ผมเชื่อเรื่องใครมีสายของ POW ที่ยาวกว่าจะเป็นผู้ชนะในตลาด คนที่จะมาเป็นคู่แข่งกับเราได้ต้องไปหาทางสร้าง POW มาให้เท่ากับเรา ถึงจะพอสู้กันได้ POW มันโกงไม่ได้ เหมือนกับ Bitcoin เลย chain ที่มีค่า difficulty สูงสุดจะเป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียว ไม่ใช่ว่าผมเองมีความคิดแบบนี้ก็เลยพูดได้ว่าแบบนี้คือดีกว่า ผมลองเริ่มต้นสร้างสาย POW ของตัวเองแล้ว มันจะยาวขึ้นแน่นอนถ้าผมยังทำอยู่ แต่จะไม่มีทางยาวไปกว่าเอาสาย POW ของเราไปต่อจาก POW ของครอบครัวได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณจะไม่ได้พิสูจน์ตัวเองหรอก เพราะไม่ว่าคุณจะรับช่วง POW ต่อมาจากครอบครัวหรือไม่ คุณก็ต้องเป็นสร้าง POW ของคุณอยู่ดี ไม่งั้นจะต่างอะไรกับเกาะที่บ้านแ_ก จงดีใจเถอะที่ POW มันส่งต่อกันได้ ถ้าคุณเองไม่ได้รับมา งั้นคุณมีอะไรที่จะส่งต่ออะไรคนรุ่นต่อไปมั้ย ดูอย่าง quote ใน quote ใน quote ใน note นี้สิ (งงมั้ย 55555) มันคือการเอาประสบการณ์อันมีค่าของแต่ละคนมาต่อกัน จากแค่เพียงคำถามสั้นๆ ใครอ่านแล้วคิดได้ก็ได้รับ POW ของคนเขียนไปทันที #siamstr
Stellar ✨🪐's avatar Stellar ✨🪐
ผมเคยเป็นแบบพี่จิงโจ้เลยนะครับ แบบที่ว่ายืนหยัดจะสร้าง wealth ด้วยตัวเอง 💪🏻 แต่พอมาลองมองมุมกลับ มันน่าอายหรือผิดตรงไหนที่เราจะอ้าแขนรับ generational wealth ที่ครอบครัวส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน ผมมองว่ามันเป็นการให้เกียรติครอบครัวเราที่มีความหวังดีที่่จะให้ลูกหลานในอนาคตได้อยู่สุขสบายและเห็นค่าของการเก็บออม และ proof of work ที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เงินมันเสื่อมค่า มรดกตกทอดจาก generational wealth ของครอบครัวนี่แหละที่ยังทำให้ชีวิตเรายังมีความมั่นคงและมีเวลามากกว่าคนอื่นที่เขาไม่มีตรงนี้ มรดกทำให้เรามีทางเลือกเพิ่มขึ้นและมีต้นทุนที่จะสานต่อ generational wealth เหล่านี้ไปให้กับรุ่นลูกหลายในอนาคต ซึ่งแน่นอนมันไม่ง่ายเลยที่เราจะมาคิดว่าจะทำยังไงให้รักษาความมั่งคั่งตรงนี้ไว้ได้ จนกระทั่งการกำเนิดนของ Bitcoin ที่ทำให้เรารู้แล้วว่า สิ่งนี้แหละที่จะเป็นตัวคงความมั่งคั่งของมรกดก หรือ proof of work ใดๆก็ตามที่เราทุ่มเทแรงกายและจิตใจเพื่อแลกมันมาซึ่งคุณค่า ทุกวันนี้ได้แต่คิดว่าถ้าใครจะส่งต่อมรกดก หรือ PoW ใดๆ ก็ตาม ก็ขออ้ามือรับอย่างเป็นเกียรติ และ สัญญาว่าจะใช้มันให้คุ้มค่าและรักษาหยาดเหงื่อและน้ำพักน้ำแรงเหล่านั้นเพื่อส่งต่อให้รุ่นถัดไปให้ได้มากที่สุด ว่าแต่ตอนนี้ไม่เห็นมีใครยื่นมรดกให้เลย 😆 #Siamstr View quoted note →
