"มนุษย์มักมองเห็นฝุ่นในตาของคนอื่นได้ชัดเจน แต่กลับมองไม่เห็นขอนไม้ในตาของตัวเอง" image ฉันชื่อ "ประนอม" และนี่คือสิ่งที่ฉันสังเกตเห็นในตัวเอง ก่อนหน้านี้.. เวลามีอะไรผิดพลาด ฉันมักจะมองออกไปข้างนอกก่อน "ทำไมเขาทำแบบนั้น?" "ทำไมคนพวกนี้ถึงคิดแบบนี้?" "ทำไมโลกมันถึงเต็มไปด้วยคนที่ทำให้ฉันหงุดหงิด?" ฉันใช้เวลามากมายไปกับการตั้งคำถามแบบนี้ ทั้งบนโลกออนไลน์และในชีวิตจริง บางที.. เวลาฉันเห็นใครขับรถช้า ฉันอดคิดไม่ได้ว่า "คนพวกนี้มันขับรถยังไงกันวะเนี่ย?" หรือเวลามีคนโพสต์อะไรที่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันก็รู้สึกอยากเข้าไปโต้แย้งให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะ... ใครๆ ก็คงเคยรู้สึกแบบนี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันเจอสถานการณ์ที่ทำให้ฉันเริ่มคิดกลับด้าน วันนั้น.. ฉันโพสต์อะไรบางอย่างลงโซเชียลมีเดีย และมีคนเข้ามาคอมเมนต์แบบที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่ ตอนแรก.. ฉันอยากจะตอบโต้กลับไป แต่แทนที่จะถามว่า "ทำไมคนพวกนี้ถึงชอบวิจารณ์คนอื่น?" ฉันลองเปลี่ยนคำถามเป็น... "ฉันเคยทำแบบนี้กับใครบ้างไหมนะ?" แล้วฉันก็เริ่มนึกออก... ฉันเคยไปคอมเมนต์ในโพสต์ของใครบางคน ด้วยอารมณ์ที่คล้ายกัน ฉันเคยรู้สึกว่า "เขาควรจะเข้าใจแบบนี้สิ!" โดยที่ฉันไม่เคยรู้จักเขาจริงๆ ฉันเคยรู้สึกว่าฉันกำลัง "ให้ข้อคิด" แต่ลึกๆ แล้ว มันอาจเป็นแค่ "การเอาชนะ" ฉันไม่ได้ผิด และคนอื่นก็ไม่ได้ผิด แค่ว่า... มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะมองเห็นโลกจากมุมของตัวเอง เชื่อไหมว่า.. การ "ชี้นิ้วออก" กับ "ชี้นิ้วเข้า" มันให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันมาก ๆ (ต่อตัวเราเอง) ฉันไม่ได้บอกว่า การชี้นิ้วออกไปมันผิด และฉันก็ไม่ได้บอกว่า การชี้นิ้วเข้าหาตัวเองคือคำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป.. แต่เมื่อฉันลองสังเกตตัวเอง... ฉันพบว่า เวลาฉันชี้นิ้วออกไป ฉันมักจะรู้สึกว่า "ฉันควบคุมอะไรไม่ได้" แต่เวลาฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ฉันกลับเห็นว่า "ฉันยังทำอะไรบางอย่างได้" ฉันลองสังเกตดูว่า... เวลาเราคิดว่า "ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น?" ลองเปลี่ยนเป็น "เขากำลังมองเรื่องนี้จากมุมไหน?" เวลาเรารู้สึกว่า "ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจฉัน?" ลองเปลี่ยนเป็น "ฉันเข้าใจเขามากพอหรือยัง?" เวลาเราหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงานที่ดูไม่มีความรับผิดชอบ ลองเปลี่ยนเป็น "ฉันช่วยทำให้การทำงานร่วมกันดีขึ้นได้ยังไง?" มันอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ... แต่มันเปลี่ยนวิธีที่ฉันรู้สึกกับโลกนี้ "ไม่มีใครเคยสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ได้จากการชี้นิ้วมีแต่ผู้ที่ลงมือทำเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงโลกได้" ท้ายที่สุดแล้ว... เรากำลังเลือกมองจากมุมไหนล่ะ? ฉันไม่ได้มาชวนให้ใคร "ต้องเปลี่ยน" แค่อยากแบ่งปันว่า ฉันเคยลองเปลี่ยนมุมมองดู แล้วมันส่งผลต่อความรู้สึกของฉันยังไง ฉันเคยรู้สึกเหนื่อยกับการเห็นแต่ "ปัญหาของคนอื่น" แต่พอฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแทน ฉันกลับรู้สึกว่าฉันมีพลังมากขึ้น บางที "ปัญหา" อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าโลกเป็นยังไง แต่เรา "เลือก" ที่จะมองมันยังไง มีคนเคยบอกไว้ว่า... "เราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของลมได้ แต่เราสามารถปรับใบเรือของเราเอง" ฉันยังคงเป็นคนเดิม แค่เปลี่ยนจากคนที่ใช้เวลาต่อสู้กับสิ่งที่อยู่นอกตัวเอง มาเป็นคนที่ลองตั้งคำถามกับสิ่งที่ฉันควบคุมได้ แล้วคุณล่ะ? คุณคิดว่าเราควรเลือกมองโลกจากมุมไหน? พวกเราเชื่อกันไหมว่า.. "เมื่อเรามองออกไปนอกหน้าต่าง เราเห็นแต่ความผิดพลาดของคนอื่น แต่เมื่อเรามองกระจก เราจะเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง" #LifeShift #Siamstr

Replies (2)

การชี้นิ้วออก vs. การชี้นิ้วเข้า เราอาจเคยได้ยินว่า “อย่าชี้นิ้วโทษคนอื่น” หรือ “อย่าชี้นิ้วเข้าหาตัวเองมากเกินไป” แต่ในความเป็นจริง การชี้นิ้วออก และการชี้นิ้วเข้า ไม่ได้เป็นเรื่องของ “ผิด” หรือ “ถูก” เพียงอย่างเดียว มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การชี้นิ้วออก >> มองออกไปนอกตัวเอง “ทำไมพนักงานไม่ขยัน? องค์กรต้องจัดการให้ดีกว่านี้!” “ก็เพราะสังคมมันเป็นแบบนี้ไง ฉันถึงไม่มีโอกาส” ✅ ใช้เพื่อระบุปัญหาภายนอกที่อาจต้องเปลี่ยนแปลง ✅ กระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในระดับสังคม องค์กร หรือระบบ ❌ ถ้าหมกมุ่นกับการชี้นิ้วออกมากเกินไป อาจทำให้เราติดอยู่กับ mindset ของ “เหยื่อ” ❌ อาจเป็นการผลักภาระให้คนอื่นรับผิดชอบ โดยไม่พยายามแก้ไขจากฝั่งตัวเอง การชี้นิ้วเข้า >> หันกลับมามองตัวเอง “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบตลอด? หรือฉันไม่ได้ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน?” “ฉันบ่นว่าเพื่อนร่วมงานไม่โอเค แต่ฉันเคยสื่อสารให้เขารู้ไหมว่าฉันต้องการอะไร?” ✅ ช่วยให้เราเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ✅ ทำให้เรามีอำนาจเหนือสถานการณ์ เพราะเราสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงได้ ❌ ถ้าหันนิ้วเข้าหาตัวเองมากเกินไป อาจนำไปสู่การตำหนิตัวเองโดยไม่จำเป็น ❌ อาจทำให้ละเลยปัจจัยภายนอกที่จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนแปลง แล้วเราควรใช้แบบไหน? จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ “เลือกแค่แบบเดียว” แต่มันคือ ความสมดุล ระหว่างการมองออกไปนอกตัวเอง กับการย้อนกลับมามองตัวเอง ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น “ไม่ยุติธรรม” >> ถามตัวเองว่า ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้มันดีขึ้น แทนที่จะรอให้คนอื่นเปลี่ยน ถ้าคุณพบว่า “ตัวเองต้องเปลี่ยน” >> อย่าลืมว่า บางครั้งปัญหาก็มาจากระบบ สังคม หรือโครงสร้างที่เราควรช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่แค่ปรับตัวเองให้เข้ากับมัน ใช้การชี้นิ้วให้เป็นพลังในการเปลี่ยนแปลง การชี้นิ้วออก >> ใช้เพื่อตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นปัญหาในระบบ แต่ต้องไม่ใช่ข้ออ้างให้เราหยุดพัฒนา การชี้นิ้วเข้า >> ใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง แต่ต้องไม่เป็นกับดักที่ทำให้เราตำหนิตัวเองตลอดเวลา ในท้ายที่สุด... โลกจะเปลี่ยนไปได้ เมื่อเราทั้ง "กล้าที่จะตั้งคำถามกับมัน" และ "กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง" พร้อมกัน
รวมบทความเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Leadership Mindsets (Jakk's way) 1. Self-Ownership Leadership - นำตัวเองให้ได้ก่อนนำคนอื่น View quoted note → 2. Spontaneous Order Leadership - ผู้นำที่สร้างView quoted note → 3. Entrepreneurial Leadership - ผู้นำที่แท้จริงคือผู้สร้าง (The Builder) View quoted note → 4. Skin in the Game - ผู้นำที่แท้จริงต้องลงทุนลงแรงเอง View quoted note → 5. Anti-Fragile Leadership - ยิ่งโดน ยิ่งแกร่ง ยิ่งเติบโต View quoted note → 6. Narrative Leadership (ทุ่งม่วง Only) View quoted note → ============================================ Writing Like Jakk - เขียนแบบ Jakk View quoted note → 1. Narrative Flow Technique ============================================ วิทยาศาสตร์ ปรัชญาและชีวิต 1. Hawking Radiation - แม้ติดอยู่ในหลุมดำ… คุณก็ยังเปล่งแสงได้ View quoted note → 2. Quantum Entanglement - สายใยพัวพัน View quoted note → 3. Entropy อะไร ๆ ก็ได้ หรือเราจัดการมันได้? View quoted note → ============================================ Life Shift Toward the Right Shift เปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกและตัวเอง 1. จงใส่หินลงโหลความคิด ก่อนท่องแดนเวลา (การบริหารจัดการเวลาและความคิด) View quoted note → 2. สร้างพิรามิด ด้วยการวางอิฐทีละก้อน View quoted note → 3. ชีวิตเปรียบดั่งเรือเดินสมุทร View quoted note → 4. แก่นของการให้เกียรติ View quoted note → 5. Already always listening (การฟังผ่านเลนส์เดิม ๆ ที่มักถูกกรองจากความเชื่อเก่าและประสบการณ์เดิม) View quoted note → 6. การเชื่อมต่อและแบ่งปัน หัวใจของคอมมูนิตี้ View quoted note → 7.Life Shift Toward the Right Shift (การเปลี่ยนแปลงชีวิตพาเราไปในทิศทางที่ใช่) View quoted note → 8. ฟัง แยกแยะ เสียงในหัว View quoted note → 9. เติบโตดั่ง "ฟองน้ำ" (เทนโด้) View quoted note → 10. Exit จาก The Matrix ทางความคิด View quoted note → 11. สิ่งที่เราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ (Unknown Unknowns) View quoted note → 12. การละทิ้ง "ตัวตน" View quoted note → 13. พลังแห่งความรัก (Valentine's day) View quoted note → 14. ศิลปะแห่งการเลือก View quoted note → 15. เหนือกว่า.. แต่ไม่ชนะ (ชนะไปทำไม? ชนะใคร?) View quoted note → 16. ปริศนาธรรมไฟแช็ค View quoted note → 17. กรอบที่มองไม่เห็น View quoted note → 18. เปล่งเสียงจากภายในใจ View quoted note → 19. Take a deep breath View quoted note → 20. ขอบคุณ / ขอโทษ มันพูดยาก View quoted note → 21. Man's Search for Meaning View quoted note → 22. ชี้นิ้วออก vs. ชี้นิ้วเข้า View quoted note → #LifeShift #Leadership #Siamstr #Jakkstr