9shrek's avatar
9shrek
npub1f27w...z5ej
“ Do What It Take “ but also “ Do What I Love ”
ธนาคารบอกคนอย่าแห่ถอนเงิน เพราะยังไงถ้าธนาคารอายัติผิดบัญชีก็รับผิดชอบอยู่แล้ส หรือเพราะไม่มีตังพอให้ทุกตนถอน #siamstr #GA
ตอนไปเที่ยวภูเก็ต ขากลับ เจอร้านนี้ ชื่อร้าน meat point แอบเสียดายที่ไม่ได้แวะแฮะ #siamstr image
GM #siamstr ในที่สุดก็ลงคลิป ฟังเทนโดตอนเช้าชิลๆ 80% โลกมันกลมสังคมมันเฟียต 10% มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ 10% พี่ชิต image
ประชาชน : ควอนตัมคอมพิวเตอร์มันจะมาแฮ็คบิตคอยน์ ชิบหายละ รัฐบาลที่แฮ็คเงินเราทุกปี : 💆🏻‍♂️🍷💸 #nostr #siamstr
1.ทำไมคุณถึงอยากมางานนี้ -มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่ม3 เด็กน้อยอยากหางานพาร์ทไทม์ทำแต่กลับไปเจอเว็บแจกบิตคอยน์ฟรี ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าคืออะไรแต่ก็กดไปเรื่อยๆ เนื่องจากผมยังอายุไม่18ผมทำธุรกรรมอะไรไม่ได้(เพราะตอนนั้นวอลเลตที่ผมรู้จักต้องเวอรีฟายอายุ18) เลยกดๆไปก่อนจนจบม.6ผมก็ได้ถอนบิตคอยน์ออกมาทั้งหมดและเริ่มศึกษาจริงๆจังๆช่วงนั้นเพราะผมซิ่วอยู่ที่บ้านยังไม่ไปเรียนมหาลัย หลังผ่านไป2ปีผมได้มีโอกาสเรียนวิชาเทอโมไดนามิกในมหาลัยที่จะพูดถังพลังงานในโลกของเรา และมีกฎหนึ่งข้อของเทอโมที่กล่าวว่าพลังงานไม่หายไปไหนมันแค่เปลี่ยนรูป(ไปเป็นอย่างอื่น) ทำให้ผมเข้าใจแนวคิดนึงชัดขึ้นที่ว่าบิตคอยน์เป็นตัวแทนในการเก็บน้ำพักน้ำแรงของเราที่เราไปทำงานมา เป็นที่เก็บพลังงาน จริงๆ คงเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเจอคนในคอมมู ไปฟังคนด่าเฟียต ไปฟังวิธีคิดของแต่ละคนในงานเอามาปรับใช้ในชีวิต 2.คุณอยากมาเจอใครในงานนี้ -อยากเจอพี่ชิต อยากไปฟังพี่ชิตด่าเฟียต สนุกและเปิดโลก -อยากฟังพี่จิงโจและเทนโด้พูดเรื่องยาแดง -อยากฟังคุณthairatelพูดเรื่องเงิน -อยากฟังอาจารย์พิริยะพูด เรื่องยากๆด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์ 3.คุณอยากฟังเนื้อหาแบบไหนในงานนี้ -ชอบเนื้อหาย่อยยากๆแต่ก็ชอบอะไรที่ฟังเพลินๆ เช่นด่าเฟียต -ชอบเนื้อหาแบบในหนังสือ money layer,btc invention,btc standard -อัปเดตสถานการณ์ในโลกของบิตคอยน์(no shitcoin) -ฟังทุกคนแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตความเป็นมาในการมารู้จักบิตคอยน์ 4คุณอยากได้อะไรกลับไปหลังจากจบงานนี้ -แค่ได้พบเจอทุกคนก็ดีแล้ว มาฟัง มาแลกเปลี่ยนและสร้างประสบการณ์ด้วยกัน #TBC2024 #ThailandBitcoinConference View quoted note →
