณิตศาสตร์เยอะขนาดนั้น หลายคนอาจเข้าใจว่าเปเปอร์นี้ต้อง Geek มาก คงมีสมการทางคณิตศาสตร์เต็มไปหมดแน่เลย แต่ความจริง "ไม่ใช่เลย" สหาย นับทั้งเปเปอร์ ประกอบด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ทั้งหมด... เพียงแค่ "3 สมการ" เท่านั้น (เดี๋ยวแปะวาร์ป) แถมนิด ทั้ง 3 สมการที่ยกขึ้นมาประกอบนั้น... เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่าจะเป็นที่จะมีคน... โจมตีหรือขัดขวางเครือข่าย Bitcoin ได้นั่นเอง คนอ่านจะได้เห็นภาพว่าเครือข่ายปลอดภัย 💪 ✍ 7. ซาโตชิเขียนโค้ดก่อนเขียนเปเปอร์ โดยมีข้อความที่เขาเคยบอกว่าเขานั้น... เขียนโค้ดอยู่ราว 2 ปีก่อนปล่อยเปเปอร์ 🗣 8. Bitcoin White Paper มีการอ้างอิง ถึงแหล่งข้อมูล 8 รายการ ซึ่งในนั้นมีพูดถึง โปรเจ็กต์ที่พยายามจะสร้างเงินสดดิจิทัล อย่าง B-money โดย Wei Dei และพูดถึง Hashcash โดย Adam Back ด้วยเช่นกัน และในปัจจุบัน ก็มีเพียงแค่ Adam Back ที่ยังมีมีส่วนร่วมอยู่ในโลกคริปโตทุกวันนี้ (หมายถึงในบรรดาชื่อคนทีพูดถึงอะนะ555) 💻 9. มีการระบุว่า CPU ใช้สร้างบล็อก ใน White Paper ระบุว่าพลังงานจาก CPU จะถูกใช้เพื่อสร้างบล็อก ซึ่งไม่ใช่แล้ว ! ปัจจุบันข้อนี้จึงไม่ได้ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะพลังงานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ที่ใช้กันในเครือข่าย มาจากเครื่อง ASIC 🎃 10. จงใจปล่อยในวัน Halloween ?! วันที่และเวลาแบบเป๊ะ ๆ ที่ปล่อยเปเปอร์ คือ... "วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม" !!! ปี 2008 ณ ตอน 14:10 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก หลายคนจึงคาดเดาว่าเป็นการ "ตั้งใจ" เพื่อจะได้เล่นกับธีมของวัน Halloween ในเรื่อง "การดับสูญและเกิดสิ่งใหม่" สื่อถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยเก่า ที่เงินแบบเก่ากำลังจะได้เวลาจบไป และได้เวลากำเนิดยุคสมัยเงินใหม่ขึ้น แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลย เป็นเพียงการคิดต่อยอดกันเองเท่านั้น 🤏 11. ไม่มีการพูดเรื่อง 21 ล้านเหรียญ !!! หลายคนเชื่อว่าเรื่อง Bitcoin จะมีกี่เหรียญ ซาโตชิน่าจะตัดสินใจเป็นส่วนท้าย ๆ สุดเลย เพราะในเปเปอร์ไม่มีพูดถึงแม้แต่คำเดียว มาประกาศเรื่องนี้เอาตอน มกราคม ปี 2009 🔥 12. เป็นที่ถกเถียงยับตอนเปเปอร์ออก ! เหล่า Mailing List (รายชื่อผู้จะได้รับอีเมล) ต่างถกเถียงกันดุเดือดหลังเปเปอร์ออกมา จนผู้ดูแลต้องเข้ามาแทรกกลางและห้ามไว้ โดยบอกให้คุยกันแค่เรื่องโปรโตคอลเท่านั้น หยุดลามไปจวกเงิน Fiat, ภาษี, หรืออื่น ๆ และถ้าอยากคุยให้ก็ทำ Mailing List แยก ซึ่ง Satoshi และ Hal Finney ก็ทำแยกจริง 🤔 13. คนแรกที่ตอบกลับเปเปอร์ยังอยู่ ! James A. Donald คือคนแรกที่ตอบกลับ เพื่อแสดงความเห็นที่มีต่อ White Paper ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนั้น... เขาดันไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามันจะสำเร็จได้จริง 