GM #siamstr 📖 ศาสตร์มืดแห่งการชักใยคนของ Dr. Hiro เป็นหนังสือที่สอนให้เราใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น ทั้งในการทำงานและะชีวิตส่วนตัว รวมทั้งให้ตระหนักรู้ไม่ตกเป็นเหยื่อเสียเอง ขอสรุปเนื้อหา ดังนี้ บทที่ 1 ความลับของ "เกราะป้องกันใจ" ที่ไม่มีใครบอกคุณ -ทุกคนมี “เกราะป้องกันใจ” คือกลไกป้องกันทางจิตวิทยาที่ไม่เปิดรับใครง่าย ๆ -เกราะนี้เกิดจากประสบการณ์ในอดีต ความกลัว และความระแวดระวังที่จะถูกเอาเปรียบ -หากเข้าหาแบบตรง ๆ หรือเร่งรัด จะทำให้เกราะแข็งแรงขึ้น และอีกฝ่ายยิ่งต่อต้าน -สิ่งสำคัญคือการรับรู้ว่าเกราะนี้มีอยู่จริง และเรียนรู้วิธีอ้อม ๆ เพื่อค่อย ๆ ทลายมัน -การสร้างความปลอดภัย ความจริงใจ และบรรยากาศที่ไม่คุกคามเป็นกุญแจสำคัญ -เมื่อเข้าใจเกราะของคนอื่น เราจะรู้ว่าต้องใช้กลยุทธ์ใดในการสื่อสารและโน้มน้าว บทที่ 2 ทลาย "เกราะป้องกันใจ" ด้วยการสร้างความประทับใจแรกพบ -ความประทับใจแรกพบส่งผลมากที่สุดในการตัดสินว่าคนเราจะเปิดใจหรือไม่ -การแสดงออกที่อบอุ่น รอยยิ้ม น้ำเสียง น้ำหนักคำพูด ล้วนเป็น “สัญญาณปลอดภัย” -การแต่งกาย ท่าทาง และการสบตา ช่วยให้เกิดความรู้สึกไว้วางใจทันที -คนเรามักตัดสินผู้อื่นภายในเวลาไม่กี่วินาที การเตรียมตัวในช่วงแรกจึงสำคัญมาก -ควรเน้นความสุภาพ เป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้งเกินไป เพราะอีกฝ่ายจะสัมผัสได้ -เมื่อสร้างความประทับใจแรกที่ดี เกราะป้องกันใจก็จะลดลงอย่างเห็นผล บทที่ 3 เคล็ดลับการคุยเรื่องสัพเพเหระที่ช่วยทลาย "เกราะป้องกันใจ" -การสนทนาเล็ก ๆ (Small Talk) เป็นเหมือนเครื่องมือเปิดประตูใจอีกฝ่าย -หัวข้อทั่วไป เช่น งานอดิเรก อาหาร สภาพอากาศ หรือเรื่องรอบตัว ช่วยเชื่อมสัมพันธ์ -การตั้งคำถามปลายเปิดและฟังอย่างตั้งใจ ช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า “เราสนใจเขาจริง” -ไม่ควรรีบเข้าเรื่องจริงทันที เพราะจะทำให้อีกฝ่ายตั้งกำแพงขึ้นมา -การสอดแทรกอารมณ์ขันหรือการยอมรับความคิดของอีกฝ่าย สร้างความเป็นกันเอง -บทสนทนาเล็ก ๆ ที่จริงใจสามารถค่อย ๆ ละลายเกราะป้องกันใจได้อย่างแนบเนียน บทที่ 4 มาสเตอร์คีย์สำหรับไข "เกราะป้องกันใจ" -“การสะท้อน (Mirroring)” และ “การเห็นคุณค่า” คือกุญแจสำคัญในการไขเกราะ -การสะท้อน หมายถึง การปรับท่าทาง น้ำเสียง หรือภาษากายให้คล้ายอีกฝ่าย -การเห็นคุณค่า คือ การชม การยอมรับ หรือการแสดงออกว่าเราให้ความสำคัญกับเขา -คนเราจะเปิดใจเมื่อรู้สึกว่าได้รับการยอมรับ และอีกฝ่าย “เป็นพวกเดียวกัน” -การใช้ชื่อของอีกฝ่ายระหว่างพูดคุยก็ช่วยสร้างความใกล้ชิดได้มาก -หากทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ เกราะจะถูกปลดล็อก และเกิดความไว้วางใจลึกซึ้ง บทที่ 5 เทคนิคการชักใยให้อีกฝ่ายทำตามที่เราต้องการ -เมื่อเกราะถูกทำลายแล้ว ขั้นต่อไปคือ การชี้นำให้อีกฝ่ายเห็นด้วยกับเรา -เทคนิคสำคัญคือ “การป้อนคำตอบ” ผ่านคำถาม เช่น “คุณคิดว่า… ใช่ไหมครับ?” -การใช้หลักการ “Yes Set” คือถามคำถามที่อีกฝ่ายตอบว่าใช่ได้ง่าย ๆ ต่อเนื่อง -เมื่ออีกฝ่ายตอบตกลงหลายครั้ง เขาจะโน้มเอียงไปสู่การเห็นด้วยในเรื่องใหญ่ -อีกวิธีคือ การทำให้เขาเชื่อว่าการทำตามเราจะได้ประโยชน์มากที่สุด -การโน้มน้าวควรทำอย่างแนบเนียน ไม่บังคับ เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้าน บทที่ 6 "วิธีขัดเกลาตนเอง" ให้มีทักษะการจูงใจผู้คน -การชักใยผู้อื่นไม่ใช่แค่เทคนิค แต่ต้องอาศัยการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง -ผู้ที่มีเสน่ห์ทางสังคม มักเป็นคนที่มั่นใจ สุภาพ และรู้จักฟังผู้อื่น -การฝึกสังเกตภาษากาย อารมณ์ และท่าทีของคนรอบข้าง เป็นสิ่งจำเป็น -ควรฝึกพูดให้กระชับ มีพลัง และใช้น้ำเสียงที่สร้างความเชื่อมั่น -การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการสะท้อนตัวเองหลังสนทนาจะทำให้เก่งขึ้น -เมื่อขัดเกลาตนเองจนเป็นธรรมชาติ เราจะกลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้คนโดยไม่ต้องพยายามมาก ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้ยืนยันได้ว่า จิตวิทยาเป็นสิ่งที่นำไปใช้ได้จริง เมื่อเราทลาย “เกราะป้องกันใจ” ของใครได้ ทุกอย่างก็จะง่ายไปหมด ลองหาอ่านกันดูนะครับ 🙂…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️ image

Replies (4)