View quoted note →

Replies (9)

โน้ตสั้น ๆ ตอบวินจากหน้าเล้าไก่ ทำไมสร้างแรงกระเพื่อมขนาดนี้ 555
จริงครับ โอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองมันมีตั้งแต่สร้างด้วยตัวเอง หรือ แม้แต่จะทำยังไงให้รักษา PoW ของครอบครัวเอาไว้ได้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยสุดท้าย PoW ของครอบครัวก็จะหายไป และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรให้เกาะอย่างที่พี่ปณัยว่า 😆
แน่นอนครับ เพียงแต่กลไกตลาดเสรีอาจไม่สามารถทำงานได้เท่าอยู่นอกองค์กร แต่เราจะมีความชำนาญและสร้าง value ได้มากขึ้นแน่นอน
เห็นพี่ๆเขียนกันแล้ว ผมอยากแชร์เรื่องราวของคนที่ไม่รับช่วงต่อ POW ของครอบครัวบ้าง POW ของครอบคัว เริ่มจากพ่อผมที่ออกจากบ้านนอกตอนอายุ 12 ปี มาฝึกเป็นช่างที่สามพรานและกลายมาเป็นช่างกลึงมือดี ที่บริษัทซ่อมรถแม็คโครย่านพระขโนง หลังจากฝึกฝนฝีมืออยู่นานจนเป็นทั้งงานกลึงและงานเชื่อม ประมาณปี 2536 พ่อผมจึงตัดสินใจออกจากงานมาร่วมหุ้นกับเพื่อนๆเช่าที่เปิดอู่ซ่อมรถแม็คโครเล็กๆอยู่แถวธัญบุรี (พ่อบอกว่าตอนเข้าไปลาออกที่ office โดนเถ้าแก่เขวี้ยงถ้วยน้ำชาใส่ดีนะหลบทัน555) หลังจากนั้นพ่อก็ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเรื่อยมา จนกระทั่งพี่ชายผมอายุ 16 ปี จึงได้เริ่มให้พี่ไปฝึกงานที่อู่เพราะหวังว่าจะให้รับสืบทอดกิจการของครอบครัว แต่พี่ผมทำได้สัปดาห์เดียว ก็ขอเลิกเพราะไม่ชอบ แล้วบอกกับพ่อว่า "ให้น้องไปทำ" 4ปี หลังจากที่พี่ส่งไม้ต่อมาให้ผม ก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปฝึกงานกับพ่อ แต่รอบนี้พ่อผมใช้วิธีการส่งผมไปเรียน ปวช. เพื่อให้ลูกมีพื้นฐานของช่างก่อนมาฝึกงานที่บ้าน โดยผมทำช่วงปิดเทอมตั้งแต่ ปวช. ปี1 จนเรียนจบมหาลัย จากเด็กน้อยที่เจียรเหล็กเป็นอย่างเดียวจนผมสามารถดูแลงานบางอย่างแทนพ่อผมได้ (จากค่าแรง 50 บาท/วัน สู่ 300 บาท/วัน) หลังจบมหาลัยในปี 2555 ก็ถึงเวลาที่ผมต้องเลือกว่าจะกลับไปทำงานที่บ้านหรือจะไปทำงานตามโรงงานอย่างเพื่อนๆ ตอนนั้นพ่อผมเสนอเงินเดือนให้ผม 10,000 บาท แต่ผมเลือกจะไปทำงานโรงงานเนื่องจากอยากลองไปทำงานที่อื่นดูบ้าง (แต่จริงๆแล้วโรงงานให้ 15,000 บาท เลยเอา555) หลังไปทำงานที่โรงงาน พ่อผมก็คอยถามอยู่เสมอว่าจะกลับไปทำมั้ย ถ้าจะทำพ่อจะได้ซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามา จะเพิ่มเงินเดือนให้ แต่ผมก็บ่ายเบี่ยงไปเพราะงานที่ทำอยู่ที่โรงงานก็โอเคอยู่แล้ว มีทั้งโอทีทั้งโบนัส ปี 2562 พ่อผมก็ตัดสินใจเลิกกิจการเล็กๆนี้หลังจากทำมาได้เกือบ 30 ปี โดยขายให้กับเสี่ยที่เป็นลูกค้าที่เคยเอางานมาให้ทำนี่แหละ ผมถามเหตุผลว่าทำไมพ่อถึงขาย แกตอบไว้ดังนี้ 1.ลูกไม่กลับมาทำ 2.แกเบื่อลูกน้องที่ชอบมาสายและชอบหยุดงานเนื่องจากเมาค้าง 3.การหาช่างใหม่ๆเป็นเรื่องยากเพราะทุกคนมุ่งหน้าเข้าสู่ที่โรงงาน 4.ด้วยสภาพร่างกายที่โรยราจากโรคต่างๆ สุดท้ายแกทิ้งท้ายปลอบใจผมว่า "ลูกไม่มาทำก็ดีแล้วจะได้ไม่ปวดหัวเหมือนพ่อ และถ้าลูกน้องไม่ดีแบบนี้ทำไปก็ไม่รวยหรอก" ผมอึ้งไม่รู้จะตอบยังไงดี ทำได้แค่บอกว่า "ครับ" หลังจากที่พ่อขายกิจการไปผมก็ใช้ชีวิตเรื่อยมาจนบริษัทเริ่มมีการปรับลด OT และ เงินขึ้นประจำปี เนื่องจากต้องการลดต้นทุน ผมเลยถามพ่อผมที่ตอนนี้เป็นที่ปรึกษาให้กับเสี่ยว่า "ตอนนี้ที่อู่งานเยอะมั้ย" พ่อผมตอบว่า "เยอะมาก ทำกันแทบไม่ทันและกำลังจะรับคนเพิ่ม" ช่างต่างกับสถานการณ์ของผมจริงๆ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร🤣 จนมาพบกับเรื่องราวของพี่ๆใน nostr นี่แหละที่ทำให้ผมกลับมาคิดได้ว่า "เห้ยนี่เราปล่อยให้ POW ที่พ่อได้สร้างมาทั้งชีวิตไปให้กับคนอื่นหรือนี่" บอกตรงๆเลยว่าเสียดายที่ไม่ได้สานต่อ POW ที่ครอบครัวสร้างไว้ให้ ซึ่งหากตอนนั้นผมกล้ามากกว่านี้ซักนิด และไม่ติดกับดัก OT และโบนัสของโรงงาน สิ่งที่พ่อผมสร้างมาอาจจะได้ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกผมก็เป็นได้ ปล. ตอนนี้พ่อผมก็มีความสุขดีในบทบาทที่ปรึกษา เพราะไม่ต้องเครียดเรื่องลูกน้องแล้ว ส่วนผมก็ยังทำงานอยู่โรงงานเหมือนเดิม และเเริ่มทำกิจการเล็กๆเผื่อจะเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลานได้ #siamstr View quoted note →
ผมเชื่อว่าทุกการตัดสินใจ ทุกคนคิดมาดีแล้ว และเข้าใจดีว่าเรากำลัง trade off กับอะไร ถึงแม้ว่าวันนั้น @A Ant Mod และคุณพ่อจะตัดสินใจอีกแบบนึง ก็อาจจะมีความสุขน้อยกว่าวันนี้ก็ได้ครับ “สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอครับ” และในส่วนที่เป็นองค์ความรู้ของคุณพ่อไม่หายไปไหนแน่นอนครับ บางที่ถ้าวันนี้เอาองค์ความรู้ของ @A Ant Mod เอง มาต่อยอดต่อไปอีกที อาจจะเป็นโมเดลใหม่ที่เอาชนะตลาดได้ก็ได้นะครับ ขอบคุณมากครับเอาประสบการณ์มาแชร์กัน