😎 14. Hal Finney นี่แหละของแทร่ !!! เขาคือคนทดลองใช้งาน Bitcoin คนแรก และให้การสนับสนุนซาโตชิเรื่อยมาแต่เดิม ทันทีที่ได้อ่าน White Paper เขาพูดเลยว่า ระบบ Proof of Work นี่แหละ เป็นแนวคิด ที่ "มีแนวโน้มจะสำเร็จสูงมาก ๆ" 💪 ⚖ 15. White Paper โดนกฎหมายโจมตี หลายคนตอนนั้นก็ดราม่ากันยับ ไม่แฟร์เลย แต่ช่างเถอะ เพราะมันทำให้แข็งแกร่งขึ้น หลัง White Paper โดนสั่งลบ ก็มีเว็บไซต์ หลายแห่งทั่วโลกช่วยกันกระจายให้เลย แม้แต่เว็บของภารรัฐสหรัฐและเมืองไมอามี ก็มี White Paper นี้แปะบนหน้าเว็บเช่นกัน แม้แต่บริษัทมหาชน อย่าง บริษัท Block และบริษัท Microstrategy ก็ด้วย อิอิ ! 💪 📱 16. บางส่วนของเปเปอร์ก็ไม่ได้ไปต่อ ใน White Paper ซาโตชิเคยมีเสนอเรื่อง การแก้ปัญหาด้าน Scaling เอาไว้ โดยใช้ "Simple Payment Verification (SPV)" เป็นแนวคิดที่จะทำให้ผู้ใช้ยืนยันธุรกรรม โดยไม่ต้องดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดมา ไม่ต้องดึงมาหมดทั้งเครือข่ายบล็อกเชน แต่แนวคิดนี้ยังมีช่องโหว่และไม่ได้ไปต่อ (ซึ่งซาโตชิก็รู้ ไม่ได้บอกว่ามันสมบูรณ์) ข้อเสนอนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในท้ายที่สุด ไม่ได้ถูกพัฒนาต่อ และมีทางอื่นมาแทน 🌐 17. เว็บไซต์แรกที่ให้โหลดเปเปอร์ คือ "Bitcoin .org" ปัจจุบันก็ยังมีอยู่นะ แถมมีให้เลือกโลดมากกว่า 40 ภาษา แต่ประเด็นคือ... ข้าได้ยินมาว่าเว็บนี้นั้น เคยมีประวัติโดนแฮ็คอยู่ และเคยมีเหตุ ปล่อย client เวอร์ชั่นอันตรายลงในเว็บ ใครจะเข้าไปยุ่งอะไรกับเว็บนี้ก็ดูให้ดีนะ เสียหายโทษใครไม่ได้ เช็คกันเอง555 จบแล้วกับ 17 Fun Facts เกี่ยวกับ #Bitcoin White Paper เพื่อฉลอง ครบรอบ 17 ปี Whitepaper Day อ่านกันเพลิน ๆ นะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากอีเมลฉบับนี้ !!! ครบรอบ 17 ปี อีเมลในตำนาน 📧 📌 วันศุกร์ที่ 31 ต.ค. ปี 2008 เป็นวันที่ Satoshi Nakamoto (ซาโตชิ นากาโมโตะ) ได้ส่งอีเมลฉบับสำคัญของโลก ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งในภายหลัง จนเกิดเป็น #Bitcoin และก้าวข้ามกาลเวลามาจนถึงทุกวันนี้ 📝 ศัพท์เทคนิคในอีเมลฉบับนี้ก็ เช่น: - peer-to-peer = บุคคลถึงบุคคล - double-spending = การใช้จ่ายซ้ำซ้อน (เช่น การพยายามทำให้เกิดการโอนเงินจำนวนเดิมที่เคยถูกโอนออกไปแล้วซ้ำอีกรอบ ทั้งที่เงินจำนวนนั้นควรจะถูกโอนออกไปได้แค่รอบเดียว เรียกง่าย ๆ คือการพยายามจะใช้จ่ายเงินก้อนเดิมซ้ำทั้งที่ตัวเองใช้จ่ายไปแล้ว) - proof-of-work = หลักฐานการทำงาน (เป็นกลไกฉันทามติที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องในบล็อกเชน หนึ่งในจุดประสงค์หลักที่ถูกคิดค้นขึ้นมาก็เพื่อแก้ไขปัญหา double-spending) - Hashcash = ชื่อของบล็อกเชนรุ่นบรรพบุรุษที่มาก่อน Bitcoin อีเมลดังกล่าวใช้หัวข้อว่า "Bitcoin P2P e-cash paper" และเริ่มเกริ่นด้วยการจั่วหัวว่า "ฉันกำลังพัฒนาระบบเงินอิเล็กทรอนิคที่เป็นแบบ peer-to-peer เต็มตัว โดยไม่ต้องเชื่อใจบุคคลที่สาม" ในอีเมลมีการแนบลิงค์เปเปอร์เอาไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปอ่านกันแบบละเอียดกันได้ และแอบมีการเปรยคุณสมบัติเอาไว้ในอีเมลก่อนว่า: ✍️ คุณสมบัติหลัก: - ป้องกัน double-spending ด้วยเครือข่าย peer-to-peer - ไม่มีการสร้างเหรียญขึ้นมาก่อนหรือมีบุคคลที่สามที่ต้องเชื่อใจใด ๆ - สามารถมีส่วนร่วมแบบนิรนามได้ - เหรียญใหม่จะเกิดจากระบบ proof-of-work สไตล์ Hashcash โดยการพิสูจน์การทำงานเพื่อทำให้เกิดเหรียญใหม่ขึ้นมานี้ยังเสริมพลังให้กับเครือข่ายเพื่อป้องกัน double-spending ประมาณนี้สหาย ที่เหลือพี่แกก็เล่นแปะ Abstract ซะยาวเหยียด ก่อนจะปิดท้ายด้วยลิงค์เปเปอร์อีกรอบ และทิ้งชื่อ Satoshi Nakamoto ลงท้ายตามฉบับคนจดหมายสมัยก่อน 📫 อีเมลในตำนานฉบับนี้ได้ถูกส่งไปให้ Cryptography Mailing List ซึ่งเป็นลิสต์รายชื่ออีเมลของเหล่า cryptographer, นักวิจัย, และผู้ที่มีไฟในคริปโต ณ ตอนนั้น คืออีเมลเหล่านี้มาสมัครขอรับข้อมูลไว้จากเว็บไซต์ เวลาซาโตชิส่งอีเมลหา Cryptography Mailing List ก็คืออีเมลจะถูกส่งกระจายไปให้ทุกคนที่พูดถึงข้างต้นโดยอัตโนมัติ 👍 และทุกวันนี้ #BTC มาไกลมาก ! อีเมลฉบับดังกล่าวนับว่าเป็นอีเมลในตำนานที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมที่ยิ่งใหญของโลกที่ชื่อ Bitcoin เลยก็ว่าได้ เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก่อนจะมีตลาดคริปโตให้เทรดกันแบบทุกวันนี้ 🤣 และวันนี้ก็ครบรอบ 17 ปีของอีเมลฉบับดังกล่าวแล้วนะสหาย !!! Happy Bitcoin Whitepaper Day นะสหาย !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image นักขุด #BTC ลอยฟ้า ความสูง 18,000 ฟุต ✈ ขุด #Bitcoin บนเครื่องบิน ! กำลังบินอยู่ด้วย ! นับเป็น "ครั้งแรกของโลก" ที่มีการ... ขุดคริปโตบนเครื่องบิน ที่กำลังบินอยู่ ณ ความสูง 18,000 ฟุต (5.48 กม.) 🌍 วันนี้ (30 ต.ค.) เมื่อ 14 ปีที่แล้ว (2011) จากกระทู้บน Bitcoin Forum ยุค OG พบว่ามีคนเปิด Run เครื่องขุดบนฟ้า !!! พยายามจะขุด BTC, TBX, และ LTC ⛏ ถ้าถามว่าเชื่อมต่อเครือข่ายได้ยังไง ใช้ WiFi บนเครื่องบินนั่นแหละ ! 📶 ความสูงระดับ 18,000 ฟุตก็ไม่สูงมาก นับว่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหากเทียบกับ สายการบินปกติที่เราใช้งานกันทั่วไป อยู่แค่ระดับเครื่องบินส่วนตัวลำเล็ก ๆ เห็นว่าขุดระหว่าง "บินข้ามเมือง" 🏙 เห็นบอกว่า "ทำได้สำเร็จ" ซะด้วย ไม่มั่นใจว่าหมายถึง Run เครื่องขุด ขณะอยู่บนที่สูงกลางฟ้าได้สำเร็จ หรือหมายถึงขุดจนได้ BTC มาด้วย สำเร็จที่ว่านี่คือยังไงนะอยากรู้ ? 🤔 ตัวกระทู้เดี๋ยวแปะวาร์ปให้ไปส่องกัน... เผื่อใครอยากรู้อะไรมากกว่านั้นสหาย ดูเหมือนนี่จะเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ ที่มีการ Run เครื่องขุด ณ บนเครื่องบิน ความสูง 18,000 ฟุต ครั้งแรกของโลก นำมาเล่าสู่กันฟัง ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
