“ไม่ใช่แค่รอดจากความเปลี่ยนแปลง แต่เติบโตจากมัน” image "Anti-Fragile Leadership" เติบโตจากความท้าทาย เพราะแค่ “อยู่รอด” มันไม่พอ เราต้อง “เติบโต” เราทุกคนต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน และแรงกระแทกจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่าง "ผู้นำธรรมดา" กับ "ผู้นำที่แท้จริง" ไม่ใช่แค่ว่า.. ใครรอดจากปัญหาได้ แต่มันคือ.. ใครใช้ปัญหานั้นเป็นแรงผลักให้ตัวเองไปไกลกว่าเดิม "โลกไม่ได้เป็นของคนที่แค่ปรับตัวได้ แต่มันเป็นของคนที่ใช้ความไม่แน่นอนเป็นเชื้อเพลิงให้ตัวเองเติบโต" นี่คือแนวคิดของ Anti-Fragility >> ยิ่งโดนแรงกระแทก ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เรามักพูดถึง "ความยืดหยุ่น (Resilience)" ว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำ แต่ Resilience คือ “การกลับไปสู่สภาพเดิมหลังเจอปัญหา” ในขณะที่ Anti-Fragility คือ "การเติบโตจากปัญหา" "ผู้นำที่ดีไม่ได้แค่เอาตัวรอดจากพายุ แต่ใช้พายุเป็นลมที่ผลักดันให้ตัวเองไปไกลขึ้น" ❌ คนที่เปราะบาง (Fragile) >> เจอความท้าทายแล้วพัง ✔️ คนที่ยืดหยุ่น (Resilient) >> เจอความท้าทายแล้วกลับมาเท่าเดิม 🔥 คนที่ Anti-Fragile >> เจอความท้าทายแล้วเติบโตไปอีกระดับ ผมไม่ได้แค่รอดจากปัญหา >> ผมใช้ปัญหาเป็นแรงส่งให้ไปไกลกว่าเดิม Anti-Fragile เปลี่ยนแรงกระแทกให้เป็นแรงส่ง มีคำกล่าวว่า "ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้เราพัง แต่วิธีที่เราตอบสนองต่อมันต่างหากที่เป็นตัวตัดสินอนาคตของเรา" ตัวอย่างจริง.. จากการถูกปฏิเสธ สู่การสร้างสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ย้อนกลับไปที่ Netflix ในช่วงปี 2000 Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix เคยเสนอขายบริษัทให้ Blockbuster ในราคาเพียง 50 ล้านเหรียญ แต่ Blockbuster ปฏิเสธ Netflix พร้อมหัวเราะเยาะกับโมเดลธุรกิจของพวกเขา - Netflix สามารถจมอยู่กับความผิดหวังได้ - พวกเขาสามารถบ่นว่าตลาดไม่เข้าใจพวกเขาได้ - พวกเขาสามารถโทษโชคชะตาและยอมแพ้ได้ แต่แทนที่จะจมอยู่กับ "การปฏิเสธ" พวกเขากลับเลือกที่จะ "สร้างโอกาสจากสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความล้มเหลว" "ถ้าโอกาสถูกปิดตรงนี้ ก็แปลว่าเราต้องสร้างโอกาสใหม่ขึ้นมาเอง" + แทนที่จะรอการยอมรับจาก Blockbuster >> Netflix สร้างโมเดลสตรีมมิ่งที่ปฏิวัติอุตสาหกรรม + แทนที่จะยึดติดกับการเช่าดีวีดี >> พวกเขามุ่งไปที่อนาคตของคอนเทนต์ดิจิทัล + แทนที่จะเสียเวลากับอดีต >> พวกเขาสร้างแพลตฟอร์มที่ทำให้ Blockbuster ล่มสลายไปตลอดกาล Netflix ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เปลี่ยนเกมจากความล้มเหลว - Steve Jobs เคยถูกไล่ออกจาก Apple ก่อนที่เขาจะกลับมาสร้าง iPhone - J.K. Rowling ถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์นับสิบแห่ง ก่อนที่ Harry Potter จะเปลี่ยนโลกหนังสือ จงเปลี่ยนทุกความพ่ายแพ้ให้เป็นแรงส่ง เราทุกคนเคยเจอช่วงเวลาที่เหมือน "โดนปฏิเสธ" - มันอาจเป็นการ ถูกปฏิเสธจากโปรเจกต์สำคัญ - มันอาจเป็น