Pond
npub1x3fc...mpxh
Owner | Olden House Cafe ☕
Coffee. Time. ₿
ทำไมโลกการเงินถึงต้องมี “Strategy Product”? ⚡️
จริงผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มีมานานแล้วในโลกการเงิน แต่ภาพชัดขึ้นหลังบริษัทอย่าง Startegy เริ่มนำมาใช้กับ Bitcoin
ถ้าย้อนดู Bitcoin ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่แถวๆ 40%+ ต่อปี ตัวเลขนี้ถือว่าโหดมาก และมันอธิบายได้ดีว่าทำไม Bitcoin ถึงถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์เพื่อการเติบโต”
ขณะเดียวกัน...
Bitcoin หนึ่งในสินทรัพย์ “ผันผวนหนักที่สุด”เช่นกัน
ระหว่างทางเราเคยเห็นการดิ่งลง -50%
หรือบางรอบลึกถึง -70%
และตรงนี้แหละ คือจุดที่คนส่วนใหญ่เริ่มมองว่าไม่โอเค
❓ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “Bitcoin ดีหรือไม่ดี” แต่มันคือ... มีสักกี่คนที่สามารถถือสินทรัพย์ได้จริงๆ?
โดยไม่แพนิค ไม่ขายทิ้งกลางทาง
คำตอบคือ… ไม่ถึง 3% (ข้อมูลปัจจุบัน)
ในโลกความจริง คนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการผลตอบแทนสูงที่สุด
แต่ต้องการ “ความแน่นอน”
อยากได้ 5–7% ต่อปี
* แบบไม่ต้องเปิดกราฟทุกวัน
* แบบที่นอนหลับได้สนิทแม้ตอนตลาดแดง
นี่คือ Gap ใหญ่ของระบบการเงิน ฝั่งหนึ่งคือ สินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูงแต่ผันผวน
อีกฝั่งหนึ่งคือ คนที่ยอมลดผลตอบแทนลง เพื่อแลกกับความสบายใจ
💡 "Strategy Product" คือตัวเชื่อม Gap นี้
สถาบันการเงิน หรือองค์กรขนาดใหญ่ มีสิ่งที่คนทั่วไปไม่มี นั่นคือ:
● ระยะเวลาการถือที่ยาวพอ
● งบดุลที่รับความผันผวนได้
● ความสามารถในการออกแบบโครงสร้างความเสี่ยง
พวกเขายินดีจ่าย “ดอกเบี้ย 5–10% ต่อปี” ให้กับคนที่ไม่อยากรับความผันผวน เพื่อที่ตัวเองจะได้ถือสินทรัพย์นั้นแทน และกิน “ส่วนต่าง” ในระยะยาว
ลองมอง MicroStrategy ของ Michael Saylor ในมุมนี้ดูครับ 🧐
เขาไม่ได้บอกว่า “ทุกคนต้องมาถือ Bitcoin แล้วยอมเจอ -60% ให้ได้”
แต่เขาออกผลิตภัณฑ์สำหรับคนที่เลือก “ความแน่นอน” ในขณะที่บริษัทรับความผันผวนไว้เอง เพื่อถือ Bitcoin ระยะยาว
แล้วใช้โครงสร้างทางการเงินมาบริหารความเสี่ยง
นี่ไม่ใช่การพนัน แต่มันคือการออกแบบระบบการเงินให้สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์
สรุป
✨ Bitcoin คือ Capital (ตัวขับเคลื่อนความมั่งคั่ง)
✨ Strategy Product คือ สะพาน (ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงระบบได้โดยไม่ต้องแบกความเสี่ยงทั้งหมด)
โลกการเงินไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนเป็นฮีโร่...
แต่มันมีไว้ให้แต่ละคน “เลือกความเสี่ยงที่ตัวเองอยู่กับมันได้จริง” นั่นแหละครับ คือแก่นแท้ของคำว่า Strategy
ส่วนผมขอเลือก captial ละกันครับ stack sat
Dont trust , verify อย่าเชื่อผม
#siamstr
#bitcoin
#startegy


เมื่อเงินทั้งประเทศ “ใช้ไม่ได้” 📉
คนก็ต้องหาทางเอาตัวรอด...
