ทำไม "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" ถึงพูดได้ยากกว่าที่คิด? image เราเคยรู้สึกกันไหมว่า… บางครั้งเราอยากพูด "ขอโทษ" แต่ก็ลังเล กลัวเสียหน้า กลัวโดนมองว่าอ่อนแอ บางครั้งเราอยากพูด "ขอบคุณ" แต่กลับรู้สึกอึดอัด ไม่กล้าพูดออกไป แล้วสุดท้ายเราก็เลือกที่จะเงียบ... ทำไม? มันเป็นเพราะ "เราไม่จำเป็นต้องพูด" หรือจริงๆ แล้ว "เราพูดออกมาไม่ได้" หรือบางที… เรื่องนี้มันเกี่ยวกับ “เสียงในหัว” ที่เราไม่ได้ยิน? (อีกแล้ว) ลองคิดถึงสถานการณ์เหล่านี้... "ขอบคุณ" แต่พูดไม่ออก "ถ้ากูขอบคุณไป มันจะทำให้กูดูอ่อนแอรึเปล่านะ?" "ขอบคุณแล้วไงต่อ? มันก็แค่เรื่องปกติ ใครๆ ก็ต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว" "กูไม่อยากให้เขาคิดว่ากูติดหนี้บุญคุณ" "ขอโทษ" แต่กลืนลงคอ "ทำไมกูต้องขอโทษก่อน? กูไม่ผิดซะหน่อย" "ถ้ากูพูดไป เดี๋ยวเขาก็ได้ใจ" "ขอโทษไปแล้วมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี" มีอะไรคุ้นๆ บ้างไหม? แล้วถ้ามันคุ้น… เราแน่ใจเหรอว่า "เสียงในหัว" เหล่านี้เป็นของเราจริงๆ? "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" อาจไม่ได้เกี่ยวกับคำพูด แต่มันเกี่ยวกับ "ตัวตน" ที่เราอาจแบกไว้อยู่ ลองคิดดูนะครับ… - บางคนขอโทษยาก... เพราะพวกเขาโตมาในครอบครัวที่ "การผิดพลาด = ความอ่อนแอ" - บางคนขอบคุณยาก... เพราะพวกเขาถูกสอนมาว่า "ต้องเป็นคนพึ่งพาตัวเอง" - บางคนทั้งชีวิต... ไม่เคยได้ยินใครพูดคำเหล่านี้ในบ้านเลย มันไม่ใช่แค่ "นิสัยส่วนตัว" แต่มันคือ "กรอบความคิด" ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เสียงในหัวของคุณอาจไม่ใช่เสียงของคุณเลย... แต่มันคือเสียงของ สังคม ครอบครัว หรือประสบการณ์ในอดีต // การขอโทษที่ "ผิด" กับการขอโทษที่ "แท้จริง" การขอโทษไม่ใช่แค่การพูดว่า "ขอโทษนะ" แล้วเรื่องจบ แต่การขอโทษที่แท้จริง ต้องมาพร้อมกับ การรับผิดชอบ ❌ การขอโทษที่ผิด.. "ขอโทษก็ได้..." (พูดเพราะต้องพูด ไม่ได้รู้สึกจริงๆ) "ขอโทษนะ แต่..." (มีข้ออ้างต่อท้าย เพื่อลดความผิดของตัวเอง) "ขอโทษนะ ถ้าเธอรู้สึกไม่ดี" (โยนความรู้สึกผิดไปให้คนฟัง) ✅ การขอโทษที่แท้จริง.. "ผมเสียใจที่ผมพูดแบบนั้น ผมเข้าใจว่ามันทำให้คุณรู้สึกแย่ และผมจะระวังให้มากขึ้นครับ" "ฉันยอมรับว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด ฉันอยากแก้ไข และอยากให้คุณรู้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก" การขอโทษที่ดี = การรับผิดชอบ + การเรียนรู้ + ความตั้งใจที่จะแก้ไข // "ขอบคุณ" ที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือ "การยอมรับ" บางครั้ง… การพูดขอบคุณมันยาก ไม่ใช่เพราะเราไม่อยากพูด แต่เพราะเราต้อง ยอมรับว่าเรามีวันนี้ได้ รู้สึกแบบนี้ได้ เพราะคนอื่นด้วย และนั่นทำให้ "อีโก้" ของเราสั่นคลอน "กูทำเอง กูไม่ต้องขอบคุณใคร" "เขาแค่ทำตามหน้าที่ ไม่เห็นต้องขอบคุณ" "กูไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือกู" แต่ความจริงก็คือ… ไม่มีใครสำเร็จได้ด้วยตัวเองล้วนๆ แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่าง… - ขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามา - ขอบคุณคนขายข้าวที่ทำให้เรามีอาหารกิน - ขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่ช่วยให้โปรเจกต์สำเร็จ - ขอบคุณตัวเอง ที่ผ่านมาได้จนถึงวันนี้ และบางครั้ง… ขอบคุณคนที่เคยทำให้เราล้ม เพราะพวกเขาทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ถ้าเราลองพูดมันออกมาดูล่ะ? วันนี้ ลองพูด "ขอบคุณ" ให้กับใครสักคนที่เราอาจไม่เคยพูดมาก่อน ลองพูด "ขอโทษ" กับใครสักคนที่เรารู้ว่าเราควรพูดมันออกมา แล้วลองสังเกตว่า… มันรู้สึกยังไง? มันยากกว่าที่คิด หรือจริงๆ แล้ว มันปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวเรา? // Challenge สำหรับวันนี้ // ผมชวนมาลองพิมพ์ในคอมเมนต์ว่า.. "วันนี้ฉันจะขอบคุณ ______ เพราะ _______" หรือ.. "วันนี้ฉันจะขอโทษ ______ เพราะ _______" แล้วดูว่า… มันเปลี่ยนอะไรในตัวเราบ้าง? เราอาจจะตกใจว่า แค่สองคำนี้... มันทำให้โลกของเราเปลี่ยนไปได้แค่ไหน #LifeShift #Siamstr

