โปรตีนผงที่อยากจะมาทดแทนมื้ออาหาร
ซึ่งมีโปรตีน 17g ต่อราคา 120 บาท คิดเป็นราคา 7 บาทต่อโปรตีน 1 กรัม
ไปดู ground beef grass fed ร้าน paleo robbie โลละ 1000 ถ้า assume โปรตีน 15-20% = 150-200 กรัม ก็จะคิดได้เป็นราคา 5-6.67 บาทต่อโปรตีน 1 กรัม
ถ้าไม่กินเนื้อวัวเพราะอะไรก็ตามแต่…
สันนอกหมู paleo robbie ปลอด antimicrobials โลละ 450
โปรตีน 15-20% = 150-200 g
คิดเป็น 2.25-3 บาทต่อโปรตีน 1 กรัม
ถ้าไม่กินหมูเพราะอะไรก็ตามแต่
ไก่ออกแกนิค pasture-raised (ทั้งตัว) โลละ 680
Assume โปรตีนเท่าเดิม 150-200 g/kg คิดเป็น 3.4-4.53 บาทต่อโปรตีน 1 กรัม
มาดูอาหารทะเลบ้าง
Wild sockeye salmon โลละ 1400
Assume โปรตีน 150-200 g/kg
คิดเป็น 7-9.3 บาทต่อโปรตีน 1 g เออแพงกว่าละ เอาใหม่ๆ
Wild alaskan pink salmon โลละ 900
สมมุติสัดส่วนโปรตีนเท่าเดิม คิดเป็น 4.5-6 บาทต่อโปรตีน 1 g
หรือถ้าเนื้อมันปรุงยาก เสียเวลา กินโปรตีนผงเพราะอยากสบาย ปรุงเนื้อมันใช้ไฟ ตรูไม่คิดค่าไฟให้ โว๊ะ! เมิงลองพิจารณาไข่นะ
ไข่เป็ด pasture raised ซึ่งแพงกว่าไข่ไก่ pasture raised โหลละ 150 = ใบละ 12.5 บาท
สมมุติว่าไข่ 1 ใบให้โรตีน 5 g
คิดเป็น 2.5 บาทต่อโปรตีน 1 กรัม
ตอกใส่ชาม เทน้ำครึ่งขวด (ใช้น้ำน้อยกว่าที่ใช้ชงโปรตีนผงอะ) เวฟ 0.8 กิโลวัตต์ 3 นาที (0.05 ชม.) ค่าไฟหน่วยละ 5 บาท คิดเป็นค่าไฟในการเวฟ 0.2 บาท ประหยัดเวลาและถูกกว่าค่าเดินทางไปสัมนาฟังความสำเร็จทีมขายอื่นๆอีกเว้ย
อะๆๆๆ ถ้าสมมุติมันอยากชงจริงๆ แบบกลัวโปรตีนสัตว์กระตุ้น mtor เยอะไปปอยากกินโปรตีนพืชบ้าง
Note ที่แล้ว ตรูทำให้ดูละว่าหาซื้อของจาก shopee มาคราฟผงโปรตีนเองได้ ต้นทุนประมาณ 60-70 บาท คือถ้าชนิดโปรตีนกะน้ำมันสกัดเย็นจะเอาหรูขึ้นก็จะแพงขึ้น แต่ต่อให้ใช้ผงโปรตีนดีๆไปเลยกะน้ำมันสกัดเย็นดีๆไปเลย ใช้ถั่วดาวอินคาเป็นโปรตีนละใช้ mct oil เป็นน้ำมันยังได้เลยมั้ง ยังไงก็ไม่แพงกว่าผงโปรตีน overprice นี่อะ 55555
แต่ก็ต้องขอบคุณบริษัทขายตรง ที่ไม่ได้ scam คนในแง่โครงสร้างบริษัท ที่ทำให้ตรูได้เห็นว่า ไอเชี่ย วัตถุดิบอาหาร real food ดีๆ wild salmon, grass fed, free range ที่ดูแพงๆของ paleo robbie แม่งคือถูกอะเมื่อเทียบกะ meal replacement product ของคุณ 555555555
แถมๆสายวีแกน เทมเป้ 1 กิโล เห็นในโชปี้ประมาณ 400 บาท (ได้โปรตีน 150-200 g)
คิดเป็น 2-2.67 บาทต่อโปรตีน 1 g
เอาส่วนต่างอีก 4 บาทไปซื้อ real food อย่างอื่นมาเติมไขมัน + micro ที่ high quality สบายๆ
คือเลือกเทียบกะ paleo robbie เพราะเพื่อนบอกว่า อาหารในปัจจุบันไม่น่าไว้ใจเพราะมนุษย์ไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม แต่บริษัท A (นามสมมุ๊ตตต) มีฟาร์มออแกนิคของตัวเอง นี่ไงตรูเลยเอาอาหารออแกนิคที่เขาขาย quality มาเทียบ
สรุปคือของดีราคาแพงไม่น่ากลัวเท่าของกลางๆแต่ราคาแพงชิบหาย แล้วอาศัย marketing อวยจนเวอร์เกิ๊น
#siamstr
Login to reply
