"การเขียน.. ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา แต่มันคือศิลปะของการพาคนอ่านไปสู่คำตอบที่พวกเขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่" image การเขียนที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้คนอ่านเข้าใจ แต่ต้องทำให้ "รู้สึก" และ "จดจำ" หลายครั้ง.. คนที่สื่อสารได้ทรงพลัง ไม่ได้เก่งเพราะมีคำศัพท์หรูหรา หรือสำนวนอลังการ แต่เพราะเขารู้ว่าควรใช้ "วิธีเล่า" แบบไหน ให้โดนใจผู้อ่าน ลองมาดู 5 เทคนิคการเขียนบทความง่าย ๆ ที่ผมมักใช้ ทำให้เนื้อหาดูมีมิติ และสัมผัสใจคนอ่านมากขึ้น 1️⃣ Narrative Flow – เล่าเรื่องผ่านสถานการณ์ มนุษย์จดจำ "เรื่องราว" ได้ดีกว่า "ข้อเท็จจริงแห้งๆ" ลองคิดถึงเวลาเรานั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องสนุกๆ กับการฟังบรรยายข้อมูลในห้องเรียน ความแตกต่างคืออะไร? "เรื่องราว" ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมัน แทนที่จะเขียนว่า "คนที่ชอบชี้นิ้วออก มักจะไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง" ลองเปลี่ยนเป็นเล่าเหตุการณ์ "สมมติว่าคุณขับรถอยู่ แล้วมีคนแทรกเข้ามาในเลนแบบกระทันหัน คุณสบถออกมา ‘ไอ้นี่ขับรถห่วยแตก!’ แต่คุณเคยคิดไหม… ว่าตัวคุณเองก็อาจเคยเผลอทำแบบนี้ในวันที่รีบสุดๆ?" คนอ่านจะ "เห็นภาพ" และเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง 2️⃣ The Contradiction Challenge – ตั้งข้อขัดแย้งเพื่อกระตุ้นความคิด คนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่ "เคยชิน" แต่ถ้าเราโยนอะไรที่ตรงข้ามออกไปล่ะ? "บางครั้ง การไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน คือการเขียนที่ทรงพลังที่สุด" "เราเชื่อว่าคนดีต้องได้รับสิ่งดีๆ แต่เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งคนที่ขยันสุดๆ กลับไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนคนที่ดูไม่พยายามมาก กลับไปได้ไกล?" "ทุกคนอยากเป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ตัวเอง’ ถูกสร้างขึ้นมาจากกรอบสังคมตั้งแต่แรกล่ะ?" คนอ่านจะหยุด คิด และเริ่มสำรวจมุมมองใหม่ 3️⃣ Question-Driven Exploration – ตั้งคำถามให้ฉุกคิด คนเรามักอยากหาคำตอบ โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แทนที่จะบอกตรงๆ ให้คนอ่านทำอะไร ลองตั้งคำถามให้เขาต้อง "เลือก" "ถ้าคุณต้องเลือกระหว่าง ‘ชีวิตที่ปลอดภัยแต่ไม่มีความหมาย’ กับ ‘ชีวิตที่เสี่ยงแต่ถูกเติมเต็ม’ คุณจะเลือกอะไร?" "คุณบอกว่าต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าดูดีๆ สิ่งเดียวที่คุณทำคือตั้งเป้าหมายซ้ำๆ โดยไม่ลงมือทำ?" คนอ่านอาจจะสะดุด และหยุดอ่านแบบผ่านๆ แต่ก็อาจเริ่มถามตัวเองจริงๆ 4️⃣ Reverse Engineering – ถอดรหัสพฤติกรรม นี่คือเทคนิคที่ใช้การ "ย้อนกลับ" ว่าทำไมบางคนถึงคิดหรือทำอะไรบางอย่าง แทนที่จะบอกว่าต้องทำยังไง เราเริ่มจาก "ทำไมถึงเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก?" "ทำไมบางคนขยันแต่งานไม่เดินหน้า?" พวกเขายุ่งกับงานที่ ‘ดูเหมือนสำคัญ’ แต่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงๆ พวกเขาโฟกัสที่การ ‘ทำให้ดีที่สุด’ แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่า ‘สิ่งนี้จำเป็นจริงๆ หรือเปล่า’ "ทำไมบางคนประสบความสำเร็จเร็วกว่า?" เพราะพวกเขาไม่ได้รอให้ ‘พร้อม’ แต่เริ่มแม้ยังไม่รู้ทุกอย่าง เพราะพวกเขาเรียนรู้จากคนที่ทำสำเร็จแล้ว แทนที่จะพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง คนอ่านเริ่มเห็น "กลไกเบื้องหลัง" ของพฤติกรรม และสามารถนำไปใช้ได้จริง 5️⃣ Personal Letter Format – เขียนเหมือนจดหมายถึงผู้อ่าน นี่คือวิธีที่ทำให้เนื้อหาดู "ใกล้ชิด" เหมือนกำลังพูดกับเพื่อน ไม่ใช่แค่การสอนหรือบรรยาย มันใช้ "ความจริงใจ" และ "ความเป็นมนุษย์" ดึงให้คนอ่านรู้สึกว่า "นี่คือเรื่องของฉัน" "ถึงคุณที่กำลังรู้สึกเหนื่อย... ฉันเข้าใจนะว่ามันไม่ง่ายเลย บางวันคุณอยากล้มเลิก บางวันคุณสงสัยว่าตัวเองมาถูกทางไหม แต่ขอให้รู้ไว้อย่างหนึ่ง... การเดินไปช้าๆ ยังดีกว่าการยืนอยู่กับที่ เพราะการยืนอยู่กับที่ หมายความว่าคุณปล่อยให้ทุกอย่างรอบตัวกำหนดชีวิตคุณ แค่คุณอ่านถึงตรงนี้ ก็หมายความว่าคุณยังไม่ยอมแพ้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด" คนอ่านรู้สึกว่า "เราเข้าใจเขาจริงๆ" และอยากติดตามต่อ - - - - - "การเขียนที่ดี ไม่ใช่การยัดเยียดข้อมูล แต่เป็นการพาผู้อ่านเดินไปเจอคำตอบด้วยตัวเอง" #Siamstr

Replies (2)

รวมบทความเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Leadership Mindsets (Jakk's way) 1. Self-Ownership Leadership - นำตัวเองให้ได้ก่อนนำคนอื่น View quoted note → 2. Spontaneous Order Leadership - ผู้นำที่สร้างView quoted note → 3. Entrepreneurial Leadership - ผู้นำที่แท้จริงคือผู้สร้าง (The Builder) View quoted note → 4. Skin in the Game - ผู้นำที่แท้จริงต้องลงทุนลงแรงเอง View quoted note → 5. Anti-Fragile Leadership - ยิ่งโดน ยิ่งแกร่ง ยิ่งเติบโต View quoted note → 6. Narrative Leadership (ทุ่งม่วง Only) View quoted note → ============================================ Writing Like Jakk - เขียนแบบ Jakk View quoted note → 1. Narrative Flow Technique ============================================ วิทยาศาสตร์ ปรัชญาและชีวิต 1. Hawking Radiation - แม้ติดอยู่ในหลุมดำ… คุณก็ยังเปล่งแสงได้ View quoted note → 2. Quantum Entanglement - สายใยพัวพัน View quoted note → 3. Entropy อะไร ๆ ก็ได้ หรือเราจัดการมันได้? View quoted note → ============================================ Life Shift Toward the Right Shift เปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกและตัวเอง 1. จงใส่หินลงโหลความคิด ก่อนท่องแดนเวลา (การบริหารจัดการเวลาและความคิด) View quoted note → 2. สร้างพิรามิด ด้วยการวางอิฐทีละก้อน View quoted note → 3. ชีวิตเปรียบดั่งเรือเดินสมุทร View quoted note → 4. แก่นของการให้เกียรติ View quoted note → 5. Already always listening (การฟังผ่านเลนส์เดิม ๆ ที่มักถูกกรองจากความเชื่อเก่าและประสบการณ์เดิม) View quoted note → 6. การเชื่อมต่อและแบ่งปัน หัวใจของคอมมูนิตี้ View quoted note → 7.Life Shift Toward the Right Shift (การเปลี่ยนแปลงชีวิตพาเราไปในทิศทางที่ใช่) View quoted note → 8. ฟัง แยกแยะ เสียงในหัว View quoted note → 9. เติบโตดั่ง "ฟองน้ำ" (เทนโด้) View quoted note → 10. Exit จาก The Matrix ทางความคิด View quoted note → 11. สิ่งที่เราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ (Unknown Unknowns) View quoted note → 12. การละทิ้ง "ตัวตน" View quoted note → 13. พลังแห่งความรัก (Valentine's day) View quoted note → 14. ศิลปะแห่งการเลือก View quoted note → 15. เหนือกว่า.. แต่ไม่ชนะ (ชนะไปทำไม? ชนะใคร?) View quoted note → 16. ปริศนาธรรมไฟแช็ค View quoted note → 17. กรอบที่มองไม่เห็น View quoted note → 18. เปล่งเสียงจากภายในใจ View quoted note → 19. Take a deep breath View quoted note → 20. ขอบคุณ / ขอโทษ มันพูดยาก View quoted note → 21. Man's Search for Meaning View quoted note → 22. ชี้นิ้วออก vs. ชี้นิ้วเข้า View quoted note → #LifeShift #Leadership #Siamstr #Jakkstr