ฝากเงินกับเราสิ เปิดบัญชีออมทรัพย์ ฝากเป็นเงินต่างประเทศ ได้ดอกเบี้ย5%ต่อปีเลยนะ แต่ว่าๆๆๆถ้าคุณฝากเกินจำนวน x,xxx เราจะให้ดอกเบี้ยน้อยลงนะะ เหลือ4% เหลือ0.5% WTF is thi shi จริงๆผมถกเถียงกับเพื่อนเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะเพื่อนสนใจมากๆ แต่ผมอยากมาขอความเห็นชาว #siamstr ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ มันคือการหลอกเอาเงินคนแน่ๆชัวร์ๆรึป่าว บัญชีออมทรัพย์ที่ว่าจะโดนคิดภาษีด้วยรึป่าว สรุปมันต้องหักลบอะไรบ้าง ลบ%ที่ธนาคารเอาไป ลบ%เพราะมันเฟียตมันเสื่อมค่า ลบ%เพราะเป็นบัญชีออมทรัพย์ แล้วมีอะไรอีกมั้ยครับที่ต้องคิดเพิ่ม มาพูดคุยกันครับ ยินดีรับฟังมากๆครับ #nostr
หาไรชิลๆฟังหลังสอบเทอโมเสร็จ #siamstr image
GM อีกรอบครับ ถึงแล้วครับ 3ชม.สนุกดี แต่ต้องรีบไปทำงานต่อ so อีก3ชมขากลับ Time:3hr Distance:30km Mission:มาถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น failed ❌ Mission:มาให้ถึงจุดชมวิวบางขุนเทียน completed ✅ #siamstr image
GM วันนี้ไม่มีเรียน ออกมาปั่นจักรยาน บางมด -> จุดชมวิวบางขุนเทียน แวะเอาภาพแสงแรกของวันมาฝาก มาได้ครึ่งทางละ อีก15กิโล #siamstr
แอบดี เด้งสู้ลิ้นมากของแม็กโครล็อตนี้ #siamstr image
เจอ @Tendou ทีไรมีเรื่องให้ถกกันทุกทีเลยอะดิ #siamstr #nostr image
แชร์ประสบการณ์ เรียกว่า “โซเชียลดีท็อก” ได้มั้ยไม่รู้ โทรศัพท์ผมพัง จอเขียวปี๋ ทำให้ผมไม่มีโทรศัพท์ใช้นานถึง4เดือน แต่ผมยังมีไอแพด ปกติผมก็พยายามไม่ค่อยเข้าโซเชียลอยู่แล้ว จะเข้าเป็นเวลาๆล็อคเวลาไว้ ไอแพดใช้เน้นทำงาน เรียน ตัดงาน และเข้าโซเชียลตามเวลาที่ลงไว้ว่าจะเข้า หลังจากไม่มีโทรศัพท์ผมมองเห็นอะไรได้มากขึ้นรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้มากขึ้น ใช้ชีวิตได้โปรดักทีฟและมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ได้มีโทรศัพท์ให้หยิบมาเปิดดูตอนขึ้นรถเมล์ ตอนขึ้นบีทีเอส ตอนเดินอยู่ในเมือง ได้เห็นคนใช้ชีวิต เห็นซอกหลืบสวยๆในกทม.