เจอกันงานวิ่งเชียงใหม่ สหาย !!! 🧙‍♂️ #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
ยสตน "ยัง สะสม #Bitcoin ต่อเนื่อง" #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
"ยสตน" ยังสะสม #Bitcoin ต่อเนื่อง 😂
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image บริษัทสาย #Bitcoin เติบโตอลังการ มูลค่าตลาดแซงหน้าบริษัทดังมากมาย !!! 🔥 บริษัท STRATEGY ของ Michael Saylor (ตัวย่อ $MSTR) ล่าสุดมี Market Cap เติบโตขึ้นมาพรวดเดียวถึง 9 อันดับ !!! โดยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกิน $9 หมื่นล้าน (ราว 2.3 ล้านล้านบาทไทย) 🎉 ชื่อเดิมของบริษัท คือ MicroStrategy เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นชื่อนี้กันมากกว่าเนอะ... พี่แกก็พึ่งมาเปลี่ยนชื่อเมื่อต้นปีนี้เองแหละสหาย... เดิมทีก็เป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์องค์กรและปัญญาทางธุรกิจ (BI) แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทได้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในบทบาทอื่น นั่นคือการเป็นบริษัทสาย Bitcoin Treasury เพราะมีการกระหน้ำซื้อและถือ #BTC จำนวนมากในงบดุลบริษัทนั่นเองสหาย... 💰 ยิ่งในช่วงที่ราคา Bitcoin เป็นขาขึ้นใหญ่แบบนี้... ราคาหุ้นของบริษัทก็ยิ่งเติบโตตาม การเติบโตก้าวกระโดดทำให้บริษัทนี้ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 230 ของโลกแล้วในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าบริษัทดังมากมายหลายเจ้าที่พวกเราคุ้นหน้าคุ้นตาในชีวิตประจำวันกันดี อย่าง Mitsubishi, Airbnb, PayPal, และบริษัทดังอื่น ๆ อีกเพียบ !!! 🏆 ราคาหุ้นของบริษัทปัจจุบันตกหุ้นละ $315.47 (ประมาณ 10,273.28 บาทไทย) ซึ่งถือว่าเติบโตมามากถึง +56.43% ใน 1 ปีเลยทีเดียว !!! อันนี้ถ้าเป็นในฝั่งตลาดหุ้นถือว่าโหดมากนะสหาย !!! และล่าสุดวันนี้ก็ยังบวกมาอีก +3.50% 🚀 แต่บริษัทถือเยอะ มันมีทั้งข้อดีและเรื่องที่น่ากังวลอยู่นะสหาย... เรื่องที่ดีก็มี เรื่องที่เสี่ยงโดนพี่แกเทขายก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับใครที่เก็บ Bitcoin เพื่อเป็นการเก็บออม Proof of Work ในระยะยาว ไม่ได้เก็บเพื่อเก็งกำไรหรืออะไร... อันนี้ก็ถือว่าไม่ต้องกังวลอะไรเนอะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image เตรียมเข้าสู่ยุค "มาตรฐานไม้ด่าง" กันเถอะสหาย ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image "#Bitcoin is the most honest and most efficient market in the world." - Peter Thiel Peter Thiel คือหนึ่งในนักลงทุนในตำนาน หลายคนก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขาโด่งดังขนาดไหน เพราะเขาคือผู้กระโจนเข้าใส่ Facebook, PayPal, หรือ Palantir ตั้งแต่ช่วงมันแรกเริ่มหัดเดินเลย 🚀 