ความวุ่นวาย
ความวุ่นวายไม่ได้เกิดขึ้นจากที่ไหนเลย เกิดขึ้นจากเราล้วนๆ ที่เรามีรีแอคกับความอัติโนมัติของสมองไปเรื่อยๆ ใช่ฮะ เรากำลังถูกมันใช้งาน แล้วถ้าเราอยากเป็นอิสระจากมันล่ะ ,, มันจะเป็นแบบไหนว่ะเฮ้ย คำว่าถูกใช้งานนี่ให้นึกภาพเหมือนมีคนจิกหัวให้ไปนั่นไปนี่ แล้วเราก็ไปนั่นไปนี่แบบไม่หยุดหย่อน แต่มันไม่ใข่ใครไหน มันเรานี่แหละ,, ทีนี้แหละ พอหยุดช้าลงสักนิด เราจะเห็นว่าเรากำลังจิก และเรากำลังถูกจิก พอเห็นตรงนี้มันก็จะเกิดจังหวะที่ “เอ้อว่ะ!” แล้วเราก็จะออกมาจาก matrix นั้น
#siamst
Chonlada
npub1zt3m...lwwz
- ผลกระทบของความคาดหวัง ว่าอยากให้อื่นหรือสถานการณ์เป็นในแบบที่เราต้องการ ถ้าเราเห็นจนกว่ามันดับลง มันก็ไม่ส่งผลอะไร แต่ถ้าเราเริ่มลงมือทำเพื่อให้ตอบสนองความคาดหวังในอย่างที่ 1 แล้วอย่างที่ 2,3,4 จะตามมา แต่ว่าผลกระทบที่ตามมา ไม่ใช่แค่ 1,2,3,4 นะ มันจะมีมากกว่านั้น พอเอามาคลี่ดู ก็จะเห็น และอีกที่ไม่เห็นก็ไม่รู้เท่าไหร่( อู้หูววว …. ศูนย์รวมความบันเทิง)
ถ้ามันเกิดขึ้นมาทั้งหมดนี้แล้วล่ะ เราจะทำยังไง ตอบ : อีกสักหน่อยผลกระทบก็จะตามมา ทีนี้หล่ะ จังหวะนี้อีกว่า จะดีลกับมันยังไง จะวนไปสเต็ปเดิมไหม แบบที่พิมพ์ไว้ข้างบน หรือจะตัดจบ ตัดจบคือ เวลามันเกิดผลกระทบ รู้-เห็น ยอมรับ แล้วมันก็จะหาย… จบปิ๊ง ( ถ้าเก่ง ครั้งเดียวนะจบปิ๊ง )
#siamstr
ลืมแนบรูปโพสต์ก่อนหน้านี้ค่ะ😅
#siamstr


ถ้าหากว่าการใช้ชีวิตของเราเหมือนการว่ายน้ำ มันก็จะคล้ายรูปที่ปรากฎในบางครั้งบางที หรือหลายครั้งหลายที หรือไม่รู้เลยว่ามีก็ตาม
รูปแบบที่ 1 เสมือนว่าเวลาเราได้รับผลกระทบ แล้วเกิดความร้อนเนื้อร้อนใจขึ้นมา เริ่มที่จะดิ้นและเอาไม่อยู่ เหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำ แล้วไปคว้าคนอื่นลงมาเพื่อที่ว่าตัวเองจะได้รอด
รูปแบบที่ 2 เป็นการใช้ชีวิตที่ต่างคนต่างดูแลพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เกิดเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน
……
#siamstr
“ฉันนี่แหละถูก”
ในโลกที่มีผู้คนมากมาย แล้วก็ต่างคนต่างความคิดเห็น ต่างความเชื่อ ต่างตรรกะ ต่างประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้ทุกคนจะมีไม่เหมือนกันอยู่แล้ว และแน่นอนว่าเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้นั้นมีสิ่งเหล่านี้ขนาดไหน และความแตกต่างนั้นก็ไม่ใช่ความจริงทีาจะตั้งอยู่ขนาดนั้น หรือเป็นระดับความจริงมากอย่างมากขนาดนั้น
ดังนั้น การที่เราจะบอกว่า ฉันคิดแบบนี้แหละถูก หรือเธอคิดแบบนั้นผิด เราก็ไม่สามารถที่จะเอาอะไรไปแน่ไปนอนได้ขนาดนั้น