ที่ถ้าปกติเล่นโทรศัพท์เดินผ่านทางนี้จะไม่เห็น ตอนกลับบ้านต่างจังหวัดที่ต้องนั่งรถนานๆก็ได้มองเห็นธรรมชาติตามข้างทางแทนการมองจอ ได้ใช้เวลากับคนรักมากขึ้นแทนการเล่นโทรศัพท์ ทั้งกับที่บ้านและกับแฟน โลกและชีวิตมันสวยงามจริงๆ การที่ผมไม่มีโทรศัพท์ใช้นานขนาดนี้ ทำให้ผมได้นิสัยใหม่(ที่พึ่งมีจริงๆเพราะเหตุการณ์นี้)คือ เวลาเดินทาง ผมแทบไม่แตะโทรศัพท์ ถ้าไม่หยิบมาจ่ายตังหรือเปิดแผนที่ ใช้เสร็จก็เก็บ เผลอๆหยิบ bitcoin standard ออกมาอ่านเล่น นั่นไง! และผมยังรู้สึกตัวเองมีสมาธิขึ้นมากๆจัดลำดับความคิดได้ดีขึ้นเยอะเลย อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองทำ long term social detox ดู โคตรดี ของแท้ ของดี เนื้อแท้ เนื้อดี เนื้อสายฟ้า ไม่ใช่! นั่นแหละครับ ลองนะครับ ดีจริง #nostr #siamstr #thai #thailand #bangkok
GM #siamstr #nostr #thailand วันนี้ผมออกมาวิ่งตอนเช้า จากที่มอมาสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา อากาศดีมาก เอาภาพพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากกัน
GN #siamstr ช่วงนี้ผมเปิดเทอมมีโปรเจคท์เยอะมาก เหนื่อยจังเลยแฮะ ใครที่รอบทความรอก่อนนะครับขอทำเจคก่อน เปิดเทอมมาวีคแรก3เจคแล้ว โหดมาก
//หลังจากดูสภายาส้มเรื่อง “ไม่ถึงแสนเป็นแฟนไม่ได้” ผม:เชร็คไม่มีให้หรอก1แสนบาทต่อเดือน มีแต่1แสนsatsจะเอามั้ย แฟน:1แสนsatsเท่ากับกี่บาท OMG!!! ได้เวลาจัดการ!!! (ขำๆนะครับ *อันนี้เผื่อแฟนมาเห็น) #Siamstr
วันนี้ขอเล่าเรื่องตลก เกิดขึ้นตะกี้เลย 📞:ติดต่อมาจากสน.สุรินทร์~ ผม:จังหวัดไหนครับ 📞:สุรินทร์~ (เสียงเหน่อ) ผม:ร้องเพลงชาติไทยให้ฟังหน่อยครับ 📞:ร้องไม่ได้ค่ะเพราะว่าเป็นคนพม่า “ไอเห*บอกให้ร้องเพลงชาติเฉยเลย(ชีคุยกับเพื่อน) ผม:ครับ 📞:ถ้าอยากให้ร้องให้ฟังต้องมาที่สน. 📞:หรือติดต่อที่จังหวัด….. ที่คุณอยู่ก็ได้ค่ะ 📞:อะไรวะโทรมาบอกมาจากสน.ดันมาให้ร้องเพลงชาติไทย บ้ารึป่าว(คุยกับเพื่อน) ….ตู้ดๆๆ…. ตอนพิมพ์โน๊ตแรกๆตลก ตอนนี้งงว่าข้อมูลพวกนี้หลุดได้ยังไง #siamstr
สวัสดีทุกคนอีกครั้ง วันนี้จะเอามุมมองของอาจารย์มาเล่าอีกเช่นเคย คือผมเรียนยานยนต์เนาะ หลายคนยังไม่ทราบ แต่ว่าๆๆผมยังเรียนไม่จบเน้อ อะอันนี้ยาวมากเดี๋ยวทำ Outline ไว้ด้วยจะได้เลือกอ่านกันง่ายๆตามหัวข้อที่สนใจ 1.รถไฟฟ้า(EVs Car)กินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่ผมคิดได้ 2.เห้ย! รถไฟฟ้า(EVs Car)มันมีมาก่อนเราเกิดอีก 3.ความต่างของรถไฟฟ้า(EVs Car)และรถสันดาปน้ำมันที่เด่นๆ 4.รถไฟฟ้าเสียพลังงานทิ้งมากกว่าที่คิด 1.