Replies (8)

SandRock46's avatar
SandRock46 10 months ago
วันนี้ฉันขอบคุณ @Jakk Goodday เพราะบทความของเขาช่วยฉันในเวลาที่ย่ำแย่ไว้หลายครั้งมากๆ ขอบคุณครับ 🙏🏻
ขอบคุณแซนด์ร็อคน้องรัก ติดตามคอยให้กำลังใจพี่เสมอ
ขอบคุณพี่ @Jakk Goodday สำหรับข้อคิดดี ๆ อ่านแล้วได้คิดตาม ได้ฝึกจิตใจตัวเองให้ตื่นรู้อยู่เสมองับงับ 🙏💖🫰 . . ขอแถมมารุ 1 รูปคร้าา image
ขอบคุณ โมโม ซากุระ ที่ทำงานอย่างหนัก ในทุกๆเรื่อง ขอโทษ อะอิโนะ คิชิ ที่ฉันลืมเธอไปหลายปี
ขอบคุณท่าน @Jakk Goodday ที่เขียนข้อมูลความดีๆ ที่สามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย และต้องขอโทษ @Jakk Goodday ที่ไม่ได้อ่านข้อความดีๆที่ท่านเขียนตลอดครับ😅
รวมบทความเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Leadership Mindsets (Jakk's way) 1. Self-Ownership Leadership - นำตัวเองให้ได้ก่อนนำคนอื่น View quoted note → 2. Spontaneous Order Leadership - ผู้นำที่สร้างView quoted note → 3. Entrepreneurial Leadership - ผู้นำที่แท้จริงคือผู้สร้าง (The Builder) View quoted note → 4. Skin in the Game - ผู้นำที่แท้จริงต้องลงทุนลงแรงเอง View quoted note → 5. Anti-Fragile Leadership - ยิ่งโดน ยิ่งแกร่ง ยิ่งเติบโต View quoted note → 6. Narrative Leadership (ทุ่งม่วง Only) View quoted note → ============================================ Writing Like Jakk - เขียนแบบ Jakk View quoted note → 1. Narrative Flow Technique ============================================ วิทยาศาสตร์ ปรัชญาและชีวิต 1. Hawking Radiation - แม้ติดอยู่ในหลุมดำ… คุณก็ยังเปล่งแสงได้ View quoted note → 2. Quantum Entanglement - สายใยพัวพัน View quoted note → 3. Entropy อะไร ๆ ก็ได้ หรือเราจัดการมันได้? View quoted note → ============================================ Life Shift Toward the Right Shift เปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกและตัวเอง 1. จงใส่หินลงโหลความคิด ก่อนท่องแดนเวลา (การบริหารจัดการเวลาและความคิด) View quoted note → 2. สร้างพิรามิด ด้วยการวางอิฐทีละก้อน View quoted note → 3. ชีวิตเปรียบดั่งเรือเดินสมุทร View quoted note → 4. แก่นของการให้เกียรติ View quoted note → 5. Already always listening (การฟังผ่านเลนส์เดิม ๆ ที่มักถูกกรองจากความเชื่อเก่าและประสบการณ์เดิม) View quoted note → 6. การเชื่อมต่อและแบ่งปัน หัวใจของคอมมูนิตี้ View quoted note → 7.Life Shift Toward the Right Shift (การเปลี่ยนแปลงชีวิตพาเราไปในทิศทางที่ใช่) View quoted note → 8. ฟัง แยกแยะ เสียงในหัว View quoted note → 9. เติบโตดั่ง "ฟองน้ำ" (เทนโด้) View quoted note → 10. Exit จาก The Matrix ทางความคิด View quoted note → 11. สิ่งที่เราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ (Unknown Unknowns) View quoted note → 12. การละทิ้ง "ตัวตน" View quoted note → 13. พลังแห่งความรัก (Valentine's day) View quoted note → 14. ศิลปะแห่งการเลือก View quoted note → 15. เหนือกว่า.. แต่ไม่ชนะ (ชนะไปทำไม? ชนะใคร?) View quoted note → 16. ปริศนาธรรมไฟแช็ค View quoted note → 17. กรอบที่มองไม่เห็น View quoted note → 18. เปล่งเสียงจากภายในใจ View quoted note → 19. Take a deep breath View quoted note → 20. ขอบคุณ / ขอโทษ มันพูดยาก View quoted note → 21. Man's Search for Meaning View quoted note → 22. ชี้นิ้วออก vs. ชี้นิ้วเข้า View quoted note → #LifeShift #Leadership #Siamstr #Jakkstr