เทคโนโลยีหลายอย่างที่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก ชายผู้นี้แหละที่นักมักจะมองเห็นเป็นคนแรก ๆ 💪 และจากมุมมองของเขาที่มีต่อ Bitcoin เขามองว่ามันเป็นตลาดที่ "ซื่อสัตย์ที่สุด" และ "มีประสิทธิภาพที่สุด" เท่าที่โลกมี !!! ไม่เคยมีตลาดใดในระบบการเงินแบบเก่าที่ทำแบบนี้ได้ทั้งนั้น 🌍 ในฐานะนักลงทุน เราก็ไม่รู้หรอกว่าในใจใครคิดยังไง... เชื่อมั่นใน #BTC จริงแท้แค่ไหน... แต่ถ้ายึดแค่จาก "คำพูด" ที่เปล่งออกมา มันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความโปร่งใสและไม่สามารถถูกแทรกแซงได้ของ Bitcoin มาก ๆ !!! 🎯 👉 ซื่อสัตย์: คงเพราะ Bitcoin มันตรงไปตรงมา มันรันด้วยโค้ด ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยคำมั่นสัญญาทางการเมืองหรือนโยบายของธนาคารใด มันโปร่งใสจนผู้คนทั้งโลกสามารถตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่ายได้ ไม่เคยมีการแอบอุ้มชูหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้งานคนใด 👉 มีประสิทธิภาพ: คงเพราะตลาด Bitcoin ชัดเจนเสมอในเรื่องของทิศทางเงิน เรารู้ว่าเงินกำลังไหลไปไหน ตลาดกำลังให้คุณค่ากับอะไร ไม่มีข้อมูลวงใน ไม่มีการแอบผลิต Supply ล่วงหน้า ทุกคนแลกเปลี่ยนมือกันตลอด 24 ชม. แบบไม่มีการปิดตลาด ไร้พรหมแดน ทั่วโลก จากคำพูดนี้ตั้งแต่ในงาน Bitcoin 2022 ที่จัดขึ้นในไมอามี่ Peter Thiel มองเห็นภาพนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ในขณะที่เหล่าสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่พึ่งจะเริ่มเคลื่อนไหวกันไม่นานนี้เอง ถ้า Bitcoin มันเป็นจริงอย่างที่เขาพูด ก็ไม่แปลกใจเลยใช่ไหมที่ระดับสถาบันจะเริ่มกระโจนเข้ามากันอย่างทุกวันนี้ ? แล้วพวกเจ้าคิดเห็นยังไงกันล่ะสหาย ? มาแบ่งปันความเห็นพ้องและเห็นต่างกันหน่อย ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 2 months ago
image โกมุโกมุโนนน~ 4,000,000 บาท !!! หมัด All Time High ยางยืดดด !!! ย่าาา !!! 🤣 #Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image #Bitcoin มักถูกใช้ในทางไม่ดี "จริงเหรอ ?" มาดูสถิติที่น่าสนใจกัน... อะไรกันแน่ที่น่ากลัว 👀 จากนี้เลิกพูดกันสักทีว่า #BTC เป็นเงินสีเทา และมักใช้ในอาชญากรรม เพราะจากข้อมูลสถิติพบว่าไม่ใช่เลย ! 👊 เรามาเริ่มกันที่ยอดสรุปปี 2023 ข้อมูลจาก Chainalysis เผยว่า... มีธุรกรรมของ BTC ไม่ถึง 0.24% ด้วยซ้ำ... ที่มีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ✍️ เทียบกับเงิน Fiat นับ "หลาย 'ล้านล้าน' ดอลลาร์ฯ" (ล้านสองรอบ) ที่เกี่ยวข้องกับการ "ฟอกเงิน" 💸 ข้อมูลของปี 2024 ยังไม่มีตัวเลขออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ชัดเจนสำหรับ Bitcoin โดยเฉพาะ แต่มีตัวเลขรวม ๆ ออกมาเป็น "คริปโตทั้งโลก" แทน ที่น่าสนใจคือข้อมูลจาก CoinLedger เผยว่า... ไม่ถึง 0.14% ของธุรกรรมคริปโตทั้งหมดบนโลก ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม 🤏 และในเปอร์เซ็นต์อันน้อยนิดเพียงหยิบมือนั้น มี Bitcoin กินสัดส่วนเพียง 1/5 ของปีล่าสุด ไม่ได้เป็นพี่ใหญ่ที่ถูกใช้เกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ดีแต่อย่างใด กลับกลายเป็นเหล่าเหรียญ Stablecoin (ที่ความจริงมันก็คือ Fiat ในลำดับชั้นถัดมานั่นแหละ) ที่กินสัดส่วนไป "เกินครึ่งจากทั้งหมด" (ราว 63%) 👤 และเมื่อพูดถึงเหล่า Bitcoin ที่ถูกโขมยไป และเตรียมจะถูกนำไป "ฟอกเงิน" ออกมาเป็นเงิน Fiat กลับพบว่าราว 45% จะถูกนำไป Swap เป็นเหรียญสาย Privacy Coin อย่าง Monero (XMR) ต่างหาก และมีราว 30% ที่ถูก Bridge ข้ามเชน ไปยัง Ethereum และ BNB Chain อีกด้วย 🛜 สรุปแล้ว Bitcoin ที่ถูกใช้ในเชิงอาชญากรรมตามกฎหมายมันก็มีแหละ... แต่มันมีน้อยมาก !!! น้อยแบบหยิบมือจริง ๆ เมื่ออ้างอิงจากข้อมูลข้างต้น และมันก็ไม่ใช่ความผิดของ Bitcoin สหาย มันคือเงิน และเงินคือเครื่องมือ เครื่องมือไม่ได้ดีหรือไม่ดี แต่ผู้ใช้นำมันไปใช้ยังไงต่างหาก แต่หากยังฝังใจตราหน้าว่ามันคือเครื่องมือฟอกเงินของอาชญากร ลองเทียบสัดส่วนกับเงินกระดาษที่เราใช้กันทุกวันและมีมูลค่ารวม "หลาย 'ล้านล้าน' ดอลลาร์สหรัฐฯ" ที่ถูกฟอกเป็นเรื่องปกติดู อันไหนมีนัยยะสำคัญและเอื้ออำนวยต่อการฟอกเงินมากกว่ากันสหาย ? และข้อมูลทั้งหมดข้าไม่ได้พูดเองนะ แปะแหล่งที่มาไว้ให้แล้ว สามารถไปสืบค้นกันต่อได้อีกที ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image นั่งเดาตั้งนานแล้ว... แต่ก็ยังคิดไม่ออกเลยสหาย อะไรหว่า ??? ยากเนอะ !!! แหะ ๆ ... 😅 แต่ถ้าทางออก... พอเดาได้ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!!! 🧙‍♂️ #Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image แค่ถอยออกมามองภาพกว้าง จะเห็นสิ่งที่ #Bitcoin ทำตลอดมา 🙌📈 📑 สหายคนใดที่เข้ามาเทรด ข้าจะไม่พูดด้วยในโพสต์นี้เยอะ เพราะถ้าเป็นสายเทรดจริง แสดงว่าต้องรู้ Timeframe ของตัวเอง มีแผน รู้จุดเข้า-ออก มีเงื่อนไขต่าง ๆ ชัดเจนในสมองแล้ว การที่ขยับซูมออกมาดูภาพที่ใหญ่ขึ้นจึงอาจไม่จำเป็น มีวินัยทำตามระบบการเทรดของตัวเองไปดีแล้ว 🙏 แต่ถ้าไม่ใช่สายเทรด แต่จะเข้ามาเพราะพื้นฐานหรือคุณสมบัติก็ตาม ภาพใหญ่ เช่น หลักปี หรือทศวรรษ คือความจริงที่ #BTC เป็นตลอดมา เพราะถ้าหากหนี้มันไม่มีเพดาน ราคา BTC เมื่อเทียบ Fiat ก็ควรจะไม่มีเพดานด้วยเช่นกันเมื่อว่ากันตามพื้นฐานและคุณสมบัติของ Bitcoin ถูกไหมสหาย ? ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image Adam Back คือตำนานที่ยังมีลมหายใจ ! ที่ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังต้องเคยติดต่อไปหา ! 🔥 เขาคือเจ้าของโปรเจ็กต์ Hashcash ที่ซาโตชิ นากาโมโตะ ต้องติดต่อไปหาเพื่อขออ้างอิงข้อมูลเรื่องระบบ Proof of Work 👤 บุคคลนิรนามผู้สร้าง #Bitcoin หรือ Satoshi Nakamoto เขาเคยติดต่อไปหา Adam Back สมัยยังมีตัวตนอยู่บนโลกออนไลน์ด้วยนะสหาย ความจริงคือติดต่อไปตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของ Bitcoin เลยแหละ เพราะทักไปตั้งแต่เขียน White Paper !!! 