Replies (16)
มีบิตคอยน์ตามความเข้าใจของคุณ
กิน real food ตามความเข้าใจของคุณ
ถือเงินเฟียตเท่าที่คุณรับความเสี่ยงได้
กิน fiat food ท่าที่คุณรับความเสี่ยงได้
ปลากระป๋องยี่ห้อพื้นฐานมีขายตามเซเว่น 1 กระป๋องโปรตีน 18-22 กรัมแล้วแต่ยี่ห้อ โปรตีนตกกรัมละบาท มีน้ำตาลและคาร์บติดมาเล็กน้อย เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับคนสร้างตัวครับ
ไม่นับที่โพสนี้ nerf real food ไปเยอะด้วยนะ ไข่เป็ดห่าไรโปรตีนแค่ 5 กรัมวะ
ไข่เป็ดเบอร์ 5 อ่อ 55555
ละก็พูดถึงแต่ประเด็นโปรตีน ไม่ได้พูดถึงว่าโปรตีนผงคุณมัน fructose + sucrose อะะ แถมยัง sunflower seed oil อะะะ มันดีกะคนบางกลุ่มแหล้ะะ 55555 😅
อันนี้คือไม่เสียค่าส่งด้วยย ชนะไปอีกทาง 55555
เรียกได้ว่า Real food ชนะทุกทาง 5555
เพื่อนคนนี้กินยากขนาดนี้ ทั้งๆที่เกิดมาในประเทศที่มีโปรตีนจริงๆให้เลือกกินเยอะขนาดนี้ จนเพื่อนของเพื่อนต้องเที่ยบปริมาตรโปรตีนต่างๆอธิบายขนาดนี้ แต่เชื่อเถอะอธิบายไปขนาดนี้เพื่อนก็ไม่ฟัง ใช่ไหมครับ 🔥
ส่วนตัวก็ยังแนะนำให้มีคาร์บบ้าง ไม่งั้นเดี่ยวร่างกายจะใช้ไม่เป็น แต่ไม่ใช่ไปนั่งจ้วงไอติมเป็นถัง ทุเรียนเป็นลูก ติดนิดๆหน่อยจากเนื้อปลา ผัก ถ้าเป็น real food ถือว่าดี
คิดอีกมุมถ้ามันสะดวกกับชีวิตเขา และเขาไม่ติดเรื่องเงิน ผมว่ามันก็ดีกว่าพยายามกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์แต่กินไม่ถึงนะครับ ☺️
เห็นด้วยในแง่ที่คาร์บยังเป็นสารอาหารที่สำคัญในคนหลายๆคน
แต่ไม่เห็นด้วยกับคำว่าร่างกายจะใช้คาร์บไม่เป็นครับ
ซึ่งบริษัทนั้นก็สอนเพื่อนผมมาแบบนั้นเหมือนกัน คำเดียวกันเลย “ต้องกินคาร์บเพราะไม่งั้นร่างกายจะใช้คาร์บไม่เป็น”
ถ้าใช้คาร์บหมายถึงใช้พลังงานจากคาร์บ ถึงจะกินแต่พวกเนื้อ ไข่ ร่างกายก็เอาของพวกนั้นไปทำคาร์บอยู่ดี
ถ้ามองว่าเป็นการ glycolysis ของเซลล์ อันนี้ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะขนาดเซลล์ที่เพี้ยนไปเยอะอย่างเซลล์มะเร็ง ยังใช้พลังงานแทบทั้งหมดจาก glycolysis คือยีนส์เกี่ยวกับกระบวนการนี้มันฝังลึกมากขนาดนั้นเลยครับ
Pharmacology 101 สอนว่าร่างกายมันมี receptor/enzyme up regulation/down regulation เป็นการปรับตัวตามธรรมชาติต่อสภาพแวดล้อมครับ
แต่ที่ผมเห็นด้วยว่าคาร์บมีความสำคัญ เพราะมันเป็นอาหารที่กระตุ้นฮอร์โมนบางชนิดโดยไม่กระตุ้นฮอร์โมนบางชนิดได้ อย่างที่เพจ advanced LCHF บอกว่า ตัวแม่คอร์ติซอล ชอบคาร์บ ตัวพ่ออินสุลิน เกลียดคาร์บ แต่ถ้าเรากินเป็น กินถูกวิธี อาหารคือสวิตช์ในการช่วย balance hormone พวกนี้ได้ ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ผมไม่ได้ไป CD จ๋า แต่ผมก็คิดว่า lifestyle ของสาย CD จริงจังทั้งหลาย มันดูอำนวยต่อการรักษาสมดุลโดยไม่เติมคาร์บอยู่ละ ซึ่งเรื่องสมดุลฮอร์โมน ผมไม่เก่งอะ ถ้าอยากรู้ต้องไปศึกษาเองกะเพจนั้นแหละ เพจ low carb ที่สอนให้คนกินคาร์บ 55555