การถูกบอกว่าคุณไม่มีคุณค่าพอ - มันอาจเป็น การสูญเสียโอกาสที่คุณเคยคิดว่ามันเป็นทุกอย่าง แต่ถ้าเรามีความเป็น Anti-Fragile เราจะใช้สิ่งนั้นเป็น พลังในการสร้างสิ่งใหม่ "บางครั้ง การสูญเสียสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า" + ถ้าประตูหนึ่งถูกปิด นั่นไม่ได้แปลว่าจบ แต่แปลว่าเราต้องสร้างประตูใหม่ขึ้นมาเอง + ถ้าคุณค่าของเราถูกมองข้าม นั่นไม่ได้แปลว่าเราต้องพิสูจน์ตัวเองให้พวกเขาเห็น แต่มันแปลว่าเราต้องสร้างเวทีที่ทำให้ตัวเองเปล่งประกายโดยไม่ต้องรอใครอนุญาต "บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความพ่ายแพ้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณก้าวกระโดดไปข้างหน้า" มายเซ็ตของ "Anti-Fragile Leadership" วิธีเติบโตจากความท้าทาย 1️⃣ อย่ากลัวการสูญเสีย มันคือโอกาสในการสร้างใหม่ ❌ คนที่เปราะบาง >> สูญเสียอะไรไปแล้วรู้สึกว่าไม่มีทางไปต่อ ✔️ คนที่ Anti-Fragile >> สูญเสียอะไรไปแล้วมองหาว่า “สร้างอะไรขึ้นมาแทนได้บ้าง” - ถูกลดบทบาท? >> สร้างบางอย่างที่เป็นของตัวเองจริง ๆ - ไม่ได้รับการยอมรับ? >> สร้างพื้นที่ที่ทำให้เรามีเสียงได้เอง - องค์กรไม่เห็นคุณค่าเรา? >> ทำให้ตลาดเห็นคุณค่าเราแทน "ความสูญเสียไม่ใช่จุดจบ มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ" 2️⃣ ใช้แรงต้านเป็นพลังขับเคลื่อน ❌ คนที่เปราะบาง >> เจอแรงกดดันแล้วพยายามหลบเลี่ยง ✔️ คนที่ Anti-Fragile >> ใช้แรงกดดันเป็นแรงส่งให้ไปไกลขึ้น - ถูกกดดันให้พิสูจน์ตัวเอง? >> ใช้มันเป็นโอกาสแสดงศักยภาพ - เจอคนขวางทาง? >> แปลว่ากำลังไปถูกทาง - เจออุปสรรค? >> แปลว่ามีสิ่งที่เราต้องพัฒนาเพิ่ม "ทุกแรงกดดันคือเชื้อเพลิง ถ้าคุณใช้มันให้ถูกทาง" 3️⃣ ออกจาก Comfort Zone ก่อนที่มันจะฆ่าเรา ❌ คนที่เปราะบาง >> ติดอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เพราะกลัวสูญเสียสิ่งที่มี ✔️ คนที่ Anti-Fragile >> ออกจาก Comfort Zone ก่อนที่สถานการณ์จะบังคับให้ต้องออก - ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เริ่มเจอทางตัน >> เราต้อง Pivot ก่อนที่จะสายไป - ถ้าเรารู้ว่าทีมเรากำลังติดอยู่ในลูปเดิม >> เราต้องท้าทายตัวเองก่อนที่ตลาดจะทำมันแทนเรา บางครั้งเรามัวแต่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเวิร์คในอดีต โดยไม่สังเกตว่าวันนี้เกมเปลี่ยนไปแล้ว - Kodak เคยเป็นเจ้าแห่งฟิล์มถ่ายภาพ แต่พวกเขาช้าไปกับยุคดิจิทัล - Nokia เคยครองตลาดมือถือ แต่ไม่ Pivot สู่สมาร์ทโฟนเร็วพอ - แต่ Instagram เคยเริ่มต้นจากแอปเช็คอิน แล้ว Pivot สู่แพลตฟอร์มแชร์ภาพ >> นี่คือเหตุผลที่พวกเขารอด" "ถ้าคุณอยู่ใน Comfort Zone นานเกินไป นั่นแปลว่าคุณกำลังค่อย ๆ ตาย" ลองถามตัวเอง.. เรากำลังพยายามอยู่รอด หรือกำลังใช้ปัญหามาสร้างอนาคต? - ถ้าเราเจออุปสรรค แล้วคิดแค่จะผ่านมันไป >> เรากำลังแค่ "อยู่รอด" - แต่ถ้าเราเจออุปสรรค แล้วใช้มันสร้างโอกาสใหม่ >> เรากำลัง "เติบโต" - และถ้าเราเติบโตจากทุกความท้าทาย >> เราจะไปได้ไกลกว่าใคร ๆ "โลกนี้ไม่ได้เป็นของคนที่รอดจากพายุ แต่มันเป็นของคนที่ใช้พายุเป็นแรงขับเคลื่อนตัวเอง" "คนที่เปราะบาง จะถูกความเปลี่ยนแปลงทำลาย คนที่ Anti-Fragile จะใช้มันเป็นบันไดไปสู่ระดับต่อไป" #AntiFragileLeadership #GrowThroughChallenges #BeTheCause #LifeShift #Siamstr