รถไฟฟ้า(EVs Car)กินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ คือผมรู้จักกับอาจารย์สองท่านในคณะเนี่ยแหละ คนนึงคือบ้าเครื่องยนต์มากชอบออกแบบเครื่องยนต์ชอบดูกลไกการทำงานเครื่องยนต์ ล่าสุดอาจารย์ได้ทำเครื่องยนต์หรือไปออกแบบดาวเทียมอะไรซักอย่าง ส่วนอีกคนทำโปรเจกท์เรื่องแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและเรื่องพลังงานไฮโดรเจนอยู่ อาจารย์ท่านแรกตอนที่พวกเรากำลังเรียนเรื่องชิ้นส่วนต่างๆและการทำงานของเครื่องยนต์ อาจารย์ถามว่า "นักศึกษาทุกคนครับ ผมมีคำถาม ตอนนี้ทุกคนคงได้เห็นได้ดูกันมาแล้วว่ารถอีวี(รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ล้วน ไม่ไฮบริด ไม่เติมน้ำมันไปปั่นไฟ มีแต่แบตเลยที่ให้พลังงาน) ว่าช่วงนี้บูมมาก เลยอยากจะถามว่าทุกคนคิดว่ารถอีวีจะสามารถกินส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ทั่วทั้งโลกได้กี่เปอร์เซ็นต์" นายสุริสัก " 80 เปอร์เซ็นต์ครับ " นางสาวปิยะทิด๊า " 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ " นายสุทิวุฒระไตรเมสิขาองครฉัตรินธร " 20 ครับ " อาจารย์ถามต่อว่า " มีใครคิดว่าน้อยกว่า 20 มั้ย " ผมที่พึ่งอ่านข่าวเรื่องลิเธียมจะหมดโลกมา " *ยกมือ " ( ผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันกี่เปอร์แต่คืออ่านข่าวมาแค่คร่าวๆ ของ bbc ) อาจารย์ถามว่า "ทำไมคิดแบบนั้น" ผมก็ตอบตามตรงว่า "ผมอ่านข่าวมาเขาบอกว่าลิเธียมกำลังจะหมดโลกครับ" อาจารย์บอกว่า "ใช่" และอธิบายต่อว่า "ถูกอย่างเพื่อนว่า ลิเธียมจะหมดโลก การคาดการณ์ของทางฝั่งเมกา เขาตีพิมพ์เป็นตัวเลขคร่าวๆว่าลิเธียมเนี่ย เมื่อเราเอามาผลิตแบตเตอรี่ทั้งหมดจนหมดโลกเราจะทำรถอีวีได้แค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของตลาดรถยนต์" หลังจากวันนั้นมันทำให้ผมมีความคิดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น คือ คนทั่วไปเราไม่รู้หรอกว่ามันจะกินส่วนแบ่งค์ในตลาดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่คนที่เป็นคนทำขึ้นมาเขาอาจจะรู้อยู่แล้ว ทำไมเลือกที่จะไม่บอกเหมือนฟองสบู่ที่รอวันแตก ผมคิดว่าตอนนี้มันแค่เพิ่งเริ่ม ยุคของรถไฟฟ้ามันจะบูมจนคนเกือบทั้งโลกคิดแล้วว่ามาเปลี่ยนโลกแน่มาแน่ น้ำมันแกจะไปไหนก็ไปไป๊ ทำให้น้ำมันร่วงเหมือนกับที่โควิดที่คนคิด่ามันจบแล้วไม่ได้ใช้ละน้ำมัน ผมเลยมองว่าวิกฤตที่ส่งผลเสียต่อน้ำมันแบบชั่วคราวอาจเกิดขึ้นได้อีกเร็วๆนี้(ที่เกี่ยวกับอีวี) 2.