ลองดูก็ได้นะ สมมติเหตุการณ์มา 1 เรื่อง โอโห้ อันนี้มันใช่เลย ต้องแบบนี้แหละ แล้วเราก็ไปปักใจว่ามันเป็นแบบนั้นนักหนา พอมาวันนึงหรือวินาทีถัดมาก็ได้ เหตุการณ์กละบเปลี่ยนแหะ งานเข้าละทีนี้!!! ชิบหายยย!! ทำไมเป็นแบบนี้วะ !!! แล้วเมื่อกี้ยังเป็นแบยนั้นอยู่เลย เห้ยใครมาทำวะ เพราะไอ้นั้นแหละ บลาๆๆๆๆ…… ยังไม่หมด ขอต่ออีก ….. ฯลฯ ยังไม่จบ พรุ่งนี้ต่อ ลากไปอีกวันถัดไป ต่อไปเรื่อยๆ…. หายไปบ้าง เอามาใหม่อีก
สนุกใหญ่เลยทีนี้ 555 (นี่แค่ 1 เหตุการณ์นะ คุณลองดูว่ามันลากคุณไปกี่นาที กี่วัน กี่เดือน กี่ปี)
และนี่คือสาเหตุมาจากที่ว่า “ฉันคิดว่ามันต้องเป็นแบบนี่แหละ”
#siamstr
”กับดักของข้ออ้าง“
เรามักจะมีข้ออ้างให้ตัวเองเสมอ เพื่อที่จะไม่ได้ทำตามแพลนที่ตัวเองตั้งไว้ แล้วก็อ้างที่ให้นั้น มันก็สมเหตุสมผลซะด้วยซิ
แต่คุณลองทำแบบนี้ดูนะ ตอนไหนที่มีข้ออ้างหนักๆเลย สารพัด ฟิวแบบ (ไม่อยากทำโว้ยยย) ลองทำตรงข้ามดูสิ คุณจะได้พบว่า ข้ออ้างที่เคยมีนั้นหายไปแล้ว และสิ่งที่ได้คือการเคลื่อนไปของการกระทำ แล้วมันก็เกิดผล
#siamstr
( ขอปรับเป็นการโพสต์ ทุกวันอังคารนะคะ 😊)
#siamstr
การเรารู้จักชี้เข้าหาตัวเอง มันจะปลอดภัยทั้งตัวเราเอง และคนที่อยู่รอบข้างเรา
#siamstr
การตีความหมายของเราไปเอง ทำให้เราไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งเสียโอกาสให้กับตัวเองด้วย
#siamstr
ตอนไหนที่เทอรู้สึกไม่ดี ขอให้รู้ไว้เลยว่ามันมีเสี้ยนติดอยู่
#siamstr
เวลาที่ติดอยู่ในคอมฟอร์ตโซนนะ มันโคตรฟินเลย อิอิ,, แต่ข้าพเจ้าทำได้แค่ทำท่าฟินปลอม แล้วในความจริงนั้น โซนนี้เป็นโซนที่อย่างอันตรายต่อเราเลยเด้อ
#siamstr
เทอ รู้ไหมว่าการที่ตัวเราได้รู้จักตัวเรานั้นหน่ะ มันดีมากเลยนะ มันคือการรู้ด้านมืดและด้านสว่างของตัวเองอ่ะ (อันนี้ก็เปรียบแบบนี้เองนะ เปรียบจากที่เห็นแหละ)
#siamstr
”ทำไมมันมีแต่เรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด เดี๋ยวก็เรื่องนั้น เดี๋ยวก็เรื่องนี้“
เทอๆ ใจเย็นนะ ลองทำแบบนี้ดูไหม
1. หยุดก่อนเพื่อให้เทอได้รู้ว่าตรงที่มันเกิดขึ้นอยู่ตรงไหน ถ้าหยุดแล้วเห็นว่า เอ้ยย มันเกิดตรงที่เรานี่แหละ อันนี้กู้ดด
2. พอเห็นว่ามันเกิดตรงเรา ลองมานั่งดู 2 ส่วนก่อน เอาให้เห็น 2 ส่วนนี้
ส่วนที่ 1 ตอนที่ตัวเราหยุด นั้นให้เห็นว่า เอ๊ะ ตัวเราก็อยู่ตรงนี้นะ ไม่ได้มีอะไร มันก็อยู่นิ่งๆของมัน
ส่วนที่ 2 ส่วนความวุ่นวาย เอ๊ะ จริงๆแล้ว เราเป็นคนเพิ่มเติมเรื่องขึ้นไปจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นอีกไหมนะ ตรงนี้ถ้าได้เห็นว่าเพิ่ม อันนี้ก็กู้ดเลย