Replies (1)

รวมบทความเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Leadership Mindsets (Jakk's way) 1. Self-Ownership Leadership - นำตัวเองให้ได้ก่อนนำคนอื่น View quoted note → 2. Spontaneous Order Leadership - ผู้นำที่สร้างView quoted note → 3. Entrepreneurial Leadership - ผู้นำที่แท้จริงคือผู้สร้าง (The Builder) View quoted note → 4. Skin in the Game - ผู้นำที่แท้จริงต้องลงทุนลงแรงเอง View quoted note → 5. Anti-Fragile Leadership - ยิ่งโดน ยิ่งแกร่ง ยิ่งเติบโต View quoted note → 6. Narrative Leadership (ทุ่งม่วง Only) View quoted note → ============================================ Writing Like Jakk - เขียนแบบ Jakk View quoted note → 1. Narrative Flow Technique ============================================ วิทยาศาสตร์ ปรัชญาและชีวิต 1. Hawking Radiation - แม้ติดอยู่ในหลุมดำ… คุณก็ยังเปล่งแสงได้ View quoted note → 2. Quantum Entanglement - สายใยพัวพัน View quoted note → 3. Entropy อะไร ๆ ก็ได้ หรือเราจัดการมันได้? View quoted note → ============================================ Life Shift Toward the Right Shift เปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกและตัวเอง 1. จงใส่หินลงโหลความคิด ก่อนท่องแดนเวลา (การบริหารจัดการเวลาและความคิด) View quoted note → 2. สร้างพิรามิด ด้วยการวางอิฐทีละก้อน View quoted note → 3. ชีวิตเปรียบดั่งเรือเดินสมุทร View quoted note → 4. แก่นของการให้เกียรติ View quoted note → 5. Already always listening (การฟังผ่านเลนส์เดิม ๆ ที่มักถูกกรองจากความเชื่อเก่าและประสบการณ์เดิม) View quoted note → 6. การเชื่อมต่อและแบ่งปัน หัวใจของคอมมูนิตี้ View quoted note → 7.Life Shift Toward the Right Shift (การเปลี่ยนแปลงชีวิตพาเราไปในทิศทางที่ใช่) View quoted note → 8. ฟัง แยกแยะ เสียงในหัว View quoted note → 9. เติบโตดั่ง "ฟองน้ำ" (เทนโด้) View quoted note → 10. Exit จาก The Matrix ทางความคิด View quoted note → 11. สิ่งที่เราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ (Unknown Unknowns) View quoted note → 12. การละทิ้ง "ตัวตน" View quoted note → 13. พลังแห่งความรัก (Valentine's day) View quoted note → 14. ศิลปะแห่งการเลือก View quoted note → 15. เหนือกว่า.. แต่ไม่ชนะ (ชนะไปทำไม? ชนะใคร?) View quoted note → 16. ปริศนาธรรมไฟแช็ค View quoted note → 17. กรอบที่มองไม่เห็น View quoted note → 18. เปล่งเสียงจากภายในใจ View quoted note → 19. Take a deep breath View quoted note → 20. ขอบคุณ / ขอโทษ มันพูดยาก View quoted note → 21. Man's Search for Meaning View quoted note → 22. ชี้นิ้วออก vs. ชี้นิ้วเข้า View quoted note → #LifeShift #Leadership #Siamstr #Jakkstr