เห้ย รถไฟฟ้า(EVs Car)มันมีมาก่อนเราเกิดอีก ต่อมาเป็นอาจารย์ที่ทำเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ เราจะมีบทนึงที่ได้เรียนเรื่องการส่งกำลังของแบตเตอรี่ พวกผมที่เป็นผู้เรียนจะได้ทำการทดลองว่าแบตเท่านี้ จ่ายไฟเท่านี้ ได้ทอร์คได้กำลังได้รอบเท่าไหร่ แล้วกระแส ความดันไฟฟ้า ในแบตเตอรี่ลดลงมั้ย (มันเป็นอะไรที่โคตรยากเพราะห้องแล็บนั้นมันเป็นแบบ diy เราไม่ได้มีไดโน่มาวัดความเร็วรถ หรือวัดทอร์ค สิ่งที่ทำก็คือเราจะใช้แรงเบรกของเบรกมาคิดเป็นทอร์คอีกที)(ไดโน่คือไอเครื่องที่มันจะให้เราเอารถไปไว้ด้านบนแล้วเร่งสุดๆ จะมีความเร็วออกมาให้เลย แบบพวกร้านแต่งรถที่โมรถให้เร็วขึ้น หรือพวกที่เขามีแข่งที่ต้องเทสรถไรงี้ ซึ่งของพวกผมมันมีตัวแปรภายนอกเยอะมากทำให้ไม่ได้ค่าจริง %error สูงอยู่นะหลังการทดลอง) แต่ทำไมเราต้องทดลองแล้วมันเกี่ยวอะไรกับรถอีวี ก่อนอื่นเลยรถที่นำมาทดสอบเป็นรถอีวี แต่ผมจะบอกตอนท้ายว่าการทดลองเนี่ยได้อะไร ขอเล่าที่จารสอนก่อน เปิดมาด้วยประวัติของรถอีวี ผมจะเล่าแบบรวบรัดนิดนึง คศ.1828 นักประดิษฐ์ชาวฮังการีคิดค้นมอเตอร์ไฟฟ้า และสร้างโมเดลรถขนาดเล็กเพื่อเทสมอเตอร์ คศ.1834 ทีมของ Sibrandus Stratingh สร้างรถที่ใช้แบตเตอรี่แต่ยังชาร์จไม่ได้ คศ.1859 มีการคิดค้นแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด แบตที่ชาร์จซ้ำได้อันแรก คศ.1880 Gustave Trouve คิดค้นรถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ขนาดเล็ก และชาร์จซ้ำได้ คศ.1884 Thomas Parker สร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบสี่ล้อคันแรกในอังกฤษ คศ.1888 Andreas Flocken ออกแบบรถไฟฟ้าชื่อ Flocken Elektrowagen *แต่ถึงอย่างนั้นรถไฟฟ้าก็ไม่เป็นที่นิยมเพราะแต่ก่อนวิ่งได้แค่4-8กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไม่ไกล คศ.1915-1935 มีการค้นพบบ่อน้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก ช่วงเวลาเดียวกันที่ Hery Ford ผลิตรถยนต์ Ford Model T ออกมาปริมาณมาก ยุคแรกเริ่มของรถยนต์สันดาปแบบฮอตฮิต *รถน้ำมันบูมมากเพราะมีการตัดถนนระหว่างเมืองที่มีเส้นทางยาวและไกล รถไฟฟ้าวิ่งไกลไม่ได้ แต่รถน้ำมันวิ่งได้แน่นอน เลยบูม คศ.1970-1980 สหรัฐออกกฎหมายจูงใจ ชื่อ " Public Law 94-413 " หรืออีกชื่อ " Electric And Hybrid Vehicle Research ,Development And Demonstration Act " ให้มีการทำตลาดรถไฟฟ้าอีกครั้งหลังจากหายไปนาน เพราะว่าองค์กรส่งออกน้ำมันแห่งชาติอาหรับ(ไม่ใช่่โอเปก)ผูกขาดน้ำมัน so น้ำมันแพงนั่นแหละ เลยอยากหาทางเลิกใช้ *อะหรือว่ารถไฟฟ้าเป็นแค่แนวคิดที่เอามาต่อต้านชาติอาหรับ เพื่อความแข็งแแกร่งของสหรัฐที่มากขึ้นเพื่อพยุงเงินและอำนาจของตัวเอง