ค่าเงินของ Iran พังทลายลงของจริง วันนี้ 1 ดอลลาร์ ≈ 1.4 ล้านเรียล! 💸
สภาวะที่เกิดขึ้นจริงคือ:
🔹 เงินเดือนยังเข้า... แต่ซื้อของได้น้อยลงทุกวัน
🔹 ของแพงขึ้นเร็วกว่ารายได้หลายเท่าตัว
🔹 เงินเฟ้อทางการพุ่งเกิน 40% (แต่ชีวิตจริงสูงกว่านั้นมาก)
เมื่อเงินเก็บไม่มีมูลค่าอีกต่อไป... ผู้คนไม่ได้เริ่มเปลี่ยนเพราะ "อุดมการณ์" แต่เริ่มเปลี่ยนเพราะ “ความจำเป็น”
💵บางคนถือดอลลาร์
🪙 บางคนถือทอง
🔑 บางคนใช้คริปโต รวมถึง Bitcoin ₿
ไม่ใช่เพราะมันดีที่สุด... แต่เพราะ “ไม่มีทางเลือก"
แม้รัฐพยายามควบคุมสารพัดวิธี:
🚫 ปิดกั้นอินเทอร์เน็ต
🚫 จำกัดธุรกรรมการเงิน แต่การตัดสินใจเอาตัวรอดของผู้คน... ควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ
Bitcoin ไม่ได้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง มันยังผันผวน และมีข้อจำกัดในตัวเอง แต่ในวันที่ระบบปกติถูก “ปิดตาย” มันกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยัง “เปิดอยู่”
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Bitcoin... แต่มันคือเรื่องของ “เงิน”
ลองนึกดูว่า... ถ้าวันหนึ่ง เงินที่คุณถืออยู่ ไม่สามารถทำหน้าที่พื้นฐานของมันได้ คุณจะเหลือทางเลือกกี่ทาง?
คำถามนี้... ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนอิหร่านอีกต่อไป
Dont trust,verify
#Iran #Economy #Inflation #Bitcoin #siamstr


🔐 Passphrase กุญแจเซฟที่ Bitcoiner ห้ามพลาด
ถ้าคุณเก็บ Bitcoin เอง (self custody)
> Passphrase = กุญแจเซฟ เป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย (สำหรับ Hardware wallet)
---
Passphrase คืออะไร
Passphrase คือ รหัสลับที่คุณตั้งเพิ่มเอง
ใช้คู่กับ Seed เพื่อเปิด Hidden Wallet (กระเป๋าลับ)
จำง่าย ๆ:
Seed = กุญแจเปิดประตูบ้าน
Passphrase = กุญแจเปิดตู้เซฟในบ้าน
มีกุญแจเปิดประตู แต่ไม่มีกุญแจเซฟ
ของมีค่า (Bitcoin)… ก็อาจยังไม่ปลอดภัย
---
ทำไม Bitcoiner ต้องรู้จัก Passphrase
1️⃣ เพราะ Seed อย่างเดียว “ยังไม่พอ”
ถ้าใครได้ Seed ไป
เขาเปิดกระเป๋าคุณได้ทันที
แต่ถ้ามี Passphrase:
มี Seed อย่างเดียว → เปิดไม่ได้
เงินจริงยังซ่อนอยู่ในเซฟ
---
2️⃣ เพราะมันคือ “กระเป๋าลับ”
Passphrase ไม่ใช่รหัสล็อกธรรมดา
แต่มันสร้าง กระเป๋าอีกใบ ขึ้นมา
ไม่พิมพ์ Passphrase → มองไม่เห็น
พิมพ์ผิดแม้แต่ตัวเดียว → เข้าคนละกระเป๋า
นี่คือเหตุผลที่หลายคน
กู้กระเป๋าแล้วเจอยอด 0
---
3️⃣ เพราะ Bitcoin ไม่มีระบบช่วยจำ
Bitcoin ไม่มี:
● ลืมรหัส
● รีเซ็ต
● Call center
ลืม Passphrase =ปิดตู้เซฟเองถาวร
โหด แต่ก็แฟร์ดี
และนี่แหละคือนิยาม self-custody
---
4️⃣ เพราะมันช่วยรับมือ “เรื่องไม่คาดคิด”
ชีวิตจริงอาจเจอ:
Seed หลุด
โดนขโมย...บังคับเปิดกระเป๋า อาจทำได้แค่เปิดกระเป๋าหลอก
Passphrase ทำให้กระเป๋าจริงยังคงปลอดภัย
สรุป
Seed = กุญแจดอกแรก
Passphrase = กุญแจเซฟ
ถือ Bitcoin
แต่ไม่รู้จัก Passphrase เท่ากับ มีเซฟในบ้าน
แต่ยังล็อคเซฟไม่เป็น
Don’t trust. Verify.