คือผมอธิบายเยอะๆแบบนี้ใน casual conversation กะเพื่อนไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เขามีความรู้ความเข้าใจไปตามที่หมอในทีมมันสอน แต่มันก็อาจเป็นสิ่งที่ดีต่อวิธีการขายของเขาแหละ
ส่วนผมไม่ได้สังกัดทีมไหนเลย แต่ผมอะจะเดือดร้อนสุดนะถ้าคนเลิกป่วย เพราะผมทำงานอยู่อุตสาหกรรมยาครับ และทักษะความรู้ POW ทั้งหมดที่ผมสะสมมา ก็คือเรื่องยาทั้งนั้นครับ
#siamstr
ได้หมดครับ ชีวิตออกแบบได้ แต่ถ้าเป็นผม โปรตีนผงพวกนี้เหมาะกะการกินเพื่อเสริมในกรณีที่กินจากเนื้อสัตว์ real food แล้วมันไม่ถึงจริงๆ น่าจะ optimal health กว่าใช้เป็น primary source ครับ เพราะโปรตีน real food ที่สะดวกกว่าก็มีเยอะเหมือนกัน
ซึ่งคนกลุ่มที่เชื่อในโปรตีนพวกนี้ ส่วนมากก็จะได้รับข้อมูลแค่ด้านเดียวด้วยครับ การตลาดของบริษัทกลุ่มนี้มันเน้นให้ความรู้จริง แต่ให้แค่ด้านเดียว ซึ่งค่อนข้างไม่แฟร์กะผู้บริโภคในความเห็นผม
ผมไม่มีเวลาจะทำให้เขาขนาดนี้ตอนคุยกันแบบ casual นี้สิ 😅 แต่เอาจริงๆมันก็เป็นการทำมาหากินเขา ซึ่งความรู้ส่วนนี้มันน่าจะไม่ได้ช่วยอะไรเขาด้วย กะคนอื่นน่าจะดูมีประโยชน์กว่า 😅
เอาจริงๆตอนเห็นแต่ราคา ยังไม่เห็นส่วนประกอบ ผมคาดหวังไว้สูงมากนะ แบบระดับ บ นี้ มันต้องโปรตีนถั่วหลายๆชนิดปะวะ มีเมล็ดกัญชงปะวะ แล้วไขมันเป็นแบบ EVOO ผสมกะ mct oil หรือพวก omega 3 ไรพวกนี้ แล้วแต่งหวานด้วยพวก stevia กะพวก sugar alcohol เพื่อเป็น anti caking agent ในกระบวนการ freeze dry ไปด้วยปะวะ
ที่ไหนได้ แม่ง soy protein + เมล็ดเจียนิดหน่อย + seed oil + fructose 😅
อธิบายได้ละเอียดมาก ขอบคุณครับผม
ถ้าคุณสามารถใช้ชีวิตนอกบ้านแบบ CD ได้เลยในยุคปัจจุบันก็โอเค กิน CD ไปตลอดชีวิตไม่มีปัญหา แต่ว่าในสังคมมนุษย์ปัจจุบันจะหา CD นอกบ้านแทบจะเป็นไปไม่ได้ (แม้ต่างไก่ปิ้ง ไก่ย่างข้างทางยังมีน้ำหมักปนมา) ส่วนตัวเลยลดมาเป็น KCD เพื่อให้มีคาร์บปนได้บ้าง
ทั้งนี้การกิน CD ยาวๆแล้วมาเจอคาร์บอัดร่างกายคุณจะใช้มันไม่เป็นเลยมีปัญหา (แต่ถ้านิดๆหน่อยๆ ส่วนตัววันนึงชั่งผัก, เครื่องเทศไม่เกิน 20 กรัม กินนอกบ้านนานๆทีไม่มีปัญหา) ยังไงคนเราก็ต้องเข้าสังคมบ้าง
ผมว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเรารู้ตัวหรือไม่ว่าสิ่งที่เรากินมันจะส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง อย่างเช่นตัวผม นานๆ ทีอยากกินขนมหวานผมก็จะกินโดยที่รู้ตัวว่าผมกำลังเสพคาร์บแปรรูปและน้ำตาลอยู่ ผมรู้ตัวว่าไม่ควรเสพมันมาก เลยทานแค่นิดเดียวแล้วดื่มน้ำตามตัดวงจรความอยาก บางครั้งสั่งอาหารมาผมกินข้าวแค่ครึ่งจาน หรือบางครั้งก็กินแต่กับข้าว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ถูกให้ข้อมูลผิดๆ ว่าสิ่งที่เค้ากำลังเสพอยู่นั้นคือของดี และยังถูกหลอกให้เลิกกินของดีจริงๆ จากธรรมชาติไปอีก
ถูกต้อง คนปัจจุบันไม่ verify เน้น trust ล้วนๆเพราะเขาว่ากันมา ร่างกายตัวเองศึกษาซักนิดก็ยังดี