เลยเอาเรื่องลดโลกร้อนมาเล่น แบบที่ผมบอกในโน๊ตเทอโมไดนามิกที่เล่าไปก่อนหน้านี้ว่าโลกร้อนมันไม่มีจริงตั้งแต่แรกเพราะมันจะร้อนอยู่แล้ว คศ.1990-2008 General Motors ทดสอบรถไฟฟ้า Electrovette ที่ใช้แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮไดรด์แบบชาร์จซ้ำได้ และได้ทำการวางจำหน่ายปีต่อๆมาแต่สุดท้ายล้มละลายเพราะขายไม่ดี แต่ก็มีเทคโนโลยีเด็ดๆเยอะเหมือนกันจนหลายๆแบรนด์เอามาเป็นต้นแบบจนถึงปัจจุบัน เช่น HVAC heat pump ,สตาร์ทรถแบบไม่ใช้กุญแจ ,การขับเคลื่อนด้วยสายและการเบรกด้วยสาย(มันคือสายน้ำมันไฮโดรลิกนั่นเอง) และเทคโนโลยีสุดท้ายคือพวงมาลัยไฟฟ้าไฮโดรลิก คศ.1995-1997 Toyota มีทีมพัฒนาชื่อว่า toyota prius concept พัฒนารถไฮบริด จนได้ปล่อยจำหน่าย (เครื่องยนต์แบบ Atkinson-Cycle ช่วยให้เผาไหม้สมบูรณ์ + กำลังรอบต้นของมอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์ออโต้) ส่วนตัวพรีอุสปี2003ใช้แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮไดรด์ ชาร์จซ้ำได้ทั้งสองรุ่นเน้อ คศ.2011 ทั่วโลกมีกฎหมายสนับสนุนรถไฟฟ้าเป็นของตัวเองในแต่ละประเทศ 3.ความต่างของรถไฟฟ้า(EVs Car)และรถสันดาปน้ำมันที่เด่นๆ ต่อมาจะพูดเรื่องความต่างเด่นๆของรถไฟฟ้าและรถสันดาปที่ใช้น้ำมัน รถไฟฟ้าไม่เสียพลังงานในรูปของความร้อน(แต่เสียพลังงานในการส่งผ่านไฟฟ้ากว่าจะมาถึงรถ) รถสันดาปก็ตรงข้ามเลย รถไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษ(ในแง่ของผลลัพ ที่มาพลังงานว่ากันอีกที) รถสันดาปก็ตรงข้ามเลย มีมลพิษ รถไฟฟ้าเงียบกว่ารถสันดาป รถไฟฟ้ากำลังรอบต้นสูงกว่าเยอะมากกกกกกกกกก(มีรูปประกอบ ที่เป็นกราฟ) และประหยัดพลังงานมากกว่าในรถไฮบริด(ข้อนี้เดี๋ยวถกอีกที) จากรูปทุกคนจะเห็นว่ารถไฟฟ้ามีกำลังมากกว่ามากในรอบต้นและจะค่อยๆลดลงในรอบปลาย ส่วนรถสันดาปจะค่อยๆสูงขึ้นแล้วก็ต่ำลงอีกที การที่รอบปลายต่ำลงคือเขาออกแบบเครื่องยนต์มาให้มันแต่รักษาความเร็วปลาย กำลังเลยไม่ต้องสูงมากและเพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ไม่ให้ระเบิดก่อน(คนที่ขับรถจะเห็นสีแดงๆตรงเกจวัดรอบ คือถ้าเกินนั้นมันระเบิด มันพัง ) ต่อมามาถกกันเรื่องรถไฟฟ้าไฮบริดมันประหยัดพลังงานมากกว่าในแง่ของกำลังและรอบปลาย คืองี้ ด้วยความที่รอบต้นมันสูงอยู่แล้ว(บางคนมีรถไฟฟ้าจะรู้สึกว่าเหยียบลงไปนิดเดียวมันดึงแล้ว อันนั้นคือปกติของรถไฟฟ้าเพราะว่ากำลังมันสูงตั้งแต่รอบต้น) พอรอบมันสูงทำให้รถไปถึงความไวที่ต้องการไว