3. ถ้าเหนื่อยจากการอยู่ตรงนั้น วนเวียนในความคิดนั้น ก็ให้กลับมาอยู่ที่ตัวเองเฉยๆ จากที่มันจะหนักๆเหนื่อยๆ มันก็จะโล่งๆเบาๆขึ้น
#siamstr
จริงแล้วเราปล่อยวาง หรือทำท่าเมินเฉย
#siamstr
จำได้ไหมค่ะ ตอนที่เรายังเป็นเด็กเราใช้ชีวิตได้อย่างอิสระขนาดไหน เบาสบาย ไม่ต้องมากังวลนั่นนี่ คุณอาจจะบอกว่า ก็ใช่สิ เด็กไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วเขาก็ยังไม่เจอโลกอีกต่างๆมากมาย
โบว์เป็นคนนึงที่เคยแบกอะไรต่างๆไว้มากมาย แค่ไม่รู้ตัว ไม่รู้เลยว่าแบกไว้อยู่ จนกระทั่งได้วางมันลง คุณรู้ไหมว่ามันโคตรจะโคตรโล่งขนาดไหน 😊
ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีการศึกษาอะไรแบบนี้เกิดขึ้นนะ ลำพังตัวเองไม่มีทางทำได้หรอกค่ะ ตัวเราอ่ะมันโคตรหนา แบบโคตรๆหนา ตัวหนาๆในตัวเรานี่แหละค่ะ ที่มันกำลังเล่นงานเราอยู่ มันขวางการใช้ชีวิตที่สนุกสนานของเรา มันขวางให้เราไม่ได้มองเห็นว่าอะไรคือความจริงของโลกใบนี้กันแน่ มันบดบังในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ตอนที่โบว์ได้เห็นตรงนี้ โบว์ได้เห็นว่าตัวเองบ้าบอมากขนาดไหน ฮิฮิ,, ตอนนี้รู้สึกโคตรโชคดี
#siamstr
คือช่วงนี้มันเป็นอยากฟังคนอื่นมากกว่าค่ะ ใครมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองยังติดอยู่ ทักมาบอกโบว์ได้เลยนะคะ
#siamstr
มีผู้นำอยู่ 2 คน ที่โบว์อยากจะพูดถึงพวกเขามากๆ นั่นคือ พี่ตั้ม @Jakk Goodday และพี่เป็ด @ped66 2 คนนี้พวกเขาเป็นผู้นำที่สุดยอดมากๆ เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อผู้อื่นมาเยอะมาก เขาต้องแลกอะไรหลายอย่างในชีวิตเพื่อให้เกิดคอมมูนิตี้ที่มีความรักกัน หวังดีต่อกัน แชร์สิ่งดีๆร่วมกัน เป็นคอมมูที่ให้ชีวิตใหม่กับผู้คนมากมาย สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้อื่นในวงกว้าง โบว์เป็นคนหนึ่งที่ได้รับสิ่งดีๆจากคอมมูนี้เยอะแยะมากมาย แต่ไม่เคยได้บอกออกมาแบบนี้เลย พิมพ์ไปด้วยร้องไห้ไปด้วยเฉย ขอบคุณนะคะ รักนะคะ
ขอบคุณนะคะ 😊
#siamstr
เราลองมาทำ กิจกรรมนึงดูกันค่ะ คือ
“ การเป็นต้นเหตุในชีวิตของเราเอง “
กิจกรรมนี้ จะทำให้เราเปิดอีกมุมมองในชีวิตเรา แล้วจะทำให้เรามองเห็นหลายอย่างมากขึ้นในชีวิตเรา…
พูดมันออกมาเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นมัน
”ฉันเป็นต้นเหตุทุกสิ่งทุกอย่าง ในชีวิตของฉัน“
#siamstr
ตอนที่มีสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่ได้ลงมือทำ ก็เพราะความกลัว ความคิดพิจารณาอยู่นั่น ><
#siamstr