เมื่อ "ความคิด" กลายเป็น "อำนาจ" ... มนุษย์จะเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ถูกควบคุม? image หนังไซไฟในแบบที่ผมชอบ เน้นเรื่องของ AI กับความเป็นมนุษย์ เมื่อหนุ่มเนิร์ดนิสัยดีต้องไปเจอกับจักรกล AI ตัวแรกของโลกที่ชื่อว่า Ava (Alicia Vikander) เพื่อทำการทดสอบ AI ตัวนี้ แต่จริงๆแล้ว... มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น.. การพัฒนา AI และความสัมพันธ์ของหนุ่มเนิร์ดกับ Ava มันแสดงให้เห็นถึงอันตรายของการที่มนุษย์พยายามเล่นเป็นพระเจ้า เราควบคุมทุกอย่างได้ แต่ความจริงแล้ว การสร้าง AI ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มันคือการสร้างสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้หรือเปล่า? "สักวันหนึ่ง พวก AI จะนึกย้อนมาถึงเรา แบบเดียวกับที่เรามองซากฟอสซิลอยู่ในตอนนี้" บรรยากาศในหนังเป็นแบบไซไฟคลาสสิค ซาวด์ประกอบเข้าขั้นเยี่ยม ใช้กระจกใสๆ เหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ แสงไฟที่ดูลึกลับ และธรรมชาติบนภูเขา ดูซับซ้อน แต่ก็สวยงามในแบบที่แอบน่ากลัวไปพร้อมๆกัน นี่ไม่ใช่หนังไซไฟระเบิดภูเขาหรือมี CG อลังการอะไร.. ผมคิดว่ามันแฝงปรัชญาเอาไว้เยอะ การดำเนินเรื่องทำได้ดี (แต่เอาจริงๆ ก็มีหลายจุดที่ทำให้ดีกว่านี้ได้) เป็นเรื่องของมนุษย์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความโลภ ความทะเยอทะยาน และความไร้เดียงสาของเรา เป็นหนังที่ฉลาดและมีสไตล์มากเลยทีเดียว หนังตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของมนุษย์เมื่อเราพยายามสร้างสิ่งที่เราไม่เข้าใจ.. อารมณ์ที่ AI แสดงออกและตอบสนองเรา มันเกิดขึ้นจากความซับซ้อนในแบบมนุษย์หรือถูกมันประดิษฐ์ขึ้นมา? AI สามารถเลือกจะมีความรัก หรือไม่รักมนุษย์ได้ไหม? หรือ.. มันแกล้งทำเป็นรักได้หรือเปล่า? สัญชาตญาณในแบบของมนุษย์จริงๆ มันคืออะไรกันแน่? #siamstr #jakkstr

Replies (2)

fun fact: ด้วยความที่งบต่ำราว ๆ 15 ล้านดอลฯ หนังเลยเลือกใช้ CGI แบบน้อยแต่มาก และมากแต่เนียน จนเราแทบไม่เอะใจเลยว่าหลายต่อหลายฉากมีการใช้ CGI จริง ๆ จัง ๆ เพราะมันสมจริงแนบเนียนไปกับเรื่องราวและเซตติ้ง หนังคว้ารางวัลออสการ์สาขา visual effects ยอดเยี่ยมปี 2016 ปาดหน้า The Martian และ Mad Max (ที่งบสร้างหนังระดับแตะ 150 ล้าน) แบบช็อกวงการนิด ๆ #siamstr