#bitcoin
#siamstr
🇮🇷 อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ต แต่ยังใช้ Bitcoin ได้ — ทำยังไง?
คำตอบคือ คริปโตไม่ได้พึ่งอินเทอร์เน็ตแบบเดียว
👇 ทางเลือกที่ยังใช้งานได้
🛰 Starlink
อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม — เคยถูกใช้ในช่วง blackout มาก่อนต้องขอบคุณ Elon Musk
📡 Blockstream Satellite
ส่งข้อมูล Bitcoin ผ่านดาวเทียม
รับข้อมูลธุรกรรมได้ แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตปกติ
📱 Bitchat (Jack Dorsey)
ส่งข้อมูลธุรกรรมผ่าน Bluetooth mesh ระหว่างมือถือ
สุดท้ายต้องมี “เครื่องใดเครื่องหนึ่ง” ต่อเน็ต เพื่อยืนยันบนเชน
📻 เทคโนโลยีอื่นที่กำลังพัฒนา
Darkwire: ส่งข้อมูลผ่านวิทยุระยะไกล
Machankura: ใช้เครือข่ายมือถือ (ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต)
สรุปสั้น ๆ
รัฐปิดอินเทอร์เน็ตได้
แต่ ปิด Bitcoin ให้หยุดทำงานได้ยากกว่าที่คิด
นี่แหละเหตุผลที่หลายประเทศมองคริปโตเป็น “ทางรอด” จากระบบการเงินเดิม
#siamstr


ทรัมป์ทุบโต๊ะเลิก subscribe องค์กรโลก
— America First ของจริง
เมื่อคืนนี้ ทรัมป์เซ็นคำสั่งถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่งรวด
31 แห่งในเครือ UN
อีก 35 แห่งนอก UN
ให้เห็นภาพคือ เหมือน“กดยกเลิกสมาชิก” Netflix ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
ทรัมป์มองว่า จ่ายไป… ได้อะไรกลับมา?
ถ้าคำตอบคือ “ภาพลักษณ์”
หรือ “คำชมจากคนทั้งโลก”
คำตอบคือ — ยกเลิกแม่งเลย
ใครโดนก่อน?
กลุ่มที่อเมริกาจ่ายเงิน แต่ควบคุมอะไรไม่ได้
• Climate / โลกร้อน
• สิทธิมนุษยชน / Woke
• พลังงานสะอาดระดับโลก
ทั้งหมดนี้มีจุดร่วมเดียวกัน
ใช้งบอเมริกา
แต่กำหนดกติกาให้อเมริกาทำตาม
ทรัมป์ไม่เอา
วิธีคิดแบบทรัมป์
(ที่หลายคนไม่ชอบ แต่ปฏิเสธไม่ได้)
วัดทุกอย่างด้วย ผลตอบแทน ความคุ้มค่า
ประเทศ ≠ องค์กรการกุศล
เลิกเป็น “ป๋าโลก”
ใครอยากได้ระบบ ใครอยากได้อุดมการณ์
ก็ออกเงินเอง
ดึงอำนาจกลับประเทศ
กฎหมายอเมริกา ต้องใหญ่กว่ากฎโลก
นี่คือ mindset แบบนักธุรกิจล้วน ๆ
ผลลัพธ์ที่กำลังเกิดขึ้น • UN จะอ่อนแรงลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
• โลกกำลังถอยจาก Globalization
• Nationalism กำลังกลับมาเต็มรูปแบบ
และที่สำคัญที่สุด
America First ไม่ใช่สโลแกนอีกต่อไป
แต่มันคือ นโยบายปฏิบัติ
สรุปสั้น ๆ แบบไม่ต้องตีความ
ทรัมป์กำลังบอกโลกว่า
“ของฟรีไม่มี
และอเมริกาจะไม่เป็นตู้ ATM ของใครอีกแล้ว”
โลกกำลังเปลี่ยนจริง
และครั้งนี้เปลี่ยนจาก โครงสร้าง
สำหรับนักลงทุน
นี่ไม่ใช่เวลาหลงอุดมการณ์ ส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวก Green Finance , ESG เท่าไหร่อยู่แล้ว
ได้เวลาดูแลตัวเองกับความจริงใหม่⚡️
#Bitcoin #siamstr


ดูตลาด Bitcoin ผ่านข้อมูล On-chain
• แรงขายจากการทำกำไรลดลงชัดเจน
Realized Profit ลดจากระดับสูงกว่า $1,000M/วัน ในช่วง Q4 เหลือต่ำกว่า ~$200M/วัน
สะท้อนว่านักลงทุนระยะยาวเริ่มขายน้อยลง โครงสร้างตลาดนิ่งขึ้น
• สัญญาณการกลับมาของสถาบันเริ่มปรากฏ
US Spot ETF Flow พลิกกลับมาเป็นบวก
Futures Open Interest ฟื้นตัวจากระดับต่ำหลังล้างเลเวอเรจปลายปี
• Options ถูกรีเซ็ตครั้งใหญ่
Open Interest ลดลงมากกว่า 45%
ช่วยล้างสถานะเก่า ทำให้สัญญาณตลาดโปร่งใสมากขึ้น
• แนวต้านเชิงโครงสร้างยังชัดเจน
Overhead Supply หนาแน่นในช่วง $92K–$117K
ระดับยืนยันแนวโน้มอยู่ที่ STH Cost Basis ~ $99K
• โครงสร้างอนุพันธ์เริ่มหนุนด้านบน
Dealer Gamma พลิกเป็นฝั่ง short ในช่วง $95K–$104K
หากราคาขึ้นต่อ มีโอกาสเกิดแรงซื้อเสริมเชิงกล
สรุปภาพรวม
ตลาด Bitcoin กำลังเปลี่ยนจากโหมดป้องกันความเสี่ยง → ฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง
การยืนยันขาขึ้นที่ชัดเจน ยังต้องเห็นราคายืนเหนือ $99K อย่างต่อเนื่อง
คำเตือน
เนื้อหานี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
#siamstr
#bitcoin


MSCI ถอยหนึ่งก้าว — เกม Bitcoin Treasury ยังไม่จบ
เมื่อคืน MSCI ตัดสินใจ ชะลอ แผนตัดบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็น Treasury ออกจากดัชนี
→ หุ้น Strategy (เดิม MicroStrategy) เด้งทันที
---
แก่นของเรื่อง
1) Bitcoin Treasury = “Equity Proxy” อย่างเป็นทางการมากขึ้น
MSCI ยอมรับโดยปริยายว่า บริษัทอย่าง Strategy ถูกตลาดใช้เป็น ตัวแทนถือ Bitcoin
→ ถ้าถูกถอดจากดัชนี = forced selling จากกองทุน passive
→ การ “พักแผน” = ลดแรงขายเชิงโครงสร้าง
2) คำถามใหญ่ยังไม่ถูกตอบ
MSCI มองบริษัทเหล่านี้คล้าย “กองทุนลงทุน”
แต่ฝั่งบริษัทโต้ว่า
> เราคือ Operating Company ที่ใช้ Bitcoin เป็น Treasury Strategy
นี่คือ การปะทะกันของ Accounting + Index Philosophy ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโต
3) สิ่งที่ตลาดได้คือ ‘เวลา’
นักวิเคราะห์มองว่า MSCI จะ.....
👉 บริษัทที่อยู่ในดัชนีแล้ว “อาจได้อยู่ต่อ”
👉 แต่บริษัทใหม่ในอนาคต อาจโดนกติกาเข้มกว่าเดิม
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับ Bitcoin
Bitcoin กำลังขยับจากสินทรัพย์ → Balance Sheet Strategy
สิ่งที่เคยเป็น “edge case” กำลังกลายเป็น หมวดใหม่ของตลาดทุน
ตลาดไม่ได้ถามแล้วว่า Bitcoin คืออะไร
แต่ถามว่า จะจัดหมวดมันยังไงในระบบเดิม
และอย่าลืมว่า
Strategy คือบริษัทแรกที่เปิดเกมนี้ตั้งแต่ปี 2020
นำโดย Michael Saylor
> ถ้าระบบดัชนียังลังเล
แปลว่า Bitcoin ไม่ได้เล็กเกินไป
แต่ “ใหญ่เกินกว่ากติกาเดิมจะรองรับ”
ตลาดรอบนี้
Bitcoin ไม่ได้แค่ขึ้นเพราะ hype
แต่กำลัง บังคับให้ TradFi ต้องนิยามใหม่
และนี่คือเหตุผลที่ Bitcoin ไม่ได้แข่งกับหุ้นตัวไหน
แต่มันกำลังแข่งกับ โครงสร้างการเงินทั้งระบบ
Not Financial Advice


My new tumbler
#siamstr
BITCOIN แย่ถือมา 1 ปี ติดลบอยู่อันเดียวไม่อ่าน Line กลุ่ม 🧐
#ความจริงแม่งช้า #siamstr