📩 โดยเขาติดต่อไปหาก็เพื่อแจ้งให้ Adam Back ทราบเกี่ยวกับ White Paper ว่าตัวเขากำลังนั่งทำโปรเจ็กต์ Bitcoin อยู่นะ และเพื่อยืนยันข้อมูลการอ้างอิงที่ถูกต้องเกี่ยวกับโปรเจ็กต์ Hashcash ที่สร้างโดย Adam Back นั่นเอง... 📜 ซึ่งส่วนที่อ้างอิงและไปขอยืนยันข้อมูลนั้น เป็นส่วนที่อธิบายถึงกลไก Proof of Work ที่ถูกใช้งานในเครือข่าย Bitcoin อยู่ในทุกวันนี้ ⛏️ และในปัจจุบัน ก็มีเพียงแค่ Adam Back นี่แหละ... ที่ยังมีส่วนร่วมอยู่ในโลกคริปโตทุกวันนี้... หมายถึงในบรรดาชื่อคนที่ถูกอ้างอิงอะนะ พวกชื่อใน White Paper อะไรงี้55555 🌐 โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาสด ๆ นี้เอง... เขาได้พูดในงานเปิดตัว Bitcoin Treasuries NYC โดยได้อ้างอิงถึงหลายปัจจัย เช่น เหล่ากองทุน Bitcoin Spot ETF และบรรยากาศทางการเมืองที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึง Supply ที่จำกัดของ Bitcoin ผนวกกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ เขาเชื่อว่ามันจะทำให้ Bitcoin ทำ All Time High ได้มากกว่านี้แน่นอน !!! 🚀 🗣️ และคำพูดภายในงานที่ชวนกาวที่สุดของ Adam Back อันดับที่ 1 !!! "$100K is way too cheap. Bitcoin goes between $500K and $1M this cycle.” (แสนดอลฯ มันถูกเกินไป Bitcoin จะไปช่วง 5 แสนดอลฯ ถึง 1 ล้านดอลฯ ใน Cycle รอบนี้) เอ้า !!! สู๊ดดดดดดดด !!! กาวจัด !!! ของจริ๊งงง !!! หลายคนได้ยินคงปอดชุ่มจนเปียกกันเลยทีเดียว55555 🤣 แต่วนกลับมาที่ความเป็นจริงก่อนสหาย... ใคร "เก็บออม #BTC" ก็ทำตามหน้าที่ไป เราเก็บเพราะคุณสมบัติและปัญหาระดับโลกที่ BTC จะมาแก้ ถูกไหม ? ส่วนใครที่เก็งกำไรก็ไม่ได้ผิดหรอก ถ้าคิดว่าฉลาดกว่า Bitcoin ได้อะนะ... 😂 ก็คงต้องมีแผนและจุดเข้า-ออกที่ดี มีวินัยทำตามแผน ที่สำคัญคือการบริหารสภาพคล่องในชีวิตจริงให้ดีและใช้ "เงินเย็น" เสมอ ขอให้โชคดีมีชัยในโลกคริปโต ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image เหลือ #Bitcoin ไม่ถึง 6% ที่จะถูกขุดได้ในอนาคต 🔥👀 จากข้อมูลของ glassnode ตอนนี้... Supply ประมาณ 94.85% ของ Bitcoin ทั้งหมด ถูกขุดออกมาเรียบร้อย... หมายความว่าหากตลาดต้องการ Bitcoin เพิ่ม... ตอนนี้จะมี Supply เหลืออีกไม่ถึง 6% แล้วที่จะถูกขุดเข้ามาเพิ่มได้ในอนาคต ! 🤏 ปัจจุบัน เราขุด #BTC ขึ้นมาได้ราว 19.9 ล้านเหรียญ จาก 21 ล้านเหรียญ แล้วสหาย !!! ซึ่งเราจะต้องอยู่ในช่วง Supply ใหม่เกิดขึ้น "น้อยมาก ๆ ๆ ๆ !!!" แบบนี้ไปจนถึง "ปี 2140" โดยประมาณเลย !!! หรืออีกประมาณ 115 ปี !!! กว่าจะครบ 21 ล้านเหรียญ ตึงเปรี๊ยะ !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต's avatar
_ 3 months ago
image พูดไปเรื่อยเลยเราอะ... 😅 ใบปริญญามันเฟ้อจริง ๆ แฮะ เฮ้อ... ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr