ส่วนตัวก็ยังแนะนำให้มีคาร์บบ้าง ไม่งั้นเดี่ยวร่างกายจะใช้ไม่เป็น แต่ไม่ใช่ไปนั่งจ้วงไอติมเป็นถัง ทุเรียนเป็นลูก ติดนิดๆหน่อยจากเนื้อปลา ผัก ถ้าเป็น real food ถือว่าดี
Login to reply
Replies (4)
เห็นด้วยในแง่ที่คาร์บยังเป็นสารอาหารที่สำคัญในคนหลายๆคน
แต่ไม่เห็นด้วยกับคำว่าร่างกายจะใช้คาร์บไม่เป็นครับ
ซึ่งบริษัทนั้นก็สอนเพื่อนผมมาแบบนั้นเหมือนกัน คำเดียวกันเลย “ต้องกินคาร์บเพราะไม่งั้นร่างกายจะใช้คาร์บไม่เป็น”
ถ้าใช้คาร์บหมายถึงใช้พลังงานจากคาร์บ ถึงจะกินแต่พวกเนื้อ ไข่ ร่างกายก็เอาของพวกนั้นไปทำคาร์บอยู่ดี
ถ้ามองว่าเป็นการ glycolysis ของเซลล์ อันนี้ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะขนาดเซลล์ที่เพี้ยนไปเยอะอย่างเซลล์มะเร็ง ยังใช้พลังงานแทบทั้งหมดจาก glycolysis คือยีนส์เกี่ยวกับกระบวนการนี้มันฝังลึกมากขนาดนั้นเลยครับ
Pharmacology 101 สอนว่าร่างกายมันมี receptor/enzyme up regulation/down regulation เป็นการปรับตัวตามธรรมชาติต่อสภาพแวดล้อมครับ
แต่ที่ผมเห็นด้วยว่าคาร์บมีความสำคัญ เพราะมันเป็นอาหารที่กระตุ้นฮอร์โมนบางชนิดโดยไม่กระตุ้นฮอร์โมนบางชนิดได้ อย่างที่เพจ advanced LCHF บอกว่า ตัวแม่คอร์ติซอล ชอบคาร์บ ตัวพ่ออินสุลิน เกลียดคาร์บ แต่ถ้าเรากินเป็น กินถูกวิธี อาหารคือสวิตช์ในการช่วย balance hormone พวกนี้ได้ ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ผมไม่ได้ไป CD จ๋า แต่ผมก็คิดว่า lifestyle ของสาย CD จริงจังทั้งหลาย มันดูอำนวยต่อการรักษาสมดุลโดยไม่เติมคาร์บอยู่ละ ซึ่งเรื่องสมดุลฮอร์โมน ผมไม่เก่งอะ ถ้าอยากรู้ต้องไปศึกษาเองกะเพจนั้นแหละ เพจ low carb ที่สอนให้คนกินคาร์บ 55555
คือผมอธิบายเยอะๆแบบนี้ใน casual conversation กะเพื่อนไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เขามีความรู้ความเข้าใจไปตามที่หมอในทีมมันสอน แต่มันก็อาจเป็นสิ่งที่ดีต่อวิธีการขายของเขาแหละ
ส่วนผมไม่ได้สังกัดทีมไหนเลย แต่ผมอะจะเดือดร้อนสุดนะถ้าคนเลิกป่วย เพราะผมทำงานอยู่อุตสาหกรรมยาครับ และทักษะความรู้ POW ทั้งหมดที่ผมสะสมมา ก็คือเรื่องยาทั้งนั้นครับ
#siamstr
ถ้าคุณสามารถใช้ชีวิตนอกบ้านแบบ CD ได้เลยในยุคปัจจุบันก็โอเค กิน CD ไปตลอดชีวิตไม่มีปัญหา แต่ว่าในสังคมมนุษย์ปัจจุบันจะหา CD นอกบ้านแทบจะเป็นไปไม่ได้ (แม้ต่างไก่ปิ้ง ไก่ย่างข้างทางยังมีน้ำหมักปนมา) ส่วนตัวเลยลดมาเป็น KCD เพื่อให้มีคาร์บปนได้บ้าง
ทั้งนี้การกิน CD ยาวๆแล้วมาเจอคาร์บอัดร่างกายคุณจะใช้มันไม่เป็นเลยมีปัญหา (แต่ถ้านิดๆหน่อยๆ ส่วนตัววันนึงชั่งผัก, เครื่องเทศไม่เกิน 20 กรัม กินนอกบ้านนานๆทีไม่มีปัญหา) ยังไงคนเราก็ต้องเข้าสังคมบ้าง
ผมว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเรารู้ตัวหรือไม่ว่าสิ่งที่เรากินมันจะส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง อย่างเช่นตัวผม นานๆ ทีอยากกินขนมหวานผมก็จะกินโดยที่รู้ตัวว่าผมกำลังเสพคาร์บแปรรูปและน้ำตาลอยู่ ผมรู้ตัวว่าไม่ควรเสพมันมาก เลยทานแค่นิดเดียวแล้วดื่มน้ำตามตัดวงจรความอยาก บางครั้งสั่งอาหารมาผมกินข้าวแค่ครึ่งจาน หรือบางครั้งก็กินแต่กับข้าว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ถูกให้ข้อมูลผิดๆ ว่าสิ่งที่เค้ากำลังเสพอยู่นั้นคือของดี และยังถูกหลอกให้เลิกกินของดีจริงๆ จากธรรมชาติไปอีก
ถูกต้อง คนปัจจุบันไม่ verify เน้น trust ล้วนๆเพราะเขาว่ากันมา ร่างกายตัวเองศึกษาซักนิดก็ยังดี