พอถึงรอบปลายมันก็จะตกเหมือนรถสันดาป รถไฮบริดโดยทั่วไปเราจะเริ่มใช้ไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยใช้น้ำมันเพื่อให้ได้รอบสูงไวๆเพราะกำลังมอเตอร์สูงกว่าและจะปรับมาใช้น้ำมันในรอบปลาย คือรอบต้นที่ใช้ไฟฟ้ามันกินพลังงานนิดเดียวก็ได้ความเร็วที่ต้องการละ ผิดกับรถน้ำมันที่ต้องเผามากขึ้นเรื่อยๆถึงจะได้กำลังที่มากพอที่จะได้รอบที่สูงขึ้น ตรงนี้มีข้อสังเกต:แบรนด์รถไฟฟ้าจะออกมาบอกว่า1-100ได้กี่วิจริงๆคือมันก็เร่งได้เท่าๆกัน วัดกันแค่ที่ระดับเสี้ยววินาที ซึ่งไม่รู้สึกต่าง และคนเราก็ไม่ได้จะเอารถไปใช้แข่งกันทุกวัน แต่ละแบรนด์ 3-4วิคือเบสิคของรถไฟฟ้า มันเป็นแค่การตลาด แต่เราจะว้าวแหละเพราะมันดูสุดยอดมากเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน แต่ก่อนผมก็ว้าวเหมือนกัน 4.รถไฟฟ้าเสียพลังงานทิ้งมากกว่าที่คิด โอเคหลังจากเล่าที่อาจารย์สอนในห้องไปแล้วได้เวลากลับมาที่การทดลองในห้องเรียน สูตรหลักที่ใช้คือสูตรหาค่าประสิทธิภาพ คือ ค่าพลังงานที่เราใช้ได้ ส่วนด้วย ค่าพลังานที่ใส่มา(พลังงานที่มี) เลขออกมาเท่าไหร่ถ้าเราคูณ 100 มันจะได้ว่าเราเอาพลังงานที่มีมาใช้ได้จริงๆกี่เปอร์เซ็นต์ พอเราทำการทดลองปุ๊บๆปั๊บๆพวกผมได้ออกมาว่ารถไฟฟ้าที่นำมาทดลองเอาพลังงานไปใช้ได้จริงๆแค่ 19.02% โอ้วชิท โคตรน้อย เสียพลังงานฟรี 80% แต่ว่าๆๆๆๆค่าที่ได้คือค่าจากการที่มีปัจจัยและเครื่องทดสอบที่ diy กันขึ้นมา มันไม่ได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้น ไดโน่ที่เอามาวัด มันเสียแรงทิ้งเยอะอยู่เหมือนกัน ค่าที่ควรจะเกิดขึ้นจะอยู่ที่ 70%-80% แต่ว่าๆๆๆๆ เราอาจจะคิดว่าเออ 20% ที่เสียไปมันก็พอจะคุ้มค่า ทะว่ามันไม่ได้เสียแค่ 20% เพราะกว่าจะมาถึงรถไฟฟ้าของเราเนี่ย มันหลายกระบวนการหลายขั้นตอนมากกกก ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ผลิตไฟฟ้า ส่งเข้าสายไฟ สายไฟจุกระแสมากๆแรงดันมากๆเกิดความร้อน พลังงานก็ระเหยไปตามความร้อน จากกฎเทอโมที่เคยบอกไป พลังงานมันไม่หายไปไหนมันแค่เปลี่ยนรูป จากพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน และความร้อนก็ระเหยทิ้ง กว่าจะมาถึงต้องไปผ่านกระบวนการนั่นนี่เยอะแยะมากมายจนมาถึงรถไฟฟ้าตอนที่เราชาร์จ แล้วเราก็ต้องเสียเพิ่มอีก20%จากการนำมาใช้จริงบนรถ เพราะฉนั้นพลังงานที่เราเสียไปจริงๆตั้งแต่ต้นสายโรงงานผลิตไฟฟ้ามันน่าจะเยอะมากกว่า 